เจลฟี่ มาถึงคอนโดของ ลอล่า ซึ่งหญิงสาวได้ให้ เจลฟี่ ขึ้นมายังห้องพักของเธอ โดยอ้างว่าไปที่อื่นคงจะไม่สะดวก และเธอก็ไม่อยากไปไหนเพราะจิตใจกำลังพะว้าพะวงมีเรื่องให้คิดอย่างหนัก
“เชิญเข้ามาเลยค่ะ ฉันอยู่คนเดียว” ลอล่า กล่าวเชื้อเชิญชายหนุ่มให้เข้ามาในห้อง
“ห้องคุณน่าอยู่ดีนะครับ” เจลฟี่ มองดูไปรอบๆ ห้องที่ได้จัดห้องไว้อย่างเป็นระเบียบ
“ขอบคุณค่ะ เชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันเอาน้ำมาให้” ลอล่า กล่าวยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องครัว และออกมาพร้อมกับแก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่ม
ลอล่า วางแก้วน้ำดื่มลงไว้ตรงโต๊ะหน้าแขกผู้มาเยือน พร้อมกับนั่งลงที่โซฟาเดียวกัน ข้างๆ ชายหนุ่ม
“คุณมีอะไรไม่สบายใจ หากอยากจะระบายออกมาให้ผมรับฟัง ก็พูดระบายออกมาเถอะ” เจลฟี่ หันมามองหน้าหญิงสาวข้างกายนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกออกไป
“ขอบคุณนะคะที่ยอมมารับฟังเรื่องราวของฉัน ทั้งที่คุณไม่ต้องทำก็ยังได้” ลอล่า กล่าวด้วยหน้าตาเศร้าๆ ดวงตามีน้ำใสๆ คลอหน่วยอยู่ แล้วค่อยๆ ไหลรินลงมาตามแก้มนวลเนียนนั้น
“ระบายมาเถอะ ผมรับฟังเรื่องของคุณได้เสมอ” เจลฟี่ บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ปลอบประโลม พร้อมกับยื่นมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาให้แก่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ฉัน!..”
ลอล่า พูดออกมาได้แค่นั้นก็ร้องไห้โหออกมา และโผเข้ากอดคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เจลฟี่ ตกใจที่เห็นอาการของหญิงสาวได้รับทุกข์ระทม หนักกว่าครั้งที่ชายหนุ่มได้พาไปสงบสติอารมณ์ที่สวนสาธารณะซะอีก ชายหนุ่มโอบกอดร่างบางกลับ พร้อมกับลูบไล้ปลอบประโลมให้คลายจากอาการเศร้า
“ทำไมคุณถึงยอมรับฟังเรื่องทุกข์ร้อนของฉันล่ะคะ? ทั้งที่คนอื่นๆ ยังไม่มาแคร์ความรู้สึกของฉันเลยเสียด้วยซ้ำ” ลอล่า เงยหน้าขึ้นจากซอกคอแกร่งของชายหนุ่ม แล้วเอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ!.. ก็!.. ก็เพราะผมสงสารคุณมั้ง” เจลฟี่ ก้มลงมองเรียวปากบางของคนพูดด้วยหัวใจที่เต้นแรง ก่อนจะเอ่ยตอบหญิงสาวในอ้อมแขนแกร่งออกไป
“แค่สงสารเองหรือคะ?” ลอล่า มองตาชายหนุ่มด้วยสายตาเศร้าๆ
“ไม่มีใครชอบฉันเลยสินะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจและพยายามจะรับมันให้ได้ คุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นไร ฉันอยู่คนเดียวได้” ว่าแล้ว ลอล่า ก็น้ำตาไหลรินออกมาอีก พร้อมกับขืนตัวออกจากอ้อมกอดของ เจลฟี่ ปากก็ร้องผลักใสชายหนุ่มให้กลับไป
“ลอล่า! ทำไมจะไม่มีใครชอบคุณล่ะ ก็ผมนี้ไงที่ชอบคุณ แต่..” เจลฟี่ ร้องคัดค้านคำพูดของหญิงสาว แถมยังไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนแกร่งนั้นด้วย
“แต่อะไรคะ?” ลอล่า หยุดการดิ้นรน หันหน้ามามองคนที่ไม่ยอมพูดให้จบประโยค
“คุณเป็นผู้หญิงของเจ้านายผมน่ะสิ ผมถึงไม่อาจเอื้อม” เจลฟี่ มองสบตาคนในอ้อมแขนแกร่งนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป
“โอ้! เจลฟี่..”
ลอล่า ร้องเรียกชื่อชายหนุ่ม ก่อนจะโผเข้าสวมกอด และใช้ปากบางประกบจูบปิดปากของชายหนุ่มไว้ ซึ่ง เจลฟี่ ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะคล้อยตาม และจูบตอบหญิงสาวในอ้อมแขนแกร่งนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ ซึ่งทั้งสองก็หาได้หยุดอยู่ที่การจูบเพียงอย่างเดียวไม่ เมื่อ เจลฟี่ ถอนจูบออกจากปากบางของเจ้าของห้อง เจ้าหล่อนลุกขึ้นพร้อมกับจับจูงมือของชายหนุ่ม ให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนของตน โดยไม่คิดจะลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อถึงในห้องนอน เจลฟี่ ดึงเจ้าของห้องเข้ามาประกบจูบปากบางอีกครั้ง ด้วยอาการที่ร้อนรนเต็มที และดึงทึ่งเสื้อผ้าทั้งของหญิงสาวและของตนเอง ออกจากตัวจนหมด จนไม่เหลือติดตัวกันเลยสักชิ้น แล้วทั้งสองก็โอบกอดกันนอนลงไปบนเตียงนอนหนานุ่ม แล้วไฟราคะก็เริ่มแผดเผาคนทั้งสอง ให้เผาไหม้ไปพร้อมๆ กัน
เมื่อไฟราคะได้สิ้นสุดลงไปสักพักหนึ่งแล้ว ลอล่า จึงลุกขึ้นจากเตียงนอน ยืนมองดูคนที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอน ด้วยสายตาหมายหมาดคาดหวังบางสิ่งบางอย่างจากคนที่กำลังหลับใหลอยู่นั้น
‘ฉันจะต้องได้ในสิ่งที่ฉันต้องการจะได้ และนายจะต้องเป็นตัวช่วยให้กับฉันอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น’ หญิงสาวคิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘