หัวใจของธารทิพย์เต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นว่าคนที่มาคืออัคนีเธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอยังคงหวั่นไหวกับเขาอยู่นิดหน่อย
“สวัสดีค่ะพี่อาร์ม”เธอเห็นอัคนีตีหน้านิ่งอีกแล้ว วันนี้เขามาทำอะไรกันนะแม่เธอทิ้งเงินไว้ให้ซื้อของกินเองแล้ว เขาไม่น่าจะต้องมาส่งข้าวแล้วมั้ง หรือเขากลับบ้านแล้วไม่เจอน้านุชแล้วคิดว่าน้านุชอยู่ที่นี่ เลยมาหา
“อืม”ยังเป็ประโยคแสนสั้นประโยคเดิมๆ ที่เขาชอบพูดอัคนีรู้สึกว่าตัวเองควรจะพูดให้เยอะกว่านี้หน่อย จึงเอ่ยต่อว่า“เปิดประตูให้พี่หน่อย จะได้เอารถเข้าบ้าน”
เอารถเข้าบ้าน? หมายความว่าไงกันเขาจะไม่ถามอะไรเลยเหรอ อยู่ๆ ก็จะเอารถเข้าบ้านเลย“น้านุชไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแม่ค่ะ”เธอรีบบอกเพราะกลัวว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดว่าแม่ของเขาอยู่ที่นี่ถ้าเขารู้ว่าไม่มีใครอยู่เขาอาจจะไม่อยากเข้ามาแล้วก็ได้
“พี่รู้” อัคนีตอบเหมือนไม่ได้ใอะไรเขารู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่ของเขากับธารทิพย์ไปต่างจังหวัดเพราะฉะนั้นเขาถึงได้มาไงล่ะ
“แล้ว... เอ่อวันนี้พี่อาร์มมาทำไมเหรอคะ”
“ฉลองปีใหม่” เขาตอบสั้นๆพลางมองไปข้างหลังแวบหนึ่ง “เปิดประตูเถอะ พี่จะได้เอารถเข้า แบบนี้ขวางทางคนอื่น”
ธารทิพย์มองตามสายตาเขาไปเห็นรถยนต์คันสีดำใหม่เอี่ยม ดูท่าเขาคงเพิ่งจะออกรถมาปล่อยให้จอดไว้แบบนี้ก็ขวางทางคนอื่นจริงๆ นั่นแหละ เธอรีบเปิดประตูให้เขา
ระหว่างที่ธารทิพย์เปิดประตูอัคนีจับตามองเธอทุกอิริยาบถ วันนี้เธอแต่งตัวน่ารักมาก เธอเป็สาวแล้วจริงๆแถมยังเป็สาวสวยด้วย เธอใส่เสื้อที่ชายเสื้อค่อนข้างสั้น สวมกระโปรงลายดอกที่เนื้อผ้าพลิ้วไหวยามเดินพาให้เขาใจสั่น วันนี้เธออยู่บ้านไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องแต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันเกือบสองปีแต่ร่างกายของเขาเริ่มมีปฏิกิริยาเมื่อเห็นเธออีกแล้ว เขาต้องตีหน้านิ่งข่มอารมณ์เอาไว้อีกครั้ง
อัคนีขับรถเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านลงจากรถพร้อมของพะรุงพะรังธารทิพย์ถึงได้แน่ใจว่าเขาตั้งใจมาฉลองปีใหม่กับเธอจริงๆถึงเธอจะไม่ค่อยเข้าใจเขานักก็เถอะว่าอยู่ดีๆจะมาฉลองกับเธอทำไมในเมื่อเขาก็รู้ว่าแม่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่
“เดี๋ยวน้ำช่วยค่ะ” เธอยื่นมืออาสาช่วยเขาถือของ
“ไม่ต้องหรอก ไปนั่งรอในบ้านเถอะ” เขาปรายตามองเธอคิ้วเข้มหนาขมวดนิดๆ จะให้ผู้หญิงช่วยขนของได้ยังไงกัน
นั่นไง ยังไม่ทันไรเขาก็อารมณ์เสียอีกแล้ว“วันนี้พี่อาร์มไม่ไปฉลองปีใหม่กับเพื่อนเหรอคะ”พอพูดจบธารทิพย์ก็อยากจะกัดลิ้นตัวเอง เธอจะไปถามเขาทำไมกันเดี๋ยวเขาก็หาว่าเธอไล่เขาอีก
“ไม่หรอกวันนี้พี่มีธุระต้องจัดการ”
“อ้อ” วันนี้เขามีธุระถ้างั้นก็คงจะอยู่ฉลองที่บ้านเธอได้ไม่นานที่เขามาอาจจะโดนน้านุชบังคับมาหรือเปล่านะ หน้าถึงได้บอกบุญไม่รับแบบนี้
ธารทิพย์คิดว่าเธอควรจะเล่นตามบทเ้าบ้านที่ดีไปก่อนแล้วจากนั้นค่อยเปิดโอกาสให้เขากลับไปได้ แบบนี้ทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่ต้องหมางใจกัน เขาจะได้ไม่ต้องคิดว่าเธอไล่ไม่อยากต้อนรับเขาส่วนเธอก็จะได้ไม่ต้องทนดูหน้าตาบึ้งตึงของเขา เอาแบบนี้นี่แหละ
ธารทิพย์คิดว่าจะทำอย่างขอไปทีแต่ใครจะคิดว่าของที่อาร์มขนมานั้นต้องเรียกว่าเล่นใหญ่ มีทั้งเค้กปีใหม่มีทั้งขนม น้ำอัดลม อาหารอีกหลายชนิดเธอได้แต่คิดในใจว่าพวกเธอจะกินอาหารทั้งหมดนี่เข้าไปได้ยังไง จึงหลุดปากถาม“พี่อาร์มคะ นี่มันไม่เยอะไปเหรอ”
เขาชะงักมือที่กำลังแกะกล่องอาหาร“เยอะไปเหรอ” อืม นั่นสินะ วันนี้มีแค่เขาและเธอสองคน แถมเธอก็ยังตัวเล็กแค่นี้อีก“ไม่เป็ไร เอาไว้กินรอบดึกก็ได้ เย็นนี้จะกินอะไรกันดี” เขาถามอย่างใจดี
ธารทิพย์คิดว่าเขาอาจจะกำลังเล่นบทพี่ชายที่แสนดีอยู่เอาเถอะ งั้นเธอจะช่วยเล่นบทน้องสาวให้เขาแล้วกัน “กินไก่ทอดก็ได้ค่ะเอาไว้นานเดี๋ยวไม่อร่อย”
“อืม” อัคนีเอาไก่ทอดใส่จานและเทอาหารอีกอย่างออกมา เป็ยำวุ้นเส้นกุ้งสด และมีของกินเล่นอีกสองอย่าง
เขาเอาน้ำอัดลมกระป๋องออกมา“จะใส่แก้วไหม”
“ใช้หลอดก็ได้ค่ะจะได้ไม่ต้องล้างจานเยอะ”
อัคนีได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอธารทิพย์ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมานี่เขาคิดว่าเธอเป็คนี้เีสินะถึงได้หัวเราะเยาะเธอ ช่างเถอะเธอก็ี้เีจริงๆ นั่นแหละ เขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาเถอะ
ระหว่างมื้อเย็นสองหนุ่มสาวนั่งจัดการอาหารตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรธารทิพย์ไม่รู้ว่าจะถามอะไรเขา กลัวว่ายิ่งชวนเขาคุย บรรยากาศจะยิ่งแย่ลง จึงได้แค่เปิดทีวีดูรายการฉลองปีใหม่ต่างๆแทนเพื่อทำลายความเงียบ
ส่วนอัคนียังคงรักษาสีหน้านิ่งขรึมไว้เขากำลังรอเวลา
ฟ้ามืดมาได้สักพักแล้ว น่าจะเหมาะสมแก่เวลา“วันนี้พี่อาร์มยังมีธุระใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“ถ้าพี่อาร์มมีธุระ ไม่ต้องอยู่เป็เพื่อนน้ำก็ได้นะน้ำอยู่คนเดียวได้”
อัคนีเลิกคิ้วมองเธอ ดีนี่วันนั้นเขาอยากกลับ เธอรั้งให้เขาอยู่ พอวันนี้เขาอยากอยู่เธอดันจะไล่ให้เขากลับ“ธุระของพี่คือการมาที่นี่”
“อ้อ”ที่แท้การมาที่นี่ก็คือธุระของเขานี่เอง โดนน้าบังคับให้มาจริงๆ ด้วยสินะ“ความจริงพี่อาร์มกลับไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงหรอก น้ำไม่บอกน้านุชหรอก” พูดพลางดูทีวีไปเหมือนว่าเื่ที่พูดถึงไม่ใช่เื่สำคัญอะไรแต่สมาธิของเธอไม่ได้อยู่ที่ทีวีเลยสักนิด
อัคนีไม่เข้าใจว่าเื่นี้มันเกี่ยวกับแม่เขายังไงวันนี้เขามีเื่จะคุยกับเธอให้ชัดเจน แต่เขาไม่รู้จะเริ่มยังไงดีั้แ่คืนนั้นเขาแทบไม่เข้าใกล้ผู้หญิงเลยเพราะกลัวความคิดไม่ดีของตัวเองจะไปทำร้ายใครเข้า
บรรยากาศเริ่มเงียบลงอีกครั้งมีแค่เสียงจากทีวีที่ทำลายเงียบ ธารทิพย์รู้สึกอึดอัดจริงๆถ้าจะต้องอยู่กับเขาแล้วมีบรรยากาศอึมครึมแบบนี้เธอเลือกจะอยู่คนเดียวแบบเงียบเหงาจะดีกว่า อย่างน้อยก็สบายใจมากกว่า อย่างน้อยเธอก็สามารถนอนเอกเขนกได้ไม่ต้องมานั่งตัวเกร็งรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าเขาแบบนี้ ใช้พลังงานเยอะจริงๆ นี่ก็ใกล้จะสี่ทุ่มแล้วเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ
ธารทิพย์ลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวอย่างน้อยใช้ครัวเป็ที่หลบเขาสักพักจะดีกว่า “เดี๋ยวน้ำไปชงชามาให้นะคะ”
พอธารทิพย์ลุกออกไปแล้วสายตาของอัคนีก็มองสำรวจบริเวณบ้านของเธอ ความทรงจำในคืนนั้นกลับเข้ามาอีกครั้ง เขานั่งรอเธออยู่ตรงนี้แล้วบนพื้นที่ห่างไปไม่ไกลนั่นเป็ที่ที่เธอนั่งคร่อมเขาไว้ เขายังจำัันุ่มหยุ่นที่มือของตัวเองได้อย่างแจ่มชัดเื่ราวต่างๆ ที่ย้อนกลับเข้ามาทำให้อารมณ์เขาเริ่มพลุ่งพล่าน ใช่แล้วเื่ทุกอย่างมันเริ่มมาจากคืนนั้น เขายกมือข้างที่เคยได้ััเธอขึ้นมาพินิจดู ั์ตาสีดำดุจน้ำหมึกมีประกายร้อนแรงวาบไหว
ธารทิพย์คิดว่าตัวเองฉลาดซะจริงเธอมาชงชาก็สามารถอ้างได้ว่าต้องรอน้ำเดือดจึงใช้เวลาอยู่ในครัวสักครู่ใหญ่ๆ ได้กว่าน้ำจะเดือดก็สักสิบกว่านาที่เวลานี้เธอสามารถหายใจหายคอได้สะดวกมากกว่าต้องนั่งตัวเกร็งอยู่ต่อหน้าเขา
เธอหาชุดชงชาและหากล่องเก็บชาอย่างร่าเริงจากนั้นก็มายืนรอน้ำเดือดที่เค้าน์เตอร์ น้ำเดือดแล้ว เธอหันไปถอดสายออกมาปลั๊กไฟและเตรียมจะชงชา มีอะไรบางอย่างหล่นลงมาแหมะอยู่บนพื้นเค้าน์เตอร์ที่ด้านขวาของเธอเธอโฟกัสสายตาไปมองเ้าสิ่งนั้น
นั่นมัน... มือ? มือข้างหนึ่ง?จะเป็มือของใครไปได้นอกจากมือของเขา จากองศาการวางมือแบบนี้หมายความว่าตอนนี้เขายืนอยู่ข้างหลังเธองั้นเหรอ
“นานจัง” อัคนีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
เขาอยู่ข้างหลังเธอจริงๆ ด้วย เขามาทำอะไรตรงนี้แล้วจะมายืนข้างหลังเธอทำไมกัน ธารทิพย์เบี่ยงตัวหลบไปทางด้านซ้ายเธอไม่ชอบให้เขามายืนอยู่ข้างหลังแบบนี้แต่เพียงแค่เธอหันหน้าไปทางด้านซ้ายยังไม่ทันจะขยับตัวออก มือข้างซ้ายของเขาก็วางแหมะลงบนเค้าน์เตอร์เช่นกันเขากำลังกางสองแขนกักขังเธอไว้กับเค้าน์เตอร์
ธารทิพย์ใจกระตุก นี่เขาทำอะไรน่ะ“พี่อาร์มถอยหน่อยค่ะ” เธอเอ่ยเตือนเขาเผื่อว่าเขาจะไม่รู้ตัว
“พี่มีธุระจะคุยด้วย”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแหบพร่า
คุยก็คุยสิมาทำท่าคลุมเครือแบบนี้ใส่เธอทำไมกัน “งั้นไปนั่งคุยกันดีๆ ไหมคะ”
“ไม่ล่ะ นั่งมาทั้งวันแล้ว ยืนเถอะพี่ชอบยืน”
ยืนก็ยืนสิมากางแขนโอบเธอไว้ทำไมกัน ทำอย่างกับกักตัวนักโทษอย่างนั้นแหละ ธารทิพย์ได้แต่ก่นด่าเขาอยู่ในใจ“งั้น พี่อาร์มขยับหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้สิ” เขายอมตามอย่างว่าง่าย
อัคนีขยับตัวเข้ามาใกล้ธารทิพย์มากกว่าเมื่อครู่ ธารทิพย์รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากตัวเขาเธอนิ่งไปพักหนึ่ง พูดอะไรไม่ออก พอได้สติก็แหวใส่เขา “พี่อาร์มทำอะไรน่ะ”
“ก็ขยับตัวไง”เขาก้มลงและพูดประโยคต่อมาที่ข้างหูของเธอ “แบบนี้ได้หรือยัง”
เสียงทุ้มแ่เบาที่ข้างหูทำให้ธารทิพย์ขนลุกเกรียวไปทั่วร่างนี่เขาจะทำอะไรน่ะ “น้ำให้ขยับออกไปค่ะ ไม่ใช่ให้ขยับมาเบียดน้ำ”
“พี่สะดวกแบบนี้”เสียงทุ้มนั่นยังคงดังอยู่ที่ข้างหู
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังขยับตัวเข้ามาอีก
ธารทิพย์เบิกตาโพล่งมีบางอย่างเป็แท่งกำลังทิ่มสะโพกของเธออยู่ นั่นมัน... เขาบ้าไปแล้วหรือไง เธอขยับสะโพกหมายจะถอยหนีจากเขาแต่เขากลับใช้มือข้างหนึ่งรัดเอวของเธอไว้ ตรึงให้เธอขยับไม่ได้
“วันนี้พี่มีของที่เป็แท่งอยู่ในกางเกงด้วยนะน้ำอยากดูไหม”