เมืองชิงหลง ตระกูลกู่
"เหตุใดกัน?"
"เหตุใดกู่เว่ยควักเอากระดูกราชันเซียนของข้าไปกลับไม่ได้รับโทษทัณฑ์ ทั้งยังสามารถเป็ตัวแทนของข้าไปบำเพ็ญเพียรยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลกู่อีก?"
"เพราะเหตุใดกัน!!!"
ชายหนุ่มในชุดสีขาวผู้มีใบหน้าซีดเผือดและลมหายใจรวยรินพุ่งฝ่าวงล้อมของเหล่าผู้คุ้มกัน นิ้วมือของเขาสั่นเทาขณะชี้หน้าผู้าุโชุดเทา ผู้เป็ที่เคารพนับถือซึ่งกำลังถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย ท่าทางของเขาในยามนี้คล้ายคลึงกับสัตว์ร้ายที่ตกอยู่ในความบ้าคลั่ง แผดเสียงคำรามออกมาอย่างเ็ปรวดร้าวแทบขาดใจ!
เด็กหนุ่มผู้นี้เริ่มก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาั้แ่อายุเพียงห้าขวบ บรรลุขอบเขตทะลวงิญญาในวัยเก้าขวบ ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดในวัยสิบเจ็ดปี และสามารถควบแน่นขอบเขตแก่นทองคำได้สำเร็จเมื่ออายุสิบเก้าปี!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนในตำนานได้สำเร็จ จนกลายเป็อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองชิงหลง สร้างความสั่นะเืไปทั่วทุกสาขาย่อยของตระกูลกู่ในแดนั
กระทั่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลกู่ยังไม่อาจนิ่งเฉยได้ ถึงกับยอมเดินทางรอนแรมมาไกลนับหมื่นลี้มายังเมืองชิงหลง เพื่อหมายมั่นจะพาเขาไปบำเพ็ญเพียรยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันสูงสุดของตระกูลกู่ นามว่าตำหนักเซียนสายเืราชัน ซึ่งเป็หนึ่งในสถานที่บำเพ็ญเพียรที่ดีที่สุดของแดนั
แต่ทว่า... ความปีติยินดียังไม่ทันได้คงอยู่เนิ่นนาน ข่าวร้ายก็พลันจุติลงมาอย่างกะทันหัน
เขาตกหลุมพรางในแผนการร้ายของกู่เว่ย กระดูกราชันเซียนถูกควักออกไป ขอบเขตแก่นทองคำถูกทำลายจนแหลกสลาย ตบะบารมีที่เพียรฝึกฝนมามลายหายไปจนสิ้น ต้องร่วงหล่นกลายเป็คนพิการไร้ค่าท่ามกลางความสิ้นหวัง
เดิมทีเขายังคงฝากความหวังไว้กับยอดฝีมือของตระกูลกู่ที่ถูกส่งมาจากตำหนักเซียนสายเืราชัน หวังเพียงว่าอีกฝ่ายจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมและชำระความแค้นให้กับตน ทว่าท่าทีของยอดฝีมือจากตระกูลกู่กลับทำให้เขาต้องตกตะลึงจนคาดไม่ถึง!
"หึ! ตัวไร้ค่าผู้หนึ่ง แม้แต่กระดูกราชันเซียนที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นของตนเองก็ยังปกป้องไว้ไม่ได้ การถูกทำลายตบะก็สมควรแล้ว"
"หรือว่าชายชราเช่นข้าสมควรจะสังหารต้นกล้าชั้นยอดที่ถูกกำหนดมา ให้กลายเป็ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าในอนาคต เพียงเพื่อคนพิการผู้หนึ่งหรือ?"
"ในเมื่อกู่เว่ยสามารถหลอมรวมกับกระดูกราชันเซียนของเ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เช่นนั้นเขาก็สมควรที่จะเป็ตัวแทนของเ้า เพื่อเดินทางไปบำเพ็ญเพียรที่ตำหนักเซียนสายเืราชัน!"
ผู้าุโชุดเทาที่ตระกูลกู่ส่งมายังเมืองชิงหลงตวาดลั่นอย่างลืมเลือนความเมตตา
เป็ที่ทราบกันดีว่า หลังจากที่ศิษย์ของตระกูลกู่ให้กำเนิดกระดูกราชันเซียนขึ้นมาแล้ว จำเป็ต้องหลอมรวมกระดูกราชันเซียนเข้ากับร่างกายเนื้อเสียก่อน หลังจากการหลอมรวมสำเร็จจึงจะสามารถได้รับพลังอำนาจที่กระดูกราชันเซียนมอบให้ ระยะเวลาในการหลอมรวมกระดูกราชันเซียนเข้ากับร่างกายเนื้อโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณสิบวัน
กระดูกราชันเซียนของกู่เฟิงเพิ่งจะควบแน่นขึ้นมาสำเร็จ ยังไม่ทันได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายเนื้อก็ถูกกู่เว่ยควักเอาไปเสียก่อน
จากนั้นกู่เว่ยก็อาศัยความสัมพันธ์ทางสายเืระหว่างเขากับกู่เฟิง ทำการหลอมรวมกระดูกราชันเซียนจนประสบความสำเร็จ นับแต่นี้เป็ต้นไป หากมีผู้ใดลงมือควักเอากระดูกราชันเซียนออกจากร่างของกู่เว่ย สิ่งที่ได้ไปก็จะมีเพียงเศษกระดูกที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ผู้าุโชุดเทาจากตระกูลกู่ผู้นี้ใส่ใจเพียงแค่ผลประโยชน์ ในสายตาของเขามีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่เป็นิรันดร์ ส่วนสิ่งที่เรียกว่าสัจธรรมหรือความยุติธรรม ล้วนแล้วแต่เป็เพียงเื่ไร้สาระที่ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางที่จะลงโทษอัจฉริยะอย่างกู่เว่ย ผู้ซึ่งหลอมรวมกระดูกราชันเซียนได้อย่างสมบูรณ์และถูกลิขิตมาให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต เพียงเพื่อคนไร้ค่าอย่างกู่เฟิงเด็ดขาด!
"ผู้าุโช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก!" บิดาของกู่เว่ยะโก้องด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น
"ผู้าุโช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก!!!" ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ของตระกูลกู่ต่างก็ร้องะโขึ้นมาตาม ๆ กัน ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนคำพูดของผู้าุโเลยแม้แต่น้อย
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลกู่คือราชันเซียนกู่ในตำนาน ผู้ซึ่งผลักดันตระกูลกู่ให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ครองความเป็ใหญ่ในแดนัมานานนับล้านปี แม้ว่าราชันเซียนกู่จะร่วงหล่นไปนานนับแสนปีแล้ว ทว่าบารมีที่หลงเหลืออยู่หลังจากความตายก็ยังคงคอยปกปักรักษาตระกูลกู่เรื่อยมา
สาขาย่อยของตระกูลกู่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกสารทิศในแดนั ทายาทของตระกูลกู่ทุกผู้ทุกคนล้วนมีสายเืราชันเซียนไหลเวียนอยู่ในกาย ยิ่งสายเืราชันเซียนเข้มข้นมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็ตัวแทนของศักยภาพที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น! ผู้ที่มีสายเืเข้มข้นที่สุดจะสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนในตำนานได้ นับั้แ่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ภายในตระกูลกู่มีผู้ที่สามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนได้เพียงสามคนเท่านั้น
ตระกูลกู่แห่งเมืองชิงหลงเป็เพียงหนึ่งในสาขาย่อยจำนวนมากของตระกูลกู่ อีกทั้งยังเป็สาขาย่อยที่มีขุมกำลังอ่อนแอเป็อย่างมาก
ยอดฝีมือที่ตำหนักเซียนสายเืราชันส่งลงมาเพียงสุ่ม ๆ ก็สามารถบดขยี้ตระกูลกู่แห่งเมืองชิงหลงให้ย่อยยับได้ถึงหนึ่งร้อยครั้งแล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้าุโในตำนาน หากบังเกิดโทสะขึ้นมา ซากศพคงเกลื่อนกลาดไปไกลนับหมื่นลี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่มดปลวกอย่างพวกเขาสามารถต่อกรได้อย่างแน่นอน
"ขอบคุณสำหรับความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของผู้าุโ!" กู่เว่ยมีรอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปาก เหล่าเครือญาติที่คุกเข่าอยู่เคียงข้างเขาต่างก็ยิ้มแย้มเบิกบานด้วยความตื่นเต้นยินดี
"พวก... พวกเ้า!"
"ข้าจะสังหารเ้าเสีย!"
กู่เฟิงโกรธแค้นจนถึงขีดสุด เขาพุ่งทะยานเข้าหากู่เว่ยด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง หมายมั่นที่จะสังหารศัตรูผู้่ชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากตนผู้นี้ให้จงได้!
"ก็แค่สุนัขพิการที่ไร้ซึ่งตบะบารมีตัวหนึ่งเท่านั้น"
กู่เว่ยหัวเราะเยาะ พลางสะบัดมือออกไปอย่างลวก ๆ เพียงชั่วพริบตาก็บังเกิดคลื่นพลังสายใหญ่พุ่งทะยานออกไป กระแทกร่างของกู่เฟิงจนลอยกระเด็นกลับหลังราวกับว่าวที่สายป่านขาดกระจุย เขากระอักเืคำโตออกมาหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบไป!
"ผู้ใดก็ได้ ลากสุนัขตัวนี้ออกไปเสีย!" เพียงแค่กู่เว่ยออกคำสั่ง ผู้คนจำนวนมากต่างก็แย่งชิงกันพุ่งเข้ามาเพื่อรับใช้เขา
การที่กู่เว่ยได้เดินทางไปบำเพ็ญเพียรยังตำหนักเซียนสายเืราชัน อนาคตย่อมถูกลิขิตให้เจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน กระทั่งผู้นำตระกูลยังต้องคอยดูสีหน้าของเขา หากพวกเขาสามารถผูกมิตรกับกู่เว่ยได้ สถานะของตนเองย่อมทะยานสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างเป็ธรรมชาติ
พวกเขาปฏิบัติต่อกู่เฟิงที่กำลังหมดสติราวกับกำลังลากซากสุนัขที่ตายแล้วตัวหนึ่ง ร่างของเขาถูกลากออกไปจนลับสายตาของผู้คน
หลังจากนั้น ผู้าุโที่ตระกูลกู่ส่งมาก็ได้รับการต้อนรับอย่างนอบน้อมจากผู้นำตระกูล และถูกเชิญให้ไปพักผ่อนยังห้องรับรองที่ดีที่สุดของตระกูลกู่
ในเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ เขาจะพากู่เว่ยออกเดินทางไปยังตำหนักเซียนสายเืราชัน เพื่อเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเป็สถานที่บำเพ็ญเพียรสูงสุดที่ผู้คนในตระกูลกู่นับไม่ถ้วนต่างเฝ้าใฝ่ฝันถึง!
...
"กู่เว่ย ข้าจะสังหารเ้า!!!"
กู่เฟิงที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในห้องเก็บฟืนอันซอมซ่อ ความคิดแรกหลังจากที่เขาได้สติฟื้นคืนมาก็คือการไปสังหารกู่เว่ยเสีย
เขาเกลียดชังกู่เว่ยจนเข้ากระดูกดำ
หากไม่ใช่เพราะกู่เว่ยฉวยโอกาสจากความไว้วางใจของเขามาวางแผนการร้าย กระดูกราชันเซียนของเขาก็คงจะไม่ถูกควักออกไปเช่นนี้!
ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขา ล้วนถูกกู่เว่ยแย่งชิงไปจนหมดสิ้น!
ปัง!
ในชั่วลมหายใจนั้น บานประตูห้องที่กู่เฟิงพักอาศัยอยู่ก็ถูกใครบางคนเตะจนเปิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่เดินย่างกรายเข้ามา
"กู่เว่ยประกาศกร้าวแล้วว่าจะขับไล่เ้าออกจากตระกูลกู่ นับจากนี้เป็ต้นไป คนไร้ค่าเช่นเ้าไม่ใช่คนของตระกูลกู่อีกต่อไป"
"เห็นแก่ที่เ้าเคยเป็หลานชายของผู้นำตระกูล พวกเราจะให้โอกาสเ้าได้จากไปเอง หากพรุ่งนี้เ้ายังไม่ไสหัวไป ก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ"
กู่ซิ่วเตะประตูห้องของกู่เฟิงจนเปิดออก เขาเดินเข้ามาพูดจาถากถางกู่เฟิงอยู่สองสามประโยค ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจากไป
ทว่า ก่อนที่เขาจะก้าวข้ามธรณีประตู จู่ ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้าลง พลางหันหน้ากลับมากล่าวกับกู่เฟิงว่า
"ข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่า พรุ่งนี้เ้าจะยังไม่จากไปไหน เช่นนั้นข้าก็จะได้ลงมือทรมานเ้าได้อย่างเปิดเผย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
หลังจากกล่าวจบ กู่ซิ่วก็เดินลอยหน้าลอยตาจากไป
เขาและกู่เฟิงเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน ทว่าเขามักจะอิจฉาพร์ในการบำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งมาั้แ่เด็กของกู่เฟิงอยู่เสมอ โดยเฉพาะ่เวลาที่ผ่านมา ยามที่กู่เฟิงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นทองคำ เขากลับสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนขึ้นมาได้อย่างไม่คาดฝัน รัศมีอันเจิดจรัสของเขาทำให้กู่ซิ่วอิจฉาตาร้อนจนนอนไม่หลับไปตลอดทั้งคืน
มาบัดนี้ เมื่อเขาได้เห็นกู่เฟิงตกต่ำลงจนมีสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้ ภายในใจของเขากลับเต็มตื้นไปด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่สุดไม่ได้
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเสีย!" กู่เฟิงตวัดเท้าเตะโต๊ะจนกระเด็นลอยไป พร้อมแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
เขาเกลียดชังกู่เว่ย เกลียดชังผู้คนในตระกูลกู่
รวมไปถึงผู้นำตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลง ผู้ซึ่งเป็ท่านปู่แท้ ๆ ของเขา ที่กลับยอมเห็นชอบให้กู่เว่ยขับไล่เขาออกจากตระกูล ในวัยเด็กที่บิดามารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไป เขาก็ถือเอาท่านปู่เป็บุคคลที่ใกล้ชิดที่สุดมาโดยตลอด
แต่ใครจะคาดคิดว่า ท่านปู่จะโหดร้ายถึงเพียงนี้!
"กู่เว่ย ข้า้าให้เ้าตาย!!!"
กู่เฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ เขาลากสังขารอันอ่อนแอพุ่งตัวทะยานออกจากห้อง วิ่งตรงไปยังห้องพักของกู่เว่ย เขาต้องไปสังหารกู่เว่ย เพื่อชำระความแค้นให้กับตนเองให้จงได้!
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ผู้คนในตระกูลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็มองกู่เฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา พวกเขารู้สึกว่าความบ้าคลั่งที่สูญเสียสติสัมปชัญญะของกู่เฟิงนั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก
เปรี้ยง!
กู่เฟิงเพิ่งจะวิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เมฆดำทะมึนก็ก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะ สายฟ้าฟาดฟันสว่างวาบ หยาดฝนเทกระหน่ำลงมาปกคลุมทั่วทั้งจวนตระกูลกู่ ชะล้างคราบโลหิตบนเรือนร่างของกู่เฟิงจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นว่าพายุฝนกำลังโหมกระหน่ำ ผู้คนในตระกูลที่อยู่แถวนั้นต่างก็พากันแยกย้ายจากไป ทิ้งให้กู่เฟิงต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ตึง!
ชั่วพริบตานั้นเอง
เสียงระฆังโบราณที่ดังก้องข้ามผ่านสายธารแห่งกาลเวลาก็พลันดังกังวานขึ้น
โลกเบื้องหน้าของกู่เฟิงปริร้าวออกอย่างเงียบเชียบ กระบี่์ที่สาดแสงศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีเล่มหนึ่งพุ่งทะยานออกมา มันพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของเขาด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ลอยนิ่งอยู่ลึกลงไปภายในร่างกายของเขา
กระบี่เล่มนี้แผ่ซ่านปราณกระบี่อันไร้ขอบเขตที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ราวกับมันสามารถผ่าทะลวงผืนฟ้าและแผ่นดินให้ขาดสะบั้นออกจากกันได้เป็สองซีก!
กู่เฟิงยังไม่ทันได้ตื่นตระหนก สติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบไป ร่างของเขาร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง
ทว่าเจตจำนงของเขากลับยังคงแจ่มชัดเป็อย่างยิ่ง
"ข้า... คือราชัน์า ปรารถนาจะสังหารมรรคาเพื่อพิสูจน์ความเป็จักรพรรดิ แต่กลับต้องพ่ายแพ้ลงอย่างน่าเสียดาย"
"เหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่งผลให้กายาศักดิ์สิทธิ์าต้องเผชิญกับคำสาปแห่งเต๋า์ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงทิ้งกระบี่สังหารมรรคาเอาไว้ หวังเพียงว่าคนรุ่นหลังจะสามารถสังหารมรรคาและพิสูจน์ความเป็จักรพรรดิได้สำเร็จ!!!"
ภายในห้วงคำนึงของกู่เฟิง สุรเสียงแห่งมรรคาอันโอหังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ และไม่เกรงกลัวต่อฟ้าดินของราชัน์าดังกึกก้องสะท้อนไปมา
พร้อมกันนั้น พลังงานอันมหาศาลและข้อมูลจำนวนนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา และถูกดูดซับเอาไว้ในชั่วพริบตา
จุดตันเถียนที่แตกสลายของเขาเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่เขาดูดซับข้อมูลที่ราชัน์าทิ้งเอาไว้ ความสับสนระคนประหลาดใจภายในดวงตาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความกระจ่างแจ้ง
ราชัน์า คือราชัน์ผู้ไร้เทียมทานในดินแดนที่สูงส่งยิ่งกว่า เขาเป็ผู้กายาศักดิ์สิทธิ์าที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในแดนเทพ
ต่อมา เขาปรารถนาที่จะท้าทายเต๋า์ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งนั้นมา ทว่าน่าเสียดายที่เขาต้องพบกับความพ่ายแพ้
เต๋า์ไม่เพียงแต่จะสังหารเขาเท่านั้น แต่ยังได้ร่ายคำสาปทิ้งไว้ ทำให้มนุษย์ทุกคนที่มีกายาศักดิ์สิทธิ์าในภายภาคหน้า ล้วนต้องถูกเต๋า์กดทับเอาไว้ มีเพียงการทำลายจุดตันเถียนเท่านั้น จึงจะสามารถกายาศักดิ์สิทธิ์าที่แท้จริงได้
แต่ต่อให้ทำลายจุดตันเถียนแล้วก่อตัวขึ้นมาใหม่ หากกายาศักดิ์สิทธิ์า้าที่จะเติบโตขึ้น ก็ยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรนกับเต๋า์ต่อไป เพื่อเดินบนเส้นทางแห่งการฝืนลิขิตฟ้า!
เส้นทางสายนี้ ถูกกำหนดมาให้มีแต่ความตายที่รออยู่เบื้องหน้า ไร้ซึ่งหนทางรอดแม้เพียงหนึ่งในสิบ
ราชัน์าไม่ยินยอมให้กายาศักดิ์สิทธิ์าต้องมาพังพินาศลงด้วยน้ำมือของตนเอง ก่อนที่เขาจะสิ้นลมหายใจ เขาได้ผนึกเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอันไร้ขอบเขตเอาไว้ในกระบี่สังหารมรรคา เพื่อออกตามหากายาศักดิ์สิทธิ์าในแต่ละยุคสมัย และช่วยเหลือพวกเขาในการต่อกรกับเต๋า์
กู่เฟิงคือกายาศักดิ์สิทธิ์าคนที่เก้าที่กระบี่สังหารมรรคาค้นพบ ผู้ทั้งแปดคนก่อนหน้านี้ ล้วนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถภายใต้คำสาปแห่งเต๋า์โดยไม่มีข้อยกเว้น!
เลขเก้าคือจำนวนสูงสุด กระบี่สังหารมรรคาจะสามารถค้นหากายาศักดิ์สิทธิ์าได้มากที่สุดเพียงเก้าคนเท่านั้น กู่เฟิงจะเป็ผู้ถือครองกระบี่คนสุดท้าย
หากเขาพ่ายแพ้ต่อเต๋า์ นับจากนี้เป็ต้นไป บนโลกใบนี้ก็จะไม่มีกายาศักดิ์สิทธิ์าหลงเหลืออยู่อีกเลย!
"จุดตันเถียนของข้าถูกทำลาย แต่กลับกลายเป็การกระตุ้นกายาศักดิ์สิทธิ์าให้ตื่นขึ้น..."
ร่างกายของกู่เฟิงดูดซับพลังงานที่กระบี่สังหารมรรคาปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว จุดตันเถียนที่ถูกกู่เว่ยทำลายไปก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้งในเวลาเพียงชั่วอึดใจ
ตบะบารมีที่เคยเป็ของเขากำลังฟื้นคืนกลับมาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เพียงแต่ว่า จุดตันเถียนที่เขาควบแน่นขึ้นมา... กลับกลายเป็ตันเถียนสีดำ
เส้นสายของโซ่ตรวนที่แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งเต๋า์รัดพันตันเถียนสีดำเอาไว้อย่างแ่า
ตันเถียนสีดำดวงนี้กักเก็บพลังอำนาจอันแสนน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ภายใน แต่กลับถูกโซ่ตรวนแห่งเต๋า์พันธนาการเอาไว้จนไม่อาจปลดปล่อยพลังออกมาได้
โซ่ตรวนพันธนาการตันเถียน คำสาปแห่งเต๋า์...
หากเขา้าทะลวงผ่านขอบเขตแก่นทองคำ เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขติญญาก่อกำเนิด เขาจำเป็ต้องดิ้นรนให้หลุดพ้นจากโซ่ตรวน และทำลายคำสาปแห่งเต๋า์ลงให้จงได้
และนี่... เป็เพียงแค่ก้าวแรกในการต่อกรกับคำสาปแห่งเต๋า์ของเขาเท่านั้น
ในชั่วลมหายใจนั้น จู่ ๆ เขาก็ััได้ว่าร่างกายของตนเองกำลังเคลื่อนไหว ราวกับว่ากำลังมีใครบางคนแบกหามร่างของเขาเดินไปข้างหน้า
เขาพยายามฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เพื่อดูว่าท้ายที่สุดแล้วเหตุการณ์มันเป็อย่างไรกันแน่...