บทที่ 1 โอกาสที่หวนคืนอีกครั้ง
แสงสว่างแห่งรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา กลางห้องมีเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนนั้นมีร่าง ๆ หนึ่งที่กำลังนอนหลับด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
“เฮือก!” ร่างของชายผู้นั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมา ตามไรผมของเขามีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาเต็มกรอบหน้าผาก เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่คิ้วได้รูปจะขมวดเข้าหากันด้วยความฉงนคล้ายกำลังคลางแคลงใจ
ใช่แล้ว...เขาเพิ่งโดนกิโยตินตัดผ่านลำคอไปเมื่อครู่ไม่ใช่หรือ ทำไมเขายังฝันอยู่ล่ะ
ไว้เท่าความคิด เขารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบคลำบริเวณลำคอของตัวเอง
ยังอยู่! ทำไมกัน?
เขาดีดตัวลุกขึ้นอย่างร้อนรน สองมือสะบัดผ้าห่มหนาออกอย่างไม่ใส่ใจ สองเท้าก้าวยาว ๆ ไปทางกระจกบานใหญ่สำหรับใช้แต่งตัวในทุก ๆ วัน
เงาที่สะท้อนจากกระจกเข้ามาสู้ั์ตาของเขานั้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกสับสน
ใบหน้าที่เขาคุ้นเคย ดวงตา ปาก จมูก แม้แต่ไฝเล็ก ๆ ใต้ตาขวานั้นก็เป็เขา เป็เขาจริง ๆ
ทำไมเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่สิหรือนี่คือความฝัน
เพี๊ยะ!
เจ็บ!!
ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนทรุดลงไปนั่งบนพื้นที่ถูกปูด้วยพรมอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจำความรู้สึกที่ได้ัักับพื้นที่เยียบเย็นของคุกหอคอยได้ดี ยังจำได้ดีราวกับเพิ่งััถึงมันเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง
เขาหยุดมือที่ลูบไปตามลำคอของตัวเองไม่ได้เลย เขาลูบมันซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ครั้นเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงาอีกครั้ง ...อ่า เป็เขาจริง ๆ เขายังไม่ตาย และหากเป็เช่นนั้นจริงเื่ที่เขาเผชิญคืออะไร ความฝันงั้นหรือ แล้วเหตุใดมันจึงสมจริงเสียยิ่งกว่าจริง ทุกอย่างยังตราตรึงในความทรงจำของเขาอยู่เลย มันไม่มีทางเป็ความฝันไปได้
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเขาเพิ่งตื่นจากความฝันที่แสนยาวนาน แต่ความฝันนั้นมันสมจริงเกินไปจนเขาสับสน
เขาหันไปมองเงาตัวเองในกระจกอีกครั้ง ครั้งนี้เขามองมันอย่างพินิจพิจารณา ดูเหมือนว่าใบหน้านี้จะแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย มันดู...อ่อนเยาว์ขึ้นมาหน่อยหรือเปล่านะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตพะย่ะค่ะ องค์ชายลำดัยที่สอง ทรงตื่นบรรทมแล้วใช่หรือไม่กระหม่อม”
เขาเสหน้าไปทางประตู เสียงของลอยด์นี่ เขาจำไม่ผิดแน่ ลอยด์เป็ข้ารับใช้คนสนิทของเขาในพระราชวังที่กว้างใหญ่แห่งนี้ เป็พี่เลี้ยงคอยดูแลเขามาั้แ่ยังเด็ก ไม่มีทางที่เขาจะจำเสียงชายคนนั้นไม่ได้
ชายหนุ่มกุลีกุจอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาถลาไปที่บานประตูก่อนจะเปิดมัน
“ลอยด์ มานี่เร็ว” เขาไม่สนสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของอีกฝ่าย เขาดึงแขนของข้ารับใช้คนสนิทเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าบรรดานางกำนัลที่ตามหลังลอยด์มาด้วยอย่างไม่ใส่ใจ
“ฝ่าามีเื่รีบร้อนอันใดหรือกระหม่อม”
“วันนี้วันอะไร”
“ขอรับ?” ลอยด์เลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อได้ยินคำถามของเ้านายในความดูแลของเขา
“คำตอบล่ะ?”
“วันที่ 4 เดือน7 ปี 1845 รัชสมัยแห่งแสงตะวันปีที่ 36 พะย่ะค่ะ”
“...1845 งั้นสินะ วันเกิดปีที่ยี่สิบงั้นเหรอ”
“ถูกแล้วกระหม่อม พระสนมยามาเรียวานให้ข้ากระหม่อมมาเรียนองค์ชายว่าหากตื่นบรรทมแล้วให้แวะเข้าไปพบพระสนมก่อนงานเลี้ยงฉลองพระราชสมภพของพระองค์ในตอนค่ำด้วยพะย่ะค่ะ”
“เข้าใจแล้ว นายออกไปก่อนเถอะ”
“กระหม่อมจะเตรียมน้ำอาบให้ก่อนออกไปนะพะย่ะค่ะ”
“อืม” เขาพยักหน้าพลางรับคำเบา ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเขียน ที่เขาใช้มันทำงานต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ
“ยี่สิบงั้นหรือ ห้าปีก่อนที่จะตายงั้นหรือ หมายความว่าอย่างไรกัน” ยิ่งครุ่นคิดมากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำจนแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว
เรนเดล ไวส์เซนเบิร์ก เดอ ลอมบาร์เดีย องค์ชายลำดับที่สองของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน นั้นคือชื่อและยศถาบรรดาศักดิ์ที่เขามีติดตัวมาั้แ่เกิด และเขาเป็องค์ชายที่มีเพศรองเป็อัลฟ่า
ในโลกที่มนุษย์ชายและหญิง ถูกจัดกลุ่มด้วยเพศรองสามกลุ่มด้วยกัน อันดับแรก เบต้า หรือก็คือเหล่าบุคคลธรรมดาสามัญทั่วไป ผู้ซึ่งไม่ปรากฏอัตลักษณ์ของเพศรองเมื่ออายุครบห้าปี เป็ประชากรที่มีมากที่สุดของจักรวรรดิ จากสถิติแล้วพบว่าประชากรที่เป็เบต้า หรือปุถุชนธรรมดานั้น คิดเป็ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด รองลงมาคือเพศรองที่มีชื่อว่าโอเมก้า โอเมก้านั้นเป็เพศที่สามารถปล่อยฟีโรโมนที่ใช้ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ และถ้าหากเพศแรกเป็ผู้ชายและมีเพศรองเป็โอเมก้าแล้ว ชายผู้นั้นจะสามารถตั้งครรภ์ได้ง่าย แต่นั้นนับเป็ชะตากรรมที่ไม่ค่อยดีนักหรอก สำหรับโอเมก้า และตามสถิติแล้วประชากรโอเมก้าทั้งชายหญิงคิดเป็ร้อยละ 25 ของประชากรชาวลอมบาร์เดียทั้งหมด ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของชายหญิงที่มีเพศรองเป็อัลฟ่า ซึ่งเป็เพศที่ขึ้นชื่อเื่ฟีโรโมนข่มขวัญ ทั้งยังสามารถบังคับให้โอเมก้าเข้าสู่่ฮีท หรือ่ฤดูที่เปรียบได้เหมือนกับการหาคู่ครองของหมาป่า ซึ่งฟีโรโมนนี้ ไม่ว่าจะของโอเมก้าหรืออัลฟ่า ล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ซึ่งนั้นทำให้พวกเขาแตกต่างกัน ทั้งยังมีแค่อัลฟ่าและโอเมก้าเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นของฟีโรโมนจากต่อมพิเศษที่คล้ายต่อมเหงื่อ ซึ่งมันฝังอยู่ที่ท้ายทอยของทั้งอัลฟ่าและโอเมก้า นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงทำรอยมาร์ก หรืออีกนัยคือรอยตีตรา เพื่อบ่งบอกถึงการเป็คู่ของกันและกันที่บริเวณหลังคอโดยการกัด มันมั่นคงเสียยิ่งกว่าคำสาบานต่อหน้าบาทหลวงเสียอีก ซึ่งประชากรของอัลฟ่านั้นคิดเป็ร้อยละ 4.99 แล้วร้อยละ 0.01 ที่หายไปคืออะไรน่ะหรือ
กลุ่มนี้ยังไม่มีการจัดกลุ่มที่แน่ชัดเนื่องจากพวกเขามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเสียอีก นั่นคืออีนิกม่า เพศรองที่อยู่เหนือคนทั้งปวง ว่ากันว่าอีนิกม่า สามารถทำให้เบต้าเพศชายท้องได้แม้ไม่ได้มีเพศรองเป็โอเมก้า หรือแม้แต่กระทั่งอัลฟ่าก็สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นกัน นั่นเป็เื่ที่น้อยคนนักจะได้พบเจอ หรือทั้งชีวิตนี้อาจจะเกิดมาแล้วไม่เคยพบเจอกับอีนิกม่าเลยก็เป็ไปได้
ฟีโรโมนของอีนิกม่านั้นอยู่เหนือความเข้าใจของผู้คน ว่ากันว่าเบต้าที่ไม่รับรู้ถึงฟีโรโมนของอัลฟ่าและโอเมก้า ก็ยังสามารถรับรู้ถึงแรงกดดันของฟีโรโมนอีนิกม่าได้ และมันสามารถทำให้อัลฟ่าถึงกับต้องคุกเข่าต่อหน้าอีนิกม่าได้อย่างสบาย ๆ
แต่ด้วยความที่อีนิกม่าเจอยากเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะแบบนั้นอัลฟ่าจึงถือว่าเป็จุดยอดสุดของห่วงโซ่อาหารนี้ไปโดยปริยาย แต่อาจจะไม่ใช่ยุคสมัยของจักรพรรดิเอดริก ผู้เป็บิดาของเขา เพราะตอนนี้ที่แดนเหนือ อาณาจักรกราเซีย ได้ปรากฏดยุกผู้หนึ่งที่มีเพศรองเป็อีนิกม่า เพศรองที่ห่างหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 126 ปี
หากอัลฟ่านั้นเปี่ยมไปด้วยพร์ อีนิกม่าก็คือพระเ้าของพร์นั้น ทั้งพลังกาย ความสามารถในการคิดและไตร่ตรองที่เยี่ยมยอด ทั้งหมดนั้นตกเป็ของอีนิกม่าทั้งหมด ั้แ่เกิด เป็ผู้ที่อยู่เหนือคนทั้งปวงอย่างแท้จริง แม้ว่าการปราฎตัวของอีนิกม่านั้นเป็เื่ดีเป็อย่างยิ่งสำหรับจักรวรรดิ แต่มันก็สร้างความสั่นคลอนในใจของจักรพรรดิได้เช่นกัน
จักรวรรดิลอมบาร์เดียนั้น เดิมทีดินแดนแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้าอาณาจักร ที่ถูกปกครองด้วยตระกูลใหญ่ทั้งห้าที่ซึ่งมีอิทธิพลอย่างล้นพ้นในสมัยนั้น ต่อมาผู้นำตระกูลใหญ่ทั้งหมด ได้รวบรวมตระกูลเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองจับมือกันก่อตั้งขึ้นมาเป็จักรวรรดิ ว่ากันว่าพวกเขาทั้งห้าคนต่างก็เป็เพื่อนรักที่เชื่อใจกันและกันเป็อย่างมาก แม้ว่าหนึ่งในตระกูลผู้นำอย่างไวส์เซนเบิร์ก จะถูกสถาปนาขึ้นเป็ราชวงศ์ แต่พวกเขาทั้งห้าคนก็ยังคงไว้เนื้อเชื่อใจกัน และให้เกียรติกัน โดยสหายอีกสี่ตระกูลที่เหลือได้รับบรรดาศักดิ์เป็ดยุกปกครองอาณาจักรต่าง ๆ ทว่ากาลเวลาที่เลยผ่านมานานนับพันปี ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเปลี่ยนผันไปตามกาลเวลา มิตรภาพขของคนก็เช่นกัน ตอนนี้ตระกูลทั้งห้าต่างก็ถ่วงดุลซึ่งกันและกันด้วยอำนาจ หาใช้มิตรภาพอีกต่อไปดังเก่าก่อนอีกแล้ว
อาณาจักรที่เป็ศูนย์กลางของจักรวรรดิอย่างลอมบาร์เดีย เป็ที่ที่มีเมืองหลวงลูมินัสตั้งอยู่ ทั้งยังเป็ที่ตั้งของวังหลวงแห่งราชวงศ์ไวส์เซนเบิร์ก เป็ศูนย์กลางของการค้าที่แข็งแกร่งมากที่สุด เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่ภูมิประเทศที่ตั้งอยู่กึ่งกลาง ทำให้กลายเป็ศูนย์รวมของการค้าขายจากอาณาจักรต่าง ๆ และนั้นสร้างกำไรเป็กอบเป็กำในกับราชวงศ์ที่กินเงินภาษีมากมายทีเดียว ซึ่งนอกจากลูมินัสที่เป็เมืองหลวง ยังมีอาณาเขตลูเซียส อาณาเขตเดอร์ซา อาณาเขตบริดจ์พอร์ท และอาณาเขตลูมินาอีนส์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของลอมบาร์เดียโดยตรง
อาณาจักรที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของจักรวรรดิอย่าง อาณาจักรอาคาวิเลียนั้น เป็เมืองท่าที่เต็มไปด้วยความงดงามความหลากหลายของสถาปัตยกรรม เนื่องจากอีกฟากของมหาสมุทรนั้นมีจักรวรรดิอื่นที่ค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมาอย่างช้านาน โดยอาณาจักรอาคาวิเลียนั้นมีอาณาเขตในปกครองอยู่ด้วยกัน สามอาณาเขต นั้นคือ อาคาน่า อีสต์แกท และคอรัลรีช ผู้ปกครองที่แข็งแกร่งและอ่อนหวาน คือดัชเชสผู้งดงามจากตระกูลไนท์เซนเบิร์ก
ทิศใต้เป็ถิ่นของเมืองท่าขนาดใหญ่เช่นกัน โด่งดังจากทะเลทรายที่กว้างใหญ่ สวยงาม นิ่งสงบ เป็อาณาจักรที่ถูกขนานนามให้เป็ดินแดนแห่งการพักร้อนที่ดีที่สุดของจักรวรรดิ อาณาจักรโซนาริสที่ถูกบริหารและโดยตระกูลดยุกไคล์เซนเบิร์ก
อีกอาณาจักรหนึ่งที่มีความสำคัญ ไม่แพ้ใคร ดินแดนแห่งตะวันตก อาณาจักรลอมเนียที่ถูกปกครองโดยตระกูลดยุกไซเซนเบิร์ก เป็เมืองที่มีความสมดุลทางฤดูกาล ทำให้มีพืชพันธุ์มากมายเติบโตอย่างสมบูรณ์ที่นั้น หากลอมบาร์เดียคือศูนย์กลางของการค้าขาย ลอมเนียก็เป็ดั่งอู่ข้าวอู่น้ำของจักรวรรดิ รวมถึงกระแสน้ำเย็นและน้ำอุ่นที่ไหลผ่านพอดิบพอดี ทำให้การประมงของลอมเนียนั้นก็ไม่น้อยหน้าผู้ใดเช่นกัน
และอีกหนึ่งอาณาจักรที่มีความสำคัญเป็อย่างมากของจักรวรรดิ เป็ดินแดนตั้งอยู่ทางตอนเหนือ อย่างอาณาจักรกราเซีย ดินแดนกว้างใหญ่และยากที่จะหยั่งถึง พื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งเคยถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เนื่องจากอิทธิพลของสัตว์อสูร และมันยังคงเป็ปัญหาเช่นนั้นมาอย่างยาวนาน ทำให้อาณาจักรนี้เต็มไปด้วยนักรบที่ดุดัน ขึ้นชื่อเื่ศาสตราวุธ ความห้าวหาญและความแข็งแกร่ง เพราะต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรมาช้านาน
แม้จะประสบปัญหาที่ยากลำบากมากกว่าอาณาจักรอื่น ๆ ในจักรวรรดิ แต่ผู้ปกครองก็สามารถยืนหยัดอย่างเข้มแข็งเสมอมา ตระกูลที่เปรียบได้ดั่งดาบและโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิ คือตระกูลไอเซนเบิร์ก แม้ว่าในอดีตกราเซียไม่สามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์อะไรได้เลย เพราะเป็ดินแดนที่ขาวโพลน และเหน็บหนาวไปถึงขั้วกระดูก แต่ปัจจุบันนี้อาณาจักรแห่งนี้ไม่ได้หนาวเหน็บเหมือนเมื่อครั้งอดีตอีกต่อไปแล้ว หิมะค่อย ๆ ละลายหายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ มันเริ่มเผยให้เห็นผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่พร้อมให้ชีวิตใหม่ได้เติบโตอีกครั้ง เนื่องจากดยุกหนุ่มของกราเซียนั้นช่างปรีชาสามารถ เขาสามารถขับไล่สัตว์อสูรที่เคยข้ามเทือกเขาเงาปีศาจ ให้กลับไปในที่ที่มันควรจะอยู่ได้ในที่สุด
ดินแดนลึกลับ ดินแดนที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่แม้แต่บรรพบุรุษก็ไม่อาจเข้าใจ ซึ่งจะมีเทือกเขาเงาปีศาจที่ทอดแนวยาวขวางกั้นระหว่างดินแดนลึกลับและดินแดนอันเป็ที่อยู่อาศัยของมนุษย์เอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสัตว์อสูรที่กระเสือกกระสนข้ามเทือกเขาสูงมายังเขตแดนของคนอยู่ดี และนั้นทำให้เกิดาระหว่างพวกเขามาอย่างช้านาน
ดยุกแห่งแดนเหนือเขาเป็เพียงคนเดียวที่มีเพศรองเป็อีนิกม่า จากตระกูลผู้นำทั้งหมดมีแค่เขาที่อยู่เหนือผู้อื่น มีคำเล่าลือกล่าวขานว่าคนผู้นั้นตัวใหญ่ราวกับหมีสีน้ำตาล น่ากลัวและดุร้ายยิ่งกว่าเสือ สมฉายา ‘พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือ’ ผู้ซึ่งมีตัวตนที่ลึกลับเสียยิ่งว่าใคร ไม่มีผู้ใดเคยพบเจอเขา เพราะเขาเอาแต่เข้าสู้สนามรบที่มีศัตรูเป็สัตว์อสูรั้แ่อายุได้สิบสี่ปีเท่านั้น ช่างน่าเกรงขามเสียจริง ๆ
เรนเดลมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง หลังถูกข้ารับใช้อย่างลอยด์บรรจงแต่งองค์ทรงเครื่องให้เขาเสียเต็มยศ แม้ว่าในใจของชายหนุ่มจะสับสนอยู่มาก เขาไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือเื่จริง หรือแค่ฝันไป แต่นี่คือวันเกิดปีที่ยี่สิบของเขา ซึ่งไม่รู้เลยว่านี่คือครั้งแรกหรือครั้งที่สองกันแน่
“ข้าพร้อมแล้ว” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขาทั้งสองข้างก้าวออกไปจากห้องของตนอย่างมั่นคง ลำคอตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างที่เคยเป็ ชายสูงวัยในชุดพ่อบ้านระดับสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเมื่อร่างสูงโปร่งของเ้าชายเดินผ่าน
เรนเดลเดินตรงไปตามทางที่คุ้นเคย ในหัวของเขาครุ่นคิดเื่ต่าง ๆ ที่อาจจะเป็ไปได้หรือจริง ๆ แล้วมันอาจจะแค่ความฝัน แต่ถ้าหากวันนี้มันเป็ไปตามที่เขาคิดไว้แล้วละก็ เขาคงต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากเกมแย่งชิงบัลลังก์ ที่ปลายทางนั้นมีความตายรอเขาอยู่...