ตอนที่ 3 : เตาหลอมตื่นรู้ ความลับแห่งสายเื
รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับบนมุมปากของอวิ๋นเซียวค่อยๆเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงแววตาที่มุ่งมั่นและเด็ดขาดแม้เขาจะทะลวงสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับที่หนึ่งได้สำเร็จแต่คำเตือนของหลิงทงที่ดังก้องอยู่ในหัวนั้นเป็ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเจดีย์หมื่นวิถีหลอมภพเปรียบเสมือนหลุมดำที่หิวโหย หากปราศจากทรัพยากรมาหล่อเลี้ยงเขาย่อมไม่มีวันก้าวไปถึงจุดสูงสุดเพื่อเหยียบย่ำพวกจองหองตระกูลหลักได้เด็กหนุ่มก้าวเดินออกจากเรือนซอมซ่อสายตาพลันสะดุดเข้ากับร่างของบ่าวรับใช้ที่เพิ่งวิ่งเตลิดหนีตายออกไปเมื่อครู่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดประกอบกับการสูญเสียโลหิตจากแขนที่หักสะบั้นมันจึงสะดุดล้มหน้าคะมำหมดสติอยู่ริมรั้วไม้ผุพังอวิ๋นเซียวไม่รอช้าก้มลงรื้อค้นตามซอกเสื้อของมันอย่างรวดเร็วเขาได้เศษเงินหยวนเป่าและหินิญญาระดับล่างที่แตกบิ่นมาเพียงสองสามก้อนแม้จะน้อยนิดแต่มันคือทุนรอนเริ่มต้นที่เขาจำเป็ต้องใช้ชายหนุ่มเก็บของเ่าั้ลงในสาบเสื้อ ก่อนจะมุ่งหน้าออกจากเมืองเมฆาคล้อยตรงดิ่งไปยัง 'หุบเขาอสูรเร้นลับ' ซึ่งเป็ป่าทึบที่เต็มไปด้วยภยันตรายและสัตว์อสูรระดับต่ำเพื่อทดสอบขีดจำกัดของพละกำลังใหม่ และล่าชิ้นส่วนอสูรมาแลกเปลี่ยนเป็ทรัพยากร
บรรยากาศภายในหุบเขาอสูรเร้นลับอับชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืจางๆลอยปะปนมากับสายลม กิ่งไม้ใบหญ้าถักทอหนาแน่นจนแสงตะวันยากจะสาดส่องลงมาถึงพื้นอวิ๋นเซียวเคลื่อนกายผ่านดงไม้ด้วยท่วงท่าที่เบาหวิวและรวดเร็วผิดมนุษย์เคล็ดวิชากายาหลอมัไม่เพียงมอบพละกำลังมหาศาลแต่ยังปรับเปลี่ยนสรีระของเขาให้สอดประสานกับธรรมชาติประดุจนักล่าาทันใดนั้นโสตประสาทที่เฉียบคมของเขาพลันได้ยินเสียงฝีเท้ากระหืดกระหอบและเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากทิศทางหน้าผาหินด้านหน้าเมื่อเร้นกายเข้าไปใกล้ เขาก็พบกับกลุ่มศิษย์สายหลักของตระกูลอวิ๋นสามคนในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนสภาพของพวกมันทุลักทุเล เสื้อผ้าฉีกขาด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเืแม้ทั้งสามจะอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่สอง แต่กลับกำลังถูก 'อสูรหมาป่าโลหิต' สัตว์อสูรระดับหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตเท่าลูกโคั์ตาสีแดงก่ำและคมเขี้ยวอาบน้ำลายเหนียวหนืด ไล่ต้อนจนมุมอยู่ริมหน้าผา
เมื่อศิษย์สายหลักทั้งสามหันมาเห็นอวิ๋นเซียวที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังพุ่มไม้แววตาหวาดผวาของพวกมันพลันแปรเปลี่ยนเป็ความยินดีปรีดาอย่างเห็นแก่ตัวหนึ่งในนั้นชี้นิ้วมาทางเขาพร้อมกับะโสั่งการด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งบาดหู"ไอ้สวะอวิ๋นเซียว! มัวยืน บื้ออยู่ทำไม รีบไสหัวเข้าไปเป็โล่เนื้อขวางหมาป่าโลหิตตัวนั้นไว้สิ!ชีวิตไร้ค่าของเ้าหากสามารถถ่วงเวลาให้พวกข้ารอดไปได้ก็นับเป็วาสนาสูงสุดของสายเืสาขานอกอย่างเ้าแล้ว!" สิ้นคำรามของมันอสูรหมาป่าโลหิตที่ััได้ถึงกลิ่นอายมนุษย์ที่ใกล้กว่าก็ละความสนใจจากคนทั้งสามมันย่อขาหลังลงต่ำก่อนจะดีดตัวพุ่งทะยานเข้าใส่อวิ๋นเซียวกลางอากาศกรงเล็บแหลมคมกางออกหมายจะฉีกกระชากร่างของเด็กหนุ่มให้ขาดเป็สองท่อนศิษย์สายหลักต่างแสยะยิ้มเยาะเย้ย รอชมภาพสวะของตระกูลถูกขย้ำจนไส้ทะลักทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเสี้ยวลมหายใจถัดมากลับทำให้พวกมันต้องเบิกตาค้างแทบถลนออกจากเบ้า
อวิ๋นเซียวมิได้ชักอาวุธ มิได้ถอยหนีและมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนหยัดอย่างมั่นคงประดุจขุนเขาสองเท้าสืบไปข้างหน้าเพียงครึ่งก้าวอาศัยจังหวะที่กรงเล็บหมาป่ากำลังจะััถึงตัวเบี่ยงท่อนบนหลบด้วยความเร็วที่ดวงตาคนธรรมดา มิอาจมองทัน พร้อมกันนั้นพลังปราณสีทองเรืองรองพลันปะทุขึ้นห่อหุ้มหมัดขวาจนส่งเสียงคำรามทึบต่ำดั่งัผงาดหมัดที่อัดแน่นด้วยพละกำลังแห่งกายาหลอมัพุ่งทะลวงสวนกลับเข้ากลางแสกหน้าของอสูรหมาป่าโลหิตอย่างจังตูม! เสียงกะโหลกแตกร้าวและกระดูกบดละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทะลวงผ่านกะโหลกหนาเข้าไปทำลายสมองของสัตว์อสูรในพริบตาโลหิตสีแดงฉานและเศษสมองสาดกระเซ็นย้อมลำต้นไม้ใหญ่เื้ัร่างสุนัขป่าขนาดมหึมาลอยละลิ่วกระเด็นไปไกลกว่าสิบจั้งก่อนจะร่วงกระแทกพื้นสิ้นใจตายคาที่โดยไม่อาจแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมป่าทึบศิษย์สายหลักทั้งสามแข้งขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นแทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนเหงื่อเย็นเฉียบไหลอาบแผ่นหลังสวะที่ชีพจรพิการผู้หนึ่ง กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้ด้วยหมัดเดียวอย่างง่ายดายอวิ๋นเซียวไม่ปรายตามองพวกขี้ขลาดที่กำลังสั่นสะท้านแม้แต่น้อยเขาเดินฝ่ากองเืเข้าไปยังซากหมาป่า ล้วงมีดสั้นเล่มเก่าที่เอวออกมากรีดชำแหละกะโหลกเพื่อคว้านเอา 'แก่นอสูร' สีแดงก่ำที่ทอประกายเรืองรองออกมาอย่างเยือกเย็น ก่อนจะสะบัดคราบเืทิ้งแล้วหันหลังเดินกลืนหายลับไปในเงามืดของพงไพรทิ้งให้พวกศิษย์สายหลักนั่งจมกองความอัปยศและหวาดผวาอยู่เื้ั
ยามที่ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดงของอาทิตย์อัสดงอวิ๋นเซียวได้ลอบเข้าไปยังตลาดมืดประจำเมืองเมฆาคล้อยเขานำแก่นอสูรหมาป่าโลหิตและชิ้นส่วนมีค่าบางประการไปแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าหน้าเืได้รับ 'หินิญญาระดับล่าง' กลับมาสิบกว่าก้อนเมื่อกลับถึงเรือนซอมซ่ออันเงียบเหงาชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะนำหินิญญาทั้งหมดวางทาบลงบนรอยสักรูปเจดีย์ที่หน้าอกพริบตานั้น หินผลึกิญญาก็แตกสลายกลายเป็ผุยผงพลังงานบริสุทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นในทะเลิญญา ดึงสติสัมปชัญญะของอวิ๋นเซียวเข้าสู่มิติภายในเจดีย์หมื่นวิถีหลอมภพอีกครั้งท่ามกลางลานกว้างา 'เตาหลอมสรรพสิ่ง' ขนาดั์ที่เคยสงบนิ่งสลัวรางบัดนี้กำลังแผ่คลื่นความร้อนและอักขระสีทองอร่ามหมุนวนรอบตัวเตาเป็สัญญาณของการตื่นรู้ครั้งแรก
ัจิ๋วหลิงทงกระพือปีกบินวนรอบเตาหลอมด้วยท่าทีตื่นเต้นก่อนที่มันจะหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นเซียวั์ตาสีชาดของมันหรี่ลงพร้อมกับรอยยิ้มแสยะที่แฝงความนัยลึกล้ำ "เ้าหนู...ข้ามีเื่น่าสนุกจะบอก เตาหลอมสรรพสิ่งนี้สามารถตรวจสอบและชำแหละธาตุแท้ของทุกสรรพสิ่งในใต้หล้าเมื่อครู่มันเพิ่งวิเคราะห์รากฐานร่างกายของเ้าอย่างละเอียด และเดาได้ว่า...แท้จริงแล้วเส้นชีพจรของเ้ามิได้ พิการแต่กำเนิดอย่างที่ทุกคนตราหน้าหลิงทงเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกรีดแทงเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่มทว่าเ้าถูกลอบวางยา 'พิษสลายปราณ' ซึ่งเป็พิษร้ายแรงที่สกัดกั้นและกัดกินรากฐานลมปราณมาั้แ่เ้ายังเป็เพียงทารกแบเบาะ!ยามนี้เตาหลอมได้ชำระล้างมันไปพร้อมกับการสร้างกายาหลอมัแล้ว... ลองตรองดูเถิดว่าผู้ใดในตระกูลหลักที่ปรารถนาจะทำลายอนาคตของทารกสายเืสาขานอกอย่างเืเย็นเช่นนี้!"สิ้นคำกล่าวของัา ั์ตาของอวิ๋นเซียวพลันหดเกร็งเพลิงโทสะที่เคยคุกรุ่นอยู่แล้วพลันะเิออกเป็การลุกโชนของความแค้นระลอกใหม่ที่ฝังรากลึกถึงกระดูกกลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบทะลักทลายออกจากร่างหนี้เืครั้งนี้มิใช่แค่การถูกกลั่นแกล้ง ทว่ามันคือความพยายามบดขยี้ชีวิตของเขามาั้แ่ลืมตาดูโลก!