กลิ่นของความตายลอยละล่องไปทั่ว
ควันไฟโชยฟุ้งจากซากของปราสาทที่พังทลาย เืก้อนเนื้อกระจุยกระจายราวกับถูกบดขยี้ด้วยเครื่องจักรกำลังแรงกล้า ร่างของอิสตรีในชุดเสื้อคลุมสีดำกำลังวิ่งหนีออกจากปราสาทอย่างไม่คิดชีวิตมือของเธอโอบอุ้มบางสิ่งเอาไว้ ท่ามกลางเสียงะโที่ไล่หลังมา
“มันอยู่ตรงนั้น”
“ตามมันไป เร็วเข้า”
“อย่าให้มันหนีไปได้”
เสียงะโที่เปี่ยมด้วยความโกรธทำให้สตรีในชุดสีดำต้องสับเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตท่ามกลางความอบอวลของกลิ่นควันชวนคัดจมูกจิตอาฆาตมุ่งร้ายอันเกิดจากชัยชนะของผู้ถูกกดขี่ที่มีต่อผู้เหนือกว่าคละคลุ้งไปทั่วแม้แต่เธอยังมิอาจจะต่อต้านทำได้เพียงวิ่งไม่คิดชีวิตเท่านั้น
ศักราชอามานด้าที่ 112จอมมารผู้สร้างความกลัวและโลกใบนี้ถึงจุดจบลงด้วยฝีมือของกองกำลังต่อต้านของผู้กล้าที่ยกทัพโรมรันกับอาณาจักรแห่งมารนี้นานนับปีและจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของจอมมาร เหล่ามารพ่ายแพ้และแตกสลายทัพของมนุษย์บุกเข้าสู่เมืองหลวงของเผ่ามารเข่นฆ่าพวกมันอย่างโเี้จนแผ่นดินของเผ่ามารที่เคยเกรียงไกรกลายเป็กลียุค
แม้กระทั่งปราสาทจอมมารก็ถูกเผาจนไหม้เกรียมไม่มีชิ้นดี
สำหรับสตรีในชุดดำนั้นแม้เธอจะเป็ลูกสาวของจอมมาร แต่ก็มีพลังเพียงน้อยนิด สิ่งที่ทำได้คือหนีไปพร้อมกับพาความหวังสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ไปด้วย
ต้องลงไปทางใต้
เธอบอกตัวเองแบบนั้นเนื่องจากมีอาณาจักรมารอีกแห่งหนึ่งอยู่ แม้ว่าจะเป็เผ่ามารที่น่ารังเกียจแต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น ถึงจะต้องทำการขายร่างกายนี้หรือตกเป็ของเ้าอาณาจักรแห่งนั้นเธอก็ต้องทำเพื่อคนที่อยู่ในอ้อมแขนนี้ให้จงได้
“อุแว้ อุแว้”
เสียงของทารกดังขึ้นหญิงสาวเหลือบมองเ้าของเสียงในมือแล้วบอกสั้น ๆ แค่ว่า
“ไม่ต้องกลัวนะไม่ต้องกลัว พี่จะพาหนีไปให้ได้”
เธอบอกกับทารกในอ้อมกอดพร้อมรอยยิ้มแล้ววิ่งต่อไปโดยไม่รู้ว่า มีร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ตามมาจากเื้ัด้วยความเร็วเกินมนุษย์หญิงสาวในชุดดำรู้แล้วว่า ใครตามมา เธอจึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกแต่ก็เหมือนยังช้าเกินไปอยู่ดี
“หลีกไป !!”
พลังแสงสีเงินเรืองๆ ถูกปล่อยออกจากฝ่ามือของหญิงสาวในชุดดำเป็ลักษณะคล้ายะุปืนะุพลังเวทย์ถูกยิงออกไปจนทำให้ต้นไม้รอบข้างถึงกับโค่นในคราวเดียว แต่สิ่งที่ไล่ตามมานั้นกลับปัดป้องมันออกไปได้อย่างง่ายดายราวกับเป็เพียงสายลมเบาๆ เท่านั้น จากนั้นดาบสีเงินก็พุ่งเสียบเข้าทะลุร่างของสตรีชุดดำ เืสีแดงซึมจากรอยแผลผ้าคลุมศีรษะเปิดออกเผยให้เห็นเขาแหลมที่งอกออกมาดวงตาของเธอจ้องมองมายังร่างของผู้ปลิดชีพเธอไม่เว้นวาง
เธอรู้ดีว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านั้นคือ ผู้ใด
หญิงสาวผู้มีดวงตาสีทองคำงดงามประดุจอัญมณีเลอค่าเส้นผมสีน้ำตาลเข้มโบกสะบัดไปตามแรงลม เธอสวมชุดเกราะเพียงน้อยชิ้นจนเผยร่างกายที่ได้รูปและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ฝึกมาอย่างดีเมื่อเธอกระชากดาบออกจากร่าง เืของอีกฝ่ายก็พุ่งไหลออกมา แล้วล้มลงกับพื้น
“ผู้กล้า...เล...โอ...น่า”
ภายใต้สติอันลางเลือนหญิงสาวชุดดำเอ่ยชื่อผู้พรากชีวิตของตัวเองโดยที่ในมือยังคงกอดบางอย่างไว้แน่นความเย็นเข้ามาััร่างตัดสลับกับ ลมหายใจอุ่น ๆ ของทารกน้อย
“ผะ ผะ ผู้กล้า...”
“มีคำใดจะสั่งเสียหรือ?”
เสียงเสนาะราวกับกระดิ่งใสตอบมายังมารสาวราวกับไม่ใส่ใจ
“ขะ ขะ ข้ามีเื่ขอร้อง”
“ขอร้อง ?”
เธอเอียงคอเหมือนไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ถูกสังหารจึงมาขอร้องเพชฌฆาตแบบเธอกัน
“ได้โปรด...ช่วยเด็กคนนี้ด้วย”
สตรีชุดดำเผยสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนขึ้นมาดวงตาของผู้กล้าสาวเบิกโพลงราวกับไม่เชื่อสายตาตนเอง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ ทารกเพศชายที่กำลังร้องไห้ผิวของเด็กชายมีสีขาวอมพูนวลเหมือนเด็กมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างก็ตรงหลังศรีษะของเขามีปานสีแดงคล้ายกับสัญลักษณ์ของเผ่ามารปรากฏอยู่บ่งบอกว่า เขาไม่ใช่มนุษย์ ?
“ได้โปรด ช่วยเด็กคนนี้ด้วย”
“ช่วย ?”
ผู้กล้าเลโอน่าถามย้อนกลับเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่สตรีชุดดำบอก
“ช่วย...เป็พี่สาวให้เด็กคนนี้ที”
คำขอร้องนั้นคือจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมด
เื่ราวของพี่สาวผู้แข็งแกร่งที่สุดและน้องชายผู้แสนอ่อนโยน