ลูกชายเพียงคนเดียวที่อยู่ตรงหน้ายังคงวิ่งขึ้นยอดเขาโดยไม่คำนึงถึงชีวิตและมันอาจจะถึงแก่ความตายได้ทุกเวลา เฟิ่งหานหลี่มองดูภาพเบื้องหน้าเขาแทบจะสิ้นสติเมื่อสายฟ้ายังคงฟาดลงมาเป็ระยะๆ แต่เขาเองก็ยังฝืนะโ เรียกหาบุตรชายเขาเองอยากจะวิ่งตามเฟิ่งหยูไป แต่ด้วยสายฟ้าที่ฟาดขวางทุกครั้งเมื่อเขาคิดจะก้าวไปข้างหน้า
“เฟิ่งเอ๋อร์กลับมา พ่อจะไปขอร้องผู้าุโอีกครั้ง เ้าอย่าได้ขึ้นไปอีกเลย”
แต่เวลานี้เฟิ่งหยูไหนเลยจะได้ยินเสียงอันใดแม้ว่าจะได้ยินเขาก็ไม่หันกลับมามอง นี่เป็โอกาสเพียงหนึ่งเดียวของเขามีเพียงขึ้นไปยอดเขาที่สูงที่สุดเท่านั้น สิ่งที่ดึงดูดใจและสิ่งใดกันที่เรียกร้องให้เขาขึ้นไปมันคืออะไรกัน เฟิ่งหยูวิ่งไปไม่หยุดเขาวิ่งไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แต่เพิ่งจะขึ้นมาได้เพียงครึ่งทางเท่านั้นกลับมีพลังอันร้ายกาจสายหนึ่งพุ่งเข้ามาหาทำให้เฟิ่งหยูพุ่งไปกระแทกผนังหินอย่างรุนแรง จนกระอักเืออกมาคำหนึ่งแต่เขาก็ยังไม่ล้มเลิกเพียงเท่านี้ แม้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ต้องขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดให้ได้มันจะต้องใช้ความเร็วสูงสุด รีบไล่ตามสิ่งที่เขาเห็น ก่อนที่มันจะหายไป
“ข้าต้องรีบขึ้นไปให้เร็วที่สุดอะไรนะ มันคืออะไรทำไมถึงเรียกร้องข้าถึงเพียงนี้”
ยามนี้เฟิ่งหานหลี่ก็ไม่ได้ะโอีก
“เฟิ่งหยูเสี่ยงชีวิตวิ่งขึ้นไปบนยอดเขาตามวัตถุปริศนาไปเห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่วิ่งไปเพื่อฆ่าตัวตาย แต่เฟิ่งหยูเองก็ย่อมมีความคิดเป็ของตนเอง”
เฟิ่งหานหลี่จ้องมองไปยังบุตรชายอย่างเงียบงันมองเห็นอีกฝ่ายหนึ่งถูกลมพายุพัดปลิวกระเด็นหลายครั้ง แต่บุตรชายของเขาก็ยังปีนป่ายขึ้นไปอีกโดยไม่สนใจอันตรายใด ๆ ภายในใจเขาย่อมทราบและรู้ดีที่สุด
“หากครั้งนี้บุตรชายของข้าไม่ตายตกมันย่อมต้องกระโจน ข้ามประตูัไปได้อย่างแน่นอน”เฟิ่งหานหลี่แอบภาวนาอยู่ในใจ
“บุตรชายคนนี้ตอนเกิดมาบนท้องฟ้าก็ปรากฏนิมิตขึ้นจากนี้ไปคงพบเจอกับความทุกข์ยากมากมาย ได้แต่หวังให้เทพจะช่วยคุ้มครองและแก้ไขเคราะห์กรรมครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี……”
ผ่านไปชั่วครึ่งก้านธูป ในที่สุดเฟิ่งหยูก็ขึ้นไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดเขาวิ่งตามวัตถุปริศนาไปในยามนี้อ่อนเพลียเป็อย่างยิ่งแล้ว ทั่วร่างล้วนเต็มไปด้วยาแ เสื้อสีขาวถูกย้อมเต็มไปด้วยโลหิต ที่ถูกทิ่มแทงจากกิ่งไม้และก้อนหิน
ตู้ม...
จากนั้นที่ด้านหน้าก็เกิดการะเิขึ้นยอดเขานั้นถูกทำลายกลายเป็ผุยผงภายในพริบตา
กระทั่งเฟิ่งหยูรู้สึกตัว เขาก็มายืนอยู่ข้าง ๆ วัตถุประหลาดสองชิ้น เป็หยกสีเขียวชิ้นหนึ่งอีกชิ้นหนึ่งเป็เจดีย์เล็ก ๆ สีฟ้าใสเฟิ่งหยู ยื่นมือไปหยิบวัตถุทั้งสองชิ้น ร่างกายที่เต็มไปด้วยโลหิตเขาเริ่มอ่อนหล้า ตาของเฟิ่งหยูทั้งสองข้างเริ่มปิด ขาของเขาก้าวต่อไปไม่ไหวไม่นานเฟิ่งหยู ก็หมดสติไปทันที
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนเฟิ่งหยู ลืมตาขึ้น เฟิ่งหยูไม่ได้อยู่บนยอดเขาที่เขาวิ่งขึ้นมาแต่อย่างใด เขาเปลี่ยนไปอยู่ในห้องแคบๆ เล็ก ๆ ห้องหนึ่ง มีขนาด กว้างสองวา สูงสองวา ลึกสองวา (หนึ่งวาเท่ากับสองเมตร)ที่นี่มีพลังปรานฟ้าดิน ที่เข้มข้นมาก
เขาตื่นขึ้นมองไปรอบๆ และในมือของเขามีแผ่นหยกมีเขียวอยู่ในมือ เขาพยายามตรวจสอบแผ่นหยกสีเขียวชิ้นนั้น ไม่ว่าจะสำรวจอย่างไรก็ไม่เจอสิ่งผิดสังเกตใดๆ
“ไม่เลวไม่เลว กายราชันเซียนโบราณ ฐานิญญาเก้าเซียนเป็ร่างกายและฐานิญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมามิน่าเ้าถึงได้ฝึกฝนได้ช้าเพียงนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทันไดนั้นก็มีเสียงชายชราดังขึ้นมา
“ เ้าหนูเ้า้าเป็เ้าของสิ่งที่เ้าถือนี้หรือไม่ ถ้าเ้า้าเป็เ้าของเ้าต้องผ่านการทดสอบที่อันตรายเ้าจะยอมรับหรือไม่ อนาคตมันอาจจะทำให้เ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแต่มันก็อาจจะทำให้เ้าจบชีวิตลงได้เช่นกัน...”
เฟิ่งหยูมิได้ลังเล เพื่อโอกาสอันน้อยนิด เขาก็ยอมเสี่ยง เมื่อเขาคิดถึง บิดาและมารดาของเขา เฟิ่งหยูตอบกลับไปทันที
“ข้ายอมเข้ารับการทอดสอบขอรับท่านผู้าุโ”
“ ดีดี ดี” เสียงชายชราพูดขึ้นจากนั้นสถานที่แห่งนั้นก็เปลี่ยนเป็พล่ามัว ปรากฏบ่อน้ำสีฟ้าอยู่บ่อหนึ่ง และ กลุ่มพลังงานสีฟ้าอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มพลังงานเล็ก ๆ นี้เหมือนเปลวเพลิงสีฟ้าใส และให้ความรู้สึกอบอุ่น”
“เ้าจะเปลี่ยนใจหรือไม่”เสียงชายชรากล่าวถามอีกครั้ง
“ข้าไม่เปลี่ยนใจยังไงข้าก็ต้องผ่านมันไปให้ได้”
“ดีเช่นนั้นเ้าต้องผสานสองสิ่งนี้เข้าไปแล้วเ้าจึงจะผ่านการทดสอบ เริ่มต้นด้วยการให้เ้าลงไปแช่น้ำในบ่อนั้นเป็เวลา 12 ชั่วยาม”
เฟิ่งหยูรีบก้าวเท้าเข้าไปในบ่อน้ำเขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับร้อย นับพัน ทิ่มแทงไปทั่วร่างกายของเขา มันมีความรู้สึกทรมานเสียยิ่งกว่าตายทั้งเป็
“อ๊ากอ้าก อ้าก.........”
เสียงร้องเป็ระยะๆ ดังขึ้นมา เสียงนั้นทรมานสุดแสนทรมาน เฟิ่งหยูทรมานจนอยากจะตายเสียให้ได้แต่ด้วยความที่เขามีนิสัยอดทน อดกลั้น เขาได้แต่ทนรับความทรมานเ่าั้
เขาได้แต่อดทนแล้วก็อดทน เวลาผ่านไปแต่ละชั่วยามช้าเหมือนผ่านไปเป็ปี ปี จนถึงชั่วยามที่ 10ทั่วร่างกายของเฟิ่งหยูสั่นสะท้าน เสียงกร็อบ แกร็บ กร็อบ แกร็บ เสียงดังไปทั่วตัวมีของเหลวสีดำออกมาทางรูขุมขน มวลกระดูกของเขาได้รับการผลัดเปลี่ยนิัได้รับการผลัดเปลี่ยนสิ่งสกปรกในร่างกายถูกขับออกมาจนหมด
หลังงานไหลวิ่งไปทั่วร่างกายหมุนวนไปรวมกันอยู่นะจุดตันเถียนของเฟิ่งหยู
ตูม
ตูม
ตูม
เสียงการเลื่อนขั้นของพลังยุทธ์ของเขาดังอย่างต่อเนื่องเนื่องจากสิ่งสกปรกที่อุดตันในร่างกายของเขาได้ถูกขับออกมาจนหมดจุดชีพจรทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกเปิดออกพลังงานไหลทะลักออกมาทั่วบริเวณนั้น แล้วหมุนวนกลับเข้าไปในตัวของเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็ว
เขาลืมตาขึ้นมาช้าๆ แล้วเดินออกมาจากบ่อน้ำ เขารู้สึกสบายตัว ระดับพลังยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย
เฟิ่งหยูดีใจเป็อย่างมากบัดนี้เขาได้เลือนขั้นพลังยุทธ์มาถึงเขตแดนขั้นที่5 แล้ว เขาอยากวิ่งไปบอกบิดามารดาของเขาว่าเขาทำได้แล้วเขาสามารถกลับไปยังตระกูลหลักได้แล้วไม่ต้อง ทนลำบากเก็บสมุนไพรบนูเาอีกต่อไป
“เ้าผ่านการทดสอบเบื้องต้นในขั้นแรกแล้ว”
“เ้ามีเวลาปรับพลังยุทธ์ของเ้าให้คงที่2 ชั่วยาม จากนั้นการทดสอบอีกรอบจะมาถึง”
เฟิ่งหยู นั่งลงขัดสมาธิปรับ พลังยุทธ์ของเขาให้คงที่เสียงชายชราดังขึ้นอีกครั้ง