ฉันวิ่งด้วยขาสองขาที่มีขนาดสั้นกว่ามาตรฐานนั้นอย่างเร่งรีบแทรกตัวผ่านกลุ่มคนมากมายที่ยังคงมีท่าทางปกติสุขสายตาพยายามกวาดมองไปยังกลุ่มคนที่แสนคุ้นเคยทันที
นั่นไงคีธ!
ฉันมองเห็นคีธกำลังเร่งขี่ม้าตรงไปยังบ้านหลังเล็กๆที่เป็ที่อยู่ของฉันกับแม่มิเกล
“คีธ!”ฉันะโเสียงดัง
แน่นอนว่าฉันไม่เรียกเขาว่าพี่คีธเพราะถ้าตามจริงแล้วเขาอายุน้อยกว่าฉันอีกนะจะบอกให้
“คีธ!”ฉันยังคงะโต่อเนื่องแต่เสียดายที่เสียงฉันมันไม่ดังพอ
“โอ๊ย!”
คราวนี้ร่างฉันแทบจะถลานอนลงไปกับพื้นถนนเลยทีเดียวเมื่อขาเล็กๆนั้นมันดันขัดกันอีก
ให้ตายเถอะ โลกก่อนก็ตายเพราะขาโลกนี้ยังจะมาขัดขาตัวเองอีก ต่อไปฉันไม่ต้องตัดขาตัวเองทิ้งเลยเหรอไงเนี่ย
ฉันสบถด่าขาตัวเองอีกหลายๆทีพร้อมกับรีบลุกจากพื้นวิ่งไปตามถนนแม้จะรู้สึกว่าขามันปวดแปล๊บๆและชามากขึ้นทุกทีก็ตาม
“คีธ ช่วยด้วย”ฉันยังคงะโไม่หยุดแต่ครั้งนี้สามารถเรียกสายตาของคนอื่นๆได้เป็อย่างดีโดยเฉพาะเด็กติดตามที่อยู่ข้างกายคีธ เขาหันไปกระซิบบอกชายหนุ่ม
และฉันก็ตามพวกเขาทัน
ฉันหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าคีธะโลงจากหลังม้าแล้วย่อกายลงในระดับสายตาของฉันทันที
“เกิดอะไรขึ้นกับหนูแล้วแม่ของหนูล่ะ”เขาถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
มองดูสภาพฉันที่ยับเยินแล้วเขาก็ขมวดคิ้วเป็ปม
“ชะ...ช่วยด้วย”ฉันพยายามรวบรวมคำพูดที่จะพูดแต่ฉันก็เหนื่อยเกินไป
“ใจเย็นๆริต้า ค่อยๆพูดนะ”คีธลูบหัวฉันอย่างปลอบโยน
“เผ่ามารที่หมู่บ้านชั้นใน”ฉันเปล่งเสียงออกไปด้วยความลำบากแต่คำพูดนั้นก็น่าจะเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ที่จะคิดได้
“เผ่ามาร?”คีธจ้องใบหน้าฉันเขม็ง
อย่ามาบอกว่าไม่เชื่อตอนนี้นะฉันร้อนรนขึ้นมาในทันที
“แม่บอกว่าสามารถตรึงมันไว้ได้ 30 นาที แล้วให้ริต้าวิ่งมาหาคีธ”ฉันกัดฟันพูดต่อ แววตาแน่วแน่ปฏิเสธว่าฉันไม่ได้โกหกแน่นอน
นายต้องเชื่อฉันนะไม่งั้นคงไม่มีใครช่วยแม่ได้
คีธยืนขึ้นตัวตรงสีหน้ามืดครึ้มจนฉันไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่มือของเขาปลดถุงข้างเอวแล้วล้วงเอาผนึกอะไรสักอย่างออกมาจากถุง
และหลังจากนั้นฉันก็รู้สึกว่าร่างกายอ่อนยวบลงไปพลังที่ปะทุออกมาจากผนึกในมือคีธนั้นทำให้หัวใจฉันหวั่นไหว
เขาจะฆ่าฉันหรือเปล่าเนี่ย
“ใจเย็นๆครับโฮสต์จากข้อมูลที่มีของผมสิ่งนั้นมันคือผนึกตรวจสอบมันจะมีหน้าที่ปลดปล่อยพลังเพื่อทำการตรวจสอบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆในละแวกนี้ครับ”
เมื่อฉันได้ยินแล้วก็พยักหน้าเข้าใจ
“เผ่ามารจริงๆด้วย”คีธพึมพำเสียงเครียด
“ดอน ฝากดูแลหนูน้อยริต้าด้วยและก็จำเป็ต้องกันคนออกให้ห่างจากพื้นที่หมู่บ้านชั้นในด้วย”
ฉันได้ฟังสิ่งที่คีธสั่งกับคนของเขาเป็ระยะๆก่อนจะบอกให้คีธช่วยแม่และเด็ก2 คนในนั้นด้วยฉันทำได้สูงสุดก็ได้แค่นี้แหละ
+10
จู่ๆคะแนนความประพฤติก็เด้งขึ้นทำเอาฉันได้แต่ฉงน
“ยินดีด้วยนะครับโฮสต์เหมือนว่าโฮสต์กำลังจะเข้าถึงจิตใจของนางเอกมากขึ้นแล้วหวังว่าจะพยายามต่อไปนะครับ”
พยายามบ้าอะไร? มันใช่เวลาไหมเนี่ย
ฉันคิดแล้วก็ได้แต่กุมขมับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเพื่อความชื่นใจ
...............
หน้าต่างระบบ
ริต้า แอนน์มารี
คะแนนความประพฤติ: 20/100(ระดับต่ำกว่าเกณฑ์นางเอกมาก)
ภารกิจสำหรับนางเอก : เป็เพื่อนกับเด็กอายุรุ่นราวเดียวกันจำนวน 5 คน (รางวัลคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน)
ภารกิจสำหรับนางเอก : ช่วยเหลือชีวิตเด็กชาย2 คน ภายในบ้านที่มีพลังมารอยู่ (รางวัลคะแนนความประพฤติ 50คะแนน)
ข้อเสนอแนะ: เมื่อสะสมคะแนนครบ 100 คะแนนสามารถแลกรางวัลกับทางระบบได้
...............
และแล้วฉันก็มีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็ 20 คะแนนจนได้สินะ
ถ้าไม่ติดว่ากำลังกังวลเื่แม่กับเด็กสองคนนั้นฉันก็อยากจะเฉลิมฉลองอยู่หรอก
“โฮสต์ครับนี่เป็โอกาสที่ดีของโฮสต์แล้วนะครับที่จะทำภารกิจสำหรับนางเอกภารกิจแรกให้สำเร็จ”
ฉันขมวดคิ้วแล้วได้แต่มองไปรอบๆบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วพบว่ามีเด็กจำนวนมากกว่าครึ่งในจำนวนคนที่ถูกทำให้ใร้องไห้เสียงดัง
ส่วนใหญ่ก็รุ่นราวใกล้เคียงกับฉันทั้งนั้น
โอ้!
นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่าพลิกวิกฤตให้เป็โอกาส
“ใช่แล้วครับโฮสต์ส่วนทางด้านคุณแม่มิเกลโฮสต์ไม่จำเป็ต้องห่วงแล้วครับผมรู้สึกว่าพลังมารที่หนาแน่นนั้นเริ่มจางลงแล้ว”
งั้นหรอ?
“ใช่ครับผมต้องยอมรับเลยว่าคุณแม่ของโฮสต์คนนี้น่าจะไม่ใช่บุคคลสามัญธรรมดาในโลกใบนี้แน่นอนครับ”
ฉันก็คิดว่าอย่างงั้นแหละตัวตนแบบคุณแม่ทำไมถึงจะมายากจนแบบนี้ได้ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะ้าปิดบังอะไรบางอย่าง
ฉันเริ่มคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดน่าแปลกใจที่ความทรงจำของฉันที่เป็ริต้าก็ไม่ได้จะมากมายนักแทบจะจำคนอื่นๆที่ใกล้ชิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำใน่ก่อนหน้านี้นอกจากคุณแม่มิเกลเท่านั้น
มันน่าโมโหซะจริงเลย