สวี่ิอี้หันขวับไปมองอาขุยด้วยความกังวล เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าตื่นเต้นระคนประหลาดใจ
เื่ต่อไปคงไม่ใช่ว่า...
"นายท่านผู้เฒ่าพาคุณชายท่านหนึ่งกลับมาด้วยเ้าค่ะ บอกว่าจะให้มาแต่งงานแก้เคล็ดให้คุณหนู..." อาขุยเอ่ยเสียงเบาด้วยความขัดเขินเล็กน้อย
ั้แ่ไหนแต่ไรมา นางเคยได้ยินแต่สตรีแต่งเข้าจวนเพื่อแก้เคล็ดให้บุรุษ เื่ของคุณหนูนับว่าแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นนัก ขนาดในหนังสือนิยายก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
"..."
สวี่ิอี้หายง่วงเป็ปลิดทิ้ง
พูดให้ถูกคือ ใน่สี่ห้าวันมานี้ นางไม่เคยรู้สึกตาสว่างเท่าตอนนี้มาก่อนเลย
ภายในห้องรับรองเรือนหน้าของจวนเจิ้นกั๋วกง เวลานี้มีเสียงเอะอะดังแว่วมา
บนเตียงในห้องมีเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งนอนอยู่ ดวงตาใต้แพขนตาหนาปิดสนิท ริมฝีปากบางค่อนข้างซีดเซียว
"หน้าตาหล่อเหลาหาตัวจับยากเสียจริง..."
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้ามีหนวดเครายุ่งเหยิง ซุกมือทั้งสองข้างไว้ในแขนเสื้อ เขาพินิจพิเคราะห์เด็กหนุ่มบนเตียงอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยกมือตบหน้าอกและท่อนแขนของอีกฝ่าย พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดูภายนอกผอมบาง แต่ความจริงกลับไม่เป็เช่นนั้น"
สวี่ิสือที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าบรรยายไม่ถูก
ท่าทางราวกับกำลังตรวจดูสินค้าของอารองนี่มันเื่อะไรกันเนี่ย
"คนที่ข้าพากลับมาจะแย่ได้อย่างไร" ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ที่เพิ่งถอดชุดเกราะออกลูบเคราสีดอกเลาพลางกล่าว "ท่านเหยาบอกไว้ว่าให้เขาแต่งงานแก้เคล็ดให้เจาเจา โรคของเจาเจาย่อมต้องดีขึ้นและหายขาดแน่"
"ท่านปู่..." ในที่สุดสวี่ิสือก็ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก "อาการป่วยของพี่หญิงย่อมสำคัญ แต่เื่แต่งงานเกี่ยวพันกับทั้งชีวิตของสตรี หากตัดสินใจง่าย ๆ เช่นนี้ จะไม่ดูบุ่มบ่ามไปหน่อยหรือขอรับ"
เขารู้ว่าท่านปู่รักใคร่เอ็นดูสวี่ิอี้ แต่การออกเรือนของลูกผู้หญิงเป็เื่สำคัญที่สุด หากแต่งงานผิดคนก็เท่ากับทำลายชีวิตทั้งชีวิต
แม้เขาจะอายุเพียงสิบขวบ ทว่าเกิดในตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ ย่อมเข้าใจเหตุผลข้อนี้เป็อย่างดี
"จะเป็อะไรไป" สวี่ฉีเหวยโบกมือใหญ่อย่างไม่ใส่ใจ "แค่ผู้ชายคนเดียว พอแต่งงานแก้เคล็ดเสร็จแล้ว หากเจาเจาไม่ชอบ ก็หย่าทิ้งไปเสียสิ!"
ขอแค่โรคหายแล้ว อยากเลือกคนแบบไหนอีก จะไม่มีเชียวหรือ?
ส่วนเื่ที่แต่งงานใหม่แล้วจะถูกคนครหาน่ะหรือ
คำครหามันเอามากินแทนข้าวได้หรือ เอามาทดแทนชีวิตหลานสาวของเขาได้หรือไร
หากวันหน้าเจาเจาไม่อยากแต่งงานใหม่อีกจริง ๆ ก็ให้อยู่เสวยสุขที่จวนเจิ้นกั๋วกงไปทั้งชีวิตก็พอ! ยังไงเสียการออกเรือนก็เพื่อหาที่พึ่งพิงและความสบายใจเท่านั้น!
"..." สวี่ิสือนิ่งเงียบไป
หรือพูดอีกอย่างก็คือ... เขาถูกโน้มน้าวเสียแล้ว
อีกทั้งจู่ ๆ เขาก็เกิดรู้สึกขึ้นมาว่า เื่แต่งงานของสตรีดูเหมือนจะเป็อะไรที่ทำตามใจชอบได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเชียวหรือ
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าหางคิ้วของเด็กหนุ่มบนเตียงกระตุกขึ้นมา
เกิดมาจนอายุสิบเจ็ดปี เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดนี้มาก่อนเลย
"ความคิดของท่านพ่อย่อมทำได้ขอรับ..." สวี่อวิ๋น นายท่านรองครุ่นคิดพลางเอ่ย "แต่ลูกดูแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้มีบุคลิกท่าทางไม่ธรรมดา ไม่น่าจะมาจากครอบครัวคนธรรมดาทั่วไปนะขอรับ เื่แต่งงาน ถึงอย่างไรก็ยังต้องให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยักหน้าเห็นชอบ..."
"วางใจเถอะ เื่เล็กแค่นี้ ข้ามีวิธีจัดการตั้งเยอะแยะ" ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"แล้วทางด้านเจาเจาล่ะขอรับ"
"เด็กคนนี้นิสัยเหมือนข้า มองโลกในแง่ดีมาตลอด หากอธิบายข้อดีข้อเสียให้เข้าใจถ่องแท้ ยังจะต้องกลัวนางไม่พยักหน้าตกลงอีกหรือ"
สวี่อวิ๋นและสวี่ิสือต่างมีสีหน้าแปลกไป
เื่นี้พูดตกลงได้ยากนะ...
เมื่อเห็นสายตาของลูกชายและหลานชาย ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ก็ชักจะไม่มั่นใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาทำสีหน้าจริงจังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอามือไพล่หลังขมวดคิ้วพลางกล่าว "คำทำนายของท่านเหยาไม่เคยพลาด เื่นี้เกี่ยวพันถึงสุขภาพของเจาเจา ครั้งนี้จะยอมตามใจนางไม่ได้เด็ดขาด หากนางไม่เห็นด้วย..."
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ "พวกเราเพียงแค่ช่วยกันเกลี้ยกล่อมนางดี ๆ หาวิธีอ้อนวอนนางสักหน่อย ปกตินางกลัวคนบ่นอยู่แล้ว พอฟังจนรำคาญ เดี๋ยวก็ตอบตกลงเองนั่นแหละ"
"..."
ช่างเป็วิธีที่ใช้งานได้โดยไม่เสียเปล่าเลยจริง ๆ
สวี่อวิ๋นและสวี่ิสือพยักหน้ารับตามลำดับ
"ท่านพ่อ!"
เวลานี้พลันมีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู
ผู้มาคือซื่อจื่อจวนเจิ้นกั๋วกง หรือสวี่จิ้น นายท่านใหญ่สกุลสวี่ ที่เพิ่งเลิกงานจากกรมพิธีการ แม้แต่ชุดขุนนางก็ยังไม่ทันเปลี่ยน รีบร้อนรนรุดมา
แตกต่างจากสวี่อวิ๋นนายท่านรองที่รูปร่างผอมบาง ่ไม่กี่ปีมานี้สวี่จิ้นยิ่งนับวันก็ยิ่งอ้วนท้วน ความหล่อเหลาในวัยหนุ่ม ถูกชั้นไขมันที่ใช้เงินทองจำนวนมหาศาลขุนเลี้ยงจนเบียดบังความดูดีหายไปถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว
"ท่านพ่อกลับมาแล้ว! ลูกได้ยินว่าท่านพ่อ..."
สวี่จิ้นก้าวเข้ามาในห้องเพื่อคารวะบิดาวัยชรา ทว่าเพิ่งจะพูดได้ครึ่งประโยค ก็เหลือบไปเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเสียก่อน
ท่านพ่อไปเก็บตัวคนเพื่อมาแต่งงานแก้เคล็ดให้เจาเจากลับมาจริง ๆ หรือนี่?!
ตอนแรกที่ได้ยินบ่าวรับใช้มารายงาน เขายังนึกว่าตัวเองหูฝาดไปเสียอีก!
"ท่านพ่อ นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นนะขอรับ..."
"เจาเจายังป่วยอยู่ ข้าไม่มีเวลาว่างมาล้อเล่นกับเ้าหรอก!" ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ถลึงตามองลูกชายคนโตด้วยความโมโห "แค่เด็กคนเดียวยังดูแลให้ดีไม่ได้ บัญชีแค้นนี้ข้ายังไม่ได้สะสางกับเ้าเลยนะ!"
สวี่จิ้นทนรับแรงกดดันราวกับจะถูกง้าวเล่มใหญ่ของบิดาฟันคอในวินาทีถัดไป ฝืนทำใจกล้ากล่าวว่า "ท่านพ่อโปรดระงับโทสะ... ลูกแค่รู้สึกว่า หากจำเป็ต้องแต่งงานแก้เคล็ดจริง ๆ... คุณชายจวนรองเสนาบดีโจวดูจะเหมาะสมกว่านะขอรับ"
เขาถูกใจชายหนุ่มผู้นั้นมาก อีกทั้งยังคู่ควรกับเจาเจาอย่างยิ่ง
เด็กหนุ่มบนเตียงขมวดคิ้วเล็กน้อย
...นี่ยังมารังเกียจเขากันอีกหรือ เดี๋ยวก่อน เื่พรรค์นี้มันมีอะไรให้ต้องมาแย่งชิงกันด้วยเล่า!
เด็กหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป พยายามดิ้นรนจะตื่นขึ้นมา แต่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจทำได้ดั่งใจนึก
"เ้าคิดว่าใครหน้าไหนก็มีวาสนามาแต่งงานแก้เคล็ดให้เจาเจาได้งั้นหรือ" ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ตบศีรษะลูกชายคนโตไปหนึ่งฉาด "หากมันง่ายดายขนาดนั้น ข้าจะลำบากแบกคนกลับมาถึงเมืองหลวงทำไมเล่า!"
สวี่อวิ๋นและสวี่ิสือลอบมองด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ
"นายท่านผู้เฒ่าขอรับ ที่เรือนซีหยวนมีคนมาส่งข่าว บอกว่าคุณหนูตื่นแล้วขอรับ!"
"เจาเจาตื่นแล้วรึ?!"
สวี่ฉีเหวยมีสีหน้าดีใจสุดขีด รีบก้าวยาว ๆ เดินออกไป
สวี่จิ้นและคนอื่น ๆ รีบตามไปทันที ภายในห้องจึงว่างเปล่าลงในพริบตา
ส่วนเด็กหนุ่มบนเตียงหลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็สามารถค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาได้