.
.
..อาณาจักรโนอาห์
..ห้องทำงานคีย์
..คีย์
“คุณอิชะกลับมาแล้วครับ รวมถึงคิล แล้วก็มิสเตอร์อาร์”
“มิสเตอร์อาร์?”
“ครับคุณคีย์”
“ตอนนี้อยู่ไหน”
“ฉันอยู่นี่ ส่วนเด็กนั่นอยู่ห้องรับรอง” คิลพูดขัดขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ
“ฉันไม่ได้บอกให้พากลับมาด้วย”
“เื่นั้นนายคงต้องไปถามอิชะเอาเอง”
“…” ผมมองตรงไปที่คิล อยากจะรู้ว่าความโหดร้ายที่คาดว่าคิลจะเป็..เป็ไปอย่างที่ตั้งใจรึเปล่าแต่ถ้าลองหมออาร์กลับมาด้วยแบบนี้.. มีคนเดียวที่จะตอบได้ “..แล้วตอนนี้อิชะอยู่ไหน”
“นึกว่าจะไม่ถามถึงซะแล้ว”
“อิชะอยู่ไหน”
“เอ อยู่ในใจของนายมั้ง”
“…” ผมลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกจากห้อง..ไม่จำเป็จะต้องรอคำตอบจากคนคนนี้สักนิด แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะเดินผ่านคิลที่ยืนนิ่งอยู่
“อิชะถูกยิง แล้วตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติ”
“…” ผมก้าวเท้าเดินต่อแม้จังหวะการเดินยังคงเท่าเดิม แต่ใจของผมกลับรีบเร่งเพื่อไปให้ถึงห้องของอิชะโดยเร็ว
.
“ทำไมแค่คนๆ เดียว นายถึงดูแลไม่ได้”
“ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อดูแลใคร ..เผื่อนายจะลืม”คิลพูดจากวนประสาทเสร็จก็เดินออกจากห้องของอิชะ
“ใครเป็คนทำแผลให้อิชะ” ผมถามเลขาที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เป็มิสเตอร์อาร์ครับคุณคีย์ เขาจัดการให้เรียบร้อยั้แ่ก่อนกลับมาแล้วครับ”
“งั้นเหรอ”
“…”
“พวกนายออกไปก่อน”
“ครับ”
คนตัวหนากว่าเล็กน้อยเพราะกล้ามเนื้อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงกำลังนอนหลับไม่ได้สติผมนั่งลงบนเตียงของอิชะ นั่งมองเพื่อนที่โตมาด้วยกันซ้ำยังพ่วงสถานะผู้ดูแลประจำตัว อิชะเป็ทั้งเพื่อนเป็ทั้งหมอ..เพราะผมอ่อนแอมาั้แ่เกิด การมีผู้พิทักษ์อยู่ข้างกายจึงจำเป็สำหรับทายาทเพียงคนเดียวของโนอาห์กรุ๊ปอิชะมีเชื้อชาติชาวเอเชียไม่ต่างจากผม คิ้วเข้มหนา จมูกโด่งเป็สันจำได้ว่าตอนเด็ก อิชะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะได้อยู่ข้างผมต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้ ฝึกการต่อสู้ั้แ่ยังเด็ก พอพ่อเห็นว่าหัวดีก็จับให้เราสองคนนั่งเรียนด้วยกัน ..อยู่ด้วยกัน ..ตัวติดกัน อิชะเป็ลูกของหนึ่งในลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของพ่อตอนแรกๆ อิชะเองก็ต่อต้านผม ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องคอยปรนนิบัติคนรุ่นเดียวกันส่วนผมเองก็ทำตัวราวกับเป็เ้าชายที่ต้องมีคนคอยรายล้อมเอาอกเอาใจ ไม่รู้ว่าอิชะทนคนอย่างผมได้ยังไง
..อิชะกำลังถูกให้น้ำเกลือหน้าอกถูกพันด้วยผ้าพันแผล อิชะไม่เคยต้องาเ็ขนาดนี้ผมเอื้อมมือไปััหน้าอกที่กำลังยกตัวขึ้นลงเพราะจังหวะการหายใจ แต่จู่ๆคนตรงหน้าก็ลืมตาตื่นขึ้น ผมชักมือกลับ และทำหน้าเรียบเฉย
“..คุณคีย์”
“ไม่ต้องลุก”
“…”
“ทำไมถึงเจ็บตัวกลับมา”
“ขอโทษครับ”
“ฉันไม่ชอบเห็นนายนอนป่วยแบบนี้ รีบหายซะ”
“ครับ”
ผมลุกขึ้นและเดินออกจากห้องของอิชะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าพอคล้อยหลังผมคนป่วยที่ผมเพิ่งจากมาก็ยิ้มออกทั้งที่ปากซีดไร้สีเื
.
.
..ห้องรับรอง
..อาร์
“แผลค่อนข้างลึก แต่ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงส่วนแผลเดิม พักสักสองสัปดาห์ก็คงจะหายสนิท”
“ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณชายวัยราวสี่สิบที่เข้าใจว่าเป็คุณหมอของที่นี่
“..ไม่ตายด้วยแหะ”คิวพูดขึ้นขณะที่เดินสวนคุณหมอเข้ามาในห้อง
“ก็ถ้าอยากให้ตายแล้วช่วยกูไว้ทำไม”
“ก็แค่อยากเก็บไว้เล่นด้วย”
“เล่น? เล่นอะไร”ไอ้คิวพุ่งตัวมาหาผมที่นั่งอยู่บนเตียงมันกดมือมาที่หน้าอกซ้ายของผมตรงตำแหน่งของแผลและหัวใจ ผมเม้มปากแน่นเพราะความเจ็บส่วนไอ้ตัววายร้ายก็ยิ้มกวน มันมองผม ผมก็มองมัน วัดกันดูว่าเกมนี้ใครจะชนะ..ในที่สุด ไอ้คิวก็เป็คนแพ้ มันยอมเอามือออกจากอกผม แต่เปลี่ยนไปที่ตำแหน่งคอมันออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย เหมือนแค่้าขู่
“บอกมาว่านายเป็ใคร”
“กูไม่บอก ถ้าอยากรู้ก็ไปหาความจริงเอาเอง”
“อยู่ในถิ่นของฉันแล้วยังจะกล้า..”
“จะอยู่ไหน กูก็กล้าทั้งนั้น”
“ปากดีนักนะ”ไอ้คิวโน้มตัวมากดััที่ริมฝีปาก ผมไม่คิดจะยอมอยู่แล้ว พยายามดันตัวมันออกไปปกติก็แทบสู้แรงมันไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเจ็บอยู่แบบนี้ ยิ่งไม่มีทางเป็ไปได้แต่จู่ๆ ร่างของไอ้คิวก็ถูกกระชากออกไป แถมยังถูกล็อกตัวให้ไปยืนหงุดหงิดติดผนังห้อง
“ขอโทษสำหรับความป่าเถื่อนเมื่อกี้”..ออสบอร์ยืนอยู่ข้างเตียง ผมยังจำวันที่มันพาตัวคิวไปจากผมได้ดี
“มันก็ไม่ได้แย่เท่าความสุภาพที่คุณมอบให้”
“..เป็ยังไงบ้างครับ”ออสบอร์ยื่นมือจะมาแตะหน้าผาก ผมปัดมันออกอย่างเร็ว “รังเกียจผมรึไงครับ”
“ใช่”
“ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยนะ ทั้งที่ชีวิตของคุณอยู่ในมือของผม”
“จะฆ่าก็ฆ่า” ผมโน้มตัวเข้าไปใกล้ออสบอร์ และกระซิบที่ข้างหูของมัน“..แต่คิวมันไม่ยืนดูเฉยๆ แน่” ผมยิ้มให้อย่างยียวนก่อนจะถอยตัวกลับ
“อืม คุณทำให้ผมลำบากใจระหว่างการฆ่าคุณ กับการเอาคิลเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบ”
“!!!”
“ไงครับ ผมชนะสินะ”
“…” ไม่แปลกใจเลยที่คิวจะเป็คนกวนประสาทในเมื่อมันมีคนคนนี้เป็ตัวแบบ
“จะปล่อยฉันได้รึยัง” เสียงของคิวลอยมาจากด้านหนึ่งของห้อง“ฉันจะไปหาอิชะ”
“จะไปหาทำไม”
“..มันเป็เื่ส่วนตัว”
“นายต้องเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้”
“ถ้าฉันปฏิเสธ..”
“ก็ดูว่าฉันจะทำอะไรได้บ้าง”ออสบอร์วาดปืนชี้มาที่หน้าผม ผมมองไปที่คิว ท่าทีทีเล่นทีจริงหายไปดวงตากำลังแข็งตึง แม้แต่น้ำเสียงเองก็กดต่ำ บอกให้รู้ได้ว่าตอนนี้คิวกำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“นายคิดว่าชีวิตของเด็กนี่มีผลกับฉันนักรึไง”
“ไม่รู้สิ ก็ถ้านายอยากลอง” บรรยากาศตึงเครียดก่อตัวขึ้นระหว่างคิวกับออสบอร์ผมยังคงมองไปที่คิว อยากรู้เหมือนกันว่าคิวจะทำยังไง
“ปล่อยฉัน” คิวพูดพลางสลัดตัวออกจากการจับกุมของชายร่างใหญ่สองคน
“ตอบมาอีกทีซิคิล นายกำลังจะไปไหน”
คิวมองมาที่ผม แล้วก็มองต่อไปที่ออสบอร์“จะไปไหนได้ ก็ไปเตรียมตัวเป็สินค้าของพวกนายไง แต่อย่าคิดว่าเป็เพราะไอ้เด็กนี่ฉันแค่ไม่อยากให้อิชะลำบากใจ” แล้วคิวก็เดินออกจากห้องไป..เหมือนว่ามันจะวางะเิที่ถอดสลักไว้ ผมรู้สึกโคตรไม่โอเคกับคำตอบของมันแล้วพอหันไปมองออสบอร์ ..ดูท่าจะรู้สึกไม่ต่างจากผม
“เอาล่ะ คิดซะว่ามาเปลี่ยนบรรยากาศ..”ออสบอร์พูดกับผมขณะที่ลุกขึ้นจากเตียง
“พวกแกจะขายคิว?”
“ก็ทำนองนั้น พักผ่อนให้สบายนะครับ”
“…”
“ออ อย่าคิดที่จะหนี คุณจะได้ออกไปเมื่อผมอนุญาต” ออสบอร์พูดจบก็เดินจากไป
“ถ้าคุณ้าอะไรก็กดกริ่งเรียกได้นะครับ..คุณคีย์สั่งให้ดูแลคุณอย่างดี” คนของออสบอร์ที่ยังเหลืออยู่ในห้องพูดกับผม
“คีย์?”
“ครับ เป็ชื่อเล่นของคุณออสบอร์ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
..เหมือนจะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร “เดี๋ยวก่อนครับผมขอถามอะไรลุงหน่อยได้ไหมครับ”
“ได้สิครับ”
“อิชะเป็ใครเหรอครับ”
“คุณอิชะก็คือคนที่คุณช่วยทำแผลให้..”
“…”
“เขาเป็คนสนิทของคุณคีย์ครับ”
“งั้นเหรอครับ งั้นผมขอถามอีกเื่ การเตรียมตัวของคิวที่ว่า..มันคืออะไรเหรอครับ”
.
.
..สองชั่วโมงต่อมา
..พื้นที่จำลองสนามรบ
“พอได้รึยัง พวกนายเองก็เจ็บตัวกันครบทุกคนแล้ว”
“ยังไม่พอ”
“ทำไมพวกนายถึงดื้อขนาดนี้ ไม่เอาแล้ว พอ”
“เดี๋ยวก่อน ถ้าเวลายังไม่หมดนายก็ยังออกไปไหนไม่ได้ อีกอย่าง.. เวลาต่อสู้อย่าเอาแต่หลบกับป้องกันตัว มันไม่ใช่วิถีของนักฆ่า”
“เอะอะก็ฆ่า พวกนายอยากเจ็บตัว อยากตายกันมากรึไง”
“มันเป็หน้าที่ที่ต้องทำ นายเองก็เหมือนกัน”
“ไม่ ฉันมีสิทธิ์จะเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำเพราะฉะนั้น อย่ามาบังคับ”
..ชั้นสองของสนามรบจำลอง
..ห้องกระจกที่มองเห็นพื้นที่จำลองสนามรบได้รอบ
“เอายังไงดีครับคุณคีย์ ผมกลัวว่าวันพรุ่งนี้เราจะควบคุมคิลไม่ได้”
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“…”
.
.
.
..10.00 น.
..ห้องประชุมใหญ่โนอาห์กรุ๊ป
..คิล
“ขอต้อนรับท่านผู้เกียรติทุกท่านเข้าสู่โลกของโนอาห์ผมยินดีมากที่ได้เจอทุกท่านในวันนี้ วันที่เราจะเปิดตัวเทคโนโลยีชีวภาพที่โนอาห์กรุ๊ปศึกษามาตลอดยี่สิบปี..ผมขอเชิญทุกท่านพบกับ ..คิลนัมเบอร์ซีโร่ มนุษย์โคลนนิ่งตัวแรกของโลก” เสียงพิธีกรประกาศดังก้องไปทั่วห้อง..ไม่ได้ยินเสียงปรบมือ หรือเสียงอะไรทั้งนั้น
“ออกไปได้แล้วคิล..” ไอ้คนข้างๆ มันกระซิบบอก
“…” ทั้งห้องเงียบสงัด เสียงเดียวที่ได้ยินตอนนี้คือเสียงของรองเท้าหนังสีดำสนิทที่ย่ำเหยียบไปบนพื้นเวทีไม้ของตัวเองเบื้องล่างของเวทีมีคนจำนวนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในเงามืด เท่าที่รู้คือเป็พวกรวยอันดับต้นๆของโลก มีอิทธิพลมากพอที่จะสั่นคลอนเศรษฐกิจโลกให้กระเพื่อมไหว สายตาราวสามสิบคู่กำลังจ้องมองมาเป็ตาเดียว..รู้สึกโคตรไม่โอเค หยั่งกับเป็ตัวประหลาดที่กำลังถูกโจมตีด้วยธนูสายตา
“คิลนัมเบอร์ซีโร่เป็โคลนนิ่งมนุษย์ที่ถูกพัฒนายีนส์มาอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากการเป็แหล่งให้อวัยวะทดแทนต่อตัวต้นแบบแล้วคิลนัมเบอร์ซีโร่ยังเป็อาวุธเดินได้ที่มีสมรรถนะภาพสูงสามารถประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสมต่อการสู้รบได้เป็อย่างดี มีสติปัญญาชาญฉลาด ทั้งร่างกายยังแข็งแรงและทนทานต่อความเ็ปเพราะได้ผ่านการตัดแต่งเซลล์ประสาทจนอาจเรียกได้ว่า ..เป็ยอดมนุษย์”
มีมือหนึ่งในกลุ่มผู้ฟังยกขึ้นสูง ส่งเสียงผ่านไมค์ที่ติดอยู่กับหูฟัง“ถ้าเป็อย่างที่ว่า เราจะควบคุมเขาได้ยังไง” เสียงกระซิบกระซาบดังอื้ออึงทั้งห้องทันที
“แล้วจะต่างอะไรกับหุ่นยนต์ AI ซึ่งตอนนี้ก็ก้าวล้ำไปไกลแล้ว เผลอๆ ต้นทุนอาจจะถูกกว่าด้วย”
“ผมขอตอบแทนนะครับ” เสียงของคีย์ดังขึ้นความเงียบสงบกลับคืนมา มันเดินออกมาจากด้านหนึ่งของเวทีด้วยท่าทีสงบสุขุม“ผม..ออสบอร์ ทายาทของโนอาห์กรุ๊ป ผมเป็ต้นแบบของคิลนัมเบอร์ซีโร่ที่ทุกท่านเห็นอยู่ในตอนนี้”
“…”
“สำหรับคำถามแรก เราจะควบคุมเขาได้ยังไง..เราสามารถควบคุมเขาผ่านชิปที่จะถูกฝังไว้ที่ก้านสมอง ถ้าเขาต่อต้าน หรือไม่ทำตามคำสั่งเราก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวเขาได้..อย่างฉับพลัน”
“…”
“ส่วนเื่ที่ว่าต่างยังไงกับหุ่นยนต์ผมขอตอบแยกประเด็นนะครับ หนึ่งคือ ในแง่ทางการแพทย์มนุษย์โคลนสามารถให้อวัยวะทดแทนแก่ร่างต้นได้อย่างเข้ากัน ซึ่งเป็ผลดีต่อการรักษาข้อนี้ทุกท่านคงเข้าใจดี ส่วนอีกประเด็นคือ หุ่นยนต์แยกแยะการปฏิบัติการได้ด้วยการจดจำการแยกแยะผ่านระบบสถิติ และฐานข้อมูลเดิม หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือหุ่นยนต์จะรู้จักแค่ 0 กับ 1 ใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น ต่างจากมนุษย์โคลน ที่มีความเป็มนุษย์เขาจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ละเอียดอ่อน ถูกต้องเหมาะสมกว่าเอไอ”
“..แล้วเื่ต้นทุน”
“จากการพัฒนาของเราคิลนัมเบอร์ซีโร่สามารถปฏิบัติงานเพียงคนเดียวต่อจำนวนนักรบที่มีอาวุธครบมือเกินห้าสิบคนได้ในสิบนาทีสามารถคุ้มครอง เอาตัวรอด รวมถึงฆ่า..ได้ในทุกรูปแบบการรบ ตามภาพที่ทุกท่านกำลังจะได้เห็นแล้วเราค่อยมาคุยกันว่าคุ้มค่ารึไม่..ต่อการลงทุน”
จอโปรเจคเตอร์ค่อยๆ ปรากฎภาพ มันเป็ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ..ที่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ นั่นมันตัวเอง ที่กำลังลุยอัดฝูงคนที่ดาหน้ากันเข้ามา..เก่งฉิบ ไหนจะขี่บิ๊กไบค์เหาะข้ามรถ ..โคตรทึ่ง แต่ไปทำเื่พวกนี้ตอนไหนแล้วไอ้คนที่ซ้อนท้ายอยู่ มันเป็ใคร ..คิดแล้วก็ปวดหัว ..ช่างมันอย่าไปคิด
ไฟในห้องกลับมาสว่างอีกรอบหลังจากวีดิโอฉายเสร็จสิ้น และทันทีที่ดวงตากลับมาคุ้นเคยกับแสงไอ้เด็กนั่นก็ยืนอยู่ที่กำแพงหลังห้อง มันยืนอยู่กับไอ้บ้านั่น!..ไอ้บ้าที่โดนเข็มฉีดยาของตัวเองมันยังไม่ตาย และตอนนี้มือนึงของมันกุมอยู่ที่ลำคอของไอ้เด็กนั่น ส่วนอีกมือก็ถือปืนไว้มันค่อยๆ ยกปืนขึ้น เดาได้ไม่ยากว่ามันกำลังจะทำอะไร มันส่งคำท้ารบผ่านสายตาในระยะยี่สิบเมตร..ไอ้บ้าเอ๊ย!! ขาสองข้างออกตัววิ่งและะโลงจากเวทีแบบไม่ต้องรอเสียงสัญญาณปล่อยตัวตลอดทางที่จะไปถึงไอ้บ้ากับเด็กนั่น มีแต่คนมาขวางทางไม่ทันมองด้วยซ้ำว่าแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายถูกมูฟเก้าอี้ให้ไปอยู่ด้านข้างของห้องด้วยกลไกสุดไฮเทคเรียบร้อยตอนนี้ห้องนี้คงกลายเป็สนามรบขนาดย่อมๆ ..นักสู้คนแล้วคนเล่าที่พากันรุมเข้ามาไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรสักนิดแต่ที่กำลังคิดอยู่ในหัวต่างหากที่กำลังทำให้ปั่นป่วน สองครั้งที่แล้วมันอาจแค่ความบังเอิญอาจจะเป็แค่ความอยากต่อสู้ แต่ครั้งนี้มันชัดเจนว่าห่วงแล้วก็.. ยังอธิบายไม่ได้ว่าไอ้ความรู้สึกนี้มันคืออะไรอยากได้คำใบ้มากกว่านี้ ..ในขณะที่อีกสามก้าวจะถึงตัวเด็กนั่น จู่ๆขามันก็หยุดเดินเอาดื้อๆ แถมตัวทั้งตัวยังทรุดลงกองกับพื้นหมดเรี่ยวแรง..หรือจะเป็อย่างที่คีย์พูดเมื่อกี้ ในหัวถูกฝังชิปควบคุมการเคลื่อนไหวไว้โธ่เว้ย!!
.
..อาร์
ไอ้โทนี่ ฉินมันยังไม่ตาย!! ..เกือบจะเข้าใจแบบนั้นถ้าไม่ใช่ว่าไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ถอดเอาหน้ากากที่สวมอยู่ออก อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ต่อให้ไม่รู้ว่าคนคนนี้คือใคร แต่ก็ยังดีกว่าที่จะเป็โทนี่ ฉิน เพราะมันคือฝันร้ายที่ผมจะไม่มีวันลืมลง
“สวัสดีครับคุณเอลฟ์ ..ผมอิชะ ขอโทษด้วยที่แนะนำตัวเองช้าไป” มันเป็คำทักทายที่ชวนน่าใ..อิชะ เกือบลืมชื่อนี้ไปซะสนิท ..แฮกเกอร์ที่บอกว่าตัวเองอยู่กองกำลังพิเศษเหมือนกันกับผม
“คุณคืออิชะ?”
“ใช่ ผมดีใจนะที่คุณยังจำผมได้”
“..คุณเก่งมาก ผมไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกจับตามองมาตลอด” ..น่าเจ็บใจ
“มันก็แค่เพราะคุณยังเด็กคุณเอลฟ์ ..แค่นั้น”
“แล้วพวกแกจะเอายังไงกับคิว”
”มันก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณ ว่าจะให้ความร่วมมือกับผมมากแค่ไหน”
“…”
“จากการสาธิตนี้ ทุกท่านคงเห็นถึงศักยภาพของคิลนัมเบอร์ซีโร่แล้ว”เสียงของคีย์ยังคงดังต่อเนื่อง ขณะที่คิวยังนั่งชันเข่าขยับตัวเองไม่ได้อยู่ที่พื้นแต่ที่แปลกไปคือภาพของผู้เข้าฟังทุกคนที่ดูไม่มีสติ
“..มันเกิดอะไรขึ้น” ผมถามอิชะที่ยังคงคุมตัวผมไว้
“จริงๆ งานเปิดตัวคิลมันเป็แค่งานบังหน้าเป้าหมายของท่านประธานไม่ใช่การขายคิล”
“..เพราะเขาไม่ได้คิดจะขายคิวั้แ่แรก แค่เอาคิวมาเป็ข้ออ้างให้คนระดับนี้มารวมตัวกัน”
“ถูกต้อง สมกับที่เป็เอลฟ์”
“..แต่ถ้าเดาไม่ผิด คิวเองก็เป็ส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการในวันนี้”
“ใช่ การเกลี่ยกล่อม หรือการชักจูงคนให้มีความคิดเห็นตรงกันด้วยตรรกะและเหตุผลที่น่าเชื่อถือจะทำให้สมองจดจำและศรัทธาในความคิดที่ถูกป้อนเข้าไปได้ง่ายกว่า” ผมมองไปที่กลุ่มคนของโนอาห์พวกมันเรียงแถวไปยังผู้นั่งฟังแบบคนต่อคน ในมือมีแฟ้มเอกสาร หลายคนยินยอมเซ็นแต่โดยดีในขณะที่อีกหลายคนที่ขัดขืน ก็จะถูกให้ดมยาบางอย่างที่จมูก ..ไม่ต้องสงสัย ..สารหลอนที่ออกฤทธิ์กล่อมประสาท
“โนอาห์ทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไรกันแน่”
“…”
.
..ห้องประชุมเล็ก
..มิสเตอร์ออสบอร์ (ประธานของโนอาห์)
“..เป้าหมายของผมก็คือการช่วยโลกให้รอด”
“…”
“อย่างที่เห็น สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ภาวะโลกร้อนกำลังทำลายล้างโลกต้นเหตุก็เพราะจำนวนประชากรที่มากเกินไป ซ้ำคนค่อนโลกยังเป็ภาระต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติที่คู่ควรรวมถึงการสืบทอดต่ออายุอารยธรรมวัฒนธรรมที่ดีงาม”
“…”
“จิตใจศีลธรรมถดถอย เศรษฐกิจตกต่ำ ทรัพยากรใกล้หมด โลกกำลังจะล่มสลายทั้งที่เคยเป็ดวงดาวที่เคยสวยงาม”
“แล้วโนอาห์จะทำยังไงบ้าง”
“ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องจัดระเบียบ เริ่มต้นจากระบบการค้าโลก จะต้องรวมตัวกันเป็กลุ่มก้อนแล้วให้คนที่มีความสามารถคอยดูแล ส่วนเื่ปริมาณประชากร.. ก่อนอื่นเราต้องรีเซ็ตตัวเลขของผู้ป่วยในโรงพยาบาลทุกแห่งให้กลายเป็ศูนย์พวกเขาหมดหน้าที่ต่อโลก.. อยู่ต่อไปก็มีแต่จะฉุดรั้งคนรอบข้างทั้งยังสิ้นเปลืองงบประมาณ เวลา และทรัพยากรของคนที่จะพัฒนาโลกต่อไปแน่นอนว่าประชากรในเรือนจำก็ด้วย พวกไร้ประโยชน์”
“เป็ไอเดียที่น่าสนใจ แต่มันคงผิดศีลธรรม ..อาจเกิดการต่อต้าน”
“ผมมีเครื่องมือที่จะทำให้ทุกเื่มันเกิดขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ ซึ่งทุกท่านก็ได้เห็นแล้ว..ว่ามันไม่ยากคราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกท่าน..ผู้นำของประเทศและผู้มีสิทธิ์ชี้เป็ชี้ตายให้กับพลเมือง ..ว่าจะตัดสินใจอยู่บนเรือโนอาห์กับผมรึเปล่า”
.
..อาร์
ทุกคำพูดที่ได้ยินผ่านหูฟังขนาดเล็กที่อิชะใส่ให้ชัดทุกประโยคเคลียร์ทุกใจความสำคัญผมมองหน้าอิชะ ..นี่มันฝันร้ายของโลกชัดๆ ไม่ใช่ว่าข้อเท็จจริงที่ได้ยินมันผิดแต่วิธีการหรือความคิดที่จะทำเื่พวกนี้มันบ้าระยำเกินกว่าที่จะยอมรับได้และใครจะตัดสินได้ว่านี่ไม่ใช่แค่ความเห็นแก่ตัว หรือความกระหายในอำนาจของโนอาห์เท่านั้น
“คุณเป็พวกเดียวกัน ..แล้วทำไม”
“เพราะคุณคีย์กำลังจะตาย”
“!!”
“..มันเลยถึงเวลาที่ผมต้องแยกแยะระหว่างหน้าที่กับสิ่งที่สมควรทำ”
“…”
“ในเมื่อท่านประธานไม่เลือกคุณคีย์ ผมเองก็ไม่คิดที่จะเลือกโนอาห์”
“ทำไมถึงบอกว่าคีย์กำลังจะตาย”
“..เขาควรได้รับการผ่าตัดและปลูกถ่ายอวัยวะั้แ่เมื่อหลายปีก่อนแต่คิลก็ถูกพาตัวออกไป ท่านประธานสั่งตามหาคิลทั่วทั้งโลกเพื่อยืดอายุลูกชายเพียงคนเดียวคุณคีย์อยู่ต่อมาได้ก็ด้วยกำลังใจจากพ่อ และการดูแลร่างกายอย่างดี แต่พอคิลกลับมาจริงๆท่านประธานกลับลืมคุณคีย์ เพราะคิลมีค่าเกินกว่าจะต้องสูญเสียไป..แค่เพื่อลูกชาย”
“คุณก็เลยจะหันหลังให้โนอาห์”
“ใช่”
“…”
.
..เวทีไกลออกไป
..คีย์
การเซ็นสัญญาอันไม่สมเหตุสมผลเสร็จเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างต้องเป็ลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีผลทางกฎหมายขั้นตอนในวันนี้จึงจะผิดพลาดไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงการกระจายฐานอำนาจครอบคลุมพื้นที่ค่อนโลกของโนอาห์กรุ๊ป..ผมมองไกลออกไปที่ท้ายห้อง คิลยังคงตกอยู่ใต้การควบคุมของผม และที่ผนังนั่น..อิชะกำลังยืนใกล้ชิด.. ผมหรี่ตามองเพื่อปรับระยะและโฟกัสของเลนส์ตาอัจฉริยะที่ใส่อยู่..อิชะกำลังพูดกับเด็กคนนั้นด้วยท่าทางเคร่งเครียด ผมพยายามอ่านปาก.. แต่มันยากเกินไปผมเลิกพยายาม อิชะกับผมไม่เคยมีความลับต่อกัน ..แค่ถ้าผมถามออกไป ยังไงก็ได้คำตอบ
“จัดการที่เหลือต่อด้วย”
“ครับคุณคีย์”
ผมลงจากเวทีและเดินตรงไปหาอิชะ อดเหลือบมองคิลไม่ได้เมื่อเดินผ่านมันด่าผมทั้งที่ปากขยับไม่ได้ ..ผมไม่สนใจ และเดินผ่านเลยไปที่อิชะ
“ตามฉันมา..” ผมพูดกับอิชะ และเดินต่อเพื่อกลับไปที่ห้องพักแต่ก็ต้องชะงักเท้า..
“ผมขอไปส่งมิสเตอร์ออาร์ที่ห้องก่อนนะครับ”
ผมพูดต่อโดยที่ไม่หันหลังไปมองอิชะ “..ฉันไม่ชอบรอ”
.
..อาร์
“..ฉันไม่ชอบรอ” คีย์พูดแบบนั้นแล้วก็เดินออกจากห้องไป ..ขี้เก๊กชะมัดผมมองไปที่อิชะ ดูท่าคำพูดของคีย์จะมีผลกับอิชะไม่น้อย
“ฝากคุณเลขาไปส่งคุณอาร์กลับห้องด้วยนะครับ”
“ครับคุณอิชะ แล้วคิล..”
”ผมจะบอกคุณคีย์ให้ แต่ตอนนี้ปล่อยคิลไว้แบบนี้ก่อน”
“ครับ”
“แล้วเจอกันครับคุณเอลฟ์”
“…” ผมพยักหน้ารับคำ ผมเสมองไปที่คิวที่พยายามทำหน้าบอกบุญไม่รับ ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้มันคิดอะไรอยู่มีคำตอบรึยังว่าทำไมตัวเองต้องพุ่งมาช่วยผมทุกครั้ง ..อยากได้คิวคนเดิมคืนมาแต่แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่ ..จิตใต้สำนึกที่ยังเป็ของกู ..ผมยิ้ม
.
..คิล
ไอ้เด็กบ้านั่นมันมองมา แถมยังยิ้มประหลาดให้ ..รู้สึกแปลกๆ ดีใจอยากยิ้มตอบ หัวใจพองโต ..มีความสุข เห้ย!! ทำไมถึงคิดแบบนี้ไปได้ไอ้เด็กนั่นมันก็แค่คนเอาแต่ใจ หน้าตาก็..น่ามอง แต่มันก็แค่นั้น มันต้องแค่นั้น..
.
..ห้องทำงานของคีย์
..อิชะ
“นายวางแผนจะทำอะไรอิชะ” คีย์ยืนหันหลังให้ผมขณะที่ผมยืนมองอยู่ห่างในระยะสามก้าว
“ผมกำลังทำทุกอย่างเพื่อคุณคีย์ครับ”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่้า..”
“ขอโทษครับ ผมตัดสินใจไปแล้ว”
คีย์ส่งเสียงในลำคอเบาๆ “นายตัดสินใจ.. โดยที่ไม่ถามฉันสักคำรู้ได้ยังไงว่าฉันจะเห็นด้วยกับความคิดของนาย”
“ผมไม่รู้หรอกครับว่าคุณคีย์จะเห็นด้วยไหมผมแค่ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสินใจที่จะทำ”
“ปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลหน้าที่ ไม่สมเป็นาย..คนที่ซื่อสัตย์ต่อโนอาห์มาตลอด”
“ผมไม่เคยซื่อสัตย์ต่อโนอาห์ ผมภักดีแค่กับคุณคีย์เท่านั้นครับ”
“กล้าหาญมากอิชะ ฉันชอบนายก็ตรงนี้ กล้าคิด กล้าพูด”
“...”
“..แต่ฉันไม่เห็นด้วยกับความคิดของนาย ยิ่งฉันจะต้องตายฉันก็ยิ่งอยากเห็นความสำเร็จของโนอาห์มากขึ้นเท่านั้น”
ผมเดินไปยืนชิดกับแผ่นหลังกว้างของคีย์วางหน้าผากของตัวเองซบลงอย่างแ่เบา “ผมจะไม่ยอมให้คุณคีย์จากไปไหน”
“อิชะ ฉันรู้ตัวของฉันดี มันคงอีกไม่นาน”
“ไม่ครับ ผมมั่นใจว่าจะไม่มีวันนั้น คุณคีย์ช่วยอย่าเพิ่งถอดใจ..”คีย์หันตัวมามองผม เอามือช้อนหน้าผมให้สูงขึ้นเพื่อสบตา ..สายตาอ่อนโยนที่มีให้ผมเพียงคนเดียวในเวลาที่เราอยู่กันตามลำพังคีย์ตบไหล่ของผมเบาๆ และยิ้มให้
“เราฝืนความจริงไม่ได้หรอก อะไรจะเกิด เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็ไปแบบนั้นสุดท้ายแล้ว เราก็ควบคุมอะไรไม่ได้”
“ไม่ คุณคีย์เชื่อผมนะครับ เราจ..” เสียงของผมขาดหายเพราะริมฝีปากของตัวเองถูกดึงดูดเข้าหาคีย์ปล่อยให้ผมล่องลอยอยู่ในภวังค์อันหอมหวน เราไม่ได้ัักันบ่อยนักเพราะสถานะและหน้าที่ การเป็ทายาทของโนอาห์กรุ๊ป ทำให้คีย์กับผมไม่ได้มีเวลาส่วนตัวมากนักหรือถึงมี ..เราก็ต้องรักษาระยะห่างด้วยเหตุผลอันมากมาย
“ฉันไม่อยากให้นายคาดหวัง” คีย์พูดเสียงเบา ขณะที่ผมซบหน้าลงบนอกแกร่ง“..ถ้าผิดหวัง นายจะเจ็บมาก”
“..ผมจะผิดหวังมากกว่า ถ้ายังไม่ได้แม้แต่จะพยายาม”
“นายมันดื้อ”
“..ครับ” ผมรั้งคอของคีย์ให้โน้มลงมาหาผมอีกครั้ง
.
..ห้องรับรอง
..อาร์
ยังนึกไม่ออกว่าตัวเองจะทำอะไรได้กับองค์กรและแผนการร้ายระดับะเืโลกแต่ดูท่าอิชะคงคิดแผนการไว้บ้างแล้ว..ความสัมพันธ์ของคีย์กับอิชะคงมีมากกว่าแค่ความเป็เ้านายลูกน้อง..คีย์กำลังจะตาย ความจริงที่โคตรโหดร้ายจะมีอะไรแย่ไปกว่าการเฝ้ามองคนที่รักมาตายจากไป ..ว่าแต่คิว พวกมันคงไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้เพราะเป็ตัวต้นแบบของกองทัพโคลน แล้วก็เป็อาวุธเดินได้ที่พวกมันจะใช้งาน
“..คิดถึงฉันอยู่รึเปล่า” ยังคิดไม่ทันจบไอ้คนที่กำลังนึกถึงก็เดินเข้ามาในห้อง
“...”
“ทำไมไม่ตอบ ฉันถามว่าคิดถึงฉันอยู่รึเปล่า”
“ทำไมกูต้องตอบ”
“ก็เพราะว่าฉันถาม”
“...” ผมมองหน้าคิว อยากบอกว่าคิดถึงความกวนตีนของมันมาตลอดอยากจะยิ้มให้ แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อคนตรงหน้าจำผมไม่ได้ ถ้ายิ้มออกไปมันคงได้หาว่าผมบ้าเสียเชิงแย่
“..คิดถึงฉันอยู่ล่ะสิ”
“เข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า”ผมหันหลังให้มันและเดินไปที่หน้าต่างทะเลสาบเบื้องหน้าส่งแสงสีเขียวมรกตเข้ากระทบลูกตา ถ้านี่ไม่ใช่ดงศัตรูคงจะดีที่ผมกับคิวได้มีเวลาอยู่ร่วมกันในที่แบบนี้
“งั้นตอบมา ฉันกับนาย..เราเป็อะไรกัน”
“...”
“ฉันี้เีเสียเวลาหาคำตอบ ถ้านายสำคัญกับฉันมากขนาดนั้น..คิดได้อย่างเดียว”
“...”
“..เราเป็พี่น้องกัน”
“ไม่ใช่!” ผมหันหน้าไปมองมันทันที เกือบจะหลุดขำ พยายามกลั้นไว้แต่ก็ปั้นหน้าต่อไม่ไหวจริงๆ“คิดได้ไง หน้าของเราสองคนเหมือนกันเหรอ”
“ก็เพราะไม่เหมือน แต่ฉันคิดไม่ออกว่าเราสองคนเป็อะไรกันทำไมฉันต้องห่วงนาย.. แล้วไหนจะจูบนั่นอีก” มันพูดหน้าตาเฉยส่วนผม..อยากจะขอพื้นที่ให้ตัวเองได้สงบสติอารมณ์ “ทำไมนายต้องหน้าแดง..ห้องนี้ร้อนรึไง” คิวเดินมาจับหน้าผม “ตัวไม่ร้อน ห้องนี้ก็ไม่ร้อนออกจะเย็นเกินไปด้วยซ้ำ แล้วทำไมหน้าถึงแดง” สงสัยตอนโดนผ่าสมองส่วนที่ต้องวิเคราะห์ตีความอารมณ์ความรู้สึกคงถูกผลกระทบ มันถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้
ผมเอามือของตัวเองวางทับลงบนมือของคิวที่ยังแนบอยู่บนแก้มของตัวเองผมมองตามัน.. “ไม่รู้ว่ามึงจะเชื่อไหม”
“...”
“..กูกับมึงเป็แฟนกัน”
.
.
.