ตลอดการสำรวจ่เช้าตัวของมันซุนนานกับแม่แปดซุนเฟิ่งย่า ทั้งสองได้สำรวจโดยรอบในระยะที่ไม่ได้มากมายเท่าไหร่นักราว 8 - 10 ลี้เท่านั้น เนื่องจากในดงอสูรบริเวณถ้ำเร้นลับแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็ป่ารกทึบแถมเป็อาณาเขตลี้ลับอย่างหนึ่งที่ผู้อยู่ภายในเห็นอย่างภายนอกเห็นอีกอย่าง ในวันนี้ทั้งสองมิได้สำรวจนอกอาณาเขตไกลถ้ำเร้นลับเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ยังต้องถือกระถาง [ดอกสั่นประสาท] เอาไว้และระแวดระวังยิ่ง มิเช่นนั้นผลที่ตามมาคงเป็สิ่งที่มิอาจคาดคิดได้ เพราะทั้งสองนั้นนับว่าอ่อนแอเหลือเกินในดงอสูรที่แสนอันตรายนี้
ซึ่งในการสำรวจครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย ตัวของมันซุนนานนอกจากพบสมุนไพรหากยากมากมายแล้ว มันยังได้พบผลไม้ที่กินได้อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีเห็ดที่กินได้อีกจำนวนมาก
นอกจากนั้นตัวมันซุนนานยังได้พบความน่าอัศจรรย์ของเนตริญญาที่ผสานกับมหาอักษรปฐมแรกกำเนิด เพราะเมื่อมันเปิดเนตริญญาเดินตลอดทาง มันพบว่าต้นไม้พืชพรรณทั้งหลายก็มีเมฆหมอกแห่งห้วงอารมณ์เช่นกัน แม้มันจะแตกต่างจากมนุษย์หากแต่มันกลับบอกประโยชน์และคุณสมบัติต่างๆ ของพืชพรรณนั้นได้ผ่านการตระหนักรู้ในจิต
อย่างเช่น [ดอกสั่นประสาท] เมื่อซุนนานเปิดเนตริญญา มันก็พบว่าดอกสั่นประสาทนี้นอกจากทำให้สัตว์อสูรไม่ปรารถนาจะเข้าใกล้แล้ว มันยังสามารถเอาไปปรุงเป็โอสถบำรุงิญญาได้อีกด้วย และข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ก็อยู่ในห้วงเมฆหมอกแห่งอารมณ์ คาดเดาได้ว่ามหาอักษรปฐมแรกกำเนิดนั้นมีอำนาจยิ่งใหญ่จริงๆ จึงทำให้ล่วงรู้สิ่งต่างๆ ในธรรมชาติได้อย่างล้ำลึกถึงเพียงนี้
ด้วยความสามารถนี้ตัวของซุนนานมันราวกับมีกูเกิ้ลติดตัวอยู่ตลอดเวลา และทำให้ตัวมันแยกแยะพืชพรรณที่เป็พิษได้อย่างรวดเร็ว ดังตอนแรกที่มันอยู่บริเวณถ้ำเร้นลับ มันก็ตกตะลึงใจอยู่มากั้แ่เห็นดงป่าโดยรอบมีสมุนไพรมากมายที่มันไม่รู้จัก
หากแต่ตอนนี้ด้วยเนตริญญาและความรู้จากมหาอักษรปฐมแรกกำเนิด ปัญหาเื่กังวลใจเื่การแยกแยะพืชพรรณสมุนไพรมีพิษไม่มีพิษถือว่าหมดไปได้อย่างง่ายดาย
.
.
.
หลังเดินสำรวจเกือบครึ่งวัน ตัวมันซุนนานกับแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็พบลำธารใสๆ ใกล้ๆ ดงป่าที่ซ้อนถ้ำเร้นลับ ซุนนานกับแม่แปดของมันเลือกนั่งพักบริเวณนี้ชั่วคราว
ในระหว่างนี้ซุนนานแอบนั่งอยู่ห่างๆ ด้านหลังแม่แปดของมันพร้อมขบคิดสิ่งที่มันมองเห็นจากกลุ่มเมฆหมอกห้วงอารมณ์ มันพบว่าแม่แปดของมันคงเป็สตรีที่มีความหลังที่เ็ปล้ำลึกอยู่ไม่น้อย แม้ตัวมันจะไม่รู้ว่าอะไรก็ตาม
หากแต่ในห้วงหนึ่งของตัวมันที่แอบเปิดเนตริญญา และเข้าไปัักลุ่มเมฆหมอกห้วงอารมณ์ที่มีสีสันสดใสส่องประกายของแม่แปดซุนเฟิ่งย่า มันก็พบกับมวลความรู้สึกหนึ่งในใจนางที่มิใช่เื่เสแสร้ง ความตระหนักรู้นั้นก็คือ [ขอให้ซุนนานมีความสุข] [แกล้งซุนนานช่างมีความสุข] [ซุนนานต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่เขาต้องไม่ตาย] [ข้าจะต้องหาทางรักษาซุนนานให้ได้] [ซุนนานต้องแข็งแรงและอยู่กับข้าไปนานๆ] เมื่อซุนนานเห็นห้วงความรู้สึกต่างๆ ของแม่แปดเหล่านี้ ตัวมันก็รับรู้ได้ว่าในใจของแม่แปดแล้วนางรักและให้ความสำคัญกับตัวมันไม่น้อยเลย
ทำให้ตัวมันถึงกับคิดว่า 'ไม่ยากลำบากเลยจริงๆ ในห้วงนิจนิรันดร์นั้น เมื่อข้าได้กลับมาแล้วพบว่ามีคนที่รักและเป็ห่วงข้าอยู่' ณ ตอนนี้ในหัวใจของซุนนานมันก็ได้ประทับแม่แปดของมันซุนเฟิ่งย่าไว้ว่า นางเป็หนึ่งในคนที่มันจะต้องคอยดูแลและทำนางให้มีความสุขและมีชีวิตที่ดีไปชั่วชีวิตตราบเท่าที่ตัวมันซุนนานมีชีวิตอยู่แล้ว แม้ตัวมันจะยังไม่รู้ว่าโลกใบนี้จะมีอะไรเป็ขวากหนามขวางกั้นมันอยู่อีกหรือไม่ก็ตาม
สายน้ำไหลเอื่อยๆ ตรงลำธารน้ำใสแม่แปดนางซุนเฟิ่งย่านางนั้นนับเป็สตรีที่งดงามและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ยามนี้เมื่อนางถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยพร้อมทิ้งเรียวขาคู่งามและข้อเท้าของตนส่วนหนึ่งจุ่มน้ำใส ให้กระแสน้ำคลายร้อยให้แก่เรือนกายที่ผ่านการเดินตราตำมาไม่น้อยของนาง
ซุนนานที่นั่งอยู่ไกลๆ ก็พันแย้มยิ้มสบายๆ ชื่นชมเรือนกายและทีท่าของแม่แปดของตัวมันในชุดเสื้อกระโปรงเบาสบาย เมื่อมันสังเกตเห็นว่าแม่แปดของมันไม่ได้สวมใส่กางเกงผ้าขาวบางไว้ใต้กระโปรงนั้นในใจมันก็คิดถึงเื่บางเื่ ทำให้ใบหน้าน้อยๆ ของมันแดงระเรื่อไม่น้อยเลย มันจดจำได้ว่ามันเคยแนะนำอะไรแม่แปดของมันไหว เกรงว่าตอนนี้ใต้เสื้อผ้าและกระโปรงของนางจะมิมีสิ่งอื่นใดอีกแล้ว
ไม่ช้าแม่แปดที่นั่งพักอยู่ก็ส่งเสียงเรียกมันแต่ไกล
ตัวซุนนานก็ถึงกับใราวกับมุสิกที่มีความผิดและถูกจับได้ มันเขินอายในความคิดใต้กระโปรงใต้ร่มผ้าสตรีของตัวมันนัก แม่แปดทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นทีท่าเก๋ๆ กังๆ ก่อนจะพามันไปนั่งริมธารน้ำใสด้วยกัน
ตัวมันนั่งด้านหน้า แม่แปดอยู่ด้านหลังนางอุ้มมันขึ้นจากพื้นแล้วทำให้ซุนนานตัวมันนั่งเช่นนี้ เนื่องด้วยตัวของมันซุนนานสูงเท่าเพียงเด็กน้อยอายุ 6 ขวบ การที่มันเติบโตช้าเช่นนี้ก็เพราะมันไร้แก่นกำเนิด ศีรษะของมันจึงสูงอยู่แค่ปลายคางของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าเท่านั้น
แม่แปดเฟิ่งย่ายื่นมือมาพร้อมสวมกอดมันจากด้านหลังแน่ ก่อนที่น้ำเสียงปนความเศร้าโศกของนางจะหลุดออกมา
นางถามบางอย่างกับซุนนานตัวน้อยของนาง "ซุนน้อยเ้ารู้จักสตรีบำเรอหรือนางคณิกาหรือไม่"
ซุนนานไม่รู้ว่าแม่แปดของมัน้าคำตอบเช่นไรจากตัวมัน หากแต่มันก็เลือกตอบคำถามเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา "ท่านแม่แปดซุนน้อยรู้ขอรับ"
"เ้าว่าสตรีนางบำเรอหรือพวกนางคณิกาเป็สตรีที่น่ารังเกียจ และไร้เกียรติหรือไม่"
ตัวซุนนานได้ยินดังนี้ก็พลันนึกไปถึงเมฆาหมอกห้วงอารมณ์สีดำทมิฬที่มันพบเห็นในห้วงอารมณ์ของท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของตัวมัน มันจึงคิดได้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่นางถามอาจจะเกี่ยวข้องกับความเ็ปในห้วงอารมณ์ส่วนลึกของนางก็ได้ มันจึงต้องนิ่งและคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ
"ไม่น่ารังเกียจ ไม่ไร้เกียรติขอรับท่านแม่"
"ทำไม?" ซุนเฟิ่งย่ารีบเอ่ยปากถามในทันที
"เพราะพวกเราเป็มนุษย์เหมือนๆ กันขอรับท่านแม่"
ซุนเฟิ่งย่าเหลียวมองซุนน้อยของนางอยู่ครู่ และจึงถามต่อ "เ้ารู้ไหมสตรีพวกนั้นผ่านบุรุษมามากมาย ร่างกายของพวกนางต่างโดนบุรุษแปลกหน้าััจับต้อง เ้ายังว่าพวกนางไม่น่ารังเกียจและไร้เกียรติอีกรึ"
"ตัวลูกก็มีสตรีมากมายัั มีท่านแม่มากมายจับต้อง แต่ท่านแม่ก็ยังรักข้าไม่ใช่รึ เช่นนั้นสตรีเ่าั้จะน่ารังเกียจได้อย่างไรขอรับ"
"ซุนน้อยเ้าช่างไม่รู้อะไรจริงๆ สตรีบุรุษไม่เหมือนกัน บุรุษมากสตรีมีเกียรติยศศักดิ์ สตรีมากบุรุษไร้เกียรติและโสมม" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวต่อหน้าซุนน้อยของนางด้วยน้ำเสียเผ็ดร้อน ราวกับแดกดันบุรุษเพศและโลกใบนี้
"สิ่งเ่าั้ใครกำหนดหรือขอรับ ใช่ฟ้าดิน ใช่เทพไท้กำหนดหรือเปล่า หรือเป็เพราะสังคมและบุรุษผู้มีอำนาจกำหนดให้มันเป็"
เมื่อซุนนานกล่าวจบถึงตรงนี้ซุนเฟิ่งย่าผู้ที่เป็แม่แปดของซุนนานก็ถึงกับมองจ้องมัน เ้าตัวน้อยของนางด้วยสีหน้าล้ำลึก ั์ตาของนางคล้ายเป็ประกายอย่างประหลาด ในหัวใจมีความรู้สึกอันหลากหลายแก่เ้าตัวน้อยนี้อีกครั้ง "ซุนนานเ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ รึ"
"ขอรับท่านแม่"
ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่านางก็แนบร่างของนางชิดกอดซุนนานเด็กน้อยของนางอย่างแนบชิดและแแ่กว่าเดิม ราวกับว่านางมีความสุขที่ได้รับคำตอบเช่นนี้ "ซุนนานของแม่แปดช่างเป็เด็กดี" จากนั้นนางก็มอบจุมพิตลงบนแก้มขาวๆ กลมๆ ของซุนนานในร่างเด็กน้อยเบาๆ รอยริมฝีปากสีชาดถูกติดประดับบนแก้มเล็กๆ ของมันซุนนานอีกครั้ง
จากนั้นไม่ช้าตัวของมันซุนนานก็ััได้ว่าในดวงตาของท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของตัวมันคล้ายมีคราบน้ำตาคลออยู่ไม่น้อย
"ซุนนานเ้ารู้ไหมก่อนที่แม่แปดของเ้าจะได้เป็ฮูหยินของบิดาของเ้าแม่แปดของเ้านั้นก็เคยเป็นางคณิกาเป็สตรีบำเรอมาก่อน"
ซุนนานแหงนหน้าพร้อมเอียงคอเหลียวมองใบหน้าของแม่แปดของมัน ที่บัดนี้ใบหน้าของนางนั้นราวแฝงความนัยและความโศกเศร้าในใจเอาไว้มากมายยามพูดถึงเื่ราวเหล่านี้ หากแต่ตัวซุนนานไม่ได้ตอบหรือพูดแทรกอะไร ซุนเฟิ่งย่าจึงกล่าวสิ่งสิ่งหนึ่งราวกับกำลังเล่าบรรยายชีวิตของตนเองที่เหมือนได้ปลดปล่อยสิ่งที่เก็บเอาไว้เนิ่นนาน
เมื่อนางได้พูดแล้ว ดูเหมือนว่านางก็มีอาจจะหักห้ามใจให้ตัวเองหยุดพูดได้ นางพูดไปน้ำตาก็ไหลไป เป็อย่างนี้อยู่นานทีเดียว
ส่วนซุนนานตัวมันนั้นมิได้พูดแทรกสิ่งใด หากแต่ตั้งใจนั่งฟังเื่ราวของผู้เป็มารดาที่รักยิ่งของตัวมันอีกผู้หนึ่งนางนี้อย่างดี มีแต่วิธีเช่นนี้ที่ทำให้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าของตัวมันคนนี้คลายความเศร้าสร้อยได้ และมิต้องมีาแทุกทนต่อไป แม้แผลนี้จะมิอาจหายสนิทได้เร็ววัน หากแต่วันนี้อย่างน้อยๆ มันก็ได้บรรเทาเพราะมียาถูกกับโรคแล้ว
.
.
.
ไม่ช้าเื่ราวอันแสนยืดยาวของนางก็จบลง ซุนนานเอาสองมือเช็ดแก้มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาให้นาง พร้อมปากกล่าวประโยคความตั้งใจของมันให้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าฟัง "แม่แปดของซุนนานมิใช่สตรีน่ารังเกียจขอรับ และแม่แปดของซุนนานก็มิได้เป็สตรีไร้เกียรติ แม่แปดของซุนนานเป็สตรีที่งดงามและน่าเคารพที่สุด ถ้าซุนนานมีชีวิตอยู่ซุนนานจะไม่ยอมให้ใครกลั่นแกล้งแม่แปดของซุนนานอีกแน่นอน"
น้ำตาบนใบหน้าของซุนเฟิ่งย่าก็ล้นเอ่อออกมา กอดเด็กน้อยแสนน่ารักของนางแนบชิดกายพร้อมรอยยิ้ม
.
.
.
ในเื่เล่าแสนยาวนานของแม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้นซุนนานพบว่า ชีวิตของผู้คนในโลกใบนี้ช่างน่าสงสารและเลือกเกิดไม่ได้อย่างแท้จริง แม้แต่จะเลือกชะตาชีวิตของตัวเองก็ยากเย็น แม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันก็เช่นกัน แท้จริงนางมีบิดาเป็ถึงคนตระกูลราชวงศ์โจว
หากแต่มารดาของนางเป็เพียงแค่สตรีบำเรอ เมื่อมารดานางตั้งครรภ์นางนั้นก็ถูกทอดทิ้ง ถูกขายสู่หอคณิกา ทำให้เมื่อแม่แปดซุนเฟิ่งย่าถูกคลอดออกมานางก็ถือเป็หญิงคณิกาแต่กำเนิด นางถูกฝึกสอนในศาสตร์ชำนาญบุรุษเพศ เรียนรู้วิธีศาสตร์การเอาใจและหลอกล่อให้บุรุษเสน่ห์หาั้แ่เยาว์วัย อายุเพียง 8 ขวบนางเป็สตรีวัยเยาว์ทำหน้าที่บริการเป็ผู้ช่วยยืนหน้าห้องหอของมารดาที่บุรุษมากหน้าปรารถนาเพียงร่วมชำเราและหลับนอน
แม้มารดาของนางจะไม่ปรารถนาให้บุตรของตนต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ หากแต่นางก็มิอาจจะกำหนดได้ ตอน 10 นางมีโอกาสได้พบบิดาของตนเอง หากแต่สีหน้าสีตาของบิดาที่มีต่อนางช่างเย้ยหยัน มองนางต่ำราวกับว่าเป็สัตว์มิปาน นอกจากมิยอมให้นางเรียกบิดา ยังให้คนตบปากสั่งสอนนางอีกว่ามิรู้ความ ด่าว่านางว่าใครคือบิดาเ้านางเด็กสตรีนางโลมชั้นต่ำ เพียงแค่นางเรียกมันผู้นั้นว่า "พ่อ" นางเ็ปใจในเื่นี้ยิ่งนัก
ไม่ช้าเมื่อนางเติบใหญ่ขึ้นเพียงอายุ 13 นางก็เริ่มฉายแววเป็สตรีที่งดงามล้ำกว่าใครๆ
ไม่ช้าก็มีบุรุษสูงวัย คาดว่าอายุร้อยกว่าปีมาซื้อนางไปจากหอคณิกาที่บิดานางเป็เ้าของ ค่าตัวนางยามนั้นนับได้ว่าไม่น้อย มันหลายแสนทองเลยทีเดียว นางเข้าหอกับบุรุษครั้งแรกตอนอายุเพียงเท่านั้น แม้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าจะไม่ได้บอกว่าการเข้าหอนั้นนางมีความสุขหรือทุกข์อย่างไร
หากแต่สีหน้าและท่าทางที่เ็ปก็ได้บอกเล่าเื่ราวทุกอย่างหมดสิ้นแล้ว
หากแต่ในไม่ช้านางก็บอกว่านี่ก็ดีไม่น้อย อย่างน้อยๆ เมื่อนางแต่งออกไปจากหอคณิกา นางก็ได้เป็สตรีบำเรอที่มีเกียรติ เนื่องด้วยนางในตอนนั้นไม่เคยผ่านบุรุษเพศ นอกจากนั้นตาผู้เฒ่าชราผู้นั้นก็รักก็หลงนางไม่น้อย นางจึงได้ฝึกปราณและเรียนวรยุทธ์ นอกจากนั้นอีกไม่กี่ปีนางก็ได้ถูกยกเป็อนุภรรยา และต่อมาก็เป็ฮูหยินหลักอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นในไม่ช้ายังได้เรียนรู้อักษรและการค้าขายในตระกูลของผู้เฒ่าชราผู้นั้น
และเพราะนางเป็คนฉลาดและขยันผู้เฒ่าชราจึงรักนางมากยิ่งกว่าใครๆ เสน่หาการทำรักของนางนับว่าไม่ต่ำทรามเลยแม้แต่น้อย
หากแต่ในไม่ช้าผู้เฒ่าชราพบว่าตัวเองกำลังจะตาย และหากให้นางอยู่ในตระกูลนี้ต่อไป ชีวิตของนางจะต้องไม่มีความสุขเป็แน่ ด้วยความเมตตาของผู้เฒ่าชราจึงไปขอร้องซุนก่างให้รับนางไว้เป็สตรีบำเรอ ดีกว่าให้อยู่ในตระกูลของตัวเองที่เละเทะมีปัญหาภายใน ในการแก่งแย่งชิงอำนาจของเหล่าบุตรหลานในตระกูล
ตอนแรกซุนก่างก็มิได้้าจะรับนาง หากแต่ไม่รู้ชายชราผู้เฒ่าพูดอะไร สุดท้ายซุนก่างก็ยอม
ในภายหลังนางจึงรู้ว่า สิ่งที่ผู้เฒ่าชราพูดนั้นคืออะไร
เื่นั้นก็คือสาเหตุการตายของท่านปู่และบิดาของซุนก่างมีผู้อยู่เื้ั หากซุนก่างรับปากจะดูแลสตรีรักของผู้เฒ่าชราให้ดี ผู้เฒ่าชราก็พร้อมจะบอกใบ้ผู้อยู่เื้ัให้ซุนก่างได้รับรู้ สุดท้ายเฟิ่งย่าก็ได้ตบแต่งเข้าตระกูลซุน ได้รับการตบแต่งเป็ฮูหยินอย่างมีเกียรติ
หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวของนางไม่เหมือนสตรีคนอื่นๆ ในบรรดาภรรยาทั้งหลายของซุนก่างนั้นก็คือ ตลอดชีวิตซุนก่างมิเคยแตะต้องนางเลย แต่ก็ดูแลนางและให้เกียรตินางอย่างดี
ในมุมมองนี้ของบุรุษนั้นมองได้หลากหลาย
หากแต่ในใจของซุนเฟิ่งย่า การที่นางไม่ได้รับใช้ซุนก่างในเื่บุรุษและสตรีเลยทำให้นางคิดว่าบุรุษผู้ที่มีนิสัยซื่อสัตย์มีคุณธรรมสูงส่งเช่นซุนก่างนั้น แท้จริงรังเกียจในตัวนางที่เป็สตรีคณิกาบำรุงกามของบุรุษเพศและดูแคลนนางว่าผ่านบุรุษเพศมามากมาย สิ่งนี้เป็บ่มในใจของนางไม่น้อย
หากแต่นางก็ไม่เคยถามซุนก่างถึงการไม่ร่วมประเวณีกับนาง และเื่นี้ก็ทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองไร้เกียรติและต่ำต้อยกว่าสตรีผู้อื่นในบรรดาฮูหยินตระกูลซุนด้วยกันเสมอมา แม้ในตระกูลซุนนี้จะอบอุ่นและดูแลนางเป็อย่างดี หากแต่ตัวนางก็นับว่ามีแผลใจไม่น้อยเช่นกัน
.
.
.
ไม่ช้าก็เริ่มตกเย็นแล้ว ซุนเฟิ่งย่าเดินจูงมือซุนนานเด็กน้อยเดินกลับถ้ำเร้นลับ มืออีกข้างถือกระถาง [ดอกสั่นประสาท] อย่างระมัดระวัง
ณ ตอนนี้ในใจนางเบาสบายราวกับได้ปลอดปล่อยเื่ราวความทุกข์ทนในใจ ที่เก็บไว้นานแสนนาน
ตัวนางเองก็ไม่รู้ทำไม จึงกล้าพูดกล้าเปิดเผยเื่ราวทั้งหมดของตัวนางต่อหน้าซุนนานเด็กน้อย
นางได้แต่บอกตัวเองว่า ก็คงเพราะซุนนานเป็เด็กน้อยที่จิตใจดี และทำให้นางรู้สึกอุ่นใจ นางจึงทำเช่นนี้ พูดเช่นนี้
ในระหว่างเดินกลับนางได้แต่คิด อยากให้ซุนนานของนางนั้นเป็เด็กน้อยที่น่ารักแบบนี้ไปนานแสนนาน
นางไม่อยากให้ซุนนานโตขึ้นเลยหากเป็ไปได้ นางเกรงว่าการเป็บุรุษเพศที่เติบใหญ่จะทำให้ซุนนานตัวน้อยของนางต้องเปลี่ยนไป
กลายไปเป็เหล่าบุรุษต่ำช้าที่นางต่างต้องพบเจอเมื่อสมัยเยาว์วัยพวกนั้น
.
.
.
สุดท้ายนางก็กล่าวถาม "ซุนน้อยของแม่แปดเมื่อเ้าเติบใหญ่ขึ้นเ้าจะรักและดีกับแม่แปดแบบเช่นนี้รึเปล่า หรือเ้าจะกลายเป็บุรุษเ้าสำราญที่มีสตรีมากมายและลืมแม่แปดคนนี้ไป"
ซุนนานไม่รอช้ามันตอบคำถามของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าในทันที "ท่านแม่แปดซุนนานไม่รู้ข้อรับว่าในอนาคตซุนนานจะเป็บุรุษเช่นใด หากแต่ที่ซุนนานรู้ในใจของซุนนานจะมีแม่แปดซุนเฟิ่งย่าตลอดไป ไม่มีใครมาแทนที่แม่แปดในใจของซุนนานได้ขอรับ แม่แปดแสนดีซุนนานรักแม่แปดขอรับ"
.
.
.
ไม่ช้าตัวมันซุนนานก็พบว่าแก้มของมันซุนนานมีรอยจุมพิตสีแดงชาดของแม่แปดของมันประทับแแ่เนิ่นนานอีกครั้ง ในใจมันได้แต่คิด 'ข้าถูกแม่แปดตบรางวัลอีกแล้วหรือ ดูครั้งนี้จะแแ่และน่าชื่นใจกว่าที่เคย นี่สินะที่เขากล่าวว่าผู้มีชิวหาพลิ้วไหวรสหวานน่าฟัง สตรีงามย่อมลุ่มหลง'