บทที่ 5 จืดจาง
"ฮูหยินถัง... ที่ท่านกล่าวมาทั้งหมด ข้าซาบซึ้งใจนัก "
"จ้าวจีเหอ บุตรสาวคนสุดท้องของข้า มิใช่แต่งไม่ออกอย่างข่าวลือ แต่นางนั้นเป็เด็กรู้ความ กตัญญูต่อบิดา กลัวว่าตาเฒ่าอย่างข้าจะอยู่อย่างเดียวดาย "
"แต่หากฮูหยินร้องขอมากถึงเพียงนี้แล้วล่ะก็ ข้าก็จนปัญญาปฏิเสธ "
"แต่ฮูหยินต้องรับปากข้า ว่าจะแต่งนางเข้าจวนถัง ในฐานะภรรยาเอกเท่านั้น หากไม่ยอมรับคำขอข้อนี้ของข้า ก็อย่าหวังจะได้พานางไป " บิดาของนางช่างมากเล่ห์เหลี่ยม เชื่อถือไม่ได้ แม้กระทั่งกับบุตรสาวของตนเอง ยังเอามาต่อรองราวเป็เพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง
"ท่านผู้เฒ่าจ้าว พวกเราต่างเป็คนกันเอง ไหนเลยต้องต่อรองข้าเหมือนพ่อค้าปลาในตลาด"
"ทั้งที่ท่านก็รู้ดีเต็มอก ว่าสกุลถังแต่งภรรยาเอกนานแล้ว เหตุใดจงใจร้องขอให้นางขึ้นแทนตำแหน่งผู้อื่นเล่า" ฮูหยินใหญ่พยายามกล่าวอย่างตรงไปตรงมา และเป็กลางมากที่สุด
"กล่าวหนักเกินไปแล้วฮูหยิน จ้าวจีเหอบุตรสาวของข้าเพียบพร้อมปานนี้ จะให้น้อยหน้าผู้อื่นได้อย่างไร "
"ข้ายังยืนยันคำเดิม หากไม่ได้สินสอดตามที่ข้า้า และให้นางเป็เมียเอกเท่านั้น ก็หันกลับไปทางเดิมเถิด จวนสกุลจ้าวไม่ขอต้อนรับคนเช่นท่าน" ตาเฒ่าเ้าเล่ห์ทำเมินเฉย หนักแน่น ทั้งที่ในใจแทบอยากจะกรีดร้อง ในที่สุดสมบัติชิ้นสุดท้ายของสกุลก็ถูกขายออกซะที
"อะ อะ เดี๋ยวก่อน ข้ามาลองคิดดูแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ "
"พรุ่งนี้สินสอดจำนวนมากตามที่ท่านร้องขอ จะถูกเคลื่อนมาส่งถึงหน้าจวนให้สมฐานะ"
"ส่วนเื่ที่จะตบแต่งให้นางเป็เมียเอกนั้น ก็ให้เป็ไปตามที่ว่าเถอะ "
ฮูหยินใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลำดับขั้นในจวนมากนัก เื่ที่ต้องให้มาเป็อันดับหนึ่งก่อนสิ่งอื่นใด คือทำอย่างไรก็ได้ ให้สกุลถังมีทายาทตัวน้อยๆไว้สืบทอด จึงจำเป็ต้องยอมรับสะใภ้แซ่จ้าวแต่งเข้าจวนตามคำร้องขอ
"อะฮ่า แบบนี้สิ ถึงจะเป็การดีกับเราทั้งสองฝ่าย ขอบคุณฮูหยินใหญ่จวนถัง ที่ให้เกียรตินางมากถึงเพียงนี้ "
"หากหมดเื่แล้ว ข้าขอตัวกลับไปพักผ่อน มิส่งท่าน" ตาเฒ่าจอมเ้าเล่ห์ก็ยังคงความไร้มารยาทอย่างเคย ไม่ยอมแม้กระทั่งเดินเหยียบย่ำเท้าลงดิน เพื่อส่งแขก
"อึหึ... เช่นนั้นไม่รบกวนท่านแล้ว" ฮูหยินใหญ่ลดตัวเสวนาง้อสกุลจ้าวถึงขนาดนี้ ยังไม่ได้รับการปฏิบัติดีให้สมน้ำสมเนื้อ นางเพียงเดินบิดสีหน้าเจื่อนหันหลังกลับไปขึ้นรถม้า
"ท่านพ่อ! ท่านตัดสินใจทั้งหมดนี้แทนข้าได้ยังไง"
"ท่านยังเห็นข้าเป็บุตรสาวอยู่หรือไม่"
"หรือเห็นจีเหอ เป็เพียงสิ่งของ ที่ท่านจะขายแลกเงินทองเมื่อไหร่ก็ได้ "
ผว่ะ เสียงฝ่ามือเหี่ยวๆฟาดใบหน้าดังชัด
"หุบปาก เ้าเป็เพียงบุตรธิดา กล้าสามหาวต่อปากต่อคำกับข้าได้ั้แ่เมื่อไหร่"
"เพราะข้าเป็บิดาเ้า ถึงได้มีสิทในตัวลูกทุกอย่าง"
"คิดดูให้ดี หากไม่ใช่เพราะข้า เ้าจะลืมตาดูโลกได้ยังไง"
"ได้เกิดมาเป็ลูกข้า นั่นนับว่า์เมตตาแล้ว อีกทั้งครานี้ข้ายังออกหน้าต่อรองให้เ้าเป็ถึงภรรยาเอก "
"ต้องมีอะไรให้กังวลอีกเล่า"
"ท่านพ่อ! แต่คุณชายสกุลถังอะไรนั่น ชื่อเสียงกระฉ่อน ฉาวโฉ่ ไม่เป็ที่ยอมรับของกลุ่มคน ท่านยังกล้าส่งข้าไปปรนนิบัติคนมักมากเช่นนั้นงั้นเหรอ "
"ข้าไม่แต่งงานกับเขาเด็ดขาด!!" คนพูดน้อยเช่นนาง เถียงบิดาสุดใจ เพื่อคัดค้านการคลุมถุงชนครั้งนี้
เช้าวันต่อมา...
ของกำนัลหลายหีบ บรรจุเงินทองข้าวของมีค่า เรียงรายหน้าจวนจ้าว มิให้น้อยหน้า ทุกอย่างเป็ไปตามข้อตกลง ถือว่าฮูหยินใหญ่ ยังเป็คนรู้จักรักษาสัจจะ คราวนี้ก็ถึงตาวัดใจของตาเฒ่าเ้าเล่ห์แล้ว ว่าจะเล่นแผนตุกติกอะไรหรือไม่
"เร็วเข้าจีเอ่อร์ ! เกี้ยวเ้าสาวมารอเทียบถึงหน้าจวน เหตุใดยังชักช้า"
"นี่เ้า จงใจทำให้บิดาอย่างข้า ขายหน้างั้นเหรอ " เขากระชากบุตรสาวออกจากเรือน ไล่ต้อนเหมือนหมูเหมือนหมา อีกทั้งเนื้อตัวบอบช้ำหลายแห่ง ราวกับว่าถูกทำร้ายร่างกายบังคับขู่เข็ญ
ในที่สุด จ้าวจีเหอ ถูกจับยัดขึ้นเกี้ยวแดง สวมชุดเ้าสาวงดงาม ใช้ผ้าคลุมหน้าปิดทึบมิให้ผู้ใดแง้มมอง นอกจากสามีเท่านั้นตามธรรมเนียมโบราณ....
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นกะทันหัน โดยที่แม้แต่เ้าบ่าวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ถึงแม้เขารู้ว่ามารดา้าจะทำเื่เช่นนี้ ก็คงยากจะขัดขวาง เป้าหมายของม่อเหยียนมีเพียงอุทิศตนเพื่องานราชการ หวังปกป้องจวนถังให้พ้นเงื้อมมือฮ่องเต้วิปลาสวันต่อวัน
ยามซวี (戌:xū) เวลา 1 ทุ่ม
"ท่านแม่... งานสมรสข้าก็ยอมเข้าร่วมให้ท่านแล้ว ท่านยังไม่พอใจอีกเหรอ " บุตรชายเอ่ยถามมารดาด้วยสีหน้าขุ่นมัว
"ม่อเอ่อร์ ข้าไม่พอใจอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่เ้ายังไม่เร่งอุ่นเตียง ให้จวนถังมีคุณชายน้อยวิ่งเล่นไปมา ก็อย่าหวังว่ามารดาเช่นข้าจะหยุดวางแผนเื่พวกนี้" ฮูหยินใหญ่เคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง บีบบังคับให้บุตรชายตามใจ
"ท่านแม่ คืนนี้ข้าเข้าหอร่วมรักกับนางไม่ได้จริงๆ งานราชการยังมีให้สะสาง ม่อเอ่อร์ขอตัวก่อน" เขารีบพูดตัดบทปลีกตัวออกไป โดยไม่สนใจคำพูดต่างๆนาๆของมารดา
"หยุดนะม่อเอ่อร์ ข้าบอกให้เ้าหยุด!! "
"กว่าจะได้นางแต่งเข้าจวนถัง ข้าบากหน้าต่อรองกับเ้าเฒ่าจ้าวอย่างยากลำบาก ไม่เพียงเท่านั้นยังเสียทองไปหลายชั่ง"
"หนนี้ข้าเองก็ต้องยุ่งยาก คิดหาวิธีเกลี้ยกล่อมหลานจื่อชิง ให้ยอมลดตัวลงไปอยู่ในลำดับเมียรอง ทั้งที่นางเป็เมียเอกมาก่อน"
ฮูหยินใหญ่ตะคอกเสียงดัง พูดถึงความลำบากใจของตน หวังให้บุตรชายเห็นใจและหันกลับมามอง แต่นั่นกลับไม่ได้ผลเหมือนอย่างเคย
"ท่านแม่ ท่านว่าไงนะ เหตุใดอยู่ๆจื่อชิงต้องกลายเป็รองเล่า" หลานจื่อชิงผู้ที่แต่งเข้ามาก่อน ได้ยินคำพูดบาดใจพวกนั้น ไม่รอช้าที่จะปรี่ตัวเข้าซักถามแม่สามีให้กระจ่างใจ ด้วยใบหน้าบิดงอ
"จื่อชิง เ้ามาได้ยินก็ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องปวดหัว สรรหาคำมาพูดกับเ้า "
"บัดนี้จวนถังมีการเปลี่ยนแปลงลำดับขั้นเล็กน้อย ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งเ้าล่วงหน้า"
"เห็นท่าว่า เมียรอง ตำแหน่งนี้คงต้องรบกวนเ้ารับไว้ ส่วนเมียเอกนั้น ให้จ้าวจีเหอ ได้ััชั่วคราว หากนางไม่มีบุตรให้ข้าตามที่คาดหวังไว้ ตำแหน่งนี้ไม่วายต้องตกมาเป็ของเ้าอยู่ดี" ฮูหยินใหญ่พยายามกล่อมเกลาให้จื่อชิงเชื่อฟัง
แต่ก็อย่างว่า ถึงมันจะขัดใจขนาดไหน ในเมื่อเป็การตัดสินแล้วของแม่ผัว ก็ต้องทำใจยอมรับ หลานจื่อชิงไม่แม้แต่จะเอ่ยปากเถียงค้าน นางเจี๋ยมเจี้ยม เจียมตัว ประหนึ่งเด็กน้อยผู้รู้ความ การแสดงของนางช่างแยบยลนัก
โอ่ก อิโอ่ก โอ้ก
ยามเหม่า (卯:mǎo) เวลา ตี 5 พอดี
เมียป้ายแดงที่ถูกแต่งเข้าจวนถังแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นั่งรอดื่มสุรามงคลกับสามีจนหลังแข็ง จวบจนรุ่งเช้า ฟ้าสางของอีกวัน ผ้าปิดหน้าผืนใหญ่ยังมิถูกเปิดออก เื่น่าอับอายเช่นนี้ รู้ถึงไหนเป็ขี้ปากคนถึงนั่น
"ฮูหยินน้อยเ้าขา ไม่ต้องรอแล้ว "
"นายท่านถังออกจวนไปั้แ่ครึ่งชั่วยามก่อน (หมายถึง 1 ชั่วโมงที่แล้ว)"
สาวใช้ข้างกายเกิดเห็นใจนายหญิงคนใหม่จับใจ เข้าปลอบนางด้วยการนั่งเป็เพื่อน พร้อมยกข้อเท้าเล็กๆปลดถอดรองเท้าสูงเอียง
เคลื่อนชามน้ำอุ่นให้นางแช่เพื่อจะได้ผ่อนคลายลงหน่อย
"ฮูหยินน้อยเ้าคะ ขาของท่าน..." สาวใช้คนสนิทเห็นรอยบอบช้ำคล้ายถูกทุบตีด้วยของแข็งจึงเอ่ยถามด้วยความไม่รู้
"แม่นาง เ้าออกไปเถอะ ร่างกายข้า ข้าจัดการเองได้ " จีเหอออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบาบาง
ทันทีที่ประตูเรือนหอถูกปิดแง้ม จ้าวจีเหอผู้บอบบางรีบทิ้งตัวลงนอน ยกแขนกอดรัดเนื้อตัว แววตาเพ่งมองขื่อเตียงที่ประดับด้วยดอกไม้งาม น้ำตาหยดใสไหลพรากอาบแก้ม ตัดพ้อเพียงในใจ "เหตุใดชีวิตข้าถึงได้เหนื่อยหน่ายปานนี้" ก่อนที่นางจะคล้อยหลับลงเพราะความอ่อนล้า