“มีแค่เธอเท่านั้น...ที่ฉันไม่้าจะสูญเสียไป”
ฉันเกลียดคำนี้จัง...
คำพูดที่บอกว่าจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไป...โกหกทั้งนั้น
ไม่ว่าจะใครก็ตาม หากรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของฉัน
ก็มีแต่จะหนีห่างจากฉันไปเท่านั้น ฉันชินแล้วล่ะ
เพราะงั้นฉันถึงไม่เคยเชื่อในคำพูดสวยหรูพวกนี้ไง
นับั้แ่ที่ได้พบกับเธอในวันนั้น ฉันก็เชื่ออย่างนี้มาตลอด...
“เกิดอะไรขึ้นมาโมรุ!? ทำไมมิกิถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
เขาก็กะแล้วล่ะว่าแม่จะต้องถามเมื่อเห็นเขาประคองร่างไร้สติของมิกิกลับมาที่บ้านหลังจากที่พยายามอธิบายให้ชินซึ่งช็อกกลายเป็หินไปแล้วฟังอยู่นานว่าเขากับเธอมีความสัมพันธ์กันยังไงกว่าชินจะยอมเข้าใจและเลี่ยงขอตัวกลับไปได้ก็เล่นเอาเขาต้องอธิบายจนเมื่อยปากพอกลับมาถึงบ้านเลยไม่มีแรงเหลือไว้อธิบายอะไรให้คุณนายคิวาตะฟังอีก
“มิกิเหรอ? มิกิมาเหรอ?”
นั่นไง! พ่อเขาเข้ามาผสมโรงด้วยอีกคนแล้ว
“อย่าเพิ่งถามอะไรได้ไหมฮะผมขอพายัยนี่ขึ้นไปข้างบนก่อน” มาโมรุบอกอย่างเพลียจัด “ผมขอน้ำอุ่นด้วยดูเหมือนยัยนี่จะมีไข้”
“พ่อพาไปเอง”
เ้าของบ้านคิวาตะอาสาอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกของเด็กสาวขึ้นไปห้องพักสำหรับแขก้าไม่ลืมที่จะหันไปสั่งคนเป็ภรรยาซึ่งยืนใจนทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่เชิงบันได
“ยาคุมิคุณโทรไปบอกพวกนางามิให้หน่อยนะครับว่ามิกิจะพักที่นี่ อ้อ! แล้วไม่ต้องเข้าครัวนะเดี๋ยวผมเตรียมน้ำอุ่นให้เอง”
มาโมรุอยากหัวเราะให้กับความรอบคอบของพ่อแต่เขาเหนื่อยจนไม่มีแรงเหลือแม้แต่จะฉีกรอยยิ้มเขาเปิดประตูห้องให้พ่อพาร่างของมิกิเข้าไปด้านใน ส่วนตัวเขาเองก็เดินเลี่ยงไปยังห้องข้างๆมีเื่อะไรเกิดขึ้นมากเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด มาโมรุทิ้งตัวเองให้นั่งซึมอยู่ข้างเตียงหัวสมองไม่รับรู้อะไรไปพักใหญ่ ก่อนที่จะคิดได้ว่าคำตอบสำหรับเื่ทุกอย่างอยู่ที่ยัยนั่นเขาก็พาตัวเองไปหาเธอ แม่กำลังเช็คตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มิกิเสร็จพอดี
“มาพอดีเลยมาโมรุอยู่เฝ้าไข้น้องให้หน่อยสิ”
“แล้วพ่อล่ะ?”
เด็กหนุ่มถามน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างเตียงอย่างหมดแรง
“คุยโทรศัพท์กับอาอยู่แน่ะน้องมาที่นี่แต่ไม่ได้บอกให้ทางนั้นรู้เลย”
“ทำเื่ยุ่งอีกแล้วสิน่า”เขาบ่นอย่างเหลืออด
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ!” แม่ตำหนิ แล้วก็จัดการเก็บอ่างน้ำกับผ้าขนหนูออกไป
แล้วเขาก็ได้อยู่กับเธอตามลำพัง
มาโมรุถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วไหนล่ะความทรงจำของเขาที่อยู่กับเธอ เขาจะเอาคืนมาได้ยังไงหรือต้องรอให้เธอฟื้นขึ้นมาเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาเมื่อในอดีตมาโมรุยิ้มขมอย่างสมเพชตัวเองในใจ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองจำอดีตของตัวเองได้ไม่ครบก็วันนี้แหละมีอะไรขาดหายไปกันนะ แล้วความทรงจำส่วนที่ขาดหายไปนั่นมันสำคัญยังไง ทำไมมันถึงไปอยู่กับมิกิได้ล่ะ
มาโมรุซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือเขาบอกตัวเองมาตลอดว่าเขารู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ท้ายสุดแล้ว...แล้วไงล่ะ สิ่งที่เขาคิดว่ารู้นั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาเลยมันช่วยปกป้องเขาไม่ได้ ปกป้องคนอื่นไว้ไม่ได้ถ้าออเร้นจ์ไม่ทำให้เขากลายเป็ผู้พิทักษ์ถ้ามิกิไม่กลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อคืนความทรงจำให้กับเขาเขาก็คงเป็แค่ไอ้งั่งที่หลอกตัวเองไปวันๆว่าตัวเองรู้เื่ราวทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วนั้นเขากลับไม่รู้อะไรเลย
ทำไมความทรงจำของเขาถึงได้อยู่ที่มิกิทำไมถึงต้องเป็เธอ ไม่สิ! ั้แ่แรกแล้วทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงให้เธอมาเป็คู่หมั้นของเขาทั้งที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยด้วยซ้ำเธอมีความสำคัญยังไงกันแน่? ไหนจะท่าทีของออเร้นจ์ที่มีต่อเธอและชื่อแปลกๆที่เธอใช้เรียกออเร้นจ์อีกจู่ๆเขาก็รู้สึกคุ้นหูชื่อนั้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
มิกิ...ตกลงเธอเป็ใครกันแน่
มาโมรุถามตัวเองในใจเพิ่งระลึกได้ว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคู่หมั้นของตัวเองเลย
-เอิร์ธซัน,หนึ่งเดือนก่อนาใหญ่-
‘ลูฟว์’
เสียงเรียกเล็กๆดังขึ้นในวันที่อากาศอุ่นสบายคนถูกเรียกลุกขึ้นจากพื้นสนามหญ้าสีแดงสดมองดูหน้าคนปลุกเขาให้ตื่นจากการนอนกลางวันด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ใบหน้าของเด็กสาววัยแรกรุ่นปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ั์ตาสีดำขลับสะท้อนความไม่พอใจเดาว่าเ้าตัวคงหงุดหงิดจากการลากชุดพระราชพิธีเดินไปเดินมาจนทั่วเพื่อตามหาตัวเขา
‘มาหลบอยู่ที่นี่เอง ท่านลุงให้มาตามหาอีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาเริ่มพิธีแล้วนะ!’
‘ฝากบอกพ่อให้เข้าพิธีแทนฉันที’
เด็กหนุ่มพูด หลบั์ตาสีดำสนิทที่จ้องดูเขาก่อนจะลุกขึ้นยืน
‘มันจะเป็ไปได้ยังไงล่ะ แล้วเดี๋ยวสิ! นั่นจะไปไหนน่ะ ลูฟว์!’
เธอวิ่งตามเขามาก่อนที่มือเล็กๆนั่นจะพยายามคว้าเอาท่อนแขนเขาแล้วดึงรั้งไว้
‘อย่ายุ่งได้มั๊ย!’
กลายเป็เขาที่สะบัดแขนออกจากมือของเธอ
‘ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวไม่ได้รึไง!’ เธอว่า ั์ตาสีดำสนิทนั่นขุ่นมัวด้วยอารมณ์โกรธ ‘ฉันไม่ให้ลูฟว์หนีไปไหนทั้งนั้นแหละ!’
‘เลิกยุ่งกับฉันซักทีเถอะ ขอร้องล่ะ’ เขาบอกเธอแบบนั้น ‘ต่อให้เธอพยายามดึงดันแค่ไหนฉันก็ไม่คิดจะกลับไปงานนั่นอยู่ดีเข้าใจมั๊ย!’
‘แต่นี่มันงานสำคัญของนายนะ!’เด็กสาวะโแข่งกับเขาทั้งน้ำตา ‘ทุกคนๆกำลังรออยู่ทำไมถึงไม่ไปให้เขารู้ล่ะว่านายเองก็ทำได้ถ้ามัวแต่หนีอยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่คนอื่นๆเขาจะยอมรับสักที’
‘ฉันไม่้าให้ใครมายอมรับ’เขาบอกด้วยเสียงราบเรียบ ‘ฉันจะเป็อะไรมันก็เื่ของฉัน เธอเองก็เหมือนกันเลิกยุ่งแล้วกลับไปได้แล้ว มันน่ารำคาญ!’
แล้วเขาก็เดินจากมา ทั้งๆที่รู้ดีว่าต้องทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเก่าเขาเหนื่อยมากพอแล้วกับการพยายามเป็ในสิ่งที่คนอื่นๆพยายามยัดเยียดให้เขาเป็คนพวกนั้นไม่เคยสนใจความรู้สึกเขา ไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าเขา้ามันหรือไม่ทั้งๆที่เื่ที่เกิดขึ้นมันควรจะเป็ความรับผิดชอบของพวกนั้นแต่ทุกคนกลับบอกว่ามันเป็เื่ที่เขาต้องยอมรับและพยายามผลักมันมาให้เขา
ตัวเขาที่ไร้ซึ่งพลัง... อีกทั้งยังปกป้องใครไว้ไม่ได้...
มันเป็คืนที่สงบสุขอย่างน่าประหลาดหลังงานเทศกาลประจำปีผ่านพ้นไปไม่กี่ชั่วโมง เขายืนอยู่ตรงนั้นใจกลางลานกว้างที่เคยเป็สถานที่จัดงานรายล้อมไปด้วยหินกรวดที่ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนแสงจากเอิร์ธมูนสายลมยามดึกพัดเอื่อยๆอยู่รอบตัวผู้คนกำลังหลับใหลหลังจากออกแรงสนุกสนานมากไปในงานเทศกาลมีเพียงเขาเท่านั้นที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกตามลำพัง
ร่างบอบบางของหญิงสาวแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักกำลังยืนอยู่ตรงใจกลางลานกว้างนั้นที่มือข้างหนึ่งของเธอจูงมือเด็กน้อยคนหนึ่งเอาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เด็กคนนั้นยังคงอยู่ข้างกายเขาหัวเราะและร่วมยินดีไปด้วยกันกับเขา แต่แล้วไม่นานหลังจากที่งานเทศกาลจบลงเธอก็หายตัวไป และมาปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าเขาพร้อมกับคนแปลกหน้าในเวลานี้
‘เมตาเรีย อย่าทำร้ายเขานะ!’
เด็กน้อยกระตุกมือหญิงสาวแปลกหน้าที่จ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าเกลียดชังจับใจ
‘ไหนสัญญากันแล้วไงว่าถ้าฉันไปด้วยเธอจะไม่ทำร้ายเขา’
‘เดียร์’ เสียงของหญิงสาวที่เปล่งออกมานั้นทั้งไพเราะและอ่อนหวานแต่ท่าทีของเธอนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ‘ฉันจะทำตามสัญญาแน่ถ้าเธอมาหาฉันตามลำพัง’
‘แต่ฉันไม่ได้พาเขามานะ!’
‘นี่มันเื่อะไรกันน่ะ!’ตัวเขาในวัยแปดขวบะโถามคนตรงหน้าไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยสักนิดว่าทำไมคนข้างตัวเขาถึงไปปรากฏตัวอยู่กับคนแปลกหน้าได้‘นั่นเธอจะไปไหนน่ะเดียร์ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร?’
‘ผู้หญิงคนนั้น’ ที่เขาเอ่ยถึงกำลังปล่อยมือจากเด็กน้อยและเดินตรงเข้ามาหาเขาในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นใบหน้าของเธออย่างเต็มตาเธอเป็หญิงสาววัยแรกรุ่นที่สวยและสง่างามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบั์ตาสีม่วงอ่อนของเธอสะท้อนแสงจากหินกรวดที่อยู่รอบๆเป็ประกายระยิบระยับน่าหลงใหลเขาแทบลืมหายใจและทำอะไรไม่ถูกในวินาทีที่ฝ่ามือของหญิงสาวยื่นตรงมาหาเขา
‘ค่าตอบแทนของความเสียสละที่ผู้พิทักษ์อย่างพวกแกได้รับ’ หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ‘ทรมานไปกับความรู้สึกผิดนั่นไปชั่วชีวิตเถอะ!’
‘เมตาเรีย! อย่านะ!’
ในตอนนั้นเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดหมายถึงอะไรเพราะทันทีที่สิ้นเสียงหวีดร้องของเด็กน้อยที่อยู่ด้านหลังภาพตรงหน้าเต็มถูกบดบังไปด้วยแสงสว่างสีแดงฉาน แล้วโลกทั้งใบของเขาก็ดับมืดลง
เขาหมดสติไปหลังจากนั้น...
กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีเขาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาดในห้องที่แสนจะคุ้นเคยมีร่างเล็กๆของเด็กสาวที่อยู่ด้วยกันกับเขามาั้แ่เด็กนอนหมอบอยู่ข้างๆเธอกำลังหลับสนิท มีคราบน้ำตาอยู่บนใบหน้าและดูท่าว่าจะเพลียจัด ด้านนอกแสงแห่งเอิร์ธมูนเรืองรองตรงปลายขอบฟ้าขณะที่ท้องฟ้าเป็สีส้มเหลืองขมุกขมัวเป็สภาพที่พบได้ทั่วไปในวันที่เอิร์ธซันอากาศดี ตัวเขาพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ทันทีที่ร่างกายขยับกลับรู้สึกว่าโลกมันหมุนอย่างแปลกประหลาดท้ายสุดแล้วเขาก็ต้องล้มตัวลงนอนบนที่นอนอย่างหมดแรง
เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่นะ....
คนที่จะให้คำตอบแก่เขาได้ปรากฏตัวขึ้นตรงกรอบประตูทันทีที่ความคิดของเขาหยุดลงร่างสูงของาาแห่งเอิร์ธซันเดินตรงเข้ามาหา นั่งลงิ่ๆตรงขอบเตียงข้างกายเขาเด็กสาวที่หลับอยู่อีกฟากสะดุ้งตื่นขึ้นทันที เธอลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆ พอเห็นว่าคนที่เข้ามาคือใครร่างบางนั่นก็แทบจะลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะรีบโค้งตัวลงทำความเคารพอย่างรวดเร็ว
‘ไม่เป็ไรอาล่า... ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก’
น้ำเสียงของท่านพ่อช่างอ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
‘ข... ขอภัยค่ะเดี๋ยวหนูออกไปหาอะไรมารับรอง’
ว่าแล้วเธอก็รีบวิ่งออกจากห้องไปโดยที่ท่านพ่อไม่ทันได้ค้าน ร่างบางๆนั่นวิ่งตรงไปยังประตูเปิดออกและปิดลงอย่างลุกลี้ลุกลน
“อาการของลูกเป็ยังไงบ้าง ลูฟว์?”ท่านพ่อถามเขาด้วยน้ำเสียงห่วงใย
‘เกิดอะไรขึ้นกับผม?’เขาถามทันทีที่เธอออกไปจากห้อง ั์ตาสีดำสนิทของผู้เป็าาทอดมองมาอย่างอ่อนโยนแม้ใบหน้าจะดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
‘ลูกหมดสติไปเกือบจะสามวันแล้ว’น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น ฝ่ามือหนาวางทาบเบาๆลงบนศีรษะ ‘พ่อไปเจอลูกหมดสติอยู่ที่สวนซันฟลาวเวอร์ แล้วพออาล่ารู้ข่าว เธอก็ช่วยมาดูแลลูกั้แ่วันนั้น’
นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้เลยสักนิด
‘แล้วเดียร์ละครับ?’เขาถามเสียงแ่ หลับตาลงเพราะรู้สึกว่าแรงกดดันในหัวของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าอย่างไร้สาเหตุ‘เดียร์อยู่ที่ไหน? หลังงานเทศกาลผมไม่เห็นน้องกลับไปที่ห้องก็เลยตามหา...แล้ว...’
เขาหยุดชะงักไปกลางคันราวกับเพิ่งจะนึกถึงเื่สำคัญขึ้นมาได้
‘ท่านพ่อฮะ! มีผู้บุกรุก! คืนนั้นน้องอยู่กับผู้หญิงแปลกๆ เค้าทำร้ายผม แล้วน้องก็... น้องอยู่ไหน!’
‘ใจเย็นๆก่อน ลูฟว์ ค่อยๆฟังสิ่งที่พ่อกำลังจะอธิบายดีๆนะ’ ฝ่ามือใหญ่กดลงบนหัวไหล่ตรึงให้ร่างของเขาอยู่กับที่ท่าทีของท่านพ่อดูไม่ร้อนใจเลยสักนิดเกี่ยวกับเื่ที่เขาเล่าไป
‘เดียร์ไปแล้ว’
‘ไปไหนฮะ!ท่านพ่อหมายความว่ายังไง?’
‘น้องไป... จากเราแล้ว’
นั่นเป็ครั้งแรกที่เขาเห็นั์ตาของท่านพ่อแสดงความเ็ปออกมาแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
‘ผม... ไม่เข้าใจว่าท่านพ่อพูดอะไร’
เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ
‘ผู้หญิงคนนั้นพาเดียร์ไปเหรอฮะ ทำไมเราไม่ไปตามหาล่ะฮะผมจำหน้าเธอได้นะ ท่านพ่อลองติดต่อไปที่ดาวอื่นๆสิเผื่อพวกเขาจะเห็นเดียร์ เรายังช่วยน้องได้นะฮะส่งกองทัพของเราออกไป ท่านพ่อทำได้นี่ฮะ ก็ท่านพ่อเป็...’
คำพูดใสซื่อของเขาถูกหยุดไว้แค่นั้นเมื่อร่างทั้งร่างของเขาถูกคนเป็พ่อดึงเข้ามากอดไว้อย่างแ่า
‘ท่านพ่อฮะ...’
‘ลูฟว์ ฟังพ่อนะ’น้ำเสียงของท่านพ่อเอาจริงเอาจังขณะที่ผละร่างของเขาออกห่างและสบตามองเข้ามาในตาเขา‘เดียร์จากพวกเราไปแล้วและจะไม่มีวันกลับมาอีกนั่นเป็สิ่งที่น้องเลือกเองพ่อจะอธิบายสถานการณ์ทุกๆอย่างให้ลูกฟังในตอนที่ลูกพร้อมที่จะทำความเข้าใจพ่อเสียใจมากที่ปกป้องน้องไว้ไม่ได้ นั่นมันเป็เื่ที่ยากเกินกว่าที่พ่อจะช่วยได้แล้วพ่อจะเล่าให้ลุกฟังทุกอย่างเลยว่าทำไม’
‘ผมไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจ พ่อจะปล่อยให้น้องไปเหรอทำไมไม่ช่วยน้องล่ะ ทำไมท่านพ่อทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ!’
‘ลูฟว์!’
เสียงท่านพ่อตวาด พร้อมๆกับเสียงแก้วหล่นแตกที่ตรงกรอบประตูท่านพ่อลุกขึ้นยืนและหันไปมองอย่างรวดเร็วขณะที่เขายังนอนนิ่งอยู่บนเตียงหายใจหอบหนักอย่างเหนื่อยล้า ั์ตาเบิกกว้าง ผิวซีดจนแทบจะไร้สีเื
‘ข... ขออภัยค่ะ’เสียงของอาล่าลอยมา เดาว่าคงเป็เธอนั่นแหละที่ทำแก้วหล่นแตกตอนที่ท่านพ่อตวาดเขา ‘น...หนูแค่จะเอาเครื่องรับรองมาให้ หนู...ไม่คิดว่า’
เธอพึมพำเสียงสั่นพยายามก้มลงเก็บแก้วที่แตกกระจายอยู่บนพื้นอย่างหวาดผวา
‘ไม่เป็ไร อาล่า’ท่านพ่อบอกพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าเขารู้สึกเหมือนว่าจะได้ยินเสียงเธอสะอื้นลอยแว่วผ่านมา
ร่างเล็กๆบนเตียงหันไปมองเด็กสาวเธอเก็บแก้วที่หล่นแตกใส่ถาดและกำลังจะยกออกไปแต่ทันทีที่ั์ตาสีดำสนิทเงยขึ้นมาสบตาเขา ทั้งแก้ว ถาดและตัวเธอก็ทิ้งดิ่งลงสู่พื้นทันที
‘ลูฟว์....’
เขายังจำน้ำเสียงหวาดกลัวของเธอได้จนถึงตอนนี้
‘ตาของเธอ....’
ตาของเขา
ใช่!มันเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็สีแดงสดเหมือนสีเืั้แ่ตอนนั้นคืนที่เขาปกป้องคนสำคัญที่สุดของเขาไว้ไม่ได้
คืนที่เขาได้ดวงตาต้องคำสาปนี้มา...
เขาไม่ยอมออกจากห้องอีกเลยเป็อาทิตย์นับั้แ่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาแม้อาล่าจะพยายามเชื้อเชิญเขาออกไปแค่ไหน เขาไม่เคยสนใจเธอเลยและไม่เคยสนใจใครทั้งสิ้น ท่านพ่อกับท่านแม่แวะมาดูอาการของเขาทุกวันราวกับจะประเมินว่าเมื่อไหร่เขาจะรับความจริงได้ แต่เขาไม่เข้าใจเดียร์จากพวกเขาไปแต่กลับไม่มีใครเลยสักคนที่ดูทุกข์ร้อนทุกคนปฏิบัติตัวกับเขาเหมือนอย่างปกติจะมีก็แต่ท่าทีหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นั์ตาสีแปลกประหลาดของเขา
นั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ลำพังแค่ท่าทีของท่านพ่อกับท่านแม่ที่ดูจะไม่กังวลเื่ของเดียร์ก็มากพอจะทำให้เขาไม่สบอารมณ์แล้วไหนจะอาล่าที่คอยตามก่อกวนเขาอยู่ตลอดเวลาอีก
ทุกคนทำราวกับการที่เดียร์หายตัวไปไม่ใช่เื่สำคัญ
อาทิตย์ที่สองหลังการหายตัวไปของเดียร์ ท่านพ่อมาหาเขาพร้อมกับอาล่า เขาสังเกตได้ว่าการแวะมาทักทายในคราวนี้แตกต่างไปจากครั้งก่อนๆท่านพ่อให้คนดูแลเขาออกไปจากห้อง เหลือเพียงเขากับท่านพ่อและอาล่าอยู่กันตามลำพัง
‘พ่อว่ามันถึงเวลาที่ลูกจะต้องทำความเข้าใจกับเื่ที่เกิดขึ้นได้แล้วลูฟว์’
เสียงของท่านพ่อดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแต่เขาไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้น เขาหันหลังให้คนทั้งคู่และมองออกไปนอกหน้าต่าง
‘เื่ที่เกิดขึ้นกับเดียร์ไม่ใช่เื่ที่พ่อจะไม่รู้มาก่อนพวกเรารู้เื่นี้มาได้สักพักแล้วและพ่อขอสาบานว่าพ่อพยายามทำทุกวิถีทางแล้วที่จะช่วยน้องไว้ แต่มีบางเื่ที่ลูกต้องรู้เพราะมันสำคัญกับอนาคตของลูกต่อจากนี้ไป’
ท่านพ่อยังคงพูดต่อไปโดยไม่สนใจท่าทีไร้มารยาทของเขา
‘ผู้หญิงคนที่ลูกพบในวันนั้นเป็คนเดียวกับที่ผู้พิทักษ์ทุกคนในตอนนี้้าตามล่าเธอเป็ตัวอันตรายที่แม้แต่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์ก็ไม่อาจต่อกรได้ ไม่ได้มีแค่เดียร์คนเดียวที่เธอพาตัวไปมีเด็กๆอีกหลายคนที่หายตัวไปพร้อมๆกันกับเดียร์นั่นเป็เื่ที่พวกเราจะพยายามที่จะป้องกันแล้วแต่ลูกก็รู้ว่าการที่เธอบุกเข้ามาถึงเอิร์ธซันได้โดยที่พ่อเองป้องกันไม่ได้นั้นแสดงว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน’
‘ท่านพ่อช่วยน้องไม่ได้ นั่นแหละความจริง’ เขาเอ่ย ‘ต่อให้ท่านพ่อจะหาเหตุผลมากมายแค่ไหนท่านพ่อก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี’
‘ถูกของลูกงั้นพ่อคงไม่ต้องอธิบายอะไรเกี่ยวกับที่มาอีกแล้ว’
‘ท่านลุงคะ’
‘ไม่เป็ไร อาล่า’เสียงของท่านพ่อเอ่ยปราม ‘งั้นพ่อจะเข้าประเด็นล่ะ เื่ของผู้หญิงคนนั้นเธอจะกลับมาอีกแน่เพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นเป็เื่ที่ผู้พิทักษ์ทุกคนควรจะต้องรู้ไว้’
‘ท่านพ่อก็รู้อยู่แล้วนี่ จะบอกผมทำไม’
‘เพราะลูกคือผู้พิทักษ์คนต่อไป’
เสียงของพ่อไม่อ่อนโยนอีกต่อไป ‘ต่อให้ลูกจะพยายามปฏิเสธยังไงเมื่อถึงเวลานั้นลูกเองก็ต้องได้รับมันอยู่ดี ทำตัวให้ชินซะนั่นเป็หน้าที่ของคนที่เกิดมาในราชวงศ์รู้ตัวเอาไว้ว่าชีวิตของผู้คนมากมายอยู่ในมือของลูก เลิกเอาแต่หนีได้แล้ว’
‘ผมไม่ได้หนี!’เขาะโลั่น ‘แล้วท่านพ่อจะให้ผมทำยังไงไปสู้กับผู้หญิงคนนั้นที่แม้แต่ท่านพ่อยังสู้ไม่นะเหรอ’
ท่านพ่อไม่ตอบเขา
‘ขอร้องล่ะลูฟว์ช่วยเข้าใจทีเถอะ’ อาล่าอ้อนวอน
‘แล้วเธอเข้าใจด้วยหรือไงล่ะ? เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยหรือไง?อยากเป็ผู้พิทักษ์แทนฉันไหม? ถ้าเธออยากได้ก็เอาไปได้เลยฉันยกให้!’
เผี๊ยะ!
แรงปะทะจากฝ่ามือััลงบนใบหน้าข้างหนึ่งของเขามันรุนแรงเสียจนทำให้หน้าของเขาสะบัดไปตามแรงกระแทกนั้น
ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าอาล่าตบหน้าเขาต่อหน้าประมุขสูงสุดแห่งเอิร์ธซัน
‘คนโง่!’
เธอตบหน้าเขาอีกครั้งก่อนจะวิ่งออกไปจากห้อง
อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนั้นเขาดูจะดึงสติกลับคืนมาได้หลังจากทำความเข้าใจเื่ของเดียร์อยู่ร่วมเดือนเขาก็ตระหนักแล้วว่าท่านพ่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะหยุดยั้งเหตุการณ์นั้นแล้วจริงๆความกังวลต่อหน้าที่และภาระมากมายมหาศาลหลังจากนี้ทำให้เขาแทบกลายเป็บ้าเขาพยายามปฏิเสธความเป็ผู้พิทักษ์ ต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่คนรอบข้างพยายามยัดเยียดให้แต่ยิ่งได้รู้จักและทำความเข้าใจกับมันมากเท่าไหร่เขาก็พบว่าหนทางที่จะทำให้เขาหลีกหนีออกไปจากสถานการณ์ยุ่งยากนี้ได้มีน้อยเหลือเกิน
และแล้วในที่สุดสิ่งที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็เวียนมาถึงจนได้
วันเกิดอายุครบ 18 ปีของเขาและเป็วันที่ประกาศว่าเขาจะสืบรัชทายาทขึ้นเป็ผู้พิทักษ์อย่างเป็ทางการ