อีกฟากฝั่งของจวน หยูจินหมิงหรือคุณชายใหญ่แห่งสกุลหยูกำลังสาวเท้าก้าวเดินไปมาอยู่ภายในห้องหนังสือของตัวเองพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับเป็นครั้งคราว
สีหน้าแววตาฉายแววครุ่นคิด ราวกับกำลังคิดไม่ตกกับปัญหาหนึ่งที่เขาไม่มีทางแก้ไขได้ด้วยตนเอง เมื่อก้าวเดินไปยังมุมหนึ่งของห้องได้ก็หันหลังกลับก้าวเดินไปยังอีกมุมหนึ่งอย่างไม่หยุดหย่อน
“ข้าจะทำอย่างไรดี ให้มิต้องแต่งกับหลี่ฟางฟาง”
หยูจินหมิงเอ่ยออกมาอย่างอับจน ภายในห้องยามนี้มีพ่อบ้านประจำจวนอยู่ด้วย ตอนนี้เขามุมานะที่จะหาทางออกให้แก่ตนเองมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานยามที่ซูฮวากลับมา แต่เขาก็ยังคิดไม่ตกเสียที
“พ่อบ้านหลิว เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร” เมื่อเขาเอ่ยลอยๆ ออกมาแล้วอีกฝ่ายไม่มีเสียงตอบรับ หยูจินหมิงเลยเลือกที่จะถามหลิวตงโดยการเรียกชื่อเสียเลย
“คุณชายใหญ่ ข้าน้อยมีความเห็นว่าเรื่องนี้ท่านไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีกแล้ว งานทุกอย่างกำลังถูกจัดเตรียม ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างก็รับรู้” หลิวตงชายวัยสี่สิบกลางๆ เอ่ยออกมาอย่างคนเจนโลก ทุกอย่างที่เขาเอ่ยออกมาล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลรองรับ
“มันจะไม่มีสักวิธีเลยหรือ” หยูจินหมิงนั่งลงบนโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง
ทว่าในเวลาถัดมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หยูจินหมิงส่งสายตาให้พ่อบ้านหลิวเล็กน้อย อีกฝ่ายก็เดินไปเปิดประตูทันที
ฟู่เถียนที่เฝ้าบริเวณหน้าห้องในคราแรกเดินเข้ามาภายใน เพราะเมื่อครู่นี้คนเรือนเย่ฮูหยินได้นำความบางอย่างมาให้นางบอกแก่คุณชายใหญ่
หยูจินหมิงเหลือบสายตามองทีท่าสงบเสงี่ยมนั้นเล็กน้อย ก่อนจะออกไป “มีอะไรสำคัญนักหรือ ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากข้าไม่ได้เรียกก็อย่าให้ใครเข้ามา รวมถึงตัวเจ้าเองก็ด้วย”
ฟู่เถียนไม่ได้สนใจคำติเตียนมากนัก นางเอ่ยออกไปด้วยท่าทางปกติอย่างที่เคยเป็น “คุณชายใหญ่ มีความจากจวนหลี่อ๋องมาถึงเจ้าค่ะ”
พอเขาได้ยินชื่อจวนหลี่อ๋อง เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
“ไม่ใช่จดหมายอย่างนั้นหรือ” เขาถามย้ำ เพราะหากให้คนมาบอกปากเปล่า มักจะเป็นการบอกให้เขาออกไปพบ ซึ่งเขาไม่พร้อมเจอหลี่ฟางฟางในตอนนี้ ด้วยกลัวว่าอาจมีใครคาบข่าวเรื่องซูฮวาไปบอกแก่นางแล้ว
“เจ้าค่ะ คนของท่านหญิงฝากมาแจ้งแก่คุณชายใหญ่เจ้าค่ะ ว่าให้ไปพบที่จวนหลี่อ๋องเป็นการด่วน ย้ำว่าเป็นเรื่องด่วนเจ้าค่ะ”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากสาวใช้ประจำตัว หยูจินหมิงถึงกับเคร่งเครียดหนักกว่าเดิม เขาถอนหายใจออกมาก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกองงานบนโต๊ะที่ยังไม่ได้รับการสะสาง เมื่อนั้นจึงรีบสาวเท้าไปนั่ง
“ฟู่เถียน เจ้ามาฝนหมึกให้ข้า”
“เจ้าค่ะ” แม้ฟู่เถียนจะงุนงงที่ผู้เป็นนายไม่ได้ตอบรับเรื่องที่จะออกไปพบท่านหญิง แต่นางก็เชื่อฟังเขาและทำตามอย่างไม่อิดออด ด้วยเหตุนี้เองหยูจินหมิงจึงเลือกนางมารับใช้ข้างกาย เพราะเขาไม่ชื่นชอบสาวใช้ที่เซ้าซี้จุกจิก คำสั่งไม่เป็นคำสั่ง
หากเขาจะตอบปฏิเสธคำเชิญของสตรีสูงศักดิ์ เขาก็จำเป็นที่จะต้องมีสิ่งใดบางอย่างแสดงถึงความจริงใจของเขาให้นางเห็น เพื่อมิให้เกิดเหตุตามมาใหญ่โต
หยูจินหมิงกางกระดาษบนโต๊ะ จากนั้นก็ใช้พู่กันจุ่มหมึกจรดอักษรลงบนแผ่นกระดาษอย่างประณีต ซึ่งบนนั้นมีเนื้อหาแสดงความเสียใจ ต่อมาด้วยเหตุผลที่ว่า นางและเขากำลังจะเข้าพิธีสมรสกัน ตามธรรมเนียมมิควรพบกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อนจะถึงวันงาน อีกเหตุผลหนึ่งยามนี้เขาติดงานราชการเร่งด่วนอยู่เนื่องจากเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ มีงานให้ต้องเรียนรู้และสะสางอีกมากมาย ท้ายจดหมายฉบับนั้นเขายังเขียนคำขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ประทับตราลงไปเพื่อเป็นสิ่งยืนยันก่อนปิดผนึกแล้วยื่นให้ฟู่เถียน
“ส่งจดหมายฉบับนี้กลับไป อย่าลืมบอกผู้มาส่งข่าวว่าข้าในตอนนี้ยุ่งอยู่ในห้องหนังสือจนก้าวเท้าออกไปที่ใดไม่ได้ เลยไม่สะดวกนำจดหมายไปมอบให้ด้วยตนเอง”
“รับทราบเจ้าค่ะ” ฟู่เถียนรับมาพลางโค้งตัวลงเป็นการรับคำ จากนั้นก็ออกไปทำตามคำสั่งในทันที แต่สายตาของนางกลับจับจ้องไปที่จดหมายนั้นอย่างมิว่างเว้น ใจหนึ่งก็ยินดีที่บุรุษผู้ที่ตนปรารถนาไม่ไปพบสตรีอื่น ถึงแม้สตรีผู้นั้นจะสูงศักดิ์กว่านางมาก แต่ความคิดจาบจ้วงกล้าแกร่งของฟู่เถียนก็ยังผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
คล้อยหลังหลังจากที่ฟู่เถียนไปแล้ว หลิวตงผู้เป็นพ่อบ้านจึงได้เอ่ยขึ้นเพื่อเตือน “คุณชายใหญ่ ท่านทำเช่นนี้หากท่านหญิงโกรธ...”
“แล้วข้าจะทำเช่นไรได้ ข้าไม่อยากพบนางตอนนี้” หยูจินหมิงสวนกลับในทันที ยามนี้เขาคิดไม่ตกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องตำแหน่งใหม่ที่ได้มาอย่างไม่ซื่อตรง ทั้งเรื่องที่จะต้องแต่งหลี่ฟางฟางเข้ามา ไหนจะเรื่องซูฮวาที่เขาไม่อยากปล่อยนางไป ทุกอย่างมันดูซับซ้อนเสียเหลือเกิน
ภายในห้องรับรองของเรือนเย่ฮูหยิน บัดนี้เย่ฮุ่ยอิ่งกำลังให้ซ่งเสี่ยวม่านและสาวใช้คนอื่นๆ ในจวนดูแลต้อนรับผู้มาส่งข่าวจากจวนหลี่อ๋องเป็นอย่างดี
“อีกสักประเดี๋ยวลูกชายข้าคงกำลังมา” เย่ฮูหยินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แม้แต่กับคนของท่านหญิงที่นางส่งมาก็ไม่อาจมีท่าทีกระด้างกระเดื่องได้
“ข้ารอได้ขอรับเย่ฮูหยิน” เขาคือหนึ่งในม้าเร็วที่ส่งข่าวประจำจวนหลี่อ๋อง แม้ท่านหญิงจะให้นำความมาบอกแก่คุณชายหยู แต่นางก็กำชับให้เขาอยู่รอการตอบรับด้วยตนเองก่อนกลับจวนด้วย
เมื่อสิ้นคำของผู้มาส่งข่าว สาวใช้อีกนางภายในห้องโถงก็มากระซิบบอกว่าคนมาแล้ว
“ให้เข้ามา” ฮูหยินสกุลหยูที่ตั้งตารอคอยกับการมาของบุตรชายก็รีบเอ่ยออกไปทันที แต่เมื่อฟู่เถียนเดินเข้ามาเพียงผู้เดียวก็นึกตงิดอยู่ในใจ
“ขออภัยเย่ฮูหยิน ขออภัยผู้ส่งข่าว คุณชายใหญ่ฝากข้ามาแจ้งว่า เพลานี้ยังไม่สะดวกไปเข้าพบท่านหญิงหลี่ฟางฟางเจ้าค่ะ เนื่องด้วยเหตุผลของเรื่องธรรมเนียม และเรื่องที่คุณชายใหญ่เพิ่งเข้ารับราชการโยกย้ายตำแหน่งใหม่ มีการงานทับถมจากผู้ครองตำแหน่งเดิมอยู่มาก และได้มอบจดหมายนี้มาให้เป็นสิ่งแทนตัวเพื่อส่งให้แก่ท่านหญิงหลี่โดยตรงเจ้าค่ะ”
ริมฝีปากก็เอื้อนเอ่ยแจ้งเหตุ ร่างกายก็โค้งลงพร้อมหยิบยื่นจดหมายไปด้านหน้าเพื่อให้ผู้ส่งข่าวจากจวนหลี่อ๋องรับไป