การเดินทางไปยังสำนักเหมันต์บรรพตไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด เพราะนอกจากเสี่ยวเป่า ผู้าุโฮั่นปิง และหานตงแล้ว คุณชายมู่หรงและคุณชายหลิวอวี่ที่ได้ยินว่าเถ้าแก่เป่าจะปิดร้านไปต่างเมือง ต่างพากันโวยวายและขอร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะ "ผู้คุ้มกันกิตติมศักดิ์" (จริงๆ คือกลัวไม่ได้กินน้ำแข็งไส) รวมไปถึงแก๊งเสือทมิฬของถังป้าอีกสิบกว่าคน ยุทธจักรจึงได้เห็นภาพขบวนเดินทางสุดประหลาด... ชายฉกรรจ์และคุณชายผู้สูงศักดิ์นับสิบคน กำลังช่วยกันเข็นรถเข็นหยกเย็นข้ามูเาอย่างขะมักเขม้น
"เฮ้ยถังป้า เข็นดีๆ หน่อยโว้ย! ถ้ารถเข็นเเถ้าแก่เป่ามีรอยขีดข่วน ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ!" คุณชายหลิวอวี่ะโสั่ง พลางใช้พัดโบกไล่ความร้อน
"คุณชายหลิวก็มาช่วยเข็นสิขอรับ! นั่งบงการอยู่ได้ เกราะเหล็กของข้ามันหนักนะเฟ้ย!" ถังป้าบ่นอุบ แต่ก็ยังยอมเข็นต่อไปเพราะอยากกินน้ำแข็งไสตอนเย็น
ระหว่างการเดินทางพักค้างแรมในป่าลึก เสี่ยวเป่าไม่ได้อยู่เฉย เขาแอบเข้าไปในห้องครัวมิติของระบบเพื่อดูเงื่อนไขการปลดล็อกเฉาก๊วยชากังราวล่วงหน้า
[ติ๊ง! การจะทำ ‘เฉาก๊วยชากังราวเคี้ยวหนึบหมื่นปี’ โฮสต์ต้องใช้ ‘หญ้าหยาดน้ำค้างทมิฬ’ ที่ขึ้นอยู่ตามหน้าผาเยือกแข็งของสำนักเหมันต์บรรพตมาเป็ส่วนผสมหลัก]
"อ๋อ... แสดงว่าต้องไปถึงสำนักก่อนสินะ ถึงจะทำเมนูนี้ได้" เสี่ยวเป่าพยักหน้าเข้าใจ
วันต่อมา ขบวนรถเข็นน้ำแข็งไสก็มาถึงตระหง่านหน้าทางเข้าสำนักเหมันต์บรรพต สภาพของสำนักที่เคยงดงามด้วยหิมะขาวโพลน ตอนนี้กลับมีรอยไหม้เกรียมและเปลวไฟสีแดงปะทุอยู่ตามจุดต่างๆ เสียงต่อสู้และเสียงกระบี่ประทะกันดังแว่วมาจากลานกว้างด้านใน
"แย่แล้ว! พวกศิษย์ทรยศมันเริ่มลงมือยึดสำนักแล้ว!" หานตงร้องลั่น เตรียมจะพุ่งตัวเข้าไป
"ช้าก่อนหานตง เดินดุ่มๆ เข้าไปก็โดนรุมสิ" เสี่ยวเป่าคว้าคอเสื้อหานตงไว้ "ถังป้า! คุณชายมู่หรง คุณชายหลิว! ได้เวลาทำงานแล้ว เข็นรถเข็นลุยเข้าไปกลางลานประลองเลย! วันนี้เถ้าแก่เป่าจะเปิดเวทีท้าดวลด้วยของหวานเอง!"
"โอ้วววว!!" ทุกคนโห่ร้องรับคำอย่างบ้าคลั่ง คุณชายมู่หรงชักกระบี่เพลิงสุริยันออกมา ถังป้าเงื้อกระบองเหล็ก ขบวนรถเข็นน้ำแข็งไสพุ่งทะยานพังประตูสำนักเข้าไปอย่างอลังการงานสร้าง!