“เดี๋ยวนะ อีผู้จัดเวรนี่เอาอีกแล้ว มันจะเปิดบัตรสองรอบนี่มันจะตายไหมวะ”
“มันนะไม่ตายหรอก แต่ตอนนี้พวกเรานี่แหละจะตายก่อนมัน” เสียงกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายกลุ่มกำลังดูท่าทางไม่สบอารมณ์เมื่อพวกเขายอมควักเงินเป็หมื่นเพื่อซื้อที่นั่งระดับวีไอพีหวังจะดูศิลปินที่ตนรักอยู่ใกล้ ๆ ได้เต็มตา แต่กลับตรงกันข้ามเมื่อเก้าอี้ที่นั่งถูกจัดให้เบียดเสียดจนแทบจะไม่มีทางเดิน
แม้อากาศข้างนอกจะเย็นสบายด้วยอุณหภูมิยี่สิบองศาเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วแต่อุณหภูมิข้างในกลับร้อนอบอ้าว เมื่อผู้คนถูกอัดแน่นกันดูเบียดเสียดยังกับปลากระป๋องจนทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกระหว่างที่กำลังไม่สบอารมณ์อยู่นั้นจู่ ๆ
Welcome DeFaint in Thailand
กรี๊ดดดดด กรี๊ดดส์~
DeFaint DeFaint
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแต่กลับไม่สามารถกลบเสียงกรี๊ดร้องของสาวรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ไปจนถึงรุ่นอาม่าแต่หัวใจสิบแปดบวกไม่ได้พื้นที่สนามกีฬาขนาดใหญ่ของประเทศดูเล็กลงไปขนัดตาเมื่อต้องบรรจุผู้คนราว ๆ แสนคน
แต่ในความเป็นั้นจริงบรรจุได้ไม่ถึงแสนคนด้วยซ้ำ นั่นทำให้แต่ละคนมีใบหน้าที่ดูเมื่อยล้าเนื่องจากต้องฝ่าฟันรถติดแถมยังต้องมาต่อคิวกว่าจะได้เจอนักร้องคนโปรดก็ปาไปครึ่งค่อนวันแล้วเมคอัพที่บรรจงแต่งมาก็ละลายไปกับเม็ดเหงื่อและกลืนหายั้แ่ตะวันไม่ตกดินด้วยซ้ำ
แต่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่คุกรุ่นก็หายไปทันทีดวงตานับแสนคู่ต่างจับจ้องมองพวกเขาเ่าั้ด้วยดวงตาเพ้อฝันเหมือนถูกสะกดให้ไม่สามารถละสายตาจากชายหนุ่มทั้งสี่คนที่ยืนเปล่งประกายราวกับเทวดามาจุติบนโลกมนุษย์แม้แต่น้ำยาซักผ้าขาวยังต้องถอยให้กับความขาว สว่างใสจ้าราวกับบริโภคหลอดไฟเป็อาหาร
ด้านข้างประตูทางออกไม่ห่างจากเวทีมากนัก หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวราวกับนางแบบผิวสีแทนเนียนละเอียดสุขภาพดีสะท้อนแสงไฟสเตจไลท์ติ้งที่ถูกสาดมาจากด้านหน้าเวที เส้นผมสีน้ำตาลหม่นถูกรวบเป็หางม้ายาวเหยียดตรงครึ่งหลังดูคล่องตัวโชว์กรอบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเรียวเล็กได้รูปเชิดขึ้นเล็กน้อย รับกับแว่นตากันแดดสีดำยี่ห้อดังกำลังยืนกอดอกจ้องมองใครคนหนึ่งที่ยืนเด่นบนเวทีขนาดใหญ่ รวมทั้งบรรดาสาว ๆต่างจับจ้องชายคนนั้นไม่วางตา
“มึง! นี่แหละพ่อของลูกกู”
“พ่อของลูกกูต่างหาก มึงอ่ะหยุดเพ้อเจ้อกี่โมง” สาววัยรุ่นผมสั้นกำลังเถียงกันเพื่อแย่งพ่อของลูกในขณะที่คนจะมาเป็พ่อของลูกนั้นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ยังคงร้องและเต้นบนเวทีต่อไปด้วยใบหน้าที่กระชากใจสาววัยทีนและวัยทอง~
“กูว่าคิวคงยาวไปนอกโลกโน่น” หญิงสาวหน้าตาน่ารักยืนเท้าสะเอว สองมือเล็กกำลังไถโทรศัพท์ส่องไอดอลวงโปรดสัญชาติรามยอนด้วยใบหน้าดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ อาจเพราะไม่ใ่โปรดแต่เพื่อนลากมาก็ต้องมาดูได้จากตุ๊กตาศิลปินคนโปรดที่ห้อยอยู่กับกระเป๋าสะพายหลังแกว่งไปมา
“ถ้ากูได้พี่มาร์ชมาเป็ผัวนะ ต่อให้ชาติหน้าต้องเกิดมาเป็หมากูก็ยอมแต่ว่าพี่เขาก็ต้องเกิดเป็หมาคู่กับกูนะ ฮิฮิ”
“พี่เขาจะจับมึงฉีดยากันพิษสุนัขบ้าก่อนนะสิ อย่าลืมว่าพี่แกจบอะไรมา ฮาฮ่า”ทุกคนในกลุ่มละสายตาจากเวทีขนาดใหญ่หันมาสบตากันชั่ววินาทีก่อนจะพยายามกลั้นขำขณะชูแท่งไฟรูปไม้กางเขนที่เป็สัญลักษณ์ของวงขณะกำลังเปลี่ยนเป็สีแดงสลับขาวไปมาจนทั่วทั้งสนามเหมือนกับทะเลแดงสลับกับทะเลหมอก
“มึงว่าไหม” ขณะที่สายตาคู่หนึ่งมองไปยังแท่งไฟนับแสนดวงท่ามกลางท้องฟ้าในคืนมืดมิด “ หากเราใช้หัวใจมองแท่งไฟเ่าั้ สีแดงคือความร้อนแรงเหมือนเปลวไฟสลับกับสีขาวที่แฝงไปด้วยสันติภาพ ความว่างเปล่าและการหลุดพ้นเหมือนที่สุลต่านเคยพูดไว้เนอะ”
“ท่านชีคต่างหาก” เสียงเล็กใสพูดแทรกออกมาด้วยใบหน้าเพ้อฝัน
“ใครจะยังไงก็ช่าง แต่แอรอนต้องเป็ของกูคนเดียวเท่านั้น คนอื่นอย่าสะเออะ” สาวหน้าหมวยรูปร่างผอมบางพูดด้วยเสียงที่ดังฟังชัด จนหลายคนหันมามองค้อน
โป๊ก!!!
“นี่แน่ะ อีเบ มึงดูสาระร่างมึงก่อนไหมคะ พี่เขาชอบสาวอินเตอร์
ผิวสีน้ำผึ้งจ้าแม่คุณไม่ใช่ผิวขาวซีดเป็หยวกกล้วยเหมือนมึงค่ะ” เพื่อนในกลุ่มเหน็บแนมสาวมั่นยืนหนึ่งที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้า
“มึงคิดเหรอว่าสามีกูเขาชอบแบบนั้นจริง ๆเขาก็แค่พูดให้กำลังใจพวกที่สีผิวต่ำกว่าบิวตี้แสตนดาร์ดให้ดีใจไปก็เท่านั้นแหละเชอะ” คนมั่นหน้าพูดพลางเอามือลูบหัวป้อย ๆเมื่อถูกเพื่อนเขกกะโหลกให้หนึ่งที
“อีเบ กูว่ามึงควรหุบปาก จะตายคาตีนก่อนได้ผัวยังไม่รู้ตัวอีก” สาวผมสั้นดึงชายเสื้อเพื่อนเพื่อเรียกสติเมื่อเห็นว่าหลายคนเริ่มหันมามองเพื่อนในกลุ่มด้วยสายตาไม่เป็มิตรเท่าที่ควร
“ใครแคร์” คนถูกมองจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัวของแบบนี้ใครดีใครได้ต่างหาก ขณะที่คนสองฝั่งกำลังทำาเย็นกันอย่างเงียบ ๆทางสายตาอยู่นั้น
“สวัสดีครับ พวกเรา DeFaint ครับ”
และนั่นก็เป็เหมือนเสียง์ที่ทำให้ทุกคนกลับเข้าสู่ภวังค์อีกครั้งแต่...
ยกเว้นสาวชุดเดรสสั้นสีดำโชว์เรียวขาสวย สวมทับด้วยเสื้อหนังสุดเท่รองเท้าบูตส้นสูงปรี๊ดยืนพิงประตูฝั่งทางออก ปากสีแดงสดกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งขณะยกมือขยับแว่นกันแดดสีดำ พลางเหยียดยิ้มเยาะ
“หึ สามีเดวิลสิไม่ว่า”