สอนเธอ....เสียว! NC++

    ตอนที่ 57: เผชิญหน้ากองหน้าสำนักอัคคีสวรรค์

    ตอนที่ 57: เผชิญหน้ากองหน้าสำนักอัคคีสวรรค์


    ขบวนรถยนต์ลีมูซีนหรูหราของตระกูลถังนับสิบคันแล่นเบรกจอดสนิทอย่างรวดเร็วหน้าวิหารประมูลการค้าใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ ภาพเบื้องหน้าที่สะท้อนผ่านกระจกหน้ารถคือกลุ่มควันดำทะมึนและเปลวเพลิงสีส้มแดงที่กำลังลุกไหม้ซากปรักหักพังของเสาหินอ่อนสลักลายโบราณ เศษกระจกหนานิรภัยและป้ายชื่อตระกูลถังขนาดใหญ่แตกหักเกลื่อนกลาดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสดของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่นอนครวญครางจมกองเลือดระนาว เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างป่าเถื่อนของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีแดงเพลิงสลับดำสนิทดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือดที่กำลังฉลองชัยชนะ


    "กรี๊ดดด! ช่วยด้วย!... อย่ายิง!... ปล่อยพวกเราไปเถอะ!..." เสียงกรีดร้องหวีดหวิวด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของพนักงานหญิงและผู้ดูแลคลังสินค้าตระกูลถังดังแทรกเสียงระเบิดเป็นระยะๆ กลุ่มคนชุดคลุมเพลิงตวัดดาบยาวที่มีเปลวไฟลุกท่วมฟันทำลายตู้จัดแสดงโบราณวัตถุและบดขยี้ข้าวของมีค่าราคาพันล้านพังพินาศอย่างไม่แยแส


    "คุณเย่เฉินคะ... พวกมันบุกมาถึงใจกลางเมืองขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!" ถังลู่เหยาที่นั่งอยู่เบาะหลังข้างกายผมในชุดเดรสราตรีสีน้ำเงินเข้มตัวหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน มือเรียวนุ่มของเธอกุมท่อนแขนแกร่งของผมไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววโกรธแค้นระคนกังวลใจในความปลอดภัยของธุรกิจตระกูล


    "พี่ลู่เหยา... พวกมันคือ 'สำนักอัคคีสวรรค์' ตัวจริงแน่ๆ ค่ะ!" ถังหลิงเอ๋อร์ คุณหนูรองคนงามวัยยี่สิบเอ็ดปีที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของผมชะโงกหน้ามองผ่านหน้าต่างรถด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ร่างกายแรกรุ่นของเธอที่เพิ่งผ่านการบำบัดรักษาชีพจรวารีแช่แข็งจนผิวกายกลับมานุ่มเนียนอมชมพูสดใส บัดนี้กลับมีไอสังหารลุกโชนในดวงตาหวานฉ่ำ "หนูจำสัญลักษณ์เปลวเพลิงทมิฬแปดแฉกที่ปักอยู่บนหน้าอกเสื้อของพวกมันได้... ตอนที่หนูอยู่ฝรั่งเศส ปู่เคยเตือนว่าพวกมันคือนิกายฝึกวิชามารโบราณที่โหดเหี้ยมที่สุดในยุทธภพแดนใต้!"


    จางเสวี่ยฉีที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับรีบหันกลับมารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด: "นายท่านคะ... หน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงของตระกูลถังกว่าสามสิบนายโดนพวกมันซัดฝ่ามือเพลิงสลบเหมือดหมดแล้วค่ะ บอร์ดบริหารและผู้จัดการวิหารประมูลถูกจับมัดรวมกันไว้ในห้องโถงใหญ่ชั้นหนึ่ง ผู้อาวุโสสิงฟงสั่งการให้คนของมันจุดไฟเผาทำลายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อล่อให้นายท่านก้าวออกมามอบตัวค่ะ!"


    ผมคลี่ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แววตาสีทองฉายประกายคมปลาบดุจพญามังกรสงครามที่กำลังมองดูกลุ่มมดปลวกไร้ค่า ลมปราณหยางบริสุทธิ์ภายในร่างของผมหมุนเวียนรวดเร็วปานกระแสน้ำวนในมหาสมุทร ร่างกายแกร่งสมส่วนใต้ชุดสูททักซิโด้สีดำขลับเปล่งออร่าความร้อนสีทองจางๆ ออกมาจนอากาศภายในห้องโดยสารรถยนต์เริ่มอบอุ่น


    "ไม่ต้องกังวลไปครับลู่เหยา... หลิงเอ๋อร์... เสวี่ยฉี..." ผมยกมือหนาขึ้นลูบเรือนผมนุ่มสลวยของสองพี่น้องตระกูลถังเพื่อปลอบประโลมจิตใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบทว่าแฝงอำนาจราชันสะกดวิญญาณ "ในเมื่อพวกสุนัขสำนักอัคคีสวรรค์มันกล้าจุดไฟเผาบ้านของพวกเธอ... คืนนี้ผมจะใช้เลือดของพวกมันทั้งสำนักมาดับไฟและล้างพื้นหินอ่อนของวิหารประมูลแห่งนี้ให้สะอาดเอี่ยมเองครับ!"


    "นายท่านระวังตัวด้วยนะคะ... พวกเราเชื่อมั่นในตัวนายท่านที่สุดค่ะ!" ถังหลิงเอ๋อร์ส่งสายตาหวานฉ่ำที่เปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดีระดับสูงสุดร้อยเปอร์เซ็นต์ มือเล็กๆ ของเธอบีบกระชับมือผมแน่นเพื่อส่งกำลังใจ


    ผมผลักประตูก้าวลงจากรถลีมูซีนหรูหราอย่างสง่างาม ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นลานหินอ่อนหน้าวิหาร คลื่นลมปราณสีทองหนาแน่นพลันระเบิดแผ่ออกไปรอบทิศทางเป็นวงกว้าง "ตู้มมม!..." แรงอัดอากาศอันมหาศาลพัดฝุ่นควันและเปลวเพลิงที่กำลังลุกลามให้ดับมอดลงพริบตาดุจดั่งถูกพายุหมุนลูกใหญ่พัดกระหน่ำ


    เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของผมดึงดูดสายตาทั้งหมดของกลุ่มศิษย์สำนักอัคคีสวรรค์กว่าสามสิบคนในลานกว้างให้หันมามองเป็นตาเดียว พวกมันต่างพากันชะงักงันไปชั่วครู่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทดำเพียงคนเดียว


    "เฮ้ย!... ไอ้หนุ่มหน้ามนคนนี้เป็นใครวะ?! กล้าก้าวขาเข้ามาเสนอหน้ารับความตายถึงที่นี่เชียวเรอะ!" ชายหนุ่มร่างกำยำผิวคล้ำใบหน้ามีรอยแผลเป็นรูปเปลวไฟที่ยืนถือดาบยาวเคลือบเพลิงตวาดลั่น มันคือ 'จ้าวหู่' ศิษย์เอกอันดับหนึ่งของผู้อาวุโสสิงฟง ยอดฝีมือพลังปราณโบราณระดับสองขั้นปลาย


    "พี่จ้าวหู่!... มันคือไอ้สวะเย่เฉินที่พวกเราตามล่าตัวอยู่ครับ! ตาแก่วังเทียนเต๋อกับหลิวซานคงพลาดท่าโดนมันลอบกัดตายแน่ๆ!" ศิษย์คนหนึ่งข้างๆ ตะโกนบอกพลางชี้ปลายกระบี่เพลิงมาทางผมด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม


    "ฮ่าๆๆๆ!... ที่แท้ก็เป็นไอ้เด็กเมื่อวานซืนจากปักกิ่งนี่เอง!" จ้าวหู่แค่นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "กูคิดว่ามึงจะมีสามหัวหกกรซะอีก ที่แท้ก็แค่ขยะหน้าขาวที่แอบเกาะชายกระโปรงคุณหนูตระกูลถังหากิน! กล้าบุกมาหาพวกกูคนเดียวแบบนี้ คิดว่าวิชาปาหี่ของมึงจะต้านทานเปลวเพลิงสวรรค์ของสำนักกูได้งั้นเหรอวะ?!"


    ผมยืนกอดอกนิ่ง กวาดสายตามองพวกมันด้วยความเฉยเมย แววตาสีทองทอประกายเย็นเยียบ: "พวกแกพล่ามจบหรือยังครับ? ถ้าพล่ามจบแล้วก็รีบชักอาวุธเข้ามาพร้อมกันเถอะครับ... ผมไม่อยากเสียเวลากับเศษสวะที่กำลังจะกลายเป็นศพเฝ้าหน้าประตูนานเกินไป"


    "ปากดีนักนะมึง! ล้อมมันไว้แล้วสับร่างมันให้กลายเป็นเศษเนื้อย่างสดเดี๋ยวนี้!" จ้าวหู่คำรามสั่งการด้วยความเดือดดาลสุดขีด


    "ฆ่ามันนน!..."


    สิ้นเสียงคำราม ศิษย์สำนักอัคคีสวรรค์กว่าสามสิบคนพากันพุ่งทะยานร่างเข้ามาล้อมกรอบผมเป็นวงกลม ดาบเพลิงและกระบี่สลักยันต์อัคคีในมือของพวกมันสว่างวาบ เปลวไฟสีส้มอมดำลุกโชนพวยพุ่งส่งกลิ่นกำมะถันฉุนกึก คมดาบเปลวเพลิงนับสิบเล่มฟันสับลงมาจากทุกทิศทางหมายจะฉีกร่างของผมให้ขาดสะบั้นเป็นชิ้นๆ


    ทว่าในสายตาของผมที่มีพลังสแกนของระบบจำลองระดับเทพเลเวล 4 การเคลื่อนไหวของพวกมันกลับช้าปานภาพสโลว์โมชั่น!


    [ระบบ: ตรวจพบศัตรูกลุ่มย่อยระดับสอง 32 เป้าหมาย - พลังโจมตีธาตุไฟต่ำ ไม่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของ 'พลังกายศิลาหยางฟ้า' ได้]

    [ระบบ: แนะนำให้กำจัดจุดศูนย์กลางลมปราณด้วยเข็มทองคำสวรรค์เพื่อความเด็ดขาด!]


    "ฟึ่บ!..."


    ผมขยับเท้าเพียงก้าวเดียวด้วยทักษะ 'ก้าวพริบตา' ร่างของผมพลันเลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภูตพราย คมดาบเพลิงนับสิบเล่มฟันปะทะเข้ากับอากาศธาตุจนเกิดประกายไฟลั่นเปรี๊ยะ


    "เฮ้ย!... มันหายไปไหนแล้ววะ?!" ศิษย์คนหนึ่งร้องอุทานด้วยความตระหนก


    "ผมอยู่ข้างหลังแกครับ..." เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นชิดใบหูด้านหลังของมัน


    ก่อนที่มันจะได้ทันหันกลับมา ฝ่ามือขวาของผมก็ฟาดประกบเข้าที่ท้ายทอยของมันอย่างรุนแรง "ผัวะ!..." แรงกระแทกของลมปราณทองคำบดขยี้กระดูกต้นคอของมันหักสะบั้น ร่างของมันปลิวกระเด็นไปไกลกว่าห้าเมตรกระแทกเข้ากับเสาหินอ่อนจนแตกละเอียด สิ้นใจตายคาที่โดยไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะร้องอ้อนวอน


    "อ๊ากกก! มันอยู่ตรงนั้น! ยิงพลังเพลิงใส่มันเลย!"


    ศิษย์อีกห้าคนพากันซัดฝ่ามือปล่อยลูกบอลเพลิงสีดำขนาดเท่ากำปั้นพุ่งเข้าใส่หน้าอกผมพร้อมกัน ลูกไฟมรณะระเบิดปะทะร่างของผมเสียงดังสนั่น "ตูม! ตูม! ตูม!..." เปลวไฟลุกท่วมเสื้อสูทดำของผมอย่างบ้าคลั่ง


    "ฮ่าๆๆ! โดนเพลิงสวรรค์เข้าไปเต็มๆ แบบนี้ มึงไหม้เกรียมเป็นตอตะโกแน่!" จ้าวหู่หัวเราะลั่นอย่างสะใจ


    ทว่าเสียงหัวเราะของมันต้องชะงักค้างลงทันควัน เมื่อเปลวเพลิงสีดำที่ลุกท่วมร่างของผมพลันมอดดับสลายไปในพริบตา เผยให้เห็นร่างแกร่งของผมที่ยืนตระหง่านอย่างสงบนิ่ง เสื้อสูททักซิโด้ไร้รอยขีดข่วนแม้แต่เส้นด้ายเดียว ผิวกายของผมเปล่งประกายสีทองอร่ามดุจทองคำบริสุทธิ์ที่หลอมไม่ละลาย


    "บะ...บ้าน่า!... เพลิงทมิฬเผามันไม่เข้าเลยเรอะ?!" ศิษย์ทั้งกลุ่มหน้าถอดสี ขวัญหนีดีฝ่อจนขาสั่นพั่บๆ


    "เล่นปาหี่เสร็จแล้วใช่ไหมครับ? คราวนี้ถึงตาผมบ้างล่ะนะ..."


    ผมสะบัดปลายนิ้วมือทั้งสองข้าง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งวาบออกจากแขนเสื้อ "ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!..." เข็มทองคำสวรรค์เก้าทิศนับสิบเล่มที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณหยางร้อนแรงพุ่งทะลวงผ่านม่านอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ปักเข้าใส่จุดชีพจรสำคัญที่ลำคอ หน้าอก และหน้าผากของกลุ่มศิษย์สำนักอัคคีสวรรค์อย่างแม่นยำไร้ที่ติ


    "อั่ก!... อ๊าส์!... ลมปราณกู!... ลมปราณกูแตกสลายแล้ว!..."


    เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วลานประมูล ร่างของศิษย์นับสิบคนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกัน เลือดสดๆ ทะลักออกจากทวารทั้งเก้า จุดตันเถียนภายในร่างกายระเบิดพังพินาศกลายเป็นคนพิการไร้วิชาต่อสู้ในเสี้ยววินาที


    ผมก้าวเดินอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น ตรงเข้าหากลุ่มศิษย์ที่เหลือที่กำลังแตกตื่นถอยหนี สองมือแกร่งขยับเหวี่ยงเตะต่อยบดขยี้อย่างต่อเนื่อง หมัดตรงของผมทะลวงผ่านหน้าอกของศิษย์คนที่สิบหักซี่โครงปอดฉีก ส้นเท้าตวัดเตะตัดก้านคอศิษย์คนที่สิบเอ็ดและสิบสองจนกระเด็นลอยไปฟาดกำแพงปูนหักครึ่ง เสียงกระดูกแตกหัก "กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!..." ดังกังวานสอดประสานกับเสียงกรีดร้องอย่างน่าสยดสยอง


    เพียงเวลาไม่ถึงสองนาที ศิษย์สำนักอัคคีสวรรค์กว่าสามสิบนายต่างนอนจมกองเลือดกลายเป็นศพและคนพิการเกลื่อนกลาดทั่วลานหน้าวิหารประมูล เหลือเพียงจ้าวหู่หัวหน้ากลุ่มที่ยืนตัวสั่นงันงก ดาบเพลิงในมือสั่นระริกจนแทบหลุดมือ แววตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวดั่งเห็นยมทูตเสด็จลงมาจากนรก


    "แก... แกมันไม่ใช่คน!... แกคือปีศาจ!..." จ้าวหู่ละล่ำละลักถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบันไดหินอ่อน


    "เมื่อครู่นี้แกบอกว่าจะสับผมเป็นเศษเนื้อย่างสดไม่ใช่เหรอครับ?" ผมก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้ามันในระยะประชิด รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของผมทำให้หัวใจของมันแทบจะหยุดเต้น "ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเป็นลูกสุนัขตกน้ำแบบนี้ล่ะครับ?"


    "อยะ...อย่าเข้ามานะเว้ย! กูคือศิษย์เอกของท่านผู้อาวุโสสิงฟง! ถ้ามึงกล้าแตะต้องกู ท่านอาจารย์จะต้องเผาวิญญาณมึงให้ดับสูญแน่!..."


    "งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นก็รีบลงไปจองที่ในนรกให้อาจารย์ของแกก่อนเลยเถอะครับ!"


    "ฟึ่บ!..."


    ผมยื่นมือขวาออกไปคว้าคอหอยของจ้าวหู่แล้วยกตัวมันลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยมือเดียว ออกแรงบีบปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย ลมปราณหยางสีทองก็แล่นทะลวงเข้าสู่ลำคอของมันจนกระดูกคอหักสะบั้น "กร๊อบ!..." ดวงตาของจ้าวหู่เบิกกว้างทะลัก เลือดสดไหลรินออกจากมุมปากก่อนที่ร่างของมันจะอ่อนปวกเปียกหมดลมหายใจคาอุ้งมือผม


    ผมสะบัดเหวี่ยงร่างไร้วิญญาณของมันทิ้งลงพื้นราวกับขยะเปียก จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาเช็ดคราบฝุ่นที่ปลายนิ้วอย่างสุขุมเยือกเย็น


    ถังลู่เหยา ถังหลิงเอ๋อร์ และจางเสวี่ยฉีที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่บนรถ พากันก้าวลงมาด้วยความตื่นตะลึงและเลื่อมใสบูชาขีดสุด


    "นายท่านสุดยอดมากเลยค่ะ!... กำจัดศัตรูสามสิบคนได้ในพริบตาเดียว!" ถังหลิงเอ๋อร์วิ่งเข้ามากอดท่อนแขนของผมไว้แน่น อกอวบคัพ D นุ่มนิ่มของเธอเบียดบดเข้ากับแผ่นอกของผมอย่างไม่แคร์สายตาใคร ดวงตาหวานฉ่ำเป็นประกายระยิบระยับด้วยความหลงใหลคลั่งไคล้


    "คุณเย่เฉินคะ... รีบเข้าไปช่วยคนข้างในเถอะค่ะ!" ถังลู่เหยาเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง


    ผมพยักหน้ารับเบาๆ ทว่าในวินาทีนั้นเอง อุณหภูมิรอบตัววิหารประมูลพลันพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจนอากาศรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นคลื่นความร้อนระอุ ผนังหินอ่อนและซากปรักหักพังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งก้อนถ่านในเตาหลอม!


    "ตึงงง!..."


    เสียงคลื่นลมปราณอันมหาศาลกระแทกประตูวิหารชั้นในจนระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับร่างของชายชราผมขาวโพลนในชุดคลุมเพลิงสีเลือดลอยตัวเหาะข้ามซากปรักหักพังออกมาอย่างช้าๆ ร่างกายของมันแผ่รังสีเพลิงทมิฬสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ


    รอบกายของมันมีแผ่นยันต์สีดำทมิฬโบราณสามแผ่นลอยหมุนวนอยู่รอบตัว เปล่งประกายแสงสีแดงเพลิงดั่งดวงตาสัตว์ร้ายจากขุมนรก มันคือ 'ผู้อาวุโสสิงฟง' ปรมาจารย์สะกดวิญญาณแห่งสำนักอัคคีสวรรค์!


    "ฮ่าๆๆๆ!... ไอ้หนูสารเลว! มึงกล้าสังหารศิษย์เอกของกูและทำลายแผนการของสำนักอัคคีสวรรค์งั้นเรอะ?!" ผู้อาวุโสสิงฟงแสยะยิ้มชั่วร้ายจนเห็นฟันดำ แววตาสีแดงก่ำจับจ้องมองผมและสองพี่น้องตระกูลถังด้วยความละโมบและอาฆาตมาดร้ายสูงสุด "ดีมาก!... คืนนี้กูจะใช้ยันต์อัคคีผลาญวิญญาณเผาร่างมึงให้แหลกเป็นผุยผง แล้วจับนังหนูตระกูลถังทั้งสองคนไปเป็นเตาหลอมบำบัดกามารมณ์เพื่อฝึกวิชามารเพลิงขั้นสูงสุดของกูเดี๋ยวนี้!"


    ผู้อาวุโสสิงฟงยกมือขวาขึ้นชี้ฟ้า ยันต์อัคคีทมิฬทั้งสามแผ่นพลันเปล่งแสงเจิดจ้าลุกโชนไปด้วยเปลวไฟนรกสีดำทมิฬที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลองในไม่กี่อึดใจนี้ทันควัน!...


    คล้ายกับเรื่องสอนเธอ....เสียว! NC++ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179