บทที่ 19 ผลประโยชน์ร่วมกัน
เมื่อรู้ว่าคู่แข่งของตนกำลังจับผิดอยู่เถ้าแก่มู่จึงหันมาสนใจภาพเครื่องเรือนในมือก่อนจะสั่งจำนวนเครื่องเรือนแต่ละแบบลงไป จากนั้นก็หันมาดูป้ายอักษรมงคล ซึ่งล้วนแต่งดงามอ่อนช้อยและมีความหมายดี
เถ้าแก่มู่ซื้อป้ายมงคลที่กู้หลินนำมาในวันนี้ทั้งหมดพร้อมสั่งทำเพิ่มเติมจำนวนมากเพื่อจัดเตรียมสำหรับเปิดร้านขายเครื่องเรือน
หลังจากเลือกสั่งเครื่องเรือนจนครบตามที่ตนเอง้าแล้วเถ้าแก่มู่ก็หันมาสนใจกล่องเครื่องประดับเปลือกหอยมุก
“แค่กล่องเครื่องประดับนี้ข้าก็มั่นใจว่าจะขายได้แน่นอน”
มู่เซินรับกล่องเครื่องประดับจากมือของกู้หลินเขาลูบกล่องอย่างหลงใหล ก่อนจะเปิดด้านในออกมาดูทีละชิ้น ซึ่งมีทั้งกำไล สร้อยคอต่างหู และปิ่นปักผม
เถ้าแก่น้อยใช้มือลูบเพื่อทดสอบว่าเครื่องประดับเปลือกหอยที่มีความคมโดยธรรมชาติจะสร้างาแให้แก่ผู้สวมใส่หรือไม่ เมื่อกู้หลินมองเห็นก็เอ่ยปากถึงขั้นตอนการทำ
“เถ้าแก่ไม่ต้องกังวลว่าเปลือกหอยเหล่านี้จะบาดตัวผู้สวมใส่เพราะก่อนที่จะนำมาทำเป็เครื่องประดับ ต้องลบเหลี่ยมเพื่อไม่ให้บาดมือหลังจากประกอบเสร็จแล้วก็จะขัดลบคมและเคลือบน้ำยาอีกชั้นหนึ่งจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่สร้างาแให้กับผู้สวมใส่แน่นอน”
หลี่เหว่ยและกู้เฉินนั่งฟังกู้หลินสาธยายคุณสมบัติของเครื่องประดับเปลือกหอยเ่าั้อย่างเพลิดเพลิน
หลังการพบปะกับเถ้าแก่มู่ในวันนั้นกู้หลินก็ลงนามในสัญญากับร้านของมู่เซินในการค้าขายร่วมกันโดยเครื่องเรือนและเครื่องประดับของตระกูลกู้จะขายให้ร้าน มู่เซินเพียงแห่งเดียวในจำนวนที่ตกลงกันในแต่ละเดือน
เถ้าแก่มู่มองดูหลี่เหว่ยที่เขียนสัญญาอย่างคล่องแคล่วด้วยความสนใจภายในใจนึกสงสัยชาติกำเนิดของหลี่เหว่ย ที่ได้ยินว่าเป็คนในหมู่บ้านหุบเขา
“ข้าคิดว่าเ้าคงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแต่จะเป็ใครก็ช่างเถิด น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง”
หลังเสร็จสิ้นการเจรจามู่เซินเชิญให้กู้หลินไปดูร้านค้าที่เขากำลังเตรียมจะเปิดเป็ร้านเครื่องเรือนที่อยู่ข้างกันหญิงสาวเดินตามเ้าของร้านไปอย่างไม่ลังเล
ร้านขนาดใหญ่ขนาดสองชั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนจัดวางเครื่องเรือนเดิมที่ดูระเกะระกะกู้หลินกวาดสายตามองการจัดวางตำแหน่งของเครื่องเรือนที่ดูเรียบง่ายและระเกะระกะจนดูไม่น่าสนใจแล้วจึงเอ่ยถามอย่างเกรงใจ
“เถ้าแก่มู่ข้าขอออกความเห็นเกี่ยวกับการจัดวางเครื่องเรือนในร้านของท่านได้หรือไม่”
สายตาของมู่เซินเผยประกายเจิดจ้า ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตด้วยความยินดี
“เชิญคุณหนูกู้ติชมได้เลยเพราะเราสองคนก็ทำการค้าร่วมกันแล้ว หากการจัดวางตำแหน่งของเครื่องเรือนในร้านของข้าทำให้ขายดีขึ้นก็เหมือนกับสินค้าของตระกูลกู้มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านสามารถให้คนงานปรับเปลี่ยนได้ตาม้าเลย”
คำพูดกำกวมของเถ้าแก่มู่หลี่เหว่ยฟังแล้วก็รู้สึกขัดหู
กู้หลินได้ยินก็อมยิ้มในใจให้กับคำลดเลี้ยวของหนุ่มน้อยก่อนจะเริ่มบอกคนงานให้จัดวางเครื่องเรือนตามที่ตนเอง้า
นางเริ่มจากการให้คนงานแยกประเภทข้าวของจากนั้นก็จัดวางให้เป็ระเบียบ และวางให้เห็นถึงความสวยงามของลวดลายและวัสดุ รวมทั้งจัดวางให้เครื่องเรือนดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กู้หลินยังให้คนงานเพิ่มต้นไม้เล็ก ๆและของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าเข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วยอีกทั้งในท้ายสุดหญิงสาวยังแนะนำให้เถ้าแก่มู่ทำป้ายร้านที่ดูสะดุดตาและเขียนคำโฆษณาที่ดึงดูดลูกค้า
หลังจากที่คนงานในร้าน จัดการตกแต่งตามที่ กู้หลินแนะนำ ร้านใหม่ของเถ้าแก่มู่ก็ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละร้านจากร้านที่ดูธรรมดา กลายเป็ร้านที่มีเสน่ห์ดึงดูด เครื่องเรือนต่าง ๆ ดูโดดเด่น จนเถ้าแก่มู่ถึงกับเบิกตาโตและยิ้มอย่างพอใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน
“ขอบคุณมาก คุณหนูกู้ท่านช่างมีความสามารถทุกอย่างจริง ๆ”
เถ้าแก่มู่กล่าวขอบคุณพร้อมส่งสายตาซาบซึ้ง
“พวกเรายังต้องสั่งซื้อของอีกหลายอย่างใช่หรือไม่หลินเอ๋อร์และเ้ายังมีงานที่ลุงจางรอปรึกษาหารืออยู่หลายอย่างพี่ว่าได้เวลาสมควรที่จะต้องกลับแล้ว”
หลี่เหว่ยเดินกลับไปกลับมาระหว่างที่กู้หลินจัดการร้านเครื่องเรือนของเถ้าแก่มู่เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็รีบชวนหญิงสาวกลับเพราะเกรงว่าเถ้าแก่มู่จะถือโอกาสเชิญกินอาหารกลางวันด้วยกันอีก
กู้เฉินหันมองเพื่อนด้วยความแปลกใจ เพราะในระยะหลังเพื่อนของเขาแสดงท่าทีประหลาดออกมาบ่อยครั้งแต่ภายในใจก็เห็นด้วยว่าสมควรกลับเสียทีหลังจากเสียเวลาเกือบครึ่งวันแล้ว
“จริงของพี่เหว่ย ข้าลืมไปสนิทว่าลุงจางกำลังรอให้กลับไป”
กู้หลินรู้ว่าหลี่เหว่ยคิดอะไรในใจนางจึงรีบเอ่ยปากตามน้ำ
“ข้าคงต้องขอตัวแล้วเครื่องเรือนชุดแรกจะส่งให้ท่านภายในวันพรุ่งนี้และเครื่องเรือนที่สั่งทำชุดหลังจะส่งภายในสิบวัน”
เถ้าแก่มู่รู้สึกเสียดายที่พลาดโอกาสในการชวนนางกินอาหารกลางวันด้วยกันแต่เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้ก็ต้องเจอกันอีก เขาก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้งนางไว้
“ข้าจะไปรับเครื่องเรือนด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้อยากไปเห็นตอนที่ช่างทำด้วยตาตัวเอง หวังว่าคุณหนูกู้คงไม่ขัดข้อง”
กู้หลินได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงเพราะการที่เถ้าแก่มู่จะไปดูงานด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้เป็เื่น่าเกลียดแต่อย่างใด
“แน่นอนเ้าค่ะ เถ้าแก่สามารถไปดูการผลิต และไปดูขั้นตอนการทำเครื่องเรือนได้อยู่แล้ว”
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน กู้หลินก็นำซาลาเปาที่ห่อใส่กล่องไม้และยังอุ่นอยู่ส่งให้พี่ชายและหลี่เหว่ยกิน
“พี่ใหญ่ พี่เหว่ย ข้าห่อซาลาเปามาด้วยพวกท่านคงหิวแล้ว ตอนแรกข้าคิดว่าจะไปกินบะหมี่ชื่อดังเ้าเดิมแต่พอบอกเถ้าแก่มู่ว่าต้องรีบกลับก็เลยอด”
หลี่เหว่ยกับกู้เฉินมองหน้ากันก็ด้วยความรู้สึกผิด
“ขอโทษด้วยนะน้องเล็กข้าเพียงแต่ไม่อยากรบกวนเถ้าแก่มู่มากเกินไป”
กู้เฉินกล่าวอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็ไรพี่ใหญ่ พวกเรายังมีงานที่ต้องทำอีกมากอีกอย่างบะหมี่ฝีมือท่านแม่ก็รสชาติล้ำเลิศไม่ต่างกันพอกลับถึงบ้านให้ท่านแม่ทำให้กินก็ได้”
กู้หลินตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อคิดว่าในวันหน้าเถ้าแก่มู่ก็จะอ้างเื่มารับเครื่องเรือนเพื่อมาหากู้หลินอีกหลี่เหว่ยจึงเอ่ยแนะนำเื่การขนส่งในวันข้างหน้า
“อาเฉิน ข้าคิดว่าต่อไปหมู่บ้านของเราควรจะซื้อรถม้าเพื่อใช้ในการขนส่งเครื่องเรือนและสินค้าอย่างอื่นเพราะต่อไปข้าคิดว่าเราคงไม่ได้ผูกขาดขายให้เถ้าแก่มู่เพียงรายเดียวตลอดไปกระมัง”
คำแนะนำของหลี่เหว่ยถึงแม้จะมีอคติต่อเถ้าแก่มู่ปะปนอยู่บ้างแต่ก็สมเหตุสมผล กู้เฉินจึงพยักหน้าเห็นด้วย และหันไปถามกู้หลินซึ่งนั่งฟังอยู่
“ข้าเห็นด้วย น้องเล็กคิดว่ายังไง”
กู้หลินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ข้าเห็นด้วย และอยากให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเราเป็คนซื้อแล้วข้าจะจ้างพวกเขาไปส่ง อย่างแรกเพื่อตัดปัญหาการดูแลม้าอย่างที่สองเพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่ได้ทำงานกับข้ามีรายได้เหมือนคนอื่น”
ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความหวังดีของนาง ทำให้ หลี่เหว่ยยิ่งมองเด็กสาวที่เอาแต่หลบอยู่หลังพี่ชายก่อนหน้านี้ด้วยความรู้สึกที่เด่นชัดยิ่งขึ้น
“หัวใจของเ้าทำด้วยอะไรนะหลินเอ๋อร์ถึงคิดเพื่อคนอื่นตลอด แล้วเ้าเคยคิดถึงตัวเองบ้างหรือไม่”
หลี่เหว่ยตั้งคำถามกับตัวเอง
ทั้งสามกลับมาถึงหมู่บ้านก็เกือบบ่ายยังไม่ทันได้ลงจากรถม้าก็ได้ยินเสียงร้องไห้และเสียงความวุ่นวายจากบริเวณผลิตเครื่องประดับ
“เกิดอะไรขึ้นดูเหมือนข้าได้ยินเสียงคนร้องไห้ด้วย”
กู้หลินเผยสีหน้ากังวลในขณะที่ก้าวลงจากรถม้า
หลี่เหว่ยซึ่งมีวรยุทธก็ได้ยินเสียงเ่าั้อย่างชัดเจนเขารีบบอกกู้หลิน
“นางหงทำเปลือกหอยบาดมือตัวเองเืไหลไม่หยุด พวกเรารีบไปดูเถิด”
ทันทีที่ได้ยินว่าชาวบ้านได้รับาเ็กู้หลินก็สาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว โดยมีหลี่เหว่ยวิ่งตาม