เมื่อเืตามาแนายท่านเริ่มหยุดไหลลมหายใจเริ่มดีขึ้น อวี่หลงที่จ้องมองอยู่ก็เริ่มรู้สึกเจ็บตามร่างกาย ได้เอ่ยปากฝากเด็กหญิงดูแลนายท่านเพื่อขอตัวไปชำระล้างร่างกายที่ทั้งตัวมีแต่เืแห้งเกรอะกรังรวมกับเศษฝุ่นดินแข็งแห้งสกปรกไปทั่ว หลังจากอาบน้ำกลับมามีบางแผลของเขาที่เืยังไม่หยุดไหล จึงเอาเศษสมุนไพรที่เหลืออยู่จากการห้ามเืของนายท่านทาไปตามาแเืค่อยๆหยุดไหล เวลานี้เนื้อย่างถูกเด็กหญิงทานเข้าไปบางส่วน เพราะกลิ่นเนื้อย่างที่พัดมากับลมทำให้ความหิวตีตื้นขึ้นมาทันที เขากดข่มความอายออกปากขออาหารกับเด็กน้อย ไม่มีเสียงตอบกลับมาหากแต่อีกฝ่ายก็ยื่นเนื้อทั้งไม้กลับมาให้ ลุกเดินไปล้างมือเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาหันไปหลับพักผ่อน เวลานี้พึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีม้าสีดำที่สวยงามมากด้วยอีกหนึ่งตัว แสดงว่านางมีม้า แต่ดูเหมือนเ้าม้าจะไม่ค่อยชอบเขาเพราะมันมองหน้าส่งเสียงคล้ายเยาะเย้ยแล้วหันหน้ากลับไปนอนข้างๆ นายของมัน
ยามเช้าตรู่ สีหน้าของคนเจ็บดูดีขึ้น มีสีเืมากขึ้นลมหายใจชัดเจนขึ้น หากแต่ยังไม่ได้สติ อวี่หลงกังวลใจเป็อย่างมาก มองเด็กหญิงที่กำลังเก็บข้าวของเตรียมจะจากไป อีกฝ่ายใจดีให้น้ำและอาหารพร้อมทั้งสมุนไพรและโอสถในขวดที่เหลือกับเขาเพื่อใช้กับนายท่าน หากแต่เขตแดนอันตรายนี้พวกเขาลุกล้ำเข้ามาโดยเจตนาแล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย
“เด์็ก…”
“เ้ากล้าเรียกข้าว่าเด็กน้อยอีกครั้ง เ้าไร้ลมหายใจแน่” สายตาคมกริบที่มองมาเ็ายิ่งนัก เสียงก็ลากยาวไร้ความรู้สึก แต่เขากลับเสียวสันหลังวาบ เด็กหญิงข้างหน้าอันตรายเกินไปแล้วดูจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา
“ได้ๆ เ้า้าให้ข้าเรียกว่าอย่างไร”
“เรียกข้าว่า ชิง”
“คุณหนูชิง ที่นี่เป็เขตแดนของธิดาพิษซิ่วอี๋สยา ทำอย่างไรพวกข้าจึงจะไม่เป็อันตราย”
“นางตายไปแล้ว สมุนไพรพิษพวกนั้นเ้าก็หลบเอาเถอะ” นางี้เีพูด นางกำลังเบื่อคิดจะกลับบ้านไปนอนเหยียดยาวให้สบายแล้ว
“เดี๋ยว คุณหนูชิง ท่านสามารถช่วยเหลือรักษานายข้าให้ฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่”
“ที่นี่ไม่ได้”
หมายความว่าไง ที่นี่รักษาไม่ได้ งั้นต้องมีที่รักษาได้สินะ แสงแห่งความหวังวาบขึ้นในใจอวี่หลงทันที
“ที่ไหนก็ได้ พวกข้าจะตามไป ได้หรือไม่ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย”
“ตามมา”
นางเชิดหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆลอยผ่านไป นี่ข้าหาเื่ยุ่งยากลำบากให้ตัวเองหรือไม่ พาคนไม่รู้จักกลับรักษาที่บ้านตัวเองแต่ถ้าท่านพ่อพบเจอ ท่านก็ต้องช่วยเหลือสองคนนี้เป็แน่ เมื่อจะออกเดินทางกลับมีปัญหาเมื่ออวี่หลงยามนี้ไม่มีแรงพอจะยกคนเดินไปตามทางที่ยากลำบากกว่านี้ได้แล้ว สุดท้ายก็ต้องให้คนเจ็บพาดตัวไปบนหลังม้า แล้วอวี่หลงจูงม้า (จริงๆคือเดินตามไปด้านข้าง เพราะมันไม่ให้เขาััตัว) ที่เดินนำไปข้างหน้าตามทางเท้าเล็กๆ ส่วนเด็กสาวนั้นทะยานไปบนกิ่งไม้หายลับไปแล้ว นางบอกเขาเพียงว่า เยว่หว่าน(ม้าดำ) จะพาไปยังบ้านของนาง ข้ามาถึงจุดที่ต้องพึ่งพาให้ม้าพาไปแล้วสินะ มันหันหน้ามาแสย่ะยิ้มเห็นฟันขาวที่มุมปากก่อนส่งเสียงฮี้ๆเบาๆแล้วก็หันหน้าเดินพาไปตามทางที่รกไปด้วยพุ่มไม้และเถาวัลย์
เขาหยุดมองกระท่อมไม้ที่ดูแข็งแรงเกินกว่าเด็กสาวจะสร้างขึ้นได้ หากแต่เขาก็มิอาจก้าวล่วงความเป็ส่วนตัวของนางได้ เขาพักห้องเดียวกับนายท่านเพื่อปรนนิบัติและเฝ้าไข้ระหว่างที่ขับพิษ ผ่านไปสามวันช่างยาวนานยิ่งนัก แต่ละวันได้พบนางเพียงยามขับพิษนายท่านเท่านั้น การต้มยา ทำอาหารเขาต้องทำเองทั้งหมด จนบางทีนึกว่าอยู่ลำพังกับนายท่าน ในที่สุดเช้าวันถัดไปนายท่านก็เริ่มขยับตัวฟื้นขึ้นมา แต่ไร้เรี่ยวแรงพยุงกายเขาต้องคอยประคองเพื่อป้อนโจ๊กและยา
เฉินอวี้อันย้อนนึกการถูกลอบฆ่ามิใช่ครั้งแรก หากแต่อีกฝ่ายทุ่มเทกำลังทรัพย์ยิ่งนักใช้นักฆ่าชั้นสูงทั้งยังสืบเสาะจนรู้เส้นทางที่เป็ความลับหากมิใช่ทหารองค์รักษ์และขุนพลอวี่หลงเสียสละอย่างที่สุดคงมิสามารถตื่นมามองแสงตะวันได้อีกเป็แน่ ผ่านพ้นไปอีกสี่วันจึงลุกขึ้นได้
“อวี่หลง ข้ารอดมาได้อย่างไร”
“พวกเราหลบหนีเข้ามาในเขตหุบเขาสยาอวิ๋นได้ทันขอรับ เมื่อเช้าข้าลอบออกไปตรวจดูพวกนั้นมิได้ติดตามเข้ามาเพียงวนเวียนซุ่มรอดูบริเวณทางเข้าแต่ยามพวกเราออกไปคงมิอาจหนีรอดไปได้”
“ตัวข้าเล่า?”
“นายท่านและข้าโชคดีมากขอรับ นายท่านได้รับพิษเกือบสิ้นใจแล้วบังเอิญพบแม่นางชิง นางบอกว่าท่านต้องพิษร้ายแรงอีกทั้งมีโอสถที่สามารถระงับพิษได้ชั่วคราวพวกเราจึงตามนางกลับมาที่นี่ เพื่อให้นางช่วยขับพิษในร่างของท่าน แต่นางเป็เด็กสาวที่เ็ามากขอรับ หลายวันที่ผ่านมาข้าหุงหาอาหารและต้มสมุนไพรด้วยตนเอง ข้าพบว่านางไม่ใคร่ชอบพูดจา ใบหน้ารึก็ติดจะเ็าตลอดเวลาและนางอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ทุกวันนอกจากเข้ามาตรวจอาการของท่านแล้วข้ามิเคยได้พบหน้านางสักครั้ง เสมือนข้าอยู่ที่นี่กับท่านเพียงลำพัง นางอาจเป็ผู้ที่มีฝีมือสูงมากก็ได้นะขอรับ ข้ามิสามารถประเมินระดับของนาง”
หลังจากสบสายตาพิฆาตหลายครั้งเข้าจึงเปลี่ยนคำเรียกขานของนางมาเป็ แม่นาง(น้อย) ชิง
“เ้าคิดมากเกินไป เป็พวกเราที่เข้ามารบกวนเวลาที่สงบสุขของนาง เมื่อนางยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้าก็กลายเป็ผู้มีพระคุณช่วยเหลือชีวิตข้าแล้ว หากนางมีฝีมือสูงกว่าเ้าถ้านางยินยอมช่วยเหลือพวกเราระหว่างทางก็จะเป็การเพิ่มโอกาสรอดกลับไปได้มากขึ้น ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะเกือบทิ้งชีวิตไว้ในน้ำมือคนชั่วเหล่านี้ ”
“หลังอาหารเย็นเ้าไปหานาง บอกว่าข้าขอพบ”
“ได้ขอรับ”
นางกลับมาจากหลังหุบเขา พบว่าคนทั้งสอง้าพูดคุยด้วยจึงเข้าไปยังห้องฝั่งซ้าย ภายในห้องชายผู้นั้นนั่งอยู่ ส่วนชายหนุ่มยืนเยื้องไปเื้ั ระหว่างที่เดินเข้าไปสายตาของทั้งสองมองประเมินเด็กสาวเบื้องหน้าพวกเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์มีพื้นฐานหลายปีแม้มิใช่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแต่ก็มีพลังฝีมือไม่ต่ำ แต่เด็กสาวผู้นี้ฝีเท้าแ่เบาบ่งบอกถึงพลังฝีมือย่อมต้องสูงกว่าพวกเขาตามที่อวี่หลงบอกเป็แน่
“แม่นาง(น้อย)ชิง ท่านมาแล้ว ที่เชิญท่านมาเพราะข้าผู้นี้มีความ้าเจรจากับท่าน” เขามองนางนั่งลง แล้วก็สงบนิ่งมองมาที่เขาเป็เด็กน้อยเบื้องหน้าแม้แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายธรรมดา กลับมีกลิ่นอายสูงส่ง ยามยืนยามเดินมีสง่าราศี ใบหน้ายามนี้มีเค้าจะเป็สาวงาม ภายภาคหน้าจะต้องมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความงามเป็แน่
“ข้าชื่อ เฉินอวี้อันเป็แม่ทัพใหญ่ประจำการที่ชายแดน อวี่หลิงเป็ขุนพลคู่ใจข้า พวกเราได้รับคำสั่งให้นำสิ่งสำคัญเดินทางกลับเมืองหลวง ระหว่างทางถูกลอบทำร้ายหลังจากนั้นก็เป็ดังเช่นที่เ้าเห็น ข้ากล่าวอย่างตรงไปตรงมาเลยนะ ด้วยสภาพของข้าทั้งสองร่างกายได้รับาเ็และยังไม่แข็งแรงพอ อีกทั้งพวกเราไม่อาจรั้งรอเป็เวลาเนินนานได้ หากฝืนเดินทางเกรงว่าเพียงย่างเท้าออกจากหุบเขาสยาอวิ๋นได้คงไม่แคล้วสิ้นชีพเป็แน่ อวี่หลงบอกข้าว่าเ้ามีฝีมือสูงส่ง ดังนั้นหากเป็ไปได้แม่นางได้โปรดให้ช่วยร่วมเดินทางไปกับพวกข้า เมื่อถึงเมืองหลวงภาระบนบ่าลุล่วงข้ายินดีตอบแทนความช่วยเหลือในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ไม่ทราบว่าแม่นางเห็นเป็เช่นไร”
“พรุ่งนี้ข้าให้คำตอบ” พูดจบนางก็ลุกขึ้นจากไปทิ้งพวกเขามองตามต่างคนต่างมีความคิดเป็ของตนเอง
“นายท่าน นางจะยอมช่วยเหลือเราหรือไม่ขอรับ หากไม่พวกเราจะทำอย่างไรกันต่อ”
“รอนางตัดสินใจเถอะ”
นางกลับถึงห้องหลังดูแลตัวเองเรียบร้อย ถอดชุดคลุมออกก้าวเท้าขึ้นไปนั่งบนเตียงนอน สายตาทอดมองไปนอกหน้าต่าง นาง่พวกเขามาแล้วก็ไม่รู้สึกลำบากที่จะต้องช่วยเขาต่ออีกสักหน่อยไม่แน่การออกไปครานี้สิ่งต่างๆที่ยังค้างคาในจิตใจอาจบรรเทาลงได้บ้าง อีกทั้งถือเป็การออกจากบ้าน(หุบเขาสยาอวิ๋น) ไปท่องเที่ยวด้านนอกสักครั้ง พรุ่งนี้นางต้องไปบอกท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมทั้งสองให้เรียบร้อย คิดได้ดังนั้นจึงเอนกายหลับไหลเข้าสู่นิทรา ต่างจากบุรุษทั้งสองในอีกฝากของเรือนยามนี้รู้สึกรอคอยคำตอบของนาง สุดท้ายก็พากันหลับไหลในยามดึก
รุ่งเช้าถัดมา พวกเขาได้รับคำตอบจากนางที่จะร่วมเดินทางไปด้วย หากแต่มีเงื่อนไขสองประการคือหนึ่งตัวตนของนางมิต้องแจ้งให้ผู้ใดรับรู้ สองนางมิใช้ผู้ติดตามของคนทั้งสองหากนางรู้สึกขัดแย้งสามารถแยกจากได้ทันที เฉินอวี้อันรีบตอบรับคำขอทันทีทั้งสองสิ่งที่นางร้องขอไม่กระทบอันใดต่อการเดินทางในครั้งนี้อีกทั้งนางไม่เรียกร้องการตอบแทนทำให้เขายิ่งต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
อีกสองวันต่อมาอากาศแจ่มใส ยังมีหมอกบางๆ เยว่หว่านที่บนหลังยามนี้เต็มไปด้วยห่อสัมภาระก้มเล็มยอดหญ้า ยามที่เด็กสาวก้าวออกมาจากห้องพักทั้งสองต่างตกตะลึงเล็กน้อย การแต่งกายในวันนี้ของนางเปลี่ยนไปแม้ชุดจะยังเน้นความคล่องตัวหากแต่เนื้อผ้ากลับดียิ่งเครื่องประดับน้อยชิ้นหากแต่ราคาสูงยิ่งชาวบ้านทั่วไปมิสามารถหาซื้อได้ ดูท่าแล้วนางคงเป็ทายาทหรือผู้สืบทอดเ้าของหุบเขาสยาอวิ๋นเป็แน่ หลังจากจัดการอาหารมื้อเช้าเรียบร้อยทั้งสามพากันเดินออกมานางหันกลับไปมองกระท่อมหลังน้อยก่อนปิดรั้วแล้วพากันเดินไปตามทางเดินมุ่งออกจากหุบเขา