มิ้นต์เองก็เห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มของโจ เธอหัวเราะคิกคักแล้วเดินไปกระซิบข้างหูมายด์
มายด์หันหน้ามองโจด้วยความไม่พอใจ คนอื่นกำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตื่นตัวแต่เขากลับเดินไปยิ้มไปราวกับว่าโลกนี้ไม่มีอะไรทำให้เขากลัวได้
“นายยิ้มอะไร” มายด์อดไม่ได้ที่จะโมโห ทุกครั้งเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นมา ขนาดในเวลาที่ต้องจริงจังเขายังไม่ใส่ใจมัน นี่คือหน่วยทหารไม่ใช่หน่วยลูกเสือ หากเป็แบบนี้ต่อไปต้องมีปัญหาแน่
โจได้สติและเอ่ยอย่างเฉยเมย “เปล่า”
มายด์เลิกถามเขาต่อ เพราะหากถามไปก็ไม่ได้คำตอบมีแต่จะทำให้เธออารมณ์เสียมากยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้เธอเริ่มคิดขึ้นมาแล้วว่าการเอาเขามาอยู่ในหน่วยเป็ความคิดที่ดีจริงๆเหรอ ตอนแรกเธอแค่อยากแก้แค้นเขาเื่ที่เขาหลอกเอาเงินเธอไป หากไม่ใช่เพราะปู่บอกให้เก็บเขาไว้ในหน่วยเธอคงจะไล่เขาออกไปั้แ่อยู่ที่โลกแล้ว
“หยุด!!” ตอนนั้นเองโจหยุดเคลื่อนไหวและะโออกมา ทำให้พวกเขาหันมามองโจด้วยความประหลาดใจ
มายด์หันมามองอย่างไม่พอใจและพูดด้วยความโกรธ “ฉันเป็หัวหน้า นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ใครหยุด…ออกเดินทางต่อ” จากนั้นเธอก็หันหน้ากลับไปและเริ่มเดินต่อซึ่งคนอื่นๆก็เริ่มเดินอีกครั้ง พวกเขาต่างกระซิบกันว่าโจเป็อะไรทำไมถึงได้แสดงท่าทางแบบนั้นออกมา
การะโสั่งให้หยุดเป็เหมือนการไม่เคารพหัวหน้าหน่วย มายด์ตัดสินใจว่าหลังจากจบการสำรวจครั้งนี้เธอจะไปพูดกับปู่และไล่โจออกจากหน่วยของเธอ เธอไม่คิดจะแก้แค้นเขาอีกต่อไป เธอตัดสินใจที่จะไม่สนใจเขาและทำเหมือนกับว่าเขาเป็เพียงคนแปลกหน้า เพราะการกระทำของโจหลายต่อหลายครั้งทำให้ความอดทนของเธอมาถึงจุดสิ้นสุด
แน่นอนว่าโจไม่รู้ความคิดของเธอ ตอนที่เขาะโบอกให้หยุดเป็เพราะเขาจับััได้ถึงอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย มันให้ความรู้สึกที่ดำมืด นี่เป็ััที่ได้มาจากสเปค ศัตรูของกาแลคซี่และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้ามาทางกลุ่มของหน่วยหิมะ
จุดสีดำปรากฏขึ้นในสายตาของโจ มันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเพียงไม่นานรูปร่างของมันก็ปรากฏออกมา มันเป็กลุ่มควันสีดำทมิฬ มันดูราวกับมีชีวิต
“เอ่อ หัวหน้าปล่อยเขาไปแบบนั้นจะดีจริงๆเหรอ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามมายด์ด้วยความกังวล เพราะตอนนี้พวกเขากำลังทิ้งห่างจากโจไกลขึ้นเรื่อยๆ
“ช่างเขาไม่ต้องไปสนใจ” มายด์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอไม่้าโจอีกต่อไป เขาจะเป็ตายร้ายดียังไงก็เื่ของเขา เธอหมดความอดทนกับเขาแล้ว
ทุกคนในหน่วยต่างกังวล เพราะตอนนี้พวกเขากำลังอยู่บนดาวที่ไม่รู้จัก และยังมีศัตรูที่น่ากลัวอีก พวกเขากลัวว่าโจอาจต้องจบชีวิตลงหากอยู่คนเดียว
มายด์รู้ความคิดของพวกเขาจึงกล่าวขึ้น “ไม่ต้องคิดมาก เส้นทางที่พวกเราผ่านมาปลอดภัยดี หากเขาไม่โง่เดี๋ยวคงเดินย้อนกลับไปทางเดิมและไปถึงฐานทัพได้เอง”
“พี่…” มิ้นต์รู้สึกกังวลและพยายามที่จะกล่าวบางสิ่ง
“ตอนนี้อยู่ในหน้าที่ให้เรียกว่าหัวหน้า” มายด์ขัดขึ้นมา
มิ้นต์ได้แต่อ้ำอึ้งและไม่พูดอะไรออกมา
ระยะทางระหว่างโจและหน่วยหิมะค่อยๆห่างออกไป จนในที่สุดหน่วยหิมะก็กลายเป็จุดเล็กๆ ในตอนนี้เองโจพุ่งเข้าหากลุ่มควันสีดำและดูเหมือนว่ากลุ่มควันจะรู้ตัวว่าโจกำลังเข้ามาหามันจึงมีควันเล็กๆก้อนหนึ่งแยกตัวออกมาและเคลื่อนที่มาหาเขา ส่วนกลุ่มใหญ่พุ่งเป้าไปที่หน่วยหิมะ
ฝ่ามือของโจลุกเป็ไฟเมื่อเข้าไปถึงควันก้อนเล็กเขาฟันมือที่กำลังลุกเป็ไฟใส่มัน เมื่อโดนการโจมตีของโจเข้าไป ก้อนควันสีดำทมิฬก็สลายหายไปในอากาศ ในตอนนั้นเองควันกลุ่มใหญ่หยุดลงเพราะมันรับรู้ได้ว่าพวกของมันตายแล้วและตายในเวลาอันสั้นอีกด้วย มันตัดสินได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา
ควันทมิฬกลุ่มใหญ่แยกควันที่ใหญ่กว่าเดิมสามเท่าและเตรียมต่อสู้กับโจ
“หากไม่อยากเสียพลังโดยเปล่าประโยชน์ก็หยุดส่งบางส่วนออกมาและเข้ามาทีเดียวด้วยพลังทั้งหมดซะ” โจแค่นเสียงอย่างดูถูกทำเอากลุ่มควันสั่นระริกด้วยความโกรธมันจึงทำตามที่โจขอและคิดจะจัดการโจด้วยพลังทั้งหมดของมัน
“หึ…ระดับไพร่ยังไงก็เป็แค่ระดับไพร่ ยั่วโมโหง่ายจริงๆ” โจหัวเราะเยาะ
สเปคถูกแบ่งออกเป็หลายระดับ ยิ่งระดับสูงตัวตนของมันจะยิ่งชัดเจนและมีสติปัญญามากขึ้น อย่างตัวที่โจเจอนี้ เป็แค่ระดับต่ำสุดคือระดับไพร่ มันแทบไม่มีสติปัญญาและถูกหลอกได้ง่าย ด้วยความอ่อนแอมันจึงมีรูปร่างเป็กลุ่มควัน ใช้เพียงแค่พลังงานในร่างกายก็สามารถกำจัดมันได้ไม่ยาก
กลุ่มควันทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม ในระหว่างนั้นมันก็ยิงเข็มออกมา เข็มมีขนาดเล็กมากมันถูกสร้างขึ้นมาจากร่างกายของควันถึงแม้จะเป็ควันแต่มันกลับสามารถเปลี่ยนเป็ของแข็งได้ นี่คือหนึ่งในความสามารถของสเปค
โจมองด้วยความดูถูก เขาฟันมือสองครั้งเป็รูปกากบาทไฟ กากบาทไฟพุ่งตรงไปหากลุ่มควันและยังทำลายเข็มควันทั้งหมดจนไม่เหลือซาก พลังของมันกับโจต่างกันเกินไป ตอนนี้มันรู้แล้วว่าหาเื่ผิดคนแต่รู้ไปก็สายไปแล้วเมื่อกากบาทไฟตัดผ่านร่างของมันและถูกทำลายจนสลายหายไป
“ระดับไพร่มักจะอยู่ใกล้ๆกัน” หลังจากนั้นโจก็ลูบคางและครุ่นคิด
สเปคระดับไพร่ชอบอยู่ใกล้กันแต่ไม่รวมกลุ่มกัน หากเจอหนึ่งในพวกมันก็มั่นใจได้เลยว่าจะต้องเจอพวกมันอีก
โจมองไปยังทางที่หน่วยหิมะจากไป เขาได้แต่หวังว่าพวกเขาเ่าั้จะโชคดีที่ไม่พบกับสเปคก่อนที่เขาจะไปถึง แน่นอนว่าโจไม่ชอบนิสัยของมายด์แต่ก็ไม่ถึงกับจะต้องปล่อยให้ตาย ในเมื่อเขาอยู่ในหน่วยหิมะเขาก็ควรทำหน้าที่ปกป้องคนในหน่วย
พลังงานไหลผ่านไปยังเท้าและไฟก็ลุกพรึบ โจพุ่งทะยานออกไป พริบตาเขาก็ห่างออกไปห้าสิบเมตร
หน่วยหิมะในตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับสเปค พวกเขากระหน่ำยิงร่างควันอย่างต่อเนื่อง ทว่าน่าเสียดายที่มันไม่มีประโยชน์อะไรเพราะการโจมตีทั่วไปไม่สามารถทำอะไรมันได้ ะุทุกนัดทะลุร่างควันไปทั้งหมด
ตอนนี้บนพื้นมีร่างของคนในหน่วยหิมะนอนจมกองเืหลายสิบคน คนที่ยังมีชีวิตอยู่รวมถึงมิ้นต์และมายด์นั้นเหลือกันแค่ 5 คน
มายด์และมิ้นต์ใบหน้าซีดเผือด พวกเธอหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกและมองคนในหน่วยล้มลงไปทีละคน
“ทำไม เป็แบบนี้” มายด์กล่าวด้วยความกลัว เธอไม่เคยเจออะไรที่โหดร้ายแบบนี้มาก่อน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้พบกับสเปค ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าสเปคน่ากลัวแค่ไหน
“พี่รีบหนีไปเร็ว" มิ้นต์พยายามผลักให้พี่สาวของตนหนีไป เธอคิดจะเอาชีวิตแลกเพื่อช่วยพี่สาว
“ไม่” มายด์ส่ายหัวแบบไม่ต้องคิด
ตุบ!
“เคน กัส เนม!!” มายด์กรีดร้องหลังเห็นสามคนที่เหลือล้มลงไป พวกเขาทั้งสามตายเพราะเข็มควัน