ผู้อาวุโสเจ็ด
หนึ่งวันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลงถูสิงนั่งอยู่ภายในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์จนไม่น่ามอง
ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหนึ่งวันแล้ว พวกหลงเจิ้นหลงก็ยังไม่ได้กลับมา รวมถึงติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม
เรื่องนี้ทำให้เขาเกิดลางร้ายขึ้นมา จนอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับพวกหลงเจิ้นหลงจริงๆ
“ดูท่าว่าข้าคงต้องไปเซี่ยงไฮ้จริงๆ” หลงถูสิงพลันลุกจากที่นั่ง เขาตั้งใจที่จะไปเซี่ยงไฮ้เพื่อตามหาพวกหลงเจิ้นหลง
ส่วนเรื่องงานศพของลูกชายกับลูกสะใภ้ของเขา เขาเลือกที่จะพักมันเอาไว้ก่อน
ในขณะที่หลงถูสิงกำลังจะไป ชายชราคนหนึ่งในชุดสีแดงได้เดินเข้ามาในห้องโถง
“ผู้อาวุโสเจ็ดซางคุน!” หลงถูสิงประสานมือทักทายอย่างเร็ว อีกฝ่ายคือผู้อาวุโสเจ็ดของนิกายวายุโลหิต พื้นฐานฝึกตนแข็งแกร่งกว่าเขามาก ถึงกับอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง!
ในปักกิ่งตอนนี้ เกรงว่าเขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด!
“ถูสิง เจ้ากำลังจะไปที่ใด?” ซางคุนถาม เขามาที่นี่ในวันนี้ เพราะได้รับข่าวจากตระกูลหลงว่าได้เบาะแสของมู่อิงเสวี่ยแล้ว
เป็นเวลาหลายปีทีเดียวที่พวกเขาค้นหาเธอ แต่ก็ไม่มีที่ไหนให้พบ หรือมีเบาะแสอันใดเลย
คาดไม่ถึงว่าพอให้ตระกูลหลงช่วย ผลลัพธ์ที่ออกมากลับยอดเยี่ยมมาก ถึงกับค้นพบเบาะแสของมู่อิงเสวี่ยแล้ว
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกอับอายไม่น้อย ที่หน่วยข่าวของนิกายวายุโลหิตไร้ประสิทธิภาพสู้ตระกูลหลงที่อ่อนแอกว่ามากไม่ได้
“ผู้อาวุโสเจ็ด ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำ” หลงถูสิงตอบด้วยความเคารพ
กับผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างซางคุน เขาไม่กล้าไม่เคารพ ต่อหน้าอีกฝ่ายตระกูลหลงของเขาก็ไม่แตกต่างจากมด
“ไม่ใช่ว่าคนของตระกูลเจ้ารายงานไปหาข้าหรือ ว่าได้เบาะแสของมู่อิงเสวี่ยแล้ว ข้าเลยมาดู” ซางคุนขมวดคิ้วขึ้น
หลงถูสิงชะงักไป จากนั้นก็ตัดสินใจที่จะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับซางคุน “ผู้อาวุโสเจ็ด เรื่องที่ข้าจะไปทำก็มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวานหลานชายคนเล็กของข้าถูกฆ่าตาย...”
หลังจากที่ได้รับฟังเรื่องทั้งหมดจากหลงถูสิง ใบหน้าของซางคุนก็เปลี่ยนไป เขาลอบร้องคำรามในใจ ‘ต้องเป็นมันไม่ผิดแน่ มันที่ฆ่าหมานหูไห่ไป!’
ตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสสองเล้งกังฮั่นเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่คาดฝันว่าวันนี้จะพบ ดูเหมือนว่าเขาจะคิดถูกจริงๆ ที่ค้นหามู่อิงเสวี่ย
“ไป ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” ซางคุนพูด โบกมือให้หลงถูสิงนำทางไป
หลงถูสิงก็ไม่รอช้า รีบนำทางไปอย่างรวดเร็ว
....................................
หลินเฉินไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะมีคนมาให้เขาจัดการอีกสองคน แต่ถึงรู้เขาก็ไม่สนใจ ในตอนนี้ เขากำลังเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับหลิงหลิง เสี่ยวไป๋และมู่อิงเสวี่ยภรรยาของเขา
“วันนี้พวกเราจะทำอะไรกินดีคะพ่อ?” หลิงหลิงถามด้วยรอยยิ้ม
ตลอดห้าปีมานี้ เธอมีความสุขมากในทุกๆ วัน มีพ่อแม่ มีปู่ย่าและมีพี่สาว ไหนจะแม่คนที่สองที่ชอบซื้อของมาฝากเธอบ่อยๆ อีก
แม้ว่าการฝึกตนที่พ่อของเธอสอนและบอกให้ฝึกจะน่าเบื่อไปบ้างก็ตาม
“ทำบาร์บีคิวกินดีไหม?” หลินเฉินพูดพลางยิ้มออกมา
“ดีค่ะพ่อ พี่เสี่ยวไป๋ว่าไง?” หลิงหลิงพยักหน้า ก่อนหันหน้าไปถามเสี่ยวไป๋
“บาร์บีคิวอร่อยมาก” เสี่ยวไป๋พยักหน้าหงึกๆ หลายครั้ง น้ำลายเหมือนว่าจะไหลออกมา
ห้าปีมานี้เธอได้กินของอร่อยนับไม่ถ้วน เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดียิ่ง ที่หลินเฉินพาเธอมาที่โลกใบนี้
ถ้ามีคนมาบอกให้เธอกลับไปที่โลกอมตะ เธอจะไม่มีวันกลับไปอย่างแน่นอน ที่โลกอมตะเทียบกับที่นี่ไม่ได้เลยสักนิด
“งั้นเป็นอันตกลงนะ พวกเราทำบาร์บีคิวกินตอนเย็นกัน” มู่อิงเสวี่ยพูด เธอเห็นด้วยที่จะทำบาร์บีคิวกินกันในตอนเย็น “ก่อนอื่นพวกเราต้องไปซื้อวัตถุดิบทำบาร์บีคิวกันก่อน”
“ไปกันเลย” หลินเฉินเห็นด้วย จากนั้นทั้งสี่คนก็ไปหาซื้อวัตถุดิบทำบาร์บีคิวกัน
ใช้เวลาอยู่นานทีเดียว เมื่อได้มาแล้ว พวกเขาก็เดินเล่นในห้างสรรพสินค้าอยู่อีกสักพักใหญ่ๆ จากนั้นก็เตรียมที่จะกลับบ้าน
“อิงเอ๋อร์ คุณกับพวกลูกๆ กลับไปก่อนนะ ผมมีเรื่องที่จะต้องไปทำสักหน่อย” ในลานจอดรถชั้นใต้ดิน หลินเฉินบอกกับภรรยาของเขา
“ตกลง คุณอย่ากลับช้านักล่ะ” มู่อิงเสวี่ยไม่ได้ถามว่าเขาจะไปทำอะไร เนื่องจากเธอเชื่อใจเขาสุดหัวใจ
เขาไม่มีทางไปทำอะไรไม่ดีลับหลังเธอแน่นอน ทำอะไรไม่ดีลับหลังเธอในทีนี้ไม่ ย่อมเป็นการนอกใจอย่างไม่ต้องสงสัย
“พ่อรีบกลับนะ” ทั้งหลิงหลิงและเสี่ยวไป๋พูดพร้อมกัน
“ตกลง” หลินเฉินลูบศีรษะของเด็กหญิงน้อยทั้งสอง
เวลาผ่านไปห้านาที รถเมอร์เซเดสเบนซ์ก็ถูกมู่อิงเสวี่ยขับออกไป โดยมีหลิงหลิงและเสี่ยวไป๋อยู่ในรถ
มองรถขับออกจากลานจอดรถไป หลินเฉินก็มีใบหน้าที่เย็นชาขึ้น เขาสัมผัสได้ว่ามีผู้ฝึกตนระดับสองคนเข้ามาภายในเซี่ยงไฮ้
ทั้งสองคนล้วนเป็นชายชรา นอกจากนี้ยังมีพื้นฐานฝึกตนไม่ต่ำเลย คนหนึ่งอยู่ในระดับเทพสวรรค์ขั้นปลาย ส่วนอีกคนนั้นอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง!
ถ้าหากว่าหลินเฉินคาดเดาไม่ผิด ผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายต้องเป็นหลงถูสิง ผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายของตระกูลหลง หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ไม่ผิดแน่
ส่วนอีกคนที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง น่าจะเป็นผู้ฝึกตนจากนิกายวายุโลหิต
เหตุผลที่ทำให้หลินเฉินคาดเดาแบบนี้ มันล้วนเป็นเพราะว่า เขามีกลิ่นอายเหมือนกับหลงเจิ้นหลงที่ถูกเขาฆ่าตายไป
ส่วนอีกคนไม่ได้มีเหตุผลอะไรมาก นอกจากกลิ่นโลหิตหนาแน่น บวกกับระดับพื้นฐานฝึกตนที่แข็งแกร่ง นอกจากคนของนิกายวายุโลหิต แล้วจะเป็นใครไปได้?
โดยไม่ลังเล หลินเฉินหายตัวจากลานจอดรถชั้นใต้ดินมาปรากฏตัวที่บนท้องฟ้านั้นในทันที จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังจุดที่สัมผัสถึงพวกหลงถูสิง
ด้วยความเร็วของเขา แน่นอนว่ามันไม่ได้ใช้เวลานานเลย ไม่ถึงห้านาที หลินเฉินก็มองเห็นสองชายชรายืนอยู่บนท้องฟ้า
เป็นดั่งที่เขาคาดเดา ชายชราคนหนึ่งคือหลงถูสิง ผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายของตระกูลหลง ส่วนอีกคนเป็นคนจากนิกายวายุโลหิต
กับการมาของหลินเฉิน ไม่ว่าจะเป็นหลงถูสิงหรือว่าซางคุนต่างก็มองเห็น ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“เจ้าเป็นผู้ใด?” ซางคุนถามออกมา ขณะที่ภายในใจคาดเดาตัวตนของหลินเฉินไปด้วย อย่างน้อยในความคิดของเขา หลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขึ้นมาไม่ผิดแน่
“เป็นใครไม่สำคัญ” หลินเฉินยังคงตอบแบบเดียวกันกับที่ตอบหลงเจิ้นหลงไปก่อนหน้านี้ “ข้าได้เตือนไปแล้ว ในเมื่อพวกเจ้ามาก็ทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่เถอะ!”
เขาไม่ต้องการเสียเวลาใดๆ กับสองคนนี้ เพราะเขาต้องกลับไปเตรียมมื้อเย็นกับพวกลูกสาวของเขา เขาลงมือในฉับพลัน
มือขยับ ทำท่าคว้าจับออกไป ร่างกายของซางคุนพลันพุ่งเข้าหามือของหลินเฉิน โดยที่เขาไม่อาจที่จะต่อต้านขัดขืนได้
เรื่องนี้ทำให้ซางคุนใบหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว!
จบบทที่ 134