ตอนที่ 3 พิธีประเมิน
ข่าวคราวความเป็อัจฉริยะของเ้าชายนั้นเป็ที่กล่าวขานไปทั่วเื่นี้คนกลุ่มหนึ่งก็ได้รับข่าวนี้ั้แ่หลายปีก่อนแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไปความเป็อัจฉริยะของเ้าชายก็ยิ่งฉายแววมากขึ้น
“พวกเ้าคิดว่ายังกับข่าวเื่นี้”
หนึ่งในกลุ่มคนที่มาประชุมกันในที่แห่งนี้กล่าวถามขึ้นพวกเขามีอยู่ด้วยกันสามคน แต่ละคนล้วนสวมชุดคลุมสีดำปกปิดร่างกายและสวมหน้ากากสีดำปกปิดใบหน้า
“ข้าคิดว่าเราควรเฝ้าติดตามไปอีกระยะว่าเป็อัจฉริยะระดับไหน แล้วค่อยมาตัดสินใจกันว่าจะจัดการเขาอย่างไร”
คนที่สองเสนอความเห็นขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใสบ่งบอกว่าเธอคือสตรี ต่างจากคนแรกที่เสียงทุ้มหนักที่บ่งบอกว่าเป็บุรุษมีอายุทั้งสองต่างมองไปยังคนสุดท้ายที่ยังเงียบอยู่เขาคนนั้นนิ่งเงียบฟังทุกคนถกเถียงกันมาตลอด โดยที่ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาไม่มีใครรู้ว่าใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นคิดอะไรอยู่
“ข้าคิดว่าเอาตามที่โฟลบอกดีกว่าติดตามเด็กคนนั้นไปก่อน แล้วค่อยมาตัดสินกันว่าจะจัดการเขายังไง”
เสียงทุ้มนุ่มกังวาลของชายคนสุดท้ายชวนให้คนฟังเคลิบเคลิ้มและนั่นก็ถือเป็ข้อสรุปและคำตัดสินของเื่นี้เพราะชายคนนี้มีอำนาจมากที่สุดและเป็หัวหน้าของคนกลุ่มนี้ด้วย
‘มาดูกันว่าเ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหน จะเป็อัจฉริยะที่แท้จริงหรือแค่คนที่เกือบเป็อัจฉริยะที่แท้จริง แต่ไม่ว่ายังไงถ้ามันเป็ตัวอันตรายก็จะต้องถูกกำจัดทันที หึหึ’
นั่นคือความคิดของเขาจากนั้นพวกเขาก็ถกเถียงปัญหาจากข่าวสารที่ได้รับมาอีกหลายเื่ก่อนที่จะได้ข้อสรุป แต่ละคนต่างได้รับมอบหมายงานให้ไปทำและพวกเขาจะกลับมาประชุมกันอีกครั้งในคราวหน้า
ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปจนในห้องนั้นเหลือเพียงชายผู้เป็หัวหน้ากลุ่มเพียงคนเดียว หลังทุกคนจากไปหมดก็ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งมาอยู่ด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบไม่มีใครััถึงการคงอยู่ของร่างนี้ได้เลย เขาสวมชุดสีดำทั้งตัวและสวมหน้ากากสีดำสนิทใบหน้ากากมีตัวเลขสี่ปรากฏอยู่ให้เห็นอย่างเด่นชัด
“เื่ที่ให้ไปจัดการเป็ยังไงบ้าง”
ชายผู้นั้นกล่าวถามขึ้นโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อย
“ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ดีมากจงไปที่จักรวรรดเคเดม และรับภารกิจนี้ไป”
ชายคนนั้นดีดบางอย่างกลับหลังไปให้อีกฝ่ายมันลอยไปตรงหน้าชายชุดดำหมายเลขสี่ เขารับเอาไว้ มันคือม้วนกระดาษแข็งแผ่นหนึ่งเขาคลี่ออกและอ่านข้อความข้างในก่อนจะเก็บมันไป
“ข้าจะจัดการงานนี้ให้เรียบร้อยตามประสงค์ของนายท่านขอรับ”
“ฝากด้วยนะ”
ร่างของชายชุดดำเลือนหายไปกับอากาศในชั่วอึดใจส่วนชายคนนั้นก็ใช้มือแหวกอากาศออกเผยให้เห็นช่องมิติที่ด้านในเต็มไปด้วยกระแสพลังผันผวน เขาก้าวเข้าไปในช่องมิติก่อนที่มันจะปิดลง......
จักรวรรดิเคเดม
มันคืออาณาจักรขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปโอซูรา แต่จะบอกว่าทางตะวันออกเสียทีเดียวก็ไม่ถูกต้องบอกว่ามันกินพื้นที่ทางตะวันออกของทวีปไปจนหมดเสียมากกว่า
ที่นี่เป็อาณาจักรที่มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลปัจจุบันถูกปกครองโดยราชวงศ์เคเดม จักรพรรดิองค์ปัจจุบันคือ โรนัลด์ เวน เคเดม อายุห้าสิบกว่าแล้วแต่ยังแข็งแรงดีเขาปกครองประเทศมานานกว่าสามสิบปี และทำาขยายอาณาเขตหลายต่อหลายครั้ง
จักรวรรดิเคเดมกลืนกินอาณาจักรรอบด้านที่อ่อนแอไปหลายอาณาจักรทำให้พื้นที่นั้นกว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากจนกระทั่งวันที่จักรพรรดิโรนัลด์ได้พระโอรสและธิดา เขาก็หยุดนำทัพเข้าทำาเองทว่าคาตันผู้เป็อัศวินคู่กายก็ยังทำหน้าที่แทนได้อย่างไม่มีปัญหา
เขามีโอรสหนึ่งธิดาหนึ่ง เ้าชายองค์โตคือ ราดิช เวน เคเดมที่ปีนี้จะมีอายุครบสิบห้าปีและเข้าพิธีประเมินอย่างเป็ทางการ ส่วนเื่ค่าสเตตัสและสกิลนั้นจักรพรรดิโรนัลด์ได้ติดตามอยู่ไม่ห่าง ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจถ้าในวันพิธีเหล่าขุนนางจะต้องใกับค่าพลังของโอรสตนแน่นอน
‘พวกขุนนางเหล่านี้ ถ้าได้เห็นพลังของลูกชายข้าจะต้องใจนหงายหลังแน่ ฮ่าๆๆๆ’
จักรพรรดิโรนัลด์คิดไปยิ้มไปอย่างมีความสุขขณะฟังการประชุมของคณะเสนาบดี ทำให้คาตันที่ยืนอยู่ด้านข้างต้องกระแอมเตือน และกว่าจะรู้ตัวโรนัลด์ก็ตกเป็เป้าสายตาของเหล่าเสนาบดีเสียแล้ว
“เชิญท่านเสนาบดีคลังกล่าวต่อเถอะข้าแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
โรนัลด์ยิ้มและทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เสนาบดีคลังที่เป็ชายหนุ่มอายุไม่มากได้แต่สั่นหัวและกล่าวรายงานต่อเขาเป็เสนาบดีได้ั้แ่ยังหนุ่มเพราะความสามารถในการบริหารการคลังที่เก่งมากทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิจนได้ตำแหน่งใหญ่โตระดับนี้มา
การประชุมดำเนินไปตลอดทั้งวันหลังพักเที่ยงพวกเขาก็ประชุมกันต่ออีกหลายหัวข้อจักรพรรดิโรนัลด์รับฟังและแสดงความเห็นในหลายเื่รวมทั้งบางเื่ที่ต้องได้รับการอนุมัติจากเขาก็ดำเนินการจนเสร็จเรียบร้อยจนกระทั่งถึงเื่สุดท้ายที่ประชุมกัน
“เื่พิธีประเมินขององค์ชายราดิชและองค์หญิงอาลิเซียฝ่าาจะทรงเพิ่มอะไรอีกหรือไหมพะย่ะค่ะ”
เสนาบดีกรมพิธีการกล่าวถามขึ้นเขามีหน้าที่ดูแลงานนี้โดยตรงจึงไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้เด็ดขาด
“เดือนหน้าแล้วใช่ไหมอืม... แล้วเชิญแขกสำคัญมาครบหรือยังอีกอย่างงานนี้ข้าคิดว่าจัดที่ลานหน้าวังจะดีกว่านะข้าอยากให้ประชาชนได้เห็นความสง่างามขององค์ชายและองค์หญิง”
จักรพรรดิโรนัลด์ทรงให้ความเห็นเพราะนอกจากราดิชที่เป็อัจฉริยะแล้วน้องสาวของเขาที่เกิดในปีเดียวกันก็ฉายแววอัจฉริยะเหมือนกัน อาลิเซีย เวน เดเคมเป็ธิดาที่เกิดจากสนมคนหนึ่งของโรนัลด์ ส่วนราดิชนั้นเกิดกับองค์ราชินีที่บัดนี้ได้สินพระชนม์ไปแล้วทว่าจักรพรรดิก็ยังไม่คงไม่ลืมนางและไม่ได้มีการแต่งตั้งราชินีคนใหม่แต่อย่างใด
อาลิเซียเวน เคเดม เป็เด็กสาวหน้าตางดงามราวเทพธิดา ในวันที่นางถือกำเนิดนั้นท้องฟ้ามีกลีบดอกไม้โปรยปรายลงมาทั้งอาณาจักร์ซึ่งนั่นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ส่วนตอนที่ราดิชเกิดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์อาทิตย์ทรงกลดขึ้นรัศมีสายรุ้งแผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรเป็ที่รับรู้กัน
เหตุการณ์ทั้งสองนั้นเกิดในปีเดียวกันห่างกันไม่กี่เดือนนับเป็นิมิตหมายอันดีแก่อาณาจักร และหลังจากนั้นก็เกิดเื่ดีขึ้นหลายอย่างทั้งอากาศที่แล้งนานและหนาวเย็นก็สั้นลงมากอาหารอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนและหลายประเทศก็พากันตบเท้าเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของจักรวรรดิเคเดมทำให้อำนาจของจักรวรรดิยิ่งใหญ่มากขึ้นทั้งที่เคเดมเป็หนึ่งในสี่จักรวรรดิใหญ่ของมนุษย์อยู่แล้วก็ยิ่งทำให้มันยิ่งใหญ่จนเป็ผู้นำสี่จักรวรรดิได้ในที่สุด
“เื่เชิญแขกสำคัญกระหน่อมได้จัดการเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะแต่เื่ย้ายสถานที่จัดการคงต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่เสร็จก่อนงานเริ่มแน่นอนพะยะค่ะ”
เสนาบดีกรมวังผู้เป็ชายร่างเตี้ยหัวล้านกล่าวยืนยันหลังกจากนั้นพวกเขาก็หารือเื่รายละเอียดกันต่อก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปและดำเนินงานตามแผนการที่วางไว้หลังเหล่าเสนาบดีกลับไปกันหมด ในห้องทรงอักษรก็เหลือแค่โรนัลด์และคาตัน
“อาลิเซียเป็ยังไงบ้างนางจะกลับมาวันไหน”
“น่าจะมาถึงก่อนวันพิธีวันหนึ่งพะยะค่ะทางศาสนจักรแจ้งมาเมื่อวานนี้”
อาลิเซียเวน เคเดม มีพร์เวทแสงสูงมาก สามารถใช้เวทแสง เวทรักษาได้ั้แ่เด็กเช่นเดียวกับราดิชที่ใช้เวทโจมตีและดาบได้ดังนั้นนางจึงได้เข้าไปศึกษาที่วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งอาเซอุสของเคเดมซึ่งวิหารนี้เป็ของศาสนจักรอาเซอุสนั่นเอง นางไปฝึกฝนเวทมนตร์แสงที่หาได้ยากยิ่งปกติแล้วในคนหมื่นคนจะมีคนที่เรียนเวทแสงได้สักคนยังหายากเลย นับอะไรกับนางที่ใช้เวทแสงได้อย่างดีเยี่ยมซึ่งศาสนจักรอาเซอุสที่ทราบข่าวแทบจะติดต่อมาหาจักรพรรดิโรนัลด์เพื่อขอตัวนางไปเลยด้วยซ้ำ
“ไม่รู้ว่าค่าสเตตัสของอาลิเซียจะเพิ่มขึ้นแค่ไหนข้าตั้งตารอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหวแล้ว”
“แล้วขององค์ชายราดิชพระองค์ไม่ตั้งตารอบ้างหรือไง”
คาตันกล่าวพลางยิ้มขำในท่าทีของนายเหนือหัวตน
“ฮึ..เ้าลูกชายคนนี้มีอะไรน่าห่วงที่ไหน ดูท่าเขาจะเป็จักรพรรดิดาบคนต่อไปแน่”
“ข้าก็คิดแบบนั้นหลังเสร็จพิธีประเมิน กระหม่อมจะพาองค์ชายราดิชออกไปฝึกฝนในเขาวงกตเพื่อเพิ่มระดับและสกิลให้มากขึ้นรับรองเลยว่าเ้าชายจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิมมากแน่”
“ฝากด้วยล่ะสหายข้า”
โรนัลด์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเพราะถ้ามีคาตันไปด้วย เ้าชายจะต้องฝึกฝนได้อย่างราบรื่นแน่เขาคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดเลยนะ
วันเวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างเชื่องช้างานพิธีประเมินของทั้งสองพระองค์ถูกเตรียมอย่างยิ่งใหญ่นอกจากแเื่ที่เป็เชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่แล้วยังมีทูตจากประเทศอื่นเข้าร่วมหลายประเทศและยังมีประชาชนทั่วไปนับหมื่นคนที่ได้รับสิทธิ์นี้ แต่ความจริงพวกเขาส่วนใหญ่เป็ครอบครัวของทหารและเหล่าขุนนางนั่นแหละแต่ก็มีชาวบ้านธรรมดาเข้ามาด้วยเหมือนกันถ้ารู้จักคนใน และเมื่อได้รับการตรวจสอบแล้วก็เข้ามาในลานพิธีได้เช่นกัน
เหล่าขุนนางและผู้เตรียมงานต่างวุ่นวายกันแต่เช้าพิธีจะเริ่มตอนเก้าโมงช้า พวกเขาเริ่มให้ประชาชนเข้ามาแต่เช้ามืดทหารนับหมื่นนายยืนรักษาความปลอดภัยทั่วลานพระราชวังและยังมีการกระจายกำลังไปรอบนอกเพื่อดูแลความเรียบร้อยด้วยเรียกได้ว่าวันนี้เป็งานใหญ่ในรอบปีเลย
ราดิชและอาลิเซียนั้นต้องไปเตรียมตัวแต่เช้าพวกเขาต้องสวมชุดพิธีการหรูหรา ฝ่ายชายเป็ชุดสูทสีดำส่วนฝ่ายหญิงเป็เดรสยาวสีขาวเปิดไหล่ตอนนี้ทั้งคู่นั่งพักกันอยู่ด้านในห้องเตรียมพิธี
“อาลิเซียนี่สวยยังกับนางฟ้าเลย”
ราดิชเอ่ยชมน้องสาวของตนเพราะอาลิเซียในชุดเดรสสีขาวนั้นงดงามมากจริงๆ
“ระ..เหรอคะเสด็จพี่”
อาลิเซียเขินอายเล็กน้อยยิ่งขับเน้นความงามของนางมากขึ้นไปอีก
“หลังจากวันนี้เ้าคงกลับไปที่วิหารใช่ไหม ส่วนพี่เองก็ต้องตามท่านอาคาตันเข้าไปในเขาวงกตเพื่อฝึกฝนไม่รู้พวกเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไร”
ราดิชบ่นออกมาความจริงพวกเขาสองพี่น้องไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนักทั้งที่เมื่อก่อนพวกเขาเป็เพื่อนเล่นกันมาตลอดจนกระทั่งอาลิเซียอายุได้สิบขวบก็ต้องไปอยู่ที่วิหารปล่อยให้ราดิชต้องอยู่คนเดียวตามลำพัง
ถ้าถามว่าองค์ชายไม่มีสหายวัยเดียวกันหรือก็ต้องบอกว่ามีแน่นอน แต่พวกเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นและส่วนใหญ่ก็ล้วนหวาดกลัวในพร์ขององค์ชายเสียมากกว่าเด็กหัดเดินที่ไหนใช้เวทมนตร์ได้ พออายุห้าขวบก็จับดาบแล้วขณะที่พวกเขายังไม่เป็ชิ้นเป็อันเลยด้วยซ้ำ
“เ้าค่ะเสด็จพี่หลังเสร็จพิธี ข้าก็ต้องกลับไปที่วิหารเพื่อศึกษาต่อไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เจอกันอีก”
อาลิเซียถอนหายใจออกมาอย่างใจหายราดิชเองก็ไม่ต่างกัน เพราะพวกเขามีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้นแม้โรนัลด์จะมีสนมหลายคน แต่ก็ไม่มีใครให้กำเนิดทายาทเลยแม้แต่คนเดียว
มันเป็เหมือนคำสาปของราชวงศ์ที่ทำให้พวกเขากำเนิดทายาทได้ยากขนาดโรนัลด์ที่เป็จักรพรรดิก็มีพระอนุชาเพียงคนเดียว คือท่านดยุคโรแลนด์ที่ตอนนี้ปกครองดินแดนทางเหนือของจักรวรรดิอยู่
ดังนั้นการที่ราดิชจะขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ต่อไปโดยมีเพียงพระกนิษฐาเพียงพระองค์เดียวจึงไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของจักรวรรดิเคเดมนั้นส่วนใหญ่มีทายาทแต่ละรุ่นแค่หนึ่งถึงสองคนเท่านั้นรุ่นไหนที่มีทายาทถึงสามคนนั้นจะมีการฉลองปิดเมืองกันเลยทีเดียว
“ได้เวลาแล้วเพคะฝ่าาทั้งสอง”
เสียงนางกำนัลเรียกให้ทั้งสองเตรียมตัวทั้งราดิชและอาลิเซียต่างพากันเตรียมตัวและดูความพร้อมของเสื้อผ้าขั้นสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะพบท่านเสนาบดีกรมวังซึ่งจะเป็ผู้นำทั้งสองคนไปยังปะรัมพิธีด้านนอก
ทางเดินประดับประดาไปด้วยช่อไม้หลากสีผ้าแพรสีสันงดงามที่ขึงพาดผ่านไปตามทางเดินยิ่งช่วยขับเน้นให้ดูมีมนต์ขลังมากขึ้น เมื่อทั้งสองก้าวออกจากทางเดินเข้าสู่ปะรัมพิธีก็ได้ยินเสียงโห่ร้องของประชาชนที่ได้เห็นทั้งสองพระองค์
ที่แท่นพิธีมีบุคคลสำคัญอยู่ทั้งคาตันและเหล่าเสนาบดี ยังมีดยุคโรแลนด์ที่มีใบหน้าคล้ายโรนัลด์อยู่หลายส่วนเหล่าแม่ทัพและเหล่าขุนนางชั้นสูงล้วนถูกจัดตามลำดับรอบแท่นพิธีนั้น
กลางปะรัมพิธีมีแท่นสูงถูกยกขึ้นจากพื้นบนแท่นมีหินสีดำแวววาวก้อนเท่ากำปั้นประดับอยู่มันคือหินประเมินระดับสิบของราชวงศ์และที่ด้านหลังก็มีผืนผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ขึงอยู่ให้เห็นอย่างเด่นชัดซึ่งเมื่อทำพิธีแล้ว ค่าสเตตัสของเขาจะปรากฏออกมาให้ทุกคนได้เห็น
ทั้งสองเดินไปหยุดหน้าแท่นพิธีก่อนจะคำนับและถอนสายบัวทำความเคารพเสด็จพ่อของตนตามธรรมเนียมระหว่างนั้นเสนาบดีกรมวังก็ทำหน้าที่พิธีกรกล่าวเปิดงานและบรรยายเื่ราวขององค์ชายและองค์หญิงไปจนจบก็ถึงคราวจักรพรรดิโรนัลด์ที่กล่าวบ้างระหว่างนั้นทั้งคู่ต่างจับจ้องไปที่หินประเมินเพื่อรอถึง่เวลาสำคัญและเป็จักรพรรดิโรนัลด์ที่เริ่มพิธีดังกล่าว
“บัดนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแล้วขอเริ่มพิธีประเมินแก่บุตรของเราทั้งสอง”
“อาลิเซียเวน เคเดม จงก้าวออกมา”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกอาลิเซียก็เกร็งตัวขึ้นเล็กน้อย นางย่อมรู้จักหินประเมินดีแต่ไม่เคยทำเื่แบบนี้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากมาก่อน นางก้าวขึ้นไปยังแท่นพิธีและเอามือััก้อนหินสีดำนั้นเพียงชั่วอึดใจผืนผ้าใบด้านหลังก็มีการกระเพื่อมก่อนจะปรากฏตัวอักษรขึ้นทีละแถวอย่างรวดเร็ว
เผ่า มนุษย์ LV 1 ชื่อ อาลิเซีย เวน เคเดม
ค่าสเตตัส
HP 32/32 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 658/658 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 32/32 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 32/32 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 22 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 22 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 605 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 586 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 22 (รายละเอียด)
สกิล
ฟื้นฟู HP อัตโนมัติ LV 1
ระดับความเร็วในฟื้น MP LV 8 ลดระดับการใช้ MP LV 8
ระดับความเร็วในฟื้น SP LV 3 ลดระดับการใช้ SP LV 3
ััพลังเวท LV 8 ควบคุมพลังเวท LV 7
ถ่ายทอดพลังเวท LV 4 สมาธิ LV 9
หลบหลีก LV 2 แม่นยำ LV 2
เวทแสง LV 10 เวทรักษาLV 10 เวทปาฏิหาริย์ LV 1 เวทแสงศักดิ์สิทธิ์LV 1
เวทเสริมพลัง LV 8 เวทเสริมการต้านทานLV 4
เสริมประสาทการมอง LV3 เสริมประสาทการได้ยิน LV 2
เสริมประสาทการดมกลิ่น LV 2 เสริมประสาทการรับรส LV 6
เสริมประสาทการัั LV3 พลังชีวิต LV 2
ปริมาณเวท LV 2 การโต้ตอบฉับพลันLV 2
ความอดทน LV 2 พละกำลัง LV 2
ความทนทาน LV 2 ผู้ใช้เวท LV 2
เครื่องราง LV 2 ความเร็วสูง LV 2
สกิลพ๊อยท์ 0
ฉายา
[ผู้ช่วยเหลือ] [นักบุญ]
ค่าสเตตัสและสกิลของอาลิเซียถูกแสดงออกมาให้ทุกคนได้เห็นมันมาพร้อมกันเสียงใ เสียงอื้ออึงของผู้คนที่ได้เห็นพลังของนาง
ค่าสถานะปกติของเด็กทั่วไปจะอยู่ที่สิบถึงสามสิบแต่อาลิเซียมีค่าพลังเวทสูงกว่าหกร้อย ค่าความต้านทานก็ใกล้เคียงกัน ค่ามานาก็สูงเกินกว่าหกร้อยด้วยนับว่าเป็บุคคลพิเศษที่มีพร์อย่างมาก ถึงได้มีค่าพลังตั้งต้นมากขนาดนี้ส่วนค่าพลังอื่นก็มากกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ถ้าเธอมีการเติบโตมากกว่านี้ค่าพลังที่มากอยู่แล้วก็คงยิ่งสูงมากขึ้นไปอีกแน่นอน
“สมแล้วที่เป็ลูกสาวของข้าฮ่าๆๆ”
จักรพรรดิโรนัลด์หัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจขณะดูค่าสเตตัสของอาลิเซียเธอมีค่าพลังเวทที่สูงกว่าคนปกติหลายเท่า รวมถึงเวทแสงระดับสูงแถมยังมีเวทปาฏิหาริย์ที่เป็ระดับสูงกว่า ที่สำคัญเธอมีฉายานักบุญซึ่งว่ากันว่าคนที่ได้ฉายานี้ย่อมมีสิทธิ์เป็คู่หูของผู้กล้าได้
เหล่าขุนนางเชื้อพระวงศ์ ทูตจากประเทศต่างๆล้วนหวาดหวั่นต่อพลังของอาลิเซียและด้วยการที่เธออยู่ภายใต้ความคุ้มครองของศาสนจักรอาเซอุสในฐานะนักบุญที่อายุน้อยที่สุดในภายหน้าอำนาจของเธอจะมีไม่น้อยกว่าาาของประเทศใหญ่เลยแม้แต่น้อยแม้แต่ดยุคโรแลนด์เองก็ยิ้มอย่างภูมิใจที่มีหลานแบบนี้เนื่องจากตัวเขาเองยังไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เลย
อาลิเซียมองค่าสเตตัสและสกิลของตนพลางถอนใจเล็กน้อย เธอเองก็เห็นของเหล่านี้จากหินประเมินที่ทางวิหารตรวจสอบเธออยู่เป็ประจำอยู่แล้วดังนั้นเธอจึงดูไม่ตื่นเต้นกับค่าพลังที่แสดงออกมาแต่อย่างใดเธอถอยออกจากแท่นพิธีหลังมีการบันทึกค่าพลังของเธอเรียบร้อย
“ต่อไปราดิช เวน เคเดม จงก้าวออกมา”
จักรพรรดิโรนัลด์ดำเนินพิธีการต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุขความจริงเขาก็รู้ค่าสเตตัสของราดิชอยู่ก่อน แต่ก็ต้องปั้นหน้าจริงจังไว้ และคอยมองสีหน้าพวกขุนนางอีกทีด้วยความเบิกบานใจ
ราดิชก้าวขึ้นไปที่แท่นพิธีและเอามือััก้อนหินสีดำนั้นเพียงชั่วอึดใจผืนผ้าใบที่กลับมาขาวอีกครั้งหลังบันทึกพลังของอาลิเซียก็เริ่มเกิดการกระเพื่อมอีกครั้งพร้อมตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นทีละแถว แสดงให้เห็นถึงค่าพลังอันสุดยอดของเขา
“นี่มันบ้าไปแล้ว”
ท่ามกลางเสียงอื้ออึ้งมีเสียงหนึ่งที่ดังกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่มีใครสนใจเสียงนั้นทุกคนต่างมองไปยังข้อมูลบนผืนผ้าใบด้วยความตกตะลึงด้านจักรพรรดิโรนัลด์รวมถึงคาตันและดยุคโรแลนด์ต่างมีสีหน้าภูมิใจราดิชเองก็ชื่นชมกับค่าพลังของตัวเอง แต่ก่อนที่เ้าหน้าที่จะทำการบันทึกผืนผ้าใบก็เกิดการกระเพื่อมอีกครั้งนั่นหมายความว่ามีบางอย่างถูกเพิ่มขึ้นขณะประเมินและเป็ข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน พร้อมค่าสเตตัสและสกิลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นด้วย
ขณะที่ราดิชก็ได้ยินเสียง์หรือเสียงของระบบที่เป็ดั่งพระเ้าของโลกใบนี้ดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับค่าสเตตัสของเขา