ตอนที่ 3 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (15)
การตอบสนองแรกของเหลียนเชวี่ยเห็นจะเป็ที่นี่ถูกมารปีศาจซุ่มโจมตี มันใจนผลไม้ในมือร่วงเกลื่อนพื้น แล้วหดตัวกลับไปอยู่ข้างกายหนานิจวิน
“ไม่ต้องกลัว” หนานิจวินกล่าว “พวกเขาได้รับพิษจากไอพิษ”
“เซียนชั้นสูงก็สามารถต้องพิษของไอพิษได้เหมือนกันหรือ” เหลียนเชวี่ยยังคงกลัว
“ไอพิษแปลกประหลาดสารพัน ไอพิษบนตัวงูเหลือมตัวนั้นคงมีความเป็พิษค่อนข้างสูง”
เป็ไอพิษจริงๆ หรือ เช่นนั้นเหลียนเชวี่ยก็ไม่กลัวแล้ว วิชาโคจรปราณไล่พิษมันสามารถใช้ได้อย่างชำนาญมาก ไม่ต้องให้หนานิจวินกำกับก็รู้ว่าควรจัดการอย่างไร ดังนั้นจึงดึงตัวสือหนิงขึ้นมาแล้วถ่ายทอดพลังิญญาขับไล่พิษให้เขา
“โคจรปราณให้ผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นก่อน” หนานิจวินพยุงผู้บำเพ็ญเพียรหน้าดำคนหนึ่งขึ้นมาด้วยตัวเอง แล้วชี้ไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรหน้าดำอีกคนให้เหลียนเชวี่ย
เหลียนเชวี่ยเบ้ปาก จัดท่าให้สือหนิงพิงกำแพงเบาๆ เสร็จแล้วจึงโคจรปราณให้ผู้บำเพ็ญเพียรหน้าดำคนนั้น
หนานิจวินโคจรปราณไปพลางขณะเอ่ยเสียงต่ำ “ถ้ำูเาแห่งนี้ไม่มีจุดผิดสังเกตอะไร ในร่างกายพวกเขามีเพียงสารพิษจากตัวงูเหลือมนั่นเท่านั้น ทว่าเหตุใดพวกเขาจึงต้องพิษหนักขนาดนี้ แต่พวกเรากลับไม่เป็อะไรเลย เห็นๆ กันอยู่ว่าไอพิษที่พวกเราสูดเข้าไปนั้นไม่น้อยกว่าพวกเขาแน่ๆ”
“เพราะหนานิจวินเก่งกาจไงเล่า” เหลียนเชวี่ยกล่าวหัวเราะชอบใจ “แม้ว่าชื่อเฉิงจวินจะเป็เซียนชั้นสูง แต่ไม่ได้เก่งกาจเท่าหนานิจวินสักนิด”
“แต่เ้าก็ไม่เป็อะไรเหมือนกัน”
“ข้าหรือ” เหลียนเชวี่ยเอียงศีรษะคิดๆ ดู แล้วหัวเราะชอบใจมากขึ้น “ข้าก็เก่งกาจเหมือนกันไงล่ะ”
หนานิจวินกะพริบตาเนิบนาบ จากนั้นค่อยๆ หันหน้าไป เหลียนเชวี่ยรู้ว่านี่คืออาการเบิกบานใจของหนานิจวิน คงไม่ต่างจากคนทั่วไปยิ้มสักเท่าไร ดังนั้นมันจึงเบิกบานใจขึ้นเรื่อยๆ และกล่าวว่า “ข้าเป็ศิษย์ที่ท่านอบรมออกมาเชียว ท่านดูสิ สือหนิงและต้วนเฟิงได้รับพิษน้อยเช่นกัน หนานิจวินเก่งกาจที่สุดแล้ว”
ขณะพูดก็ชะล้างไอพิษของผู้บำเพ็ญเพียรหน้าดำเสร็จแล้ว เหลียนเชวี่ยมาหยุดข้างตัวสือหนิงอีกครั้งแล้วโคจรปราณให้เขา เวลานี้จู่ๆ หนานิจวินจึงฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ความเร็วที่เหลียนเชวี่ยกำจัดไอพิษว่องไวมาก ถึงขั้นเร็วกว่าตนเล็กน้อย
เช่นนั้นที่ชื่อเฉิงจวินต้องพิษค่อนข้างหนักแต่ตนกลับไม่เป็อะไรสักนิด จะเป็เพราะเหลียนเชวี่ยหรือไม่ มันสามารถชำระล้างไอพิษได้หรือ
เหลียนเชวี่ยมีความสามารถในการรวบรวมจิติญญาที่ไม่เหมือนใคร รับรู้ความทรงจำในอดีตชาติ และดูเหมือนจะมีความสามารถพิเศษในการลบล้างไอพิษด้วย เื่พวกนี้ทำให้หนานิจวินยิ่งใคร่รู้มากขึ้นเรื่อยๆ รอช่วยโคจรปราณให้ทุกคนเสร็จแล้วค่อยเรียกเหลียนเชวี่ยเข้ามาตรวจสอบร่างกายมันอีกครั้งว่ามีจุดพิเศษหรือไม่
“จะดูอีกแล้วหรือ” เหลียนเชวี่ยรู้สึกว่าใบหน้าของตนตัวเองชาวูบวาบ อาจจะหน้าแดงอีกแล้ว ในใจทั้งตั้งตาคอยและหวาดกลัว ที่ตั้งตาคอยเพราะมันสบายตัวทีเดียว ส่วนที่หวาดกลัว เพราะกลัวว่าเ้าน้องชายใต้หว่างขาจะไม่เชื่อฟังอีก แต่ในเมื่อหนานิจวินจะดู แน่นนอนว่าย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้ดู เหลียนเชวี่ยใช้มือกุมตรงเป้าเงียบๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงตรงหน้าหนานิจวิน
ครั้งนี้หนานิจวินกลับมองจุดแตกต่างออกจริงๆ...แก่นปีศาจของเหลียนเชวี่ยเรืองแสงรางๆ เมื่อตรวจเข้าไปโดยละเอียดคล้ายมีมุกอย่างอื่นซ่อนอยู่ภายในแก่นปีศาจนั้น
“โอ๊ย...หนานิจวิน...” เหลียนเชวี่ยบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอะไร พลังิญญาของหนานิจวินเหมือนจะซึมลึกเข้าไปในร่างกายของมันมากเกินไป ท้องน้อยค่อนข้างชาและเจ็บเล็กน้อย รู้สึกแปลกๆ “...ทนไม่ไหว...”
เสียงร้อง ‘โอ๊ย’ ของเหลียนเชวี่ยค่อนข้างสูง ทำเอาหนานิจวินใ และยังปลุกให้ชื่อเฉิงจวินตื่นอีกด้วย หนานิจวินเรียกเก็บพลังิญญาของตน เมื่อเห็นว่าชื่อเฉิงจวินตื่นแล้วจึงหันตัวเข้าไปหา หมายจะเล่าเื่ของเหลียนเชวี่ยให้ชื่อเฉิงจวินฟังสักหน่อย ไข่มุกที่สามารถซ่อนอยู่ในแก่นปีศาจชนิดนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงขั้นที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ ชื่อเฉิงจวินเป็เซียนชั้นสูงที่โดดเด่นเฉิดฉาย บางทีอาจจะรู้มากกว่า
แต่ยามหมุนตัวออกไปชื่อเฉิงจวินก็บังเอิญมองมาทางทั้งคู่พอดี ยังจ้องมองกระดูกไหปลาร้าที่โผล่ออกมาจากเสื้อคลุมหลวมโพรกของเหลียนเชวี่ยอีกด้วย หลังมองเสร็จทั้งขมวดคิ้วและเดาะลิ้น จากนั้นกลอกตาใส่หนานิจวินปราดหนึ่ง “หนานิจวินดูแลอบรมศิษย์จากภายในสู่ภายนอกจนออกนอกหน้าจริงๆ”
หนานิจวินขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเรียบนิ่งเ็าเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งมึนตึงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากช่วยเหลียนเชวี่ยจัดระเบียบเสื้อผ้าเล็กน้อยก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอื่นใดอีก...เื่เกี่ยวกับเหลียนเชวี่ยเขาไม่อยากถามชื่อเฉิงจวินแล้ว ภายหน้าตนค่อยๆ ตรวจสอบเอาก็ได้
แม้หนานิจวินไม่อยากแยแสชื่อเฉิงจวิน แต่ชื่อเฉิงจวินก็ยังมองหนานิจวินขัดหูขัดตาอยู่ดี ทว่าชื่อเฉิงจวินถูกไอพิษเล่นงานมาแล้วหนึ่งครั้ง ทั้งได้ยินว่างูเหลือมั์ตัวนั้นอาจมีเ้าของ ทำให้ไม่กล้าเคลื่อนไหวกันตามลำพัง ดังนั้นจึงยังร่วมเดินทางกับหนานิจวินเช่นเดิม
ทว่ากลัวอย่างไรเจออย่างนั้น คนทั้งกลุ่มตามหาแหล่งกบดานของจอมมารตามแผนการก่อนหน้านี้ ตลอดทางกลับเจอแต่ป่าไม้ที่อัดแน่นด้วยไอพิษหลายต่อหลายครั้ง ซ้ำยังเป็ไอพิษชนิดเดียวกับที่อยู่บนตัวงูเหลือมั์ ชื่อเฉิงจวินกลัวจนแทบไม่ไหว ทุกคนได้แต่เดินทางอ้อมแล้วอ้อมอีก ผลลัพธ์คืออ้อมมาทั้งวันตกกลางคืนก็วกกลับมาที่ถ้ำูเาก่อนหน้านี้เหมือนเดิม