ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 19 ซวย

         "ปกป้องและนำทางสิไอ้ง่าว...จะว่าไปต้องไปไหนต่อล่ะ หลงทางอยู่แบบนี้คงหาไอ้ศิลา๥ิญญา๸นั่นไม่เจอแหงๆ"


         ชุนบอกเฮ่ยหงด้วยท่าทางเหมือนสอนเด็กหลังฟังเฮ่ยหงกล่าว

         "ไม่หรอกนายท่าน ท่านมีแผนที่เหตุใดไม่ลองเปิดดูเล่า ศิลาวิญญาณนั้นหาง่ายพอๆกับผลไม้ป่า..ให้ข้านำทางท่านไหมเล่า"
         "ก็ดีไอ้หมาระยำ ชักเริ่มไม่ค่อยชอบหน้าแกละ...ช่วยไม่ได้ขอพักก่อนแล้วกัน อีกอย่างแกบินไปทั่วคนเขาไม่ตกใจรึไง"
         ชุนเหลือบมองเฮ่ยหง เฮ่ยหงได้ตอบชุนตามปกติ
         "เป็นสิท่าน..ไม่เป็นได้อย่างไร อาวุธมีจิตวิญญาณเฉกเช่นพวกเราต่อให้เป็นเซียนยังหาคนมีใช้ได้ยาก ขืนถูกพบเข้าท่านคงถูกตามล่าชิงอาวุธสุดขอบฟ้า"
         "อันตรายขนาดนั้นพวกเองอย่าออกมาจะดีกว่า เดี๋ยวลองเปิดแผนที่หาเมืองสักเมืองซื้ออาวุธดีๆมาใช้สักเล่มคงไม่เป็นอะไร ถือว่ามาดินแดนวิญญาณเพื่อฝึกฝนและเที่ยวเล่นแล้วกัน ขอให้ไม่เจอเรื่องซวยๆและยุ่งยากไปกว่านี้เลยสาธุ..ไม่สิ..เดี๋ยวก่อน..."
         ชุนหยุดพูด เขาหันไปคิดในใจแทน
         'เรื่องสำคัญสุดเราต้องหาไอ้คนที่เอาระบบนี่มายัดเยียดให้เรานี่หว่า ถ้าเจอนะ..อยากรู้จริงๆมันให้เราซวยเพราะอะไร...ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ละนะ'
         'ไม่ใช่เรื่องซวยหรอกนายท่าน เป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่า'
         "เฮ้ยยย! ทำไมเสียงแกมาอยู่ในหัวได้เนี่ย"
         ชุนสะดุ้งเฮือก เขารู้สึกตกใจไม่น้อยกับเสียงของเฮ่ยหง เพราะเสียงมันไม่จากเสียงของระบบที่แทรกเข้ามาในหัว แค่เป้นเสียงคนละเสียงเท่านั้น
         'อย่าตกใจไปนายท่าน จินไป๋ไม่ได้บอกท่านรึไงว่าเราสามารถสื่อสารผ่านวิญญาณได้'
         'บอกก็แย่แล้วไอ้งามไส้ มันรีบอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้..พูดฉอดๆไม่ต่างจากแก'
         'ใจเย็นก่อนนายท่าน ข้าจะช่วยท่านคลายข้อสงสัย...ความคิดท่านและพวกเราสื่อถึงกันได้ มันไม่มีผลกระทบต่อท่าน ถึงพวกเรารู้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่เรื่องหาคนส่งท่านมาโลกใบนี้ต้องบอกว่าพวกเราวิญญาณนำทางยังถูกคนผู้นั้นสร้างขึ้นมากับมือ..ยังไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน จากความรู้ความเข้าใจทั้งหมด ตัวตนระดับนั้นแค่คิดพวกเราคงตายกันหมด
         อีกอย่างแผนที่ทั้งหมดเป็นคนผู้นั้นรวบรวมเอาไว้สำหรับท่าน นับรวมกับพวกข้าและอะไรอีกหลายอย่าง..บอกได้ว่า คนผู้นั้นมอบความสะดวกในการเติบโตให้ท่าน'
         เสียงเฮ่ยหงดังในหัวเขาต่อเนื่อง ยิ่งมันบอกมากเท่าไหร่ มันดูสนิทกับเขากว่าเดิม ชุนจึงเลิกสนใจมันพลางพึมพำ
         "ช่างมันเถอะ สักวันคงได้รู้เอง...ตอนนี้ต้องปรับการใช้ชีวิตนิดหน่อยน่าจะดี จะได้อยู่บนดินแดนวิญญาณง่ายๆ"
         .     .     .
         หลังจากนั่งพักไปอีกหนึ่งชั่วโมง ชุนได้เปิดแผนที่ดู..พอดูชุนถึงกับอ้าปากค้าง เพราะมันเป็นภาพสามมิติที่สามารถขยับดูได้ทุกจุด แถมยังบอกว่าชุนอยู่ตรงไหนในดินแดนวิญญาณ..เรียกได้ว่ามันคือภาพโฮโลแกรมที่จับต้องได้
         "โอ้โฮ มองรวมๆแล้วแผ่นที่มันดูแปลกๆนะเนี่ย มีแค่สองทวีปใหญ่ที่เหลือเป็นเกาะท่ามกลางโคตรมหาสมุทรยักษ์และเราก็อยู่ในป่าต้องสาปบนทวีปนรก อีกทวีปหนึ่งก็ทวีปสวรรค์..เฮ้ย! นี่เรามานรกหรอเนี่ย"
         ชุนอุทานเสียงดังลั่นด้วยความตกใจปนตื่นตะลึง เฮ่ยหงจึงรีบอธิบาย
         'ใจเย็นๆก่อนนายท่าน มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด มันเป็นแค่ชื่ออย่าไปสนใจ ความแตกต่างมันมีแค่กฎบัญญัติของผู้ครองทวีป อย่างทวีปนรกกฎแทบไม่มีจะเรียกว่าความแข็งแกร่งคือทุกอย่างยังไม่เกินไป ส่วนทวีปสวรรค์มันมีกฎห้ามนู่นห้ามนี่เหมือนบนโลกที่ท่านจากมา'
         "อ้าว! งี้ก็เหมือนทวีปคนเถื่อน ปลาเล็กกินปลาใหญ่ คนฉลาดคุมคนโง่เขลา ชีวิตคนอ่อนแอไร้ค่า ผู้แข็งแกร่งถึงอยู่รอด"
         ชุนกล่าวยาวเหยียดราวกับไม่ค่อยพอใจกับกฎแห่งป่าและไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆคิดขวาเขากระตุกถี่ยิบเหมือนกำลังมีเรื่องร้ายๆถามหา
         "ไม่เชิงนายท่าน บางแห่งมีกฎเหมือนทวีปสวรรค์ ทุกอย่างไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ จะให้บอกความแตกต่างจริงๆคงบอกไม่ได้ เอาเป็นว่ามีอะไรเกินขึ้นท่านก็หยวนๆไปแล้วกัน แต่ตอนนี้ท่านต้องเดินทางข้ามป่าข้ามเขาไปเมืองจะดีกว่า เพราะสถานที่แห่งนี้มันเป็นสถานที่อันตรายไม่ใช่น้อย"
         "แกอย่าบอกนะว่าพวกเราเหยียบอยู่บนพื้นที่อันตรายในไม่กี่แห่งของทวีปนรก"
         ชุนเหลือบมองแผนที่และเริ่มมองดูอย่างจริงๆจังๆ เขาจึงเข้าใจทันทีว่าพื้นที่อันตรายมันเป็นสีแดงแบ่งเป็นสามจุด สองจุดแรกไม่เท่าไหร่ แต่จุดที่สามมันโคตรบัดซบ เพราะมันคือจุดที่ชุนอยู่...จุดนี้อยู่เกือบใจกลางสถานที่อันตรายโคตรๆของโคตรๆ 
         พ้นระยะเขตอันตรายมันยังมีป่าสีเหลืองที่อันตรายน้อยกว่า ก่อนจะเป็นป่าสีเขียว สุดท้ายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ตัดผ่านระหว่างป่ากับเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของอาณาจักรกลืนวิญญาณ หากชุนผ่านสถานที่อันตรายไปสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ว่าจะอันตรายมากหรือน้อยเขาก็โอกาสตายอยู่ดี
         'แม่นแล้วนายท่าน น่าเสียดายจินไป๋ไม่คิดช่วยท่านนอกจากท่านใช้พวกเรากับความสามารถของท่านไปหาศิลาวิญญาณมาบ่มเพาะ ฝึกฝนวิชาให้แกร่งกล้าจนกว่าจะออกจากป่านี้ไปได้'
         "ก็เแย่แล้ว...เดินไปสิบเมตรจะมีชีวิตอยู่หรือกลายเป็นศพยังไม่รู้ จะให้เจ้านายไปผจญความตายได้ยังไง"
         ชุนพูดด้วยความหวาดหวั่น เป็นเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งยังไม่กล้าห้าวกับความอันตราย เพราะเขารู้ดีว่า..ในพื้นที่อันตรายย่อมมีตัวอะไรบางอย่างอยู่
         "ไม่หรอกนายท่าน...ท่านจะไปกลัวอะไร สิ่งที่ท่านพอเจอหนักหนาสาหัสกว่าหลายเท่า ความสามารถท่านแค่หนียังพอไหว แต่ท่านไม่รีบไปตอนนี้ ลูกพี่งูมันอาจมาตามล่าท่านที่มีกลิ่นพวกมันติดร่างท่านก็ได้"
         "ไอ้เวรเอ๊ย ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ"
         ชุนตะโกนลั่นพร้อมกับคว้าจับเฮ่ยหงพลางเรียกใช้จินไป๋ จังหวะที่ชุนกำลังจะพุ่งตัวไปจากจุดเดิม เสียงต้นไม้ล้ม โครมคราม! ดังลั่นมาแต่ไกล
         "ให้ตายเถอะ ไอ้หมาทั้งสอง แกสักตัวนำทางไปหาศิลาวิญญาณด่วนๆเลย"
         ชุนสบทใส่จินไป๋กับเฮ่ยหง ก่อนเฮ่ยหงจะชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
         'วิ่งไปสิบกิโลเมตรให้ไวนายท่าน ท่านหนีจากงูตัวนั้นได้มันจะไม่ตามล่าท่าน ศิลาวิญญาณยังตกเป็นของท่านแน่นอนข้ารับประกัน'
         "ทีหลังบอกให้เร็วกว่านี้สิวะ"
         ชุนตะโกนเสียงดังและวิ่งสับตีแตกตามการชี้นำของเฮ่ยหงในมือเขา
         "นายท่านระหว่างวิ่งข้ามป่า ฟังข้าจินไป๋บอกให้ท่านหลบเลี่ยงจุดอันตรายด้วย ไม่งั้นท่านต้องกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้"
         "ตาย ตายแน่ๆ ถ้าไอ้ตัวบัดซบอย่างพวกแกไม่ปลดพลังให้ใช้ได้แบบเดิม..ต้องตายหยังเขียด"
         "มันคือการฝึกฝน"
         จินไป๋ตะโกนราวกับการช่วยชุนฝึกฝนเป็นเป้าหมายสูงสุด
         "ฝึกกับแม่แกน่ะสิเอามาปล่อยป่าให้ตายล่ะไม่ว่า!"
         "อย่ามัวแต่บ่นนายท่าน รีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านซ้ายและวิ่งต่อให้เร็วเท่าเดิม"
         จินไป๋ร้องเตือนชุนที่กำลังวิ่งผ่านช่องว่างของต้นไม้ขนาดกลางสองต้น พอชุนเบี่ยงตัวเขาเห็นกับดักมากมายหลายชนิดวางล้อมเขาเอาไว้ หัวใจเขาถึงกับเต้นรัว เส้นขนทั่วร่างลุกซู่
         "กับดักธรรมชาติพวกนี้มันอะไรกันวะ!"
         ชุนตื่นตระหนก เสียงเฮ่ยหงจึงดังในหัวเขาอีกครั้ง
         'จะอะไรล่ะนายท่าน มันเป็นกับดักของพวกต้นพืชไว้ดักจับสิ่งมีชีวิตกินเป็นอาหาร'
         "มันอันตรายเกินไปแล้วโว้ย"
         ชุนเริ่มหน้าซีดขาว จังหวะนั้นเสียงของการเคลื่อนไหวของงูตัวเขื่องเริ่มชัดเจน ชุนไม่รีบวิ่งละก็มันคงตามเขาได้ทัน
         ครื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
         'ไม่นะ นายท่าน อย่าเสียแรงพูดอีก ท่านต้องรีบแล้ว ข้างหน้ายังมีอันตรายอีกเยอะ'
         "เออรู้แล้วน่า จะหนีจนกว่าจะปลอดภัยนั่นแหละ ไม่งั้นได้ซวยเช็ดจริงๆ"
         ชุนเร่งความเร็วให้เร็วยิ่งกว่าเดิม จนถึงขีดจำกัดในความเร็วของชุนแล้ว เขาวิ่งตามการนำทางของเฮ่ยหงผ่านต้นไม้และกับดักมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปากของเสือยักษ์ตัวเท่ารถเก๋งเขายังต้องกระโดดผ่าน กระทั่งความอันตรายน้อยลงเรื่อยๆ 
         ไม่นานนักชุนได้ผ่านทุ่งหญ้า ทุ่งหินและป่าไม้จนเห็นสภาพแวดล้อมที่ดูปลอดภัย เสียงไล่ตามหลังเขายังหายไปโดยไม่รู้ตัว เพราะมันเลิกไล่ตามเขาตั้งแต่ห้ากิโลเมตร
         แต่ว่าชุนโชคร้ายไปนิดที่วิ่งหนีมาเจอโคตรตะกวดยักษ์....ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีแอบแฝง เพราะมันหลับสนิทไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวน ช่วงกิโลเมตรที่เจ็ด แปด เก้าและสิบเขาถึงได้ตรงมายังศิลาวิญญาณอย่างปลอดภัย ซึ่งมันแรกมาด้วยพละกำลังกับหยาดเหงื่อที่อาบร่างชุนเหมือนพึ่งขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ