…ห่างไปประมาณ 5 โยชน์ ณ หุบเขาพยัคฆ์ มีระบุเอาไว้ในแผนที่ว่า ที่นั่นเต็มไปด้วยอันตราย ในป่ามีสัตว์อสูร ตามเส้นทางขึ้นเขามีโจร บนยอดเขามีปิศาจ ทุกคนมักเรียกเส้นทางขึ้นเขานี้ว่า ูเาล่วงลับ
อ้านี่มันูเาหรือสนามรบ!!!
ูเาล่วงลับทอดยาวเป็รูปเกือกม้า ตรงกลางของเกือกม้า เป็พื้นที่ราบประกอบไปด้วบป่ารกชัฏ มีสมุนไพรหายากขึ้นประปราย และมีสัตว์อสูรคอยเฝ้าอยู่จำนวนมาก
ขึ้นชื่อว่าสัตว์อสูร ย่อมไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา สัตว์เหล่านี้มีการบำเพ็ญตบะมายาวนานจะมีอายุมากกว่ามนุษย์เสียอีก ส่วนใหญ่จะมีนิสัยดุร้าย บางชนิดมีปัญญาเหมือนมนุษย์
แต่นั่นเขาไม่มีทางลงไปอย่างแน่นอน แต่ทางที่ต้องไปจริงๆ คือเส้นทางบนูเา เพียงแค่เดินลัดเลาะไปทางเส้นทางเกือกม้าให้พ้นสัตว์อสูรเ่าั้ไป
แต่หากเขาเลือกเส้นทางบนูเา เขาจะต้องหลีกเร้นโจรให้ได้
ครามมองว่าต่อให้โจรชุกชุมเพียงใดก็คืุ์ เขาน่าจะสามารถเลี่ยงทางตามทางที่ไม่ได้ใช้งานตามปกติได้ ถ้าลงไปเจอกับสัตว์อสูร เขาตายแน่นอน ถ้าเดินทางอ้อมวงนอกของเกือกม้า นอกจากเขาต้องเสียเวลาไปอีก ประมาณ 5 วัน ยังมีสัตว์อสูรอีกจำนวนมากไม่แพ้ในแอ่งตรงกลางหุบเขา
เขาจึงเลือกเดินขึ้นเขาดีที่สุด ด้วยฝีเท้าและความรวดเร็วของเขาน่าจะข้ามเขาลูกนี้ไปได้ประมาณก่อนค่ำ ระหว่างเดินทางเขาเห็นชายฉกรรจ์แต่งตัวด้วยชุดเกราะนักรบหลายกลุ่มเดินออกมาจากในป่าบริเวณเชิงเขารอบนอกหุบเขาพยัคฆ์
เขาแอบได้ยินการสนทนาว่าพวกเขาเหล่านี้ไปปักหลักในป่าเป็แรมปี เพื่อเฟ้นหาสมุนไพร และแก่นิญญาสัตว์อสูร รวมไปถึงพวกกระดูกทิพย์จากสัตว์ที่บำเพ็ญตบะมากกว่า 1,000 ปี บ้างก็ได้ บ้างก็พ่ายกลับออกมา แต่นั่นเขาก็ยอมรับว่าเขาไม่มีทางทำเช่นนั้นได้แน่นอน แม้แต่ย่างกรายเข้าไป จากการประเมินฝีมือของตนเอง ลำพังสัตว์ธรรมดาที่ไม่มีฌาณตะบะใดๆ ก็ลำบากที่จะสู้เหมือนกัน
เฮ้อ…นี่ขนาดป่ารอบนอก และถ้าเป็ทุ่งกลางหุบเขาล่ะ พวกเขาไม่ตายอย่างนั้นรึ
ครามระบายลมหายใจตามคำบ่นของคนกลุ่มนั้น ในฐานะปุถุชนธรรมดาอย่างคราม ไฉนเลยจะมีอำนาจและพลังฝีมือปานนักรบเ่าั้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้พวกเขาได้มาซึ่งความแกร่งก็คือคัมภีร์ยุทธ์ และแน่นอนมันไม่ได้ตกลงมาจากฟากฟ้า สิ่งที่ต้องนำไปแลกเปลี่ยนคือ เงิน ทองคำ วัตถุล้ำค่า และนี่เองทำให้เขาพยายามเรียนรู้การปรุงยาเพื่อที่จะนำไปขายในเมืองเพื่อแลกกับทองคำเ่าั้
ในโลกนี้อันที่จริงทองคำไม่ได้มีค่ามากที่สุด 100 เหรียญเงิน มีค่า เท่ากับ 1 เหรียญทอง 100,000 เหรียญทอง นั้นยังมีค่าเทียบเท่าแค่ 1 หินผลึกฟ้า กระนั้น 100 หินผลึกฟ้า ยังมีค่าเพียง 1 หินผลึกแดงเท่านั้น ยิ่งคิดเขายิ่งรู้สึกไกลความฝัน
ในระหว่างเดินทางผู้คนเริ่มมากขึ้น เขามองดูกลุ่มคนแยกย้ายกันไป บางคนเดินแยกไปทางเมืองอื่น บางกลุ่มแยกตัวขึ้นเขา ร่องรอยของหญ้าที่เคยขึ้นรกระหว่างทางขึ้นเขาถูกเหยียบจนโล่งเตียนเผยเส้นทางคดเคียวตามแนวเขา รถม้ากลุ่มหนึ่งตะบึงขึ้นเขาไปอย่างรีบเร่ง ประหนึ่งว่าเกาะกลุ่มกันไว้จะได้ปลอดภัย
การสัญจรขึ้นเขามีทั้งเสียงอึกทึกของล้อรถม้าที่บดถนน เสียงการกระทบกระทั่งกันไม่ขาดสาย ทันใดนั้นเองเขารีบกระโจนหลบไปหลังต้นไม้ที่มีหญ้าปกคลุมหนาแน่น
ส่งแก่นวิญาณสัตว์มาเสียดีๆ ไอ้พวกกระจอก!!!
เสียงกระทบกันของอาวุธดังไม่ขาดสาย เสียงะเิของมวลอากาศ ดังแทรกเป็ระยะๆ ละอองฝุ่นที่คละคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เป็การยืนยันอย่างหนักแน่ว่าครามควรจะล่องหนไปเสียดีๆ หากไม่อยากรนหาที่ตาย
เสียงะโอย่างอำมหิตของกลุ่มโจรยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ครามได้แต่หลบซ่อน เพราะรู้ดีกว่าตัวเองน่าจะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะการต่อสู้ที่เห็นนี้โจรมีพลังอย่างมาก พวกมันอาศัยความได้เปรียบจากการที่เหล่านักรบพวกนี้าเ็จากการสู้รบกับสัตว์อสูรในป่าเชิงเขามาอยู่ก่อนแล้ว
โจรพวกนี้้าแก่นอสูรและสมุนไพรวิเศษจากในป่า พวกมันไม่เพียงไม่ต้องออกไปหาเอง เสี่ยงาเ็และสูญเสีย มันทำเพียงแค่ดักปล้นเท่านั้น ก็ได้ของไปจำนวนมาก ช่างชั่วช้าเสียจริงๆ ไม่ต่างอะไรกับการดักปล้นความหวังของเหยื่อผู้โชคร้าย
แสงสว่างหลากสีพุ่งโจมตีฝ่ายตรงข้ามไม่ขาดสาย ไม่นานแสงนั้นก็หายไป พร้อมๆ กับเสียงอาวุธจำนวนมากตกลงสู่พื้น เ้าของอาวุธหน้าคว่ำทิ่มดิน เสียงร้องโหยหวนดังระงมอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะมีแต่เสียงหัวหน้ากลุ่มโจรร้องสั่งให้ลูกน้องเก็บของใส่รถม้าให้หมด
ทำลายศพให้สิ้นซาก!!! เสียงหนึ่งะโขึ้นมา พลันมีเสียงดังกัมปนาท
ตูม!!!
ในขณะที่โจรกลุ่มนั้นได้ของที่้าแล้วจากไป เหลือแต่เพียงซากคาราวานที่ปรักหักพังของรถม้า ครามคล่อยๆ คลานออกจากพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง กิ่งของพุ่มไม้ในเมือช่อใหญ่ เอามาปิดบังใบหน้าและลำตัว ด้วยความหวังว่ามันจะสามารถอำพรางเขาให้รอดพ้นจากสายตาของพวกโจรได้
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างพุ่งจากมาจากบนยอดไม้
เฟี้ยว!!!
เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น…และนั่นเป็ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น