เช้าตรู่วันถัดมา ไป๋เสี่ยวโหลวรีบร้อนมาแต่เช้าหลิงจือพาเขาเข้ามาในห้อง ตู้เหิงยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเขายกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อทักทายไป๋เสี่ยวโหลว
“ท่านหมอตู้ อาการาเ็เป็อย่างไรบ้าง?” ไป๋เสี่ยวโหลวนั่งลงข้างเตียง เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง “เมื่อคืนข้าเป็กังวลมากอยากจะมาเยี่ยมเ้า แต่ออกจากบ้านคหบดีซูมาก็ดึกมากแล้วเกรงว่าจะเป็การรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเ้า ดังนั้นวันนี้ข้าจึงรีบมาแต่เช้า”
ตู้เหิงคลี่ยิ้มเอ่ย “าแภายนอกทั้งนั้นไม่มีอะไรหนักหนาหรอก เพียงแต่...จุดที่าเ็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่…”
ตู้เหิงเห็นไป๋เสี่ยวโหลวจ้องมาที่บั้นท้ายของตัวเองก็อดหน้าแดงไม่ได้
หลิงจือกลั้นหัวเราะอยู่ด้านข้างพักหนึ่งก่อนเอ่ยถามไป๋เสี่ยวโหลว “เื่ราวคืบหน้าอย่างไรบ้าง? ท่านได้พบหน้าคหบดีซูแล้วสินะ?”
“ได้พบแล้ว” ไป๋เสี่ยวโหลวสีหน้าเปี่ยมสุข “พอคหบดีซูรู้ว่าข้าเป็ผู้ช่วยชีวิตเมิ่งเสวี่ยก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก แถมยังพูดอีกว่าจะเลือกวันจัดงานเลี้ยงขอบคุณข้าด้วย!”
หลิงจือครุ่นคิดก่อนถามต่อ “งั้นเขาน่าจะทราบแล้วหรือไม่ว่าท่านเป็ใคร?”
ไป๋เสี่ยวโหลวพยักหน้าตอบ “ใช่คหบดีซูถามว่าข้าเป็คุณชายบ้านไหน? ข้าจึงตอบไปว่าเป็บุตรบุญธรรมของเถ้าแก่จินเ้าของร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’”
หลิงจือซักไซ้ต่อ “หลังจากรู้แล้วเขามีปฏิกิริยาเช่นไร?”
“อืม…” ไป๋เสี่ยวโหลวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “เหมือนจะ...ดีใจมากอยู่…ข้าก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ยังไงเขาก็ดูสุภาพกับข้ามาก”
ตู้เหิงที่นอนอยู่บนเตียงกล่าว “ดูท่าจะมีแววนะ!”
ไป๋เสี่ยวโหลวตื่นเต้นเอ่ยถามท่าทีร้อนรน “งั้นแสดงว่าข้าส่งคนไปสู่ขอที่จวนตระกูลซูได้แล้วใช่หรือไม่?”
“เื่นี้จะให้พูดเลยคงยาก” หลิงจือตอบ “ตอนนี้ท่านไป๋เป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตคุณหนูซู คหบดีซูซาบซึ้งใจท่านนั่นถือเป็เื่ปกติธรรมดา ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าคหบดีซูมองท่านเปลี่ยนไปแล้วเรายังคงต้องหาโอกาสติดต่อกับคุณหนูซู เพื่อถามนางว่าสถานการณ์ทางนั้นเป็อย่างไรด้วย”
ไป๋เสี่ยวโหลวขมวดคิ้วเล็กน้อยเอ่ย “่นี้...เกรงว่านางจะออกมาไม่ได้?”
“ทำไมเล่า?” ตู้เหิงเลิกคิ้วถาม
“เฮ้อ…” ไป๋เสี่ยวโหลวทอดถอนใจ “ั้แ่เกิดเื่เมื่อวานขึ้น คหบดีซูก็โกรธมาก ตำหนินางไปยกใหญ่ บอกว่าเป็สตรีในห้องหออยู่ดีๆทำไมชอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ประพฤติตัวไม่อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ดังนั้นก็เลย...กักตัวไม่ยอมให้นางออกจากบ้าน...”
หลิงจือเม้มปากเอ่ย “ในเมื่อนางออกมาไม่ได้เช่นนั้นคงมีแต่เราต้องหาทางเข้าไปเอง”
“หรือว่า คืนนี้ให้ข้าลอบปีนกำแพงเข้าไปไหม?” ไป๋เสี่ยวโหลวถาม
หลิงจือสะบัดมือ “ห้ามเด็ดขาด!ทำแบบนี้เสี่ยงเกินไป คหบดีซูจำหน้าท่านได้แล้ว หากมีใครจับได้เข้าละก็ที่เราทุ่มเททำมาทั้งหมดได้สูญเปล่ากันพอดี”
ไป๋เสี่ยวโหลวขมวดคิ้วถาม “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่า?”
หลิงจือครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนหันไปถามตู้เหิง “จวนคหบดีซูเรียกท่านไปตรวจไข้เป็ประจำไม่ใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว” ตู้เหิงตอบ “ทั้งตำบลนี้มีข้าเป็หมอคนเดียว ในจวนมีคนตั้งมากมายั้แ่คหบดีซูไปจนถึงบ่าวรับใช้ในจวน ยามป่วยก็ได้ข้าเข้าไปช่วยตรวจรักษาทั้งนั้น”
หลิงจือได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มพลางเอ่ย “เช่นนั้นก็ไม่ต้องร้อนใจแล้วเรามารอให้คนจากจวนตระกูลซูมาเรียกไปเองเถอะ!”
“แต่ว่า ถ้า่นี้ในจวนไม่มีใครป่วยเลยเล่า?” ตู้เหิงจ้องหลิงจือเอ่ย “เราจะรอไปเรื่อยๆ ไม่ได้นะ? นี่จะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่กัน?”
หลิงจือกลอกตาใส่เขา “ท่านคิดว่าคุณหนูซูจะโง่เหมือนท่านหรือไง?”
ทันใดนั้นเองไป๋เสี่ยวโหลวเหมือนจะเข้าใจแจ่มแจ้ง เอ่ยสีหน้ายิ้มแย้ม “ใช่ๆ เมิ่งเสวี่ยฉลาดหลักแหลม จะต้องแสร้งทำเป็ป่วย แล้วเรียกพวกเ้าเข้าไปรักษาแน่นอน”
เป็ไปตามคาด สามวันถัดมาสาวรับใช้จากจวนซูก็มาหาตู้เหิงถึงที่ แจ้งว่าคุณหนูซูป่วยเพราะโดนลมเย็นอยากจะเชิญท่านหมอตู้ให้ช่วยไปตรวจดูอาการ ยามนี้ตู้เหิงลุกเดินเหินได้สะดวกแล้วจึงรีบพาหลิงจือไปยังจวนตระกูลซูพร้อมกัน
ตู้เหิงคุ้นชินกับลู่ทางในจวนตระกูลซูดีอยู่แล้วส่วนหลิงจือนั้นเพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรก ั้แ่เดินเข้าประตูข้างเข้ามาในจวนเธอก็จ้องมองรอบข้างไม่วางตา
หลิงจือพบว่าจวนคหบดีซูช่างสมกับเป็บ้านของบัณฑิตตัวอาคารล้วนตกแต่งแกะสลักอย่างประณีต ดูดีมีสไตล์ได้โดยยังคงความสง่างามไว้อยู่โดยเฉพาะสวนดอกไม้เล็กๆ ที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา มีการจัดวางูเาจำลองต้นไม้เรียงรายทั่วบริเวณ มีสะพานธารน้ำไหล ตกแต่งอย่างมีศิลปะในทุกจุดเพียงแต่ว่า ทุกสิ่งที่กล่าวมาเหมือนจะเก่าพอควรแล้ว ให้ความรู้สึกทรุดโทรมเหมือนถูกใช้งานมานาน
หลิงจือนึกในใจตระกูลซูนี่เป็อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด คงจะเหลือแค่เปลือกนอกเท่านั้น เพียงแต่ซูเมิ่งเสวี่ยชั่วชีวิตนี้ยังไม่เคยได้รับรู้จึงใช้จ่ายเงินแบบไม่ยั้งคิดมาโดยตลอด
ขณะกำลังนึกอยู่นั้นพวกเขาก็เดินตามสาวรับใช้เข้ามาถึงในห้องนอนของซูเมิ่งเสวี่ยแล้ว
ซูเมิ่งเสวี่ยสวมชุดกระโปรงอยู่บ้านสีพื้นกำลังนั่งเอนหลังแววตาเหม่อลอยอยู่บนเตียงเมื่อนางเห็นตู้เหิงและหลิงจือเดินเข้ามา ดวงตาก็เป็ประกายแวบหนึ่งรีบเอ่ยสั่งสาวใช้ “พวกเ้าออกไปก่อนเถอะ ท่านหมอตู้จะได้ตรวจชีพจรข้าได้สะดวก”
หลังจากสาวใช้ออกไปซูเมิ่งเสวี่ยก็รีบดึงหลิงจือเข้ามาใกล้ กล่าวเสียงเศร้าสลด “หมอหลิงจือ...เหมือนข้าจะทำพลาดเสียแล้วละ...พวกท่านรีบ...รีบช่วยข้าคิดหาทางเร็วเข้า…”
หลิงจือได้ยินก็แอบกังวลใจนั่งลงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น? เ้ารีบบอกข้ามาเร็ว”
ซูเมิ่งเสวี่ยก้มหน้าลงต่ำสีหน้ารู้สึกผิด เอ่ยเสียงเบา “วันนั้นหลังจากไป๋เสี่ยวโหลวกลับไป ข้าได้ยินท่านพ่อเอ่ยชมเขาไม่หยุดว่าเขาหน้าตาดี พูดจามีหลักการ ทั้งยังมีจิติญญาของจอมยุทธ์ก็นึกไปว่าท่านพ่อคงชอบเขามาก ในใจข้ารู้สึกยินดียิ่งกะรอให้เสี่ยวโหลวมาสู่ขอท่าเดียว…”
“นี่ล้วนแต่เป็สิ่งที่พวกเราคาดการณ์ไว้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก” หลิงจือเอ่ย
“ตอนแรกมันก็ดีอยู่หรอกนะ…” ซูเมิ่งเสวี่ยน้ำตาคลอ “แต่ใครจะไปนึกว่าวันต่อมาคนที่มาสู่ขอคราวก่อนจะส่งแม่สื่อมาเจรจาอีกรอบ แล้วพ่อข้า...ก็ดันเห็นดีเห็นงามด้วย...บอกว่าลูกสาวโตแล้วก็ต้องออกเรือนรีบแต่งงานจะได้ไม่เกิดเื่เหมือนหลายวันก่อนอีก”
หลิงจือขมวดคิ้วถาม “แล้วเ้าตอบกลับไปว่ายังไงล่ะ?”
“ตอนนั้นข้าร้อนใจมาก กลัวว่าท่านพ่อจะตอบรับงานแต่งนั่นจึงพูดกับเขาไปตรงๆ…” ซูเมิ่งเสวี่ยหน้าแดงเล็กน้อย “ข้าบอกเขาว่า ข้ามีชายในดวงใจแล้วพ่อข้าเค้นถามว่าเขาคือใคร ข้าคิดว่าท่านพ่อก็ดูถูกชะตาไป๋เสี่ยวโหลวมากอยู่จึงทำใจกล้าบอกไปว่า ชอบผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตวันก่อนใครไปรู้ล่ะว่าท่านพ่อจะโกรธมาก ตำหนิว่าข้าไม่รู้จักดูความเหมาะสม...แถมยังบอกอีกว่า...เสี่ยวโหลวแต่ก่อนเป็นักแสดงงิ้วอีก…”
พูดถึงตรงนี้ซูเมิ่งเสวี่ยก็น้ำตานองหน้า นางเงยหน้าขึ้นถามหลิงจือ “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนฐานะให้เสี่ยวโหลวแล้วพ่อข้าจะไม่รังเกียจเขาแล้วหรอกหรือ? แต่ทำไม พ่อยังสนใจอดีตของเขาอยู่อีกเล่า?”
หลิงจือถอนใจเอ่ย “คุณหนูซู เ้าใจร้อนเกินไปแล้วเดิมทีคหบดีซูเป็คนหัวโบราณ หากเป็ท่านไป๋ไปสู่ขอเอง อาจจะยอมตอบตกลงก็ได้แต่เ้ากลับเป็คนเอ่ยขึ้นมาเอง เขาคงจะรู้สึกเสียหน้าแล้วเื่อดีตของท่านไป๋ก็จะถูกยกขึ้นมาพูด เฮ้อ ข้าคิดคำนวณตั้งมากมายนึกไม่ถึงว่าพอถึง่โค้งสุดท้าย เ้าจะทนใจเย็นไม่ไหวเช่นนี้…”
“เมื่อเป็เช่นนี้แล้ว ยังพอจะมีวิธีกู้สถานการณ์บ้างหรือไม่?” ซูเมิ่งเสวี่ยคว้ามือหลิงจือแน่นราวกับเป็ฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า