สายตาของเซี่ยงอวี่จับจ้องไปยังสถานที่ห่างไกล ค่อยๆ จมลงสู่ห้วงคิด “ข้าเป็เด็กกำพร้า...ได้ครอบครัวตระกูลอวี๋รับเลี้ยงไว้ ตระกูลอวี๋ไม่ได้ร่ำรวย แต่เลี้ยงดูข้าเหมือนบุตรชายแท้ๆ เพื่อตอบแทนพวกเขา ข้าจึงเดินทางมาซิ่นตูตัวคนเดียว อยากทำภารกิจใหญ่ให้สำเร็จ!”
เสวี่ยสวินรับฟังถ้อยคำของเขาอยู่เงียบๆ ั์ตาใสกระจ่างกระเพื่อมไหวทอแสง กล่าวคำด้วยสีหน้ามั่นใจหนักแน่น “ท่านจะต้องทำได้แน่นอน ข้าเชื่อมั่นในตัวท่าน!”
เซี่ยงอวี่หันหน้ามาสบตากับเสวี่ยสวินแล้วยิ้มให้
“ในเมื่อเ้ามอบป้ายหยกแก่ข้า ข้าเองก็มีของขวัญคืนกลับให้เ้าเช่นกัน”
เซี่ยงอวี่พูดพลางหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจาก่เอว เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็เห็นว่าเป็กริชสั้นที่ทำขึ้นอย่างประณีตไร้ใดเทียมเล่มหนึ่ง
รูปลักษณ์ภายนอกของกริชเล่มนั้นสลักลายเส้นเมฆาลอยเคลื่อนเด่นชัด ้าฝังหยกเขียวและอัญมณีแวววาวเม็ดใหญ่ ใบมีดคมกริบ แม้อยู่ใต้แสงจันทร์ก็ยังเปล่งรังสีส่องสะท้อนพราวตา
“กริชนี้ข้าพกติดตัวั้แ่เล็กจนโต ไม่เคยอยู่ห่างกาย วันนี้ข้ามอบมันให้แก่เ้า เห็นกริชก็เหมือนเห็นคน เ้าคงรู้ถึงความนัยในใจข้า”
เสวี่ยสวินตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนพวงแก้มจะเปลี่ยนเป็สีแดงเรื่อทันใด หลุบตาลงอย่างเอียงอาย ภายในใจไม่อาจปกปิดความสุขได้
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างประหลาดมหัศจรรย์ยิ่งนัก ลมหายใจเขาวนเวียนอยู่รอบกายเสวี่ยสวิน ราวกับว่ากระทั่งหัวใจก็เต้นเร็วขึ้นหลายส่วน
ขณะกำลังคิดว่าควรเอ่ยตอบอย่างไรดี จู่ๆ เซี่ยงอวี่ก็จุมพิตลงบนหน้าผากขาวกระจ่างดุจหิมะของนางแ่เบา...
…
เวลาผ่านไปทีละนิด ภายในตำหนักอิ๋งเมิ่ง เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เห็นองค์หญิงของตนยังไม่กลับมาก็ร้อนใจเป็อย่างยิ่ง
“ดึกป่านนี้แล้วเหตุใดองค์หญิงยังไม่กลับมาอีก คุณชายก็ยังไม่ตื่น ข้าจะออกไปก็ไม่ได้...”
ทันใดนั้นเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนตนไปตามหาจางเอ่อร์ ในอุทยานดอกไม้มีเงาดำประหลาดพวกนั้นอยู่ด้วย หัวใจพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ “หรือว่าองค์หญิงจะตกอยู่ในอันตราย”
ประจวบเหมาะเวลานี้จางเอ่อร์ตื่นแล้วพอดี เขาค่อยๆ หยัดกายลุก รู้สึกเพียงวิงเวียนมึนงง ปวดศีรษะจนแทบปริแตก ย่ำแย่เหลือรับราวกับถูกมดนับหมื่นพันตัวกัดกิน
“คุณชาย ในที่สุดท่านก็ตื่นสักที ท่านหลับไปตั้งสองชั่วยามเชียวนะเ้าคะ!”
จางเอ่อร์พบว่าตัวเองอยู่ในตำหนักอิ๋งเมิ่งก็ถามขึ้นด้วยความใ “ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สวินเอ๋อร์เล่า”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มุ่ยปากตอบด้วยท่าทางอึดอัดใจเล็กน้อย “ยังจะอะไรอีกเล่าเ้าคะ! ก็คุณชายนั่นแหละดื่มสุราเมาแล้ว บ่าวกับองค์หญิงไม่กล้าส่งท่านกลับหอเถาหราน จึงให้ท่านมานอนพักที่นี่ก่อน องค์หญิงเห็นท่านเมามายจนมีสภาพเช่นนี้ก็แต่งกายปลอมตัวเป็นางกำนัลออกไปด้วยตัวเอง จนบัดนี้ยังไม่กลับมา…”
“นางจะต้องไปหาสหายเซี่ยงแน่ ข้าจะไปรับนางกลับ”
ทว่าเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ศีรษะจางเอ่อร์ก็ปวดแปลบขึ้นมา ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ “ครั้งนี้เป็ข้าปล่อยตัวตามใจเกินไปแล้ว โชคดีได้พวกเ้าประคองเข้ามาในตำหนักอิ๋งเมิ่ง”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เดินขึ้นข้างหน้าหนึ่งก้าว ช่วยประคองเขาไว้พลางกล่าว “บ่าวไปกับท่านด้วยดีกว่าเ้าค่ะ”
จางเอ่อร์กับเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์สองคนไปตามหาเซี่ยงอวี่ ทว่าหาจนทั่วค่ายทหารแล้วก็ยังไม่พบร่องรอยเขากับจ้าวเสวี่ยสวิน
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ตระหนกลนลาน “แย่แล้ว หาตัวองค์หญิงไม่พบ บ่าวจะไปเรียกคนมาช่วยเ้าค่ะ!”
จางเอ่อร์พลันห้ามนางไว้ทันที “เรียกคนมาไม่ได้! สวินเอ๋อร์อยู่กับสหายเซี่ยง หากมีคนล่วงรู้เข้าจะนำภัยมาสู่ตัว สหายเซี่ยงวรยุทธ์แข็งแกร่ง พวกเขาน่าจะไม่เป็ไร เราลองตามหากันต่อดูก่อน”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ขานรับ จำต้องติดตามจางเอ่อร์ออกค้นหาตามสถานที่ต่างๆ ในวังอ๋องอย่างละเอียด
เมื่อเห็นท้องนภาเริ่มเปลี่ยนสีมืดลงเรื่อยๆ โคมไฟในมือก็ดับแล้วจุดขึ้นใหม่ สองคนตามหาไปหลายที่แล้วกลับยังไม่เป็ผล
จางเอ่อร์ร้อนใจดั่งไฟสุม คิ้วขมวดแน่นเป็เส้นเดียว ท่องรำพันขึ้นในใจ ‘สวินเอ๋อร์ เ้าอยู่ที่ไหนกันแน่ สวินเอ๋อร์! สวินเอ๋อร์...’
…
เสวี่ยสวินใตื่นเพราะฝันถึงจางเอ่อร์ ค้นพบว่าตนกับเซี่ยงอวี่อยู่ในห้องเครื่อง เผลอผล็อยหลับร่างพิงกับผนังห้องไปโดยไม่รู้ตัว
เสื้อคลุมตัวใหญ่ของเซี่ยงอวี่คลุมอยู่บนร่างนางทั้งหมด ส่วนตนอิงซบบนลาดไหล่กว้างของเขา ท่าทางของทั้งคู่ช่างดูสนิทชิดใกล้
เสวี่ยสวินเขินอายแก้มแดงเรื่อ หยิบเสื้อคลุมไปห่มให้เซี่ยงอวี่แล้วมองดูใบหน้ายามหลับสนิทของเขาอย่างพึงพอใจ
ท่านอนของเซี่ยงอวี่แลดูเกียจคร้านเล็กน้อย มือหนาจับร่างของเสวี่ยสวินไว้เบาๆ เรือนผมดำแผ่สยายทว่าไม่ได้ยุ่งเหยิง เสริมให้ยิ่งดูมาดดีสมชายชาตรีขึ้นหลายส่วน พานให้คนตกสู่ห้วงถลำลึกลงไปได้ง่ายๆ หากพลั้งเผลอไม่ระวัง
นี่เป็ครั้งแรกที่เสวี่ยสวินใกล้ชิดกับบุรุษมากถึงเพียงนี้ ทว่าในใจกลับรู้สึกสงบมั่นคงยิ่งนัก
บางทีท่ามกลางโชคชะตาอันลึกลับคงมี์ลิขิตไว้ ภายภาคหน้าหากพี่ใหญ่เซี่ยงพาตนหนีไปจากกรงขังอย่างวังอ๋องแห่งนี้ได้ มีอิสรเสรีไร้สิ่งใดผูกมัด นั่นจะดีงามมากเพียงใด
จู่ๆ นอกประตูก็มีความเคลื่อนไหว แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ส่องเข้ามาในห้องเครื่อง
เห็นเพียงมีนางกำนัลเข้ามาเปิดประตูห้อง จ้าวเสวี่ยสวินรีบปลุกเซี่ยงอวี่ อาศัยจังหวะตอนคนไม่ทันตั้งตัว เซี่ยงอวี่ดึงนางหลบออกมาจากห้องเครื่องอย่างเงียบเชียบ
ทั้งสองนึกว่าออกมาจากห้องเครื่องได้อย่างราบรื่นแล้ว ไม่เปล่งเสียงใดๆ แเีชนิดเทพไม่รู้ผีไม่เห็น ต่างพรูลมหายใจโล่งอก ขณะกำลังดีใจว่าไม่มีคนจับได้ กลับเจอจางเอ่อร์และเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ที่ยามนี้ตามหาพวกเขาด้วยท่าทางร้อนใจ
เสวี่ยสวินรีบปล่อยมือเซี่ยงอวี่ออกอย่างกระอักกระอ่วน พลันไม่รู้ว่าควรจะวางมือไว้ตรงไหนดี ลืมอธิบายแก้ตัวไปชั่วขณะ