อาหารมื้อค่ำครั้งนี้ป้าพรจัดเต็ม ทำให้นางขวัญเรือนมีความสุขมากเพราะอยู่ที่ต่างประเทศไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้ทานอาหารไทยเลย
"ปกติฉันก็ทานเผ็ดอยู่แล้วค่ะ แต่อาหารใต้นี่หาทานยากจริงๆ"
นางขวัญเรือนตักแกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าวเพิ่มในจานข้าวของตัวเองอีก
"แกงเหลืองป้าพรอร่อยจริงๆค่ะ"
นางขวัญเรือนชมอย่างจริงใจ เพราะถูกใจฝีมือทำอาหารของแม่พรนัก
"นี่ถ้าไม่เกรงใจพี่ทองกร ฉันจะเปิดร้านอาหารไทยที่โน่นเลยแล้วเอาป้าพรไปเป็นแม่ครัว"
"จริงหรือคะ คุณขวัญเรือน ฉันอยากจะไปเมืองนอกกับเขาบ้าง คงเท่น่าดูถ้าบอกใครๆว่าเป็นแม่ครัวร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศ"
ป้าพรว่าแล้วยิ้มดีใจเหมือนได้ไปจริงๆแล้ว
"ถ้าคุณขวัญเรือนเอาจริง ฉันก็อนุญาตนะ ได้ประสบการณ์ดีออก ได้เงินด้วย"
นางทองกรอนุญาตทันทีแล้วเชียร์ให้ไข่นุ้ยไปด้วย
"แล้วเอาไข่นุ้ยมันไปด้วยอีกคนได้มั้ย รายนั้นหัวดี อยากจะให้ได้เรียนสูงๆเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง"
"ได้สิ เดี๋ยวฉันส่งไข่นุ้ยเรียนเอง แม่ลูกก็ต้องไปด้วยกันสิ"
นางขวัญเรือนรับปาก
"นี่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วหรือครับ ทำไมดูง่ายจัง? เหมือนจะไปวันนี้พรุ่งนี้เลย"
รตอ.ทะนงถามป้าๆทั้งหลายที่อยู่บนโต๊ะ
"ผมอยากจะไปด้วยจัง ไปอยู่กับป้าภาก็ได้ครับ"
"อ้าว ผู้กอง เบื่องานไล่จับผู้ร้ายแล้วเหรอคะ ถ้าไปอยู่ด้วยจริงๆ ป้าภาดีใจตายเลย รายนั้นไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปไว้ไหนแล้ว"
นางขวัญเรือนพูดถึงภาวิณี เพื่อนสนิทของเธอที่อเมริกา ภาวิณีอายุเท่ากันกับขวัญเรือน สาวโสดที่ไปเรียนต่อและลงหลักปักฐานทำมาหากินเก็บเล็กผสมน้อยจนได้เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียง เมื่อได้พบกับขวัญเรือน ที่เป็นหนึ่งในลูกค้าประจำ เมื่อคุยกันถูกคอ สุดท้ายก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
"เอาเลี้ยงผมนี่แหละครับ ผมไปเยี่ยมป้าภาทีไรก็ต้องไปดูร้านอาหาร แล้วป้าภาก็มักจะบอกว่านี่ไง ร้านของทะนง"
ทะนงยิ้มเมื่อพูดถึงภาวิณี พี่สาวคนเดียวของภูมินันท์ บิดาของเขาซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ไม่ต้องสงสัยว่า มรดกทั้งหมดของบิดาและป้านั้น จะตกอยู่ที่ใคร
บรรยากาศการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่ใต้ถุนบ้านหลังใหญ่ริมทะเล เต็มไปด้วยความอบอุ่น นางขวัญเรือนนึกขอบคุณผู้กองทะนงอยู่ในใจที่เขามาดูแล และมาเป็นเพื่อนของเธอและข้าวขวัญ
ผู้กองทะนงและนางขวัญเรือนกลับที่พักแล้ว ข้าวขวัญช่วยนางทองกร ป้าพรและไข่นุ้ยเก็บกวาดโต๊ะอาหารและล้างจานจนเรียบร้อย เหมือนอย่างที่เธอเคยทำมาโดยตลอดเหมือนกับตอนที่เธอเคยมาอยู่ที่บ้านนี้
"เสร็จหมดแล้ว พักผ่อนกันเถอะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้าไข่นุ้ยจะพาหนูข้าวไปวัดนะ กี่โมงดีไข่นุ้ย"
"เอาหลังข้าวเช้าก็ได้พี่ข้าว ผมว่าจะพาพี่ข้าวไปทำสังฆทาน"
"ได้สิไข่นุ้ย พรุ่งนี้กินข้าวเสร็จเราก็ไปกันนะ"
ข้าวขวัญเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของทิวไท ห้องที่เธอเคยอยู่กับเขา เมื่อมีเวลาส่วนตัวแล้ว ภาพเก่าๆก็ย้อนมาให้ได้คิด หญิงสาวนั่งอยู่ตรงขอบเตียงแล้วมองไปรอบๆ ภาพต่างๆเมื่อเธออยู่กับทิวไทก็ผุดขึ้นมา ข้าวขวัญยิ้มน้อยๆ เธอเพิ่งได้รู้ว่า จริงๆแล้ว ทิวไทเป็นความสุขอย่างเดียวของเธอ เขาคือคนเดียวที่บอกว่ารักเธอ แล้วเธอก็ได้รักเขา ทั้งเธอและเขา ได้ใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ ด้วยกัน เขาเป็นความรักความอบอุ่นที่จับต้องได้จริงๆสำหรับเธอ
ก๊อกๆๆ
"หนูข้าว นอนหรือยัง? ให้ป้าเข้าไปได้ไหมจ๊ะ?"
ข้าวขวัญเดินไปเปิดประตู นางทองกรยืนอยู่หน้าประตู
"ป้าเข้าไปคุยด้วยได้มั้ยจ๊ะ?"
"ได้ค่ะ ข้าวยังไม่ง่วง"
นางทองกรเดินมานั่งที่ขอบเตียง ข้าวขวัญเดินมานั่งด้วยกัน
"หนูข้าวตัดสินใจแล้วใช่มั้ยว่าจะไปอยู่กับแม่ขวัญเรือน"
"มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหนูในตอนนี้ค่ะ คุณป้า"
"กลับมาหากันบ้างนะ? พวกเราคงคิดถึงหนูข้าวกันทุกคน ยิ่งไข่นุ้ยนี่มันเสียใจมากนะ แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันเป็นเวลาสั้นๆ มันว่าพี่ข้าวไปไกลเกิน มันไปหาไม่ไหว แต่ก็นั่นแหละ ป้าว่าหนูคิดถูกแล้วแหละ ที่ไปอยู่กับแม่ขวัญเรือน หนูโชคดีแล้วนะข้าวขวัญ"
"ค่ะคุณป้า"
"แต่ป้าอยากจะถามอะไรหน่อย ไม่รู้ว่าหนูข้าวอยากจะเล่าหรือเปล่า?"
"หนูยินดีตอบคุณป้าทุกเรื่องค่ะ"
"เรื่องทิวไทน่ะ"
"คุณป้าอยากรู้อะไรหรือคะ?"
"เรื่องทิวไท ป้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?"
ข้าวขวัญถอนหายใจเบาๆ
"จริงสิ ข้าวยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยค่ะ"
แค่นึกเธอก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว เธอเล่าไม่ออก แค่คิดก็น้ำตาไหล อารมณ์ดิ่งกู่ไม่กลับ แต่นี่คือนางทองกร แม่ที่ไม่รู้ชะตากรรมของลูกเลยสักนิดเดียว การได้รับรู้เรื่องของทิวไท ยังไงๆคนเป็นแม่ก็คงอยากจะรู้ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
"ข้าวไปกับเขาค่ะ แต่พอเราหนีทั้งตำรวจแล้วก็นายวิรุณได้แล้ว เรากระโดดขึ้นเรือของพ่อ พ่อ..."
"..."
นางทองกรจับมือข้าวขวัญไว้เพื่อให้กำลังใจ หญิงสาวน้ำตารื้นก่อนน้ำตาจะไหลลงมา
"พ่อค่ะ พ่อบอกว่าทิวเป็นตำรวจ พ่อโกรธมาก พ่อจับทิวไทโยนลงทะเลแล้วพ่อก็ยิงเขา"
ข้าวขวัญพูดเท่านั้น นางทองกรก็เห็นภาพทะลุปรุโปร่ง
"ป้าต้องขอโทษแทนทิวไทด้วยนะหนูข้าว ที่ปิดบังหนูอย่างนั้น แล้วก็ขอโทษแทนพวกเราทุกคน"
ข้าวขวัญนิ่งไปแล้วสบตากับนางทองกร
"ข้าวจะโกรธค่ะ ถ้าทิวไทยังมีชีวิตอยู่ แต่พอไม่มีทิวไท ข้าวก็ได้แต่คิดว่า ขอให้เขายังมีชีวิตอยู่ยังจะดีกว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม พ่อก็เหมือนกันค่ะคุณป้า บางทีเราก็รู้ตัวเมื่อมันสายไปแล้ว"
ข้าวขวัญไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอมีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย เธอเข้มแข็งขึ้นแล้ว และเธอก็อยากจะเข้มแข็งให้ได้มากกว่านี้
"ข้าวไม่โกรธทิวไทเลยค่ะ ไม่โกรธเขาสักนิดเลยค่ะคุณป้า"
"ป้าขอบใจหนูมากนะ"
"หนูอยากเจอเขาค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม แต่นี่..."
ข้าวขวัญพูดได้แค่นั้นเธอก็พูดไม่ออกแล้ว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบสามเดือนแล้ว ไม่มีใครได้ข่าวคราวของทิวไทเลย ไม่พบแม้แต่ร่างของเขา เธอจึงได้แต่คิดว่า เขาคงไปเที่ยวที่ไหนสักที่ แล้วเธอก็จะไปใช้ชีวิตให้ดี เพื่อรอเขาอยู่ที่อเมริกา
"ทิวไทเขารักหนูนะ รักมาก ป้าไม่ขัดขวางเลย ว่าลูกป้าจะรักใคร ป้าก็แค่เป็นกังวล แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ"
คราวนี้เปลี่ยนเป็นนางทองกรร้องไห้บ้าง ข้าวขวัญเลยต้องปลอบใจ
"คุณป้าอย่าร้องไห้นะคะ ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าในชีวิตเรา เราจะต้องเจออะไรบ้าง"
"จ๊ะ ป้าไม่ร้องแล้ว แล้วนี่หนูจะนอนที่นี่แค่สามคืนจริงๆหรือ อยู่นานกว่านั้นอีกหน่อยได้มั้ย?"
"อย่าเลยค่ะคุณป้า ข้าวเกรงใจผู้กอง แต่ข้าวอยากจะขอไปนอนบ้านบนเขาสักสองคืนจะได้มั้ยคะ?"
ข้าวขวัญเห็นนางทองกรนิ่งไป นางคงจะกลัวว่าข้าวขวัญจะกลัวที่จะไปนอนที่บ้านบนเขาที่ไม่มีน้ำมีไฟ จะไปจะมาก็ลำบาก หญิงสาวจึงรีบบอกนางทองกร
"ข้าวนอนได้ค่ะ ที่นั่น ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวแล้ว ข้าวอยากจะไปค่ะ"
"ป้าว่ามันจะไม่ดีนะ หนูก็รู้ว่า มันไม่มีน้ำไม่มีไฟ ไม่ได้สะดวกสบายนัก แล้ว บ้านก็ปิดมานานแล้ว"
"ข้าวจะไปทำความสะอาดเองค่ะ ข้าวอยากจะอยู่ที่นั่นสักสองคืนก่อนที่ข้าวจะไปอเมริกา"
"ป้าว่า แม่ของหนูข้าวไม่น่าจะอนุญาตนะจ๊ะ แล้วป้าเองก็เออ...เป็นห่วง"
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ ข้าวจะขอแม่เองค่ะ"
"ลองถามแม่เขาดูนะ ว่าเขาจะว่ายังไง"
นางทองกรหวังว่า นางขวัญเรือนคงจะไม่อนุญาตให้ข้าวขวัญไปนอนคนเดียวที่บ้านบนเขานะ
แล้วนางทองกรก็คิดไม่ผิด เพราะนางขวัญเรือนไม่ยอมให้ข้าวขวัญไปนอนคนเดียวที่นั่น
"ไม่ให้ไปหรอกค่ะ เห็นว่าไม่มีน้ำไม่มีไฟ แล้วแม่ก็ไม่อยากให้ข้าวอยู่คนเดียว ไม่อนุญาตนะคะคุณพี่"
นางขวัญเรือนหันมาพูดกับนางทองกร นางทองกรพยักหน้าหงึกๆเพราะเห็นด้วย ส่วนข้าวขวัญ ไข่นุ้ยและ รตอ.ทะนง นั้นนั่งนิ่งเงียบ แต่ข้าวขวัญก็ยังพยายามต่อรอง
"ข้าวสัญญาว่า ข้าวจะไม่เป็นอะไรค่ะ แม่ นะคะ"
"ก็ไม่ได้อยู่ดี ไม่มีน้ำไม่มีไฟค่ะ คุณขวัญเรือน ไม่สะดวกหรอก" นางทองกรเสริม
"แต่ข้าวก็เคยไปนอนนี่ค่ะ คุณป้า"
"อย่างนั้นก็เถอะ ป้าก็เป็นห่วงอยู่ดี มันไม่เหมือนกัน นี่หนูไปคนเดียวนะ"
"ข้าวสัญญาว่าจะไม่ทำให้ตัวเองมีปัญหา"
"แม่เป็นห่วงน่ะลูก"
"เอาจริงผมก็ไม่อยากจะให้ไปหรอกนะครับ ยังไม่อยากให้คุณข้าวอยู่คนเดียว เชื่อคุณป้านะครับ"
"ข้าวอยู่ได้จริงๆค่ะผู้กอง แค่อยากจะไปอยู่ไปนอนคิดอะไรเงียบๆก่อนที่จะไม่ได้มาอีกเลย"
ในขณะที่ทุกคนเถียงกันไปมา พยายามคัดค้านการไปนอนที่บ้านบนเขาของข้าวขวัญ จู่ๆ ไข่นุ้ยก็พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมาจนผู้ใหญ่ทุกคนต้องหันไปมองเด็กชาย
"ไข่นุ้ยจะไปนอนเป็นเพื่อนพี่ข้าวให้ครับ"
!!!