บทที่ 27 เตรียมตัวเดินทาง
“ก็ปล่อยไว้เช่นนี้ ไม่เห็นต้องทำสิ่งใด”
เหตุที่เสียนอ๋องเอ่ยถามกับนางเช่นนั้นเป็เพราะก่อนหน้านี้เสิ่นลี่อิงได้ขอให้ญาติผู้พี่ของตนคุ้มกันตัวนางและตู้เปาหลงไปส่งที่จวนหนิงอ๋อง และขอให้เขาสร้างสถานะใหม่ให้ตนเอง นางจะเข้าไปในวังหนิงอ๋องในฐานะหมอหญิงลี่อิง ผู้ช่วยชีวิตอ๋องน้อยแห่งจวนหนิงอ๋องเอาไว้
แผนการณ์นี้ถูกเสียนอ๋องคัดค้านในคราแรกเกรงว่าการกระทำของนางอาจดูไม่เหมาะสม แต่เมื่อเสิ่นลี่อิงยกเหตุผลว่าคนที่วางยาได้ทั้งหนิงอ๋องและลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งยังเป็ยาพิษชนิดเดียวกันย่อมต้องเป็ฝีมือของคนภายในเป็แน่ หากนางเทียวไปเทียวมาเพื่อทำการรักษา ตัวผู้บงการก็จะสามารถสั่งให้คนของตนวางยาซ้ำได้อยู่ดี จะดีกว่าหากนางอยู่ในเรือนเพื่อให้ทุกอย่างแก้ไขได้ทันท่วงที และนางยังสามารถปกปิดเื่ที่ ‘เสิ่นลี่อิง’ ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกด้วย
.
.
.
“ของในบ้านเ้าเหตุใดจึงมีน้อยนัก” เสียนอ๋องอดถามไม่ได้เมื่อเห็นว่าของในบ้านที่ญาติผู้น้องของเขาจะนำติดตัวไปด้วยมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เขารู้สึกงุนงงว่านางอยู่อาศัยโดยมีแค่เครื่องเรือนพื้นฐานเช่นนี้ได้อย่างไร
“ข้ามาอยู่ได้ยังไม่นานจะมีของมากมายได้อย่างไร”
เมื่อเห็นว่าในบ้านไม่มีอะไรแล้ว นางก็เดินพาเสียนอ๋องทะลุออกไปหลังบ้านก็พบกับเปาเปาที่ยืนควบคุมองค์รักษ์ 2 นายให้ขุดพืชผักที่นางปลูกเอาไว้ในที่ดินรอบบ้านอยู่
“เปาเปา เก็บสิ่งใดไปแล้วบ้าง”
“เก็บเห็ดไปแล้วขอรับ เหลือเพียงพืชผักพวกนี้”
นางพยักหน้ายิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้าที่ช่วยแบ่งเบาจัดแจงได้เก่งกาจนัก คราแรกนางไม่คิดจะขุดสิ่งที่ปลูกแล้วออกไป แต่เมื่อเปาหลง้านำไปด้วยนางก็จะปล่อยให้เขาจัดการ
“เ้าดูแลเขาได้ดี” เสียนอ๋องที่มองดูอยู่ห่างออกมากล่าวขึ้น
“ขอบคุณ”
สิ่งของในบ้านนางถูกขนออกไปพักที่จวนเสียนอ๋องจนหมด เหลือไว้เพียงเครื่องปรุงและวัตถุดิบไว้สอนทำอาหารแก่ชาวบ้านที่เหลือ นางนัดแนะให้พวกเขามาเรียนรู้ให้เสร็จสิ้นเสียในวันนี้เลย
คนจากแต่ละสกุลจะได้เรียนรู้อาหารที่แตกต่างกันออกไป เทียบเคียงสูตรเป็วัตถุดิบที่พวกเขาเสาะหากันได้ บ้างก็ได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารประเภทต่างๆ บ้างได้เรียนการทำของหมักดองเปรี้ยวเค็มต่างๆ บ้างก็เป็วิธีการทำเครื่องปรุงอย่างน้ำปลา และน้ำจิ้มมะเขือเทศ ผงโรยต่างๆ ส่วนสกุลกู้ของช่างกู้นางสอนพวกเค้าทำชะลอมดักปลาแทนการทำอาหารเพื่อให้เข้ากับความถนัดของพวกเขา ทั้งอุปกรณ์นี้ยังมีประโยชน์นัก
หลังจากนี้การค้าขายอาหารหรือการเพาะเห็ดของแต่ละครอบครัวจะเป็อย่างไรก็เป็เื่ที่พวกเขาต้องไปพยายามด้วยตนเองแล้ว ล่วงเลยไปยามห้ายรถม้าจากจวนอ๋องที่ขนของล่วงหน้าไปแล้วก็วนกลับมารับนางและเปาหลงไปพักอาศัยในจวนเสียนอ๋องชั่วคราว
เรือนผิงกั๋ว จวนเสียนอ๋อง
“พี่สาวเราจะได้ไปหาท่านพ่อกันจริงหรือ”
“จริงสิ เสียนอ๋องท่านอาของเ้าเป็ผู้คุ้มกันไปเองเช่นนี้ ย่อมต้องปลอดภัย”
“คิดถึงท่านพ่อ”
“ข้ารู้แล้ว ท่านพ่อเองก็คงคิดถึงเ้าเช่นกัน รอพระชายาเอกอาการดีขึ้นพวกเราก็สามารถออกเดินทางกันได้ทันที”
เด็กน้อยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มแก้มปรินอนยิ้มอยู่บนเตียงพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “เจอพ่อ เจอพ่อ” จนนางนึกเป็ห่วง แม้นางจะบอกเปาเปาน้อยไปว่าท่านพ่อของเขาโดนพิษแบบเดียวกับที่เขาได้รับก่อนมาเจอนาง เปาเปาก็ไม่ได้มีอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด ทั้งยังบอกลี่อิงว่านางเก่งกาจแค่เพียงไปถึงบ้านของเขา ท่านพ่อของเด็กน้อยก็ต้องหายดีแน่นอน ดูเหมือนเสิ่นลี่อิงจะสอนวิชาการชื่นชมได้ดีจนเกินไปเสียแล้ว
นางถึงกับต้องกุมขมับในความมั่นใจของเปาเปา พิษนี้เป็พิษร้ายแรงแม้นางจะรักษาได้แต่ระยะเวลาที่หนิงอ๋องต้องใช้ชีวิตอยู่กับพิษยาวนานกว่าเปาหลงมาก ร่างกายภายในจะแปรเปลี่ยนไปมากเพียงใดก็มิอาจล่วงรู้ได้เลย
ยิ่งใกล้ต้องเดินทางเสิ่นลี่อิงก็ยิ่งทิ้งความสงสัยเื่หนิงอ๋องการถูกพิษของหนิงอ๋องออกไปจากความคิดไม่ได้มากกว่าเดิม หากท่านอ๋องต้องพิษเพราะนางมาที่นี่ก็เป็เื่หนึ่ง แต่หากตามเื่ราวเดิมท่านอ๋องต้องโดนเล่นงานจากพิษนี้อยู่แล้ว หมายความว่ามีตัวละครลับที่นางไม่รู้จักมาก่อนสามารถถอนพิษนี้ได้
‘ตัวละครลับที่แก้พิษได้คือใครกัน’
นางคิดไปก็รู็สึกปวดหัวจึงพาเปาหลงเข้านอน แล้วไปตรวจอาการหลี่เจียอีและดูแผลของนางให้ตนเองหายฟุ้งซ่านไปเสีย “พวกเขาดูแลพระชายาได้ดีนักเพคะ แผลนี้ก็รักษาความสะอาดได้น่าชื่นชม”
“ขอบใจเ้ามาก หากมีสิ่งใดที่ข้าตอบแทนได้ ข้ายินดีทำเพื่อเ้าทุกสิ่ง” หลี่เจียอีที่ถูกนางจับวัดไข้วัดความดันพูดออกมา
“อีกไม่นานก็หายแล้ว วันมะรืนท่านจะต้องลุกเดิน หากนอนนานเกินไปจะฟื้นตัวช้า เจ็บเพียงไรก็ต้องอดทน”
.
.
.
เมื่อวันมะรืนมาถึงเสียนอ๋องได้นำของมีค่า เครื่องประดับสวยงามออกมาเตรียมไว้ให้หลี่เจียอีเป็รางวัลแลกกับการเดินแต่ละก้าว ของส่วนนี้จะถูกแยกเป็ของส่วนตัวของนางรวมไปกับสินเดิมของพระชายาเอกเอง เสียนอ๋องจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องของเหล่านี้อีก ทั้งยังสร้างราวไม้ไว้ให้นางจับประคองพยุงตัวยามเดินในสวนอีกด้วย
เสิ่นลี่อิงที่เห็นภาพนี้ถึงกับหัวเราะออกมาเพราะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดในนิยายจึงไม่เห็นเสียนอ๋องสนใจผู้ใดเป็พิเศษ ที่แท้ความรักที่มีให้กับพระชายาหลี่ผู้นี้มีมากมายถึงเพียงนี้นี่เอง
“เสียนอ๋องเฟยท่านไม่ต้องฝืนตัวเอง เดินเท่าที่ไหวต้องทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายเจ็บวันนี้เดินได้น้อยก็ไม่เป็ไร” นางให้กำลังใจหญิงสาวที่พึ่งผ่าตัดมา
หลี่เจียอีพยักหน้าและจับราวค่อยๆ เดินออกไปทีละก้าวโดยมีเปาหลงคอยเป็ผู้ช่วยนับก้าวไม่ให้ท่านอาของตนบิดพลิ้วลดจำนวนสมบัติที่จะประทานให้มารดาของน้องน้อยคนใหม่ของเขา
‘เปาเปานี่ก็ไปเรื่อยตลอด’
เสิ่นลี่อิงขบขันนักกับท่าทางจริงจัง ะโร้องให้คนทั้งเรือนทราบจำนวนก้าวและให้บ่าวที่พอรู้หนังสือเดินจดตามคำบอกตนเอง
“5 ก้าวแล้ว!”
.
.
.
วันเวลาที่เรียบง่ายและมีความสุขเช่นนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่เจียอีอาการดีขึ้นไม่มีสิ่งใดที่น่าเป็ห่วงแล้ว เสียนอ๋องจีงสั่งให้คนจัดขบวนเพื่อจะนำเสิ่นลี่อิงและตู้เปาหลงไปส่งให้ถึงจวนหนิงอ๋องด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของญาติผู้น้องที่มีพระคุณคนนี้ตัวเขาและพระชายาย่อมเต็มใจ ส่วนหลี่เจียอีนั้นได้มารดาของตนมาดูแลเป็การชั่วคราวในระหว่างที่สามีไม่อยู่
“ได้เวลาไปกันแล้ว นั่งรถม้านี้อีกเพียง 15 วัน เราก็จะไปถึงจวนของเ้ากันแล้ว”
“พี่สาวที่จวนเปาเปา พี่สาวนอนกับเปาเปาเหมือนเดิมได้หรือไม่”
“เื่นี้ไว้รอไปถึงค่อยถามผู้อื่นว่าทำได้หรือไม่ก็แล้วกัน ขึ้นไปได้แล้วเ้าเด็กคนนี้”
เสิ่นลี่อิงอุ้มเปาเปาน้อยขึ้นไปบนรถม้าคันเดียวกับนางแยกกับเสียนอ๋องที่อยู่บนรถม้าอีกคัน และแล้วเมื่อทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่ล้อก็เริ่มหมุนนำพานางไปยังจวนของว่าที่สามีในท้ายที่สุด
____
ยามห้าย หมายถึง 21.00 - 22.59 น.