หลังจากพยายามล้มลุกคลุกคลานอยู่นานถึง 4 ปีหลังจากเรียนจบ ฉันก็กลายเป็นางแบบอิสระอย่างที่ตัวเอง้า เจอตั้งคนชอบ ไม่ชอบ หรือกลั่นแกล้งสารพัดอย่าง แต่ฉันก็อดทน สิ่งเดียวที่ฉันต้องทำทุกวันคือฝึกเดิน ฝึก แล้วก็ฝึก และสุดท้ายความพยายามของฉันก็ผลิดอกออกผลสักที แต่คนส่วนใหญ่รู้จักฉันในฉายานางจิ้งจอกพันหน้าในข่าวหน้าหนึ่งมากกว่ารู้จักฉันในนามนางแบบสาวบนเวทีเดินแบบหรือนิตยสารเสียมากกว่า แต่ถึงแม้ฉันจะมีข่าวเสียๆหายๆมากมายสักเท่าไหร่ แต่ก็มาพร้อมกับงานและความดังขึ้นเรื่อยๆ
“วันนี้เ้าของบริษัทเขาจะลงมาดูการซ้อมด้วยนะ แกทำตัวดีๆหน่อยล่ะ”
“รู้แล้วนา ว่าแต่หล่อป่ะ”
“ได้ข่าวว่าหล่อเกินมนุษย์มนา แถมยังบ้างานสุดๆ แต่ฉันขอเตือนแกไว้ก่อนเลยนะ ห้ามไปยุ่งกับเขาเด็ดขาด”
“รู้ทัน”
ฉันยิ้มให้เ้างาม ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ เพื่อเข้าไปที่โรงแรมที่จัดงาน ซึ่งงานปีนี้ค่อนข้างใหญ่กว่าปีก่อน เวทียาวและกว้างมาก สามารถเดินเรียงแถวหน้ากระดานได้เลย ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ นางแบบคนอื่นค่อยๆทยอยกันเข้ามา ดูจากสายตาในการเดินแบบครั้งคงใช้นางแบบอย่างน้อย 30 คนถึงจะได้
“นางแบบทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้ค่ะ”
พี่จิงโจ้สาวสองเป็คนคุมการเดินแบบในครั้งนี้ ยืนเท้าสะเอวเรียกทุกคนอยู่บนเวที
“เดี๋ยวเราจะเดินกันเป็แถวตรงก่อนโดยเว้นระยะห่างกัน หลังจากนั้นจะเดินเป็คู่ๆแล้วปิดท้ายด้วยการเดินฟินนาเล่ เดี๋ยวนางแบบทุกคนเตรียมตัวนะ”
เมื่อทุกคนฟังจบ ก็เดินไปเข้าแถวตามชุดที่ได้ใส่ ก่อนจะเริ่มการซ้อมเดิน ทุกคนก้าวอย่างมั่นใจในแบบของตน
“ดีๆ ก้าวช้าๆไม่ต้องรีบ เว้นระยะกับคนแรกด้วย”
“สวยๆ หมุน โอเค”
อีก 3 คิว ก็จะถึงคิวฉันเดินแล้ว
“คุณสิบทิศมาแล้วๆ หล่อมาก”
“ฉันเห็นแล้วๆ หล่อจริงๆแก”
เสียงซุบซิบหลังเวทีดังขึ้น ต่างพูดถึงคนที่มาดูการเดินซ้อม ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็รองผู้บริหารที่ยัยเ้างามบอกก่อนลงจากรถแน่ๆ แต่ชื่อที่เขาพูดกันมันคุ้นๆเหมือนได้ยินที่ไหน แต่ก็นะถึงคิวฉันพอดี เลยไม่มีเวลามาทบทวนความทรงจำนักหรอก ฉันก้าวออกไป แล้วเดินอย่างมั่นใจไปเรื่อยๆ ระหว่างที่กำลังหมุนตัวสายตาของฉันก็ดันไปสะดุดกับผู้ชายหน้านิ่งที่นั่งดูการซ้อมอยู่ข้างล่าง ใบหน้าเข้มๆดูไม่เป็มิตร กับดวงตาสีเทาคู่นั้น ใช่จริงๆด้วย นายมั่นหน้า
“โอ๊ย!!”
บ้าจริง ฉันสะดุดขาตัวเองล้มลงเพราะความใที่เจอคู่ศัตรูที่ไม่เจอกันมานาน
“เป็ไรไหม เจ็บไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะๆ ฉันลุกเองได้ ขอโทษที่ค่ะ ฉันคงจะหมุนตัวเร็วไปหน่อย”
ฉันลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนจะเริ่มเดินกลับไป
“เสียหน้าชะมัด”
ฉันเดินมาต่อแถวคนต่อไปเพื่อเดินเป็คู่ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นายมั่นหน้า ต้องใช่แน่ๆ ถ้าครั้งนี้เขาแกล้งฉันอีกละ แต่ครั้งนี้เราเป็ถึงนางแบบเบอร์ต้นๆแล้วนะ แต่เขาก็เป็ถึงรองผู้บริหารเลยนะไอดาวเหนือ
ตอนนี้ในหัวเริ่มตีกันแล้วแล้ว ระหว่างที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น ฉันก็หันไปเจอตัวช่วยเข้าพอดี
“ป้าค่ะ หนูขอแมสป้าอันหนึ่งได้ไหมคะ”
“อ๋อ เอาสิๆ”
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันรีบใส่แมสแล้วเดินขึ้นบนเวทีอย่างมั่นใจอีกครั้ง ในวันเดินจริงไม่ใส่แมสเขาคงจำฉันไม่ได้หรอก ไฟสลัว คนเยอะ อีกอย่างแต่งหน้าจัด แบบนี้แหละดีแล้ว
หลังจากเดินฟินนาเล่จบ นางแบบทุกคนก็ออกมาอยู่ในตำแหน่งที่ทีมงานจัดไว้อย่างสวยงาม ถึงแม้ฉันจะอยู่หลังนางแบบคนก่อนหน้าหลายคน แต่ฉันก็สังเกตเห็นสายตาของนายมั่นหน้ามองมาทางฉันอยู่หลายครั้ง ไม่หรอกไอดาวเหนือเขาคงจำแกไม่ได้หรอก เื่มันเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ใส่แมสปิดหน้าไว้ด้วย
“วันนี้พอแค่นี้นะ พรุ่งนี้เดินจริงขอให้ทุกคนมาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”
“ค่ะ!!!”
เสียงทุกคนตอบรับอย่างหนักแน่น
ฉันเดินกลับไปหลังเวที ถอดแมสที่ใส่ไว้ออก ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมา
“เห้อ….. เกือบไปแล้ว ดีนะฉันมันเป็คนฉลาด”
ครืด ครืด ครืด ครืด~~~~
“อัลโหล ฉันกำลังลงไป มีเื่จะเล่าให้ฟัง รอด้วยค่ะๆๆๆ ”
ฉันกดวางสาย ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ที่มันกำลังจะปิด แต่ยังดีที่คนด้านในกดรออยู่
“ขอบ……คุณค่ะ”
พูดได้เพียงคำเดียว จากที่ยิ้มอยู่ ตอนนี้เหมือนน้ำตาจะไหลแทน
“ใช่เธอจริงๆด้วย”
คำพูดนิ่งๆ ของคนตรงหน้า กับแววตาสีเทาที่กำลังยิ้มเ้าเลศมาให้ฉัน
ไอดาวเหนือ สู้สิว่ะ ตอนนี้แกไม่ได้เป็นางแบบฝึกหัดที่ใครต่อใครจะรังแกได้แล้วนะ
“ไม่ดีใจหรอกนะที่ได้เจอกันอีกน่ะ“
หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว ฉันก็สวนกลับทันที พร้อมกับเชิดหน้าเดินเข้าลิฟต์อย่างนางพญา
“ตอนนี้เป็นางแบบเต็มตัวแล้วสิ”
หลังจากเงียบอยู่สักพัก เขากลับเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“ก็อย่างที่เห็น”
ลิฟต์พาเราสองคนที่กำลังส่งรังสีอำมหิตกันอย่างไม่มีใครยอมใครลงมาชั้นล่าง ก่อนจะค่อยๆเปิดออก
“ตอนนั้นฉันยังจำหน้าได้นายได้ขึ้นใจ จนมาถึงตอนนี้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็การร่วมงานครั้งสุดท้ายของเรานะ”
พูดจบฉันก็เดินก้าวขาออกมาจากลิฟต์เดินตรงไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ โดยไม่ได้หันกลับไปดูสีหน้าของคนข้างหลังเลยสักนิด
“เห้อ………แกรู้ไหมว่าฉันเจอใคร”
“หึ ใครอ่ะ ผู้ชายใหม่อีกแล้วหรอ”
一_一!
“นั่นใครล่ะ”
“นาย สิบ ทิศ!”
“รองผู้บริหารคนนั้นนะหรอ”
“ใช่ แต่เขาเป็คนเดียวกันกับที่แกล้งฉันเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้ตอนนั้นฉันอดเป็นางแบบมืออาชีพ แล้วคราวนี้ดันมาเป็รองผู้บริหารที่ดูแลการเดินพรุ่งนี้อีก ฉันเห็นหน้านะ อยากจะะโบีบคอให้สาสมกับที่เขาเคยทำฉันไว้เลยจริงๆ”
“แล้วเขาจำแกได้ไหม”
“จำได้สิ ฉันอุตสาเอาแมสมาปิดหน้าแล้ว แต่อีตานั้นดันจำฉันได้อีก แถมเมื่อกี้ยังเจอกันในลิฟต์อีก ฉันนี่อยากจะบ้า”
“ไม่เป็ไรๆ เหลือพรุ่งนี้อีกวันนึง เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว อดทนไว้แก ท่องไว้ๆ งานๆๆ เงินๆๆ”
“อืม!”
“นางแบบที่มาแล้ว แต่งหน้าทำผมได้เลยนะ ใครที่เสร็จแล้วมาลองชุดกับเครื่องดับนะ ทีมงานช่วยดูแลนางแบบแต่ละคนด้วยล่ะ รีบๆกันหน่อย งานใครจะเริ่มแล้ว แขกผู้มีเกียรติเริ่มทยอยมากันแล้ว อย่าได้มีอะไรผิดพลาดล่ะ”
เสียงพี่จิงโจ้ดังสนั่นพร้อมเสียงตบมือเป็การปลุกพลังให้ทุกคนรีบเร่ง
ฉันแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้ว ลุกขึ้นมาลองชุด และเครื่องประดับที่ทีมงานจัดการไว้ให้
“สวยมากเลยค่ะ”
ทีมงานคนหนึ่งอุทานขึ้นมา เมื่อเห็นฉันใส่เสื้อผ้าที่ทางนักดีไซเนอร์ออกแบบเสร็จเรียบร้อย ชุดสวยและเข้ารูปกับรูปร่างฉันพอดิบพิดีหลังจากที่แก้ไซน์คราวก่อน ถึงแม้กระโปรงจะรัดรูปได้หน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉัน
“ทำไมถึงพึ่งมาบอกตอนนี้ล่ะ งานใกล้จะเริ่มแล้วเนี่ย”
“ขอโทษค่ะ”
เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากห้องแต่งตัว จนฉันต้องเดินกลับเข้าไปดูว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
“จะไปหานางแบบที่ไหนทันล่ะตอนนี้”
“มีอะไรหรอคะพี่จิงโจ้”
ฉันถามออกไป เพราะพี่จิงโจ้กับฉันค่อนข้างจะร่วมงานกันบ่อย ฉันเลยกล้าถามอย่างตรงๆ
“คุณน้อง ช่วยอะไรพี่หน่อยสิ”
“คะ?”
“คือทางดีไซเนอร์ เขาอยากให้มีการเดินฟินนาเล่ 2 ชุด ซึ่งเรามีนางแบบที่เตรียมไว้แค่คนเดียว ดาวเหนือเดินให้พี่หน่อยได้ไหม”
0_0
“แต่หนูต้องเดินรอบโชว์ตัวด้วยนะคะ ไม่หน้าไหวนะคะ”
“พี่เชื่อว่าคุณน้องทำได้ ขอร้องล่ะ”
พี่จิงโจ้เข้ามาจับมาฉัน แล้วส่งสายตาหวิ่งๆอ้อนวอนอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้จะไม่เข้ากับรูปร่างอันทรงพลังของเ้าตัวเลยก็ตาม
“ก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่ฉันตอบตกลง พี่จิงโจ้ก็คุยรายละเอียดการเดินฟินนาเล่ชุดนี้ ซึ่งมันมีความพิเศษในการเดินพรีเซนชุดอยู่ โดยที่ฉันก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ด้วยสิ
“เข้าใจนะ”
“จะดีหรอคะ”
“ก็ต่างดีไซเนอร์เขาอยากให้งานออกมาแบบนี้นะสิ ฝากด้วยนะ พี่เชื่อว่าคุณน้องทำได้”
จากที่รับปากเพราะเห็นใจพี่จิงโจ้เฉยๆ แต่ตอนนี้รู้สึกอยากกลืนน้ำลายตัวเองเหลือเกิน งานช้างชัดๆ
“สวัสดีแขกผู้เกียรติทุกท่านนะคะ วันนี้เรามีโชว์การเดินแฟชั่นโชว์ ผลงานการออกแบบของคุณ ซิกิยะ โมกุล ดีไซเนอร์ที่ได้รับรางวัลมากมาย ให้เกียรติกับทางบริษัท กราซีวายา เป็ผู้ร่วมลงทุนกับการออกแบบชุดในครั้งนี้ และวันนี้แอบกระซิบทุกคนนะคะว่ามีโชว์พิเศษสำหรับชุดฟินนาเล่ให้ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกด้วย และไม่เป็การเสียเวลา เชิญพบการผลงานของคุณซิกิยะได้เลยค่ะ”
เมื่อเสียงพิธีกรเบาลง ไฟภายในห้องดับลงเช่นกัน พร้อมกับเสียงเพลงดังขึ้นกับไฟที่ส่องนางแบบคนแรกที่เดินออกไป ทำให้เสื้อผ้าที่นางแบบแต่ละใส่ต่างมีสีสันดึงดูดสายตาจากทุกคน
“คุณน้อง พอคุณน้องเดินเสร็จรีบกลับเข้า มาเปลี่ยนชุดทันทีเลยนะคะ”
“ค่ะ”
พี่จิงโจ้เดินเข้ามากำชับฉันอีกรอบ
เมื่อนางแบบเดินไปบนเวทีคนแล้วคนเล่า ก็ถึงตาฉันเดิน ฉันเดินด้วยความมุ่งมั่น แล้วก้าวทีละก้าวอย่างมั่นใจ หมุนอย่างสวยงาน ทุกคนต่างมองมาที่ฉันเป็ตาเดียว นี้แหละเหตุผลที่ฉันอยากเป็นางแบบ จุดสนใจของผู้คนรอบข้าง เสียงซุบซิบและสายตาที่ชื่นชมชุดที่ใส่ เครื่องประดับ หุ่น หรือแม้กระทั้งการเดินที่ทำให้ชุดดูแพงขึ้นไปอีกระดับ มันช่วยทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังลอยอยู่ ชอบความรู้สึกนี้จริงๆ
“คุณน้อง เปลี่ยนชุดเร็ว”
“ว๊าว พอดีเลยค่ะ เหมือนทำไว้ให้คุณดาวเหนือใส่เลยนะคะ”
ทีมงานข้างพี่โจ้หันไปถามพี่จิงโจ้ด้วยสายตาที่ดูภูมิใจกับรูปร่างของฉัน
“เอาล่ะ ทำตามที่พี่บอกแล้วจะไม่มีปัญหา”
ฉันพยักหน้าให้พี่จิงโจ้ ก่อนจะเดินออกมา…..
ดาวเหนือ นี่ถือว่าเป็บททดสอบแกอีกระดับในการเป็นางแบบระดับโลก แกต้องทำได้