หลิวอี้ต้องใช้เวลาสักพักในการสงบสติอารมณ์จริงๆ เจียงชิงหยวนเป็ผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เป็คนร่าเริง ไม่คิดเล็กคิดน้อยควรค่าแก่การทำความรู้จักเอาไว้ แล้วครอบครัวก็ทำการค้าขายด้วย
ถ้าไม่ติดเื่เซียวจื่อก็เธอก็อยากจะคบหากับเขาเผื่อว่าเธอทำธุรกิจจนไปเมืองใหญ่ได้ เขาจะได้ให้คำแนะนำเธอแค่คิดก็เสียดายแต่ไม่ติดต่อดีกว่า
หลิวอี้ก็สะสางงานที่ค้างไว้ตอนไม่สบายเธอทำงานตลอดเช้า่บ่ายเธอมีเวลาว่างเธอเลยตั้งใจสำรวจสภาพร่างกายตัวเองในตอนนี้อย่างถี่ถ้วน
ตอนนี้เธอผอมเกินไป ผิวเหลืองเล็กน้อยหน้าตาขาดการบำรุง ผมแห้ง เหมือนที่ผ่านมาเธอจะขาดสารอาหารนิดๆ ทั้ง ๆที่บ้านเธอก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นอะไรเลย
จากเงินของพี่ชายที่เป็ทหารส่งมาให้ในแต่ละเดือนๆ หนึ่ง 30 หยวน คูปองอีกต่างหากแต่ก็ต้องส่งให้บ้านใหญ่หมดเพราะลุงใหญ่ไม่ได้แยกบ้าน
ส่วนพี่ชายบ้านรองทำงานได้เดือนละ 20 หยวน แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เขาให้ที่บ้านเท่าไหร่เงินเดือนพ่อเธอเดือนละ 20 หยวนเช่นกันก็ให้บ้านใหญ่หมดแต่พ่อเธอก็ยังฉลาดเงินพิเศษที่ย่าไม่รู้พ่อก็แอบเก็บไว้เองแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะไม่ได้เงินพิเศษบ่อยๆ
แม่กับพี่สะใภ้ใหญ่ทำงานฝ่ายตัดเย็บก็ได้เดือนละ10 หยวน พร้อมแต้มทำงาน อย่างต่ำ ๆเงินที่บ้านใหญ่น่าจะได้ต่อเดือนก็70 - 80 หยวนล่ะ
แต่เป็เพราะย่าที่ตระหนี่แล้วก็ไม่ได้ใส่ครอบครัวเธอนัก เธอเลยไม่ได้รับการบำรุงใดๆแต่เธอก็ยังพอดูดีอยู่บ้าง ถ้าบำรุงดีๆ เธอต้องหน้าตาดีแน่นอน ดูสิหน้ารูปไข่ ตาโตจมูกโด่ง ปากกระจับ ให้ตายยย!! ถ้าบำรุงดีๆ ก็จะสวยเหมือนเดิมแน่นอน
เอาจริงๆชาติก่อนเธอก็เป็คนสวยนั่นแหละ แต่แววตาเ็ากล้าได้กล้าเสียจนดูแข็งกร้าวจนมากเกินไป ดูเป็คนเอาแต่ใจ (แต่เธอเป็คนดีจริงๆนะ) แทบไม่มีใครอยากเข้าใกล้เธอ เพราะรัศมีกดดัน เฮ้อ!!!ทำไมชาติก่อนฉันถึงทำตัวไม่น่ารักเลยนะ
ต้องบำรุงร่างกายตอนนี้เพิ่งเริ่มหน้าเพาะปลูก หลังบ้านมีแปลงผักอยู่ต้องไปอ้อนแม่ให้สอนวิธีปลูกผักซะละ ตอนนี้ไม่มีเงินก็ใช้วิธีธรรมชาติเอาละกันต้องปลูกมะเขือเทศกับแตงกวา ใช้บำรุงก็ได้เหมือนกันมีเงินก็ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน
ถ้าเธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้า ตอนนี้เธอก็มีเวลาหาเงินอีกไม่ถึงปีเมื่อถึงเวลาแล้วยังมีเงินไม่มากพอค่อยเลื่อนไปอีกปีละกันตอนนี้ต้องทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้นมาก่อน เวลาไปเรียนไกลๆ เธอจะได้สบายใจไม่ต้องเป็ห่วงพ่อแม่กับน้อง ๆ
เธอพอจะจำแนวข้อสอบของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกๆ เพราะสำหรับเธอเื่นี้มันคือประวัติศาสตร์ทางการศึกษาอย่างหนึ่งประเทศนี้ยกเลิกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไป 10 กว่าปี
การเปิดสอบใหม่พวกข้อสอบที่ใช้มันมีคนเก็บไว้ให้พวกเธอศึกษาอยู่แล้วในตอนที่เธอเรียนในศตวรรษที่ 21 ต้องไปเดินดูสักหน่อยว่าพอจะมีบ้างไหม
เ มื่อตั้งมั่นเป้าหมายตอนนี้ได้แล้วหลิวอี้เลยนั่งอ่านหนังสือที่วางไว้ในสำนักงานจนเลยเวลากินข้าวเย็นของบ้านเธอแล้วเธอถึงค่อยกลับบ้านซูหลิวอี้เ้าของร่างค่อนข้างมีอภิสิทธิ์เื่นี้น่ะซึ่งมันเป็ผลดีกับเธอ
เพราะพ่อของเธอสนิทกับหัวหน้าหมู่บ้านเลยไปขอให้ช่วยพูดว่าสำนักงานจะเลิกช้ากว่าคนอื่นๆทางบ้านเลยไม่ว่าอะไร
พ่อเธออยากให้เธอเลี่ยงปู่กับย่าเวลากินข้าวเย็นจะได้ไม่มีใครพูดเื่แต่งงานทุกเย็นอีกเนี้ยยยย!! ชาติที่แล้วพ่อก็ทำแบบนี้ พ่อน่ารักแบบนี้ทำไมตอนนั้นเธอมองข้ามเื่นี้ไปนะยัยโง่เอ๊ย!!!
กลับมาถึงบ้านหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จหลิวอี้เข้าไปพ่อกับแม่ที่ห้อง“พ่อคะ ฉันเข้าไปได้ไหม”
แม่เธอเดินมาเปิดประตูให้“มีเื่อะไรเหรอลูก หรือว่าไม่สบายถึงมาหาพ่อที่ห้อง” พ่อซักถามอย่างเป็ห่วง
“ฉันสบายดีค่ะ แต่ฉันมีเื่จะมาขออนุญาตพ่อกับแม่ไปตัวอำเภอได้ไหมคะ” หลิวอี้ยิ้ม
“ได้ซิลูกไปก็ระวังด้วยแล้วกันว่าแต่ลูกจะไปซื้ออะไรเหรอ ต้องใช้เงินเท่าไหร่ก่อนไปก็มาบอกแม่แล้วกันนะ”พ่อเธอกล่าว
“คืออ…ฉันจะไปวันมะรืนมันเป็วันหยุดของพี่ลี่ิพอดีพ่อให้พี่ไปกับฉันด้วยได้ไหม”
“อ้าวทำไมล่ะ ลูกก็เคยไปอำเภอทำไมต้องให้พี่เขาพาไปด้วยจะซื้อของเยอะเหรอลูก”
“อ่า…พอดีฉันจะไปซื้อหนังสือเรียนอ่านเตรียมสอบนะคะไม่รู้มาจะหาได้เยอะไหม ฉันกลัวเจอหนังสือที่อยากได้แล้วมันเยอะมันน่าจะหนักกลัวถือไม่ไหว เลยอยากให้พี่เขาไปด้วย”
เอาจริงๆหลิวอี้ไม่เคยไปอำเภอเองเลยถึงจะมีความทรงจำเก่า แต่ก็ไม่ได้ไปนานแล้วครั้งเดียวที่ไปคือวันแต่งงานก่อนไปปักกิ่งเธอก็ไม่ได้เดินไปไหนเลย เอาจริงๆเธอกลัวหลงทาง เหอะๆ
“ตามพ่อมาเดี๋ยวเราไปหาลี่ิกันที่ห้องก่อนว่าวันหยุดเขาว่างไหมถ้าไม่ว่างก็รอวันหยุดของเฟยหลงแล้วเราก็ไปกับน้องก็ได้ แต่จริงๆพ่อก็ไม่ได้บังคับให้น้องทำงานแลกแต้มนะ หรือเราจะไปกับน้องดี”แม่ช่วยเสนอความคิดเห็น
“จะให้น้องหยุดงานทำไมล่ะคะพ่อ ก็แค่เข้าอำเภอแค่นั้นถ้ามีธุระสำคัญจริงๆ ไม่มีเพื่อนไปค่อยให้น้องหยุดก็ได้แต่ถ้าไม่ได้ซื้อของหนักอะไร ฉันไปคนเดียวก็ได้แต่ครั้งนี้มันจำเป็”หลิวอี้้าไปกับลี่ิจริงๆนั่นล่ะ เพราะเธอจะหาทางเข้าตลาดมืดด้วยพี่ลี่ิคงจะช่วยเธอได้มากกว่าน้องชายตัวแสบของเธอ
หลิวหยางเดินมากอดขาของเธอ มือป้อม ๆกอดขาเธอแน่นอ้อนพี่สาว “หนูไปด้วย ไปเที่ยว” หลิวอี้ขำท่าทางของน้องสาว
เธออุ้มเด็กตัวกลมขึ้นมาปลอบใจว่า“ไว้โตกว่านี้ก่อนพี่สาวจะพาไปเที่ยวนะ เดี๋ยวพี่จะซื้อขนมมาฝาก”เด็กตัวกลมได้ยินคำว่าขนมก็ไม่งอแงยิ้มหวานเชื่อฟังทันที
พ่อพาเธอไปที่ห้องของพี่นั่นแหละิซึ่งอยู่ด้วยกันกับน้องชายเธอ เพราะที่บ้านห้องไม่พอ สองหนุ่มเลยต้องอยู่ด้วยกันแต่จริงๆ มันก็พอแหละเพราะพี่รองลูกชายของลุงรองพักอยู่ในอำเภอกับญาติฝั่งแม่ซึ่งใกล้กับที่ทำงานแต่ย่าก็ยังเก็บห้องไว้ให้เขาไม่ให้ใครมายุ่ง
“ลี่ิ ออกมาคุยกับอาที่ลานบ้านหน่อย” พ่อเธอเรียกแล้วเดินไปยังลานบ้าน
เหอะๆ พ่อควรถามพี่เขาหน่อยไหมว่าเขาว่างอยู่หรือเปล่าหลิวอี้เดินตามพ่อไป
ไม่นานพี่ลี่ิก็เดินมาที่ลานบ้านพร้อมกับน้องชายของเธอก็ได้บอกอย่างที่เธอบอกพ่อไปั้แ่ต้นว่าอยากให้เขาไปด้วยพี่ลี่ิก็รับปากทันทีพร้อมนัดแนะเวลากัน แต่มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งไม่พอใจเล็ก ๆ พูดขึ้นมา
“ทำไมพี่ไม่ไปกับผมล่ะ ผมก็โตแล้วนะ แข็งแรงด้วยพี่สาวไม่เห็นกล้ามของผมเหรอ ผมแข็งแรงมากนะ” พร้อมทำท่าทีเบ่งกล้ามให้พ่อและพี่ๆดู ทุกคนพากันขำกับท่าทีเด็กหนุ่มคนนี้
“เสียใจด้วยนะพ่อหนุ่มแข็งแรง แต่ไว้คราวหน้านะ”บอกเสียใจแต่ทำหน้ายิ้ม กะพริบตาปริบๆ แกล้งน้องชาย
“โหยย พ่อดูพี่ซิ พี่ทำร้ายหัวใจผม”น้องชายก็เอาคืนแกล้งทำท่าเสียใจเพราะกับสาวกับพ่อ แล้วเฟยหลงก็ยิ้มกว้างเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังร่าเริงพี่ก็ไม่ได้เป็แบบนี้ถึงจะยิ้มหรือหัวเราะยังไงพี่ก็ไม่เคยแหย่หรือแกล้งเขาเลยแต่ตอนนี้เหมือนพี่เปลี่ยนไป
ตอนนี้พี่ชอบแกล้ง ชอบทำให้หัวเราะยังมีท่าทางสนิทสนมกับเขามากกว่าเดิม เขาชอบพี่ตอนนี้มากที่สุดเลย
พ่อของหลิวอี้มองดูลูกสาวลูกชายเล่นกันเป็อย่างที่ภรรยาเขาบอกจริงๆ ลูกสาวเขาดูร่าเริงขึ้นสำหรับเขาแล้วมันเป็เื่ที่ดี ที่ได้เห็นลูกสาวกลับไปเป็เหมือนเมื่อก่อนลี่ิก็รู้สึกโล่งใจที่เห็นน้องสาวโยนความทุกข์ทิ้งไปแล้วดีขึ้นกว่าเดิม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะไปขอคูปองอาหารกับย่าให้นะเผื่อพวกลูกอยากจะซื้ออะไรกินจะได้มีคูปองใช้”
“อาเล็กไม่ต้องหรอกครับพี่ใหญ่ส่งคูปองมาให้เยอะยังมีเหลืออยู่ผมไปเอาที่แม่ก็ได้อย่าไปทำให้ย่าเขาอารมณ์เสียเลยครับแต่เื่นี้เป็ความลับนะครับว่าที่บ้านผมพอมีคูปองอยู่บ้างสงสารพี่ใหญ่ของอาเล็กเถอะครับเดี๋ยวเขาจะโดนย่าทุบตีเอา” ลี่ิพูดออกมาตรงๆ
“เอาตามที่หลานว่าก็แล้วกันตอนนี้แยกย้ายกันไปนอนได้ล่ะ” พ่อของเธอไล่เด็กๆ นอน ทุกคนต่างแยกย้าย
ซูห่าวหรานรู้สึกหดหู่ใจกับคำพูดของหลานชายมากเขาไม่ได้รู้สึกแย่กับสิ่งได้ยินแต่เขาสงสารพี่ชายเขามากกว่าหลายชายคนนี้เป็คนตรงไปตรงมา เื่ที่พูดออกมามันก็คือความจริงทั้งหมด
เสียดายอนาคตหลานคนนี้เรียนจบมัธยมปลายหางานดีๆทำได้แต่เลือกที่จะไม่ไปทำงานในอำเภอเพราะพี่ชายก็ไม่ได้อยู่บ้านไม่อยากทิ้งพ่อแม่และน้องไว้ที่นี่ที่บ้านตอนนี้ก็มีแค่ลี่ิกับอี้เอ๋อร์เท่านั้นที่จบ
แต่หลานชายคนนี้เลือกจะงานฝ่ายผลิตเขาหางานดีๆ ในหมู่บ้านให้ก็ไม่เอา ให้ทำงานร้านสวัสดิการประจำชุมชนก็ไม่ทำบอกแค่ว่าจะทำงานฝ่ายการผลิตจะได้ช่วยพ่อเขาทำงานได้ถ้างานเสร็จไวหลานชายคนนี้ก็จะไปช่วยพี่ชายตนทุกครั้งไป
เขาเลยถามหลานชายอายุก็19 ปีแล้วไม่คิดจะแต่งงานเร็วๆนี้ด้วยนอกจากพ่อแม่ของเขาสบายกว่านี้ก่อนก็ค่อยว่ากันอีกทีภรรยาเขาเคยเล่าให้ฟังว่าลูกสะใภ้ของพี่ชายมาเล่าให้ฟังว่าหลานชายจะไม่แต่งงานถ้ายังไม่แยกบ้านเพราะไม่อยากเอาลูกสาวบ้านคนอื่นมาทรมานที่บ้านนี้
ถ้าไม่ได้แยกบ้านหลานชายเขาก็จะเป็โสดไปเรื่อยๆ เขาก็ทำใจไม่ได้เหมือนกันบางทีในอนาคตอาจมีวิธีแก้ปัญหาหรือไม่ก็อาจมีอะไรมาเปลี่ยนใจหลานชายคนนี้ของเขาก็ได้