10.สั่งสอนบ่าวไพร่
หนิงหรงสะบัดชายเสื้ออย่างสง่างามนั่งลงบนเก้าอี้ แผ่พลังอำนาจกดดันคุกคามคนยิ่งแววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร จนทำให้พ่อบ้านที่ทำท่าจะยืดเอวขึ้นหลังจากเสแสร้งยืนค้อมตัวอย่างนอบนอบมาตลอดจิตใต้สำนึกของมันบังคับให้รักษาท่าทางค้อมศีรษะเอาไว้ ไม่รู้เหตุใดตอนนี้มันไม่กล้าอวดดีต่อหน้าคุณหนูผู้นี้อีก ทั้งๆที่ปกติ เมื่ออยู่ในจวนแม่ทัพมันไม่เคยค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายเลย
“คงได้ยินแล้วสินะว่าเหตุใด บิดาข้าจึงไม่รู้จักความ”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนน่าขนลุกพลางรินน้ำชาใส่ถ้วยของตนด้วยกิริยาน่ามอง ทว่าแฝงไปด้วยอันตรายนางจิบน้ำชาโดยไม่เสียความเยือกเย็นลงเลยสักนิด
เสี่ยวเมิ่งก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าเบากริบ จนเมื่อเสี่ยวเมิ่งงับประตูลง พ่อบ้านถึงรู้สึกตัวว่ามีคนก้าวเข้ามาในห้อง
เมื่อพ่อบ้านเหลือบมองเสี่ยวเมิ่งก็นึกได้ว่าหนิงหรงผู้นี้เป็แค่ขยะในตระกูล แม้แต่บ่าวไพร่ยังไม่ให้ความเคารพเห็นเป็ขยะชิ้นหนึ่งทำให้พ่อบ้านขับไล่ความรู้สึกหวาดกลัว ที่มีนั่นทิ้งไปก่อนจะยืดกายขึ้นอีกครั้งอย่างอวดดี
“ท่านยังกล้ากล่าววาจา เยี่ยงคนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนพูดจาดูิ่บิดาอีก”พ่อบ้านทำสีหน้าโกรธเคืองถึงขั้นชี้หน้าหนิงหรง
เสี่ยวเมิ่งเห็นแล้วสีหน้าเขียวคล้ำถลาเข้าไปยกมือเตรียมตบสั่งสอนบ่าวไพร่ที่กล้าชี้หน้าเ้านายตัวเอง
“หยุดมือ!”หนิงหรงสั่งเสียงดังทรงอำนาจจนเสี่ยวเมิ่งต้องยอมลดมือลง
แต่พอบ้านผู้เกือบถูกตบ ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด “นางบ่าวชั้นต่ำ กล้าดีอย่างไรจะมาตบข้า”
เสี่ยวเมิ่งถลึงตาใส่พ่อบ้านที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตกำลังจะถึงฆาต
หนิงหรงได้ยินแล้วความโกรธพุ่งวูบจนถึงจุดสูงสุด
"บ่าวชั้นต่ำหรือ..."หนิงหรงถามเสียงเย็น"ถ้าเช่นนั้นเ้านายเช่นข้าก็สั่งสอนบ่าวไพร่ได้สินะ!"หนิงหรงกล่าวเสียงเย็นยังไม่ทันที่พ่อบ้านมีปฏิกิริยา
“เพล้ง!”ถ้วยน้ำชาถูกปากระทบหน้าผากผู้บ้านชราที่มีพลังยุทธระดับหกจนหน้าผากแตกเืไหลอาบ
พ่อบ้านตกตะลึงกับการกระทำของขยะผู้หนึ่ง ที่วันนี้กล้าลุกขึ้นมามีเื่กับพ่อบ้านที่มีอำนาจในจวนเป็รองแค่แม่ทัพเช่นตน
“นี่เ้า!”พ่อบ้านชี้หน้าขยะเปลี่ยนคำเรียกหาอย่างรวดเร็ว “อย่าคิดนะว่าแค่ท่านแม่ทัพเรียกเ้ากลับจวนแล้วจะทำให้ขยะเช่นเ้าชูคอขึ้นมาได้”
พ่อบ้านตะคอกเสียงดังจนเฉินอี้ที่ตามมาคุ้มกันหน้าประตูห้องขมวดคิ้วหากไม่ใช่เพราะเสี่ยวเมิ่งเป็ยอดยุทธ เขาจะพุ่งเข้าห้องไปคุมกันคุณหนูฟังจากน้ำเสียงแล้วเ้าพ่อบ้านคนนี้โอหังจนน่าประเคนเท้าให้สักที
หนิงหรงเห็นเสี่ยวเมิ่งขยับตัวเตรียมลงมือ หนิงหรงถลึงตาใส่ทำให้เสี่ยวเมิ่งหยุดการเคลื่อนไหว
“อ้อ ขยะเช่นข้าหรือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกว่าหลานสาวสกุลฮุ่ยหลานท่านอ๋องฮุ่ยเป็แค่ขยะเล่า”หนิงหรงถามเสียงเยือกเย็นแผ่พลังคุกคามที่มากจะพอให้คนเข่าทรุดได้แต่ดูเหมือนพ่อบ้านผู้นี้จะอวดดีเกินไปจึงไม่รับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังส่งสัญญาณเตือน
“ถุย”คราวนี้พ่อบ้านถึงกับกล้าถ่มน้ำลายใส่หนิงหรง
โชคดีที่ระยะห่างขนาดนี้ไม่ทำให้น้ำลายนั้นกระเด็นโดนหนิงหรงทว่าหลังจากนี้คือโชคร้ายของมัน!
“อึ่ก!”พ่อบ้านถูกแส้พุ่งวูบรัดคออย่างรวดเร็วรัดแน่เสียจนใบหน้ามันเขียวคล้ำ มันดิ้นรนด้วยเ็ปยกมือขึ้นพยามใช้พลังยุทธคลายเชือกที่รัดคออยู่แต่ก็ไม่เป็ผล ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่เชือกก็ยิ่งรัดแน่นราวกับมีชีวิต
มันพบว่าปลายแส้คือหงหนิงหรง ที่ยืนถือแส้มองด้วงแววตาของพญามัจจุราชแผ่พลังคุกคามจนมันเข่าสั่นทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวแม้มันจะมีพลังยุทธ์ระดับหก แต่การถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งรับหนำซ้ำเชือกนี่ก็รัดแน่นขึ้นทุกครั้งที่มันดิ้นรน หากหนิงหรงออกแรงเพิ่มเกรงว่ามันคงถูกรัดจนกระดูกแตก คอหัก
“คะ คุณหนู โปรด โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”มันร้องขอชีวิตอย่างรวดเร็วไม่หลงเหลือความหยิ่งทะนงไว้อีก
“ฮึ!”หนิงหรงทำเสียงดูถูก
“เปิดประตู!”สั่งเสี่ยวเมิ่งเสียงดังเสี่ยวเมิ่งวิ่งไปเปิดประตูตามคำสั่ง
“ตุบ!”
“อ๊ากกก” ฝุ่นตลบคลุ้งไปหมดพ่อบ้านร้องโหยหวยด้วยความเ็ป มันถูกโยนออกมไม่ต่างจากหมาตัวหนึ่ง!
“หนวกหู!”หนิงหรงหันไปสะบัดแส้ตบใส่หน้าพ่อบ้านชราจนเป็รอยแผลลึกพาดผ่านแก้มข้างหนึ่ง
“อ๊ากกก”พ่อบ้านร้องโหยหวนอีกครั้งคนจากจวนแม่ทัพ และคนจวนอ๋องวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึงเห็นคุณหนูผู้อ่อนแอยกแส้ชี้ไปทางพ่อบ้านชรา
“แน่จริงก็ลุกขึ้นมา เป็ผู้ใช้ยุทธระดับหกไม่ใช่หรือมีฝีมือเท่าไหร่ก็ใช้ออกมา!”หนิงหรงตวาดลั่น
“เพี้ยะ!”หนิงหรงสะบัดแส้ใส่พื้นจนฝุ่นตลบด้วยท่าทางเหมือนปีศาจร้ายที่ผุดขึ้นมาจากนรก ทำให้คนเห็นแล้วหวาดกลัวจับใจใบหน้าสี่ขวบถมึงทึงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
“แก! นังเด็กผีบังอาจทำลายใบหน้าข้า”พ่อบ้านชรา ที่ไม่ได้ชราเหมือนรูปกายภายนอกเร่งพลังยุทธของตนเงื้อมหมัดเข้าใส่เด็กหญิงวัยสี่ขวบ
ทหารองครักษ์และเสี่ยวเมิ่งทำท่าจะพุ่งเข้ามาหยุดพ่อบ้านชราผู้นี้ด้วยระดับพลังของหนิงหรงที่แค่ระดับสามกับพ่อบ้านที่อยู่ระดับหกแตกต่างกันเกินไปทำให้พวกเขาเป็ห่วง
“ทุกคน อย่าขยับ!”หนิงหรงะโก้องเสียงดังจนทำให้ทุกคนหยุดชะงักพริบตาเดียวหนิงหรงก็ะเิพลังออกแสงสีทองพุ่งออกจากแขนของหนิงหรงวิ่งเข้าสู่งแส้ในมือแสงสีทองทำให้แส้ในมือหนิงหรงเคลื่อนไหวเหมือนงูสะบัดเข้าใส่หน้าอกพ่อบ้านชรา
“เพี้ย!”เกิดเสียงดังแส้จมลึกลงไปในหน้าอกของผู้บ้าน เสื้อขาดเป็แนวยาวเืไหลทะลัก
“อ๊ากกกก”พ่อบ้านร้องโหยหวนขณะถูกแส้สะบัดจนปลิวไปไกลกระแทกพื้นเสียงดัง
“ตูม!”ท่านกลางความตกตะลึงของผู้คนมากมาย
แสงสีทองหายวูบไปหนิงหรงยืนแสยะยิ้มดั่งมัจจุราจ มองไปทางผู้ถูกลงทัณฑ์ที่กำลังนอนสลบด้วยความรังเกียจ
“ฮึ! นี่นะหรือผู้ใช้ยุทธระดับหกกระจอกสิ้นดี”หนิงหรงถุยน้ำลายใส่พื้นด้วยท่าทางอันธพาลที่ทุกคนมองว่าดูแเหมาะสมกับเธออย่างยิ่ง!
เป็อันธพาลน้อยที่ตีอันธพาลใหญ่อย่างง่ายดาย เพียงแค่ะเิพลังยุทธนางก็ก้าวขึ้นสู่พลังยุทธระดับสี่! ใช่แล้วแสงสีทองนั่นคือพลังยุทธของหงหนิงหรงที่แทรกซึมเข้าไปในแส้ทำให้แส้นั้นทรงพลังยิ่งขึ้น สะบัดทีเดียวผู้ใช้ยุทธระดับหกกระเด็น!
และเพราะพลังยุทธระดับสี่ถึงระดับหกจัดอยู่ในระดับกลาง ความแตกต่างจึงมีไม่มากนักคนที่อยู่ในระดับหนึ่งอาจชนะคนที่อยู่ในระดับสามและคนที่อยู่ระดับสี่อาจชนะคนที่อยู่ระดับหกได้เรียกได้ว่าการจัดระดับสูงกลางต่ำนั้นมีเหตุผลระต่ำสุดสารถชนะพวกเดียวกันที่มีชั้นสูงกว่าได้เช่นระดับหนึ่งที่เป็ระดับแรกของผู้ใช้พลังยุทธระดับต่ำสามารถชนะระดับสามที่เป็ระดับสูงสุดของผู้ใช้ยุทธระดับต่ำได้
แต่เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้กับระดับเจ็ดและยอดยุทธความแตกต่างของระดับพลังทั้งสี่มีมากถึงห้าสิบเท่าและยิ่งยอดยุทธนั้นแข็งแกร่งกว่าระดับเก้าถึงร้อยเท่า
“ลาก มันกลับไปบอกแม่ทัพหงซือจงหากอยากให้ข้ากลับไปก็จงมาเชิญข้าด้วยตนเอง!”หนิงหรงหันไปตวาดใส่บ่าวไพร่จากจวนแม่ทัพที่ตอนมาทำท่าหยิ่งผยองไม่ต่างจากพ่อบ้านชราแต่ตอนนี้พวกมันกลับกลัวจนหัวหด “ข้าหงหนิงหรงคือหหลานของสกุลฮุ่ยราชนิกูลแห่งอาณาจักรฮุ่ย ใครหน้าไหนก็อย่าบังอาจคิดดูิ่!”หนิงหรงประกาศกร้าวด้วยความโอหังอวดดีที่ผู้คนเห็นแล้วครั่นคร้ามหวั่นเกรง
“เพี้ยะ!”หนิงหรงสะบัดแส้ระบายโทสะที่อัดแน่น
พ่อบ้านชราถูกบ่าวไพร่แบกขึ้นหลังวิ่งหนีจากไปด้วยความหวาดกลัวก่อนจะไปพวกมันไม่ลืมทำความเคารพ คนที่ครั้งนึงพวกมันเคยมองด้วยสายตาเหยียดหยามคนที่พวกมันลืมไปแล้วว่ามีสายเืของราชนิกูลไหลเวียอยู่....
“แปะ แปะ แปะ”เสียงปรบมือดังขึ้นชายฉกรรผู้หนึ่งผิวขาวผุดผ่องเหนือสามัญชนผู้สวมใส่ชุดสีเหลืองทอง บนชุดปักลายัที่หน้าอก ไหล่ข้างซ้ายและไหล่ ข้างหลังมีทหารองค์รักษ์นักสิบคนติดตามอยู่ไม่ห่างคนผู้นั้นปรากฏตัวอยู่ข้างรั้วทางฝั่งด้านซ้ายของบ้านการปรากฏตัวที่เงียบกริบนี้ทำให้ผู้คนรับรู้ได้ว่าคนกลุ่มนี้มีแต่ยอดยุทธทั้งสิ้นเหนือสิ่งอื่นใด คนใส่ชุดคลุมสีทองมีฐานะสูงส่งยิ่ง
“พูดได้ดี พูดได้ดี”คนผู้นั้นกล่าวชมด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ดังก้องจนทุกคนได้ยินชัดเจนรอบข้างเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ
“ตุบ”
“ตุบ”
“ตุบ”เสียงคนมากมายทิ้งเข่าลงกับพื้นไม่เว้นแม้แต่หนิงหรงเอง ต่อให้คนโง่มองก็รู้ว่าคนตรงหน้าหากไม่ใช่ฮ่องเต้ก็ต้องเป็อ๋องฮุ่ยทีดำรงตำแหน่งอ๋องเพียงคนเดียวในอาณาจักนี้อย่างแน่นอน
“ถวายบังคมท่านอ๋อง/ถวายบังคมท่านอ๋อง”ทหารองครักษ์ของเธอไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวเมิ่งกล่าวเสียงดังฟังชัดเคยได้ยินมาว่าสีเหลืองทองมีไว้ให้ฮ่องเต้สวมใส่ แต่พระองค์ก็ประทานให้คนที่มีความดีความชอบเช่นกันหนิงหรงมองไม่เห็นว่าับนชุดของท่านอ๋องมีกี่เล็บเพราะอยู่ในระยะไกลครั้งแรกจึงแยกไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือฮ่องเต้หรืออ๋องฮุ่ย
“ลุกขึ้นๆ”อ๋องฮุ่ยกล่าวอย่างอารมณ์ดีขณะพิจารณาหลานสาวตรงหน้าที่เปลี่ยนไปมาก ยิ่งท่าทางที่นางสั่งสอนพ่อบ้านผู้นั้นยิ่งทำให้อ๋องฮุ่ยสนใจ
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง/ขอบพระทัยท่านอ๋อง”ทุกคนลุกขึ้นพลางยืนขึ้นด้วยความนอบน้อมก้มหน้ามองพื้นไม่กล้ามองท่านอ๋องผู้สูงส่งไม่ต่างจากฮ่องเต้มีอำนาจล้นฟ้าเป็ลองแค่ฮ่องเต้เท่านั้น
อ๋องฮุ่ย สาวเท้าเข้ามาหาหนิงหรงด้วยความรวดเร็วที่มองไม่ทันพริบตาเดียวก็อยู่ตรงหน้า ทำเอาหนิงหรงสะดุ้งด้วยความใ
อ๋องฮุ่ยหัวเราะเสียงดังเหมือนคนที่แกล้งคนอื่นแล้วสมใจอยาก
“ถวายบังคมท่านอ๋อง”หนิงหรงย่อกายคารวะคนตรงหน้า
“อย่ามากพิธี อย่ามากพิธี”ท่านอ๋องกล่าวซ้ำๆ “ไปนำเราเข้าไปข้างไหน เราอยากพูดคุยกับเ้า”ท่านอ๋องผู้ที่ดูอารมณ์ดีอย่างยิ่งกล่าว
หนิงหรงทำท่าคารวะเดินนำท่านอ๋องเพียงครึ่งก้าวก้มหน้าไม่พูดอะไรเดินตรงไปที่ห้องอักษร
ท่านอ๋องนั่งลงบนตั่งติดหน้าต่าง ด้วยท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม
หนิงหรงยืนก้มหน้ามองพื้นอย่างมีมารยาทไม่กล้าสำรวจท่านอ๋องผู้นี้ว่าบนชุดัมีกี่เล็บ
“ฟึ่บ”ท่านอ๋องสะบัดมือเป็เชิงให้ทุกคนถอยห่างออกไปหลายเมตร
“เงยหน้าขึ้น”น้ำเสียงทรงอำนาจบีบคั้นผู้คนดังขึ้น
หนิงหรงใจเต้นตึกๆนี่เป็ครั้งเเรกในชีวิตที่เคยพบเห็นผู้ทรงอำนาจอย่างแท้จริงหนิงหรงเงยหน้าแต่สายตามองที่ับนหน้าอกของท่านอ๋องไม่อาจหาญกล้าสบตาด้วยกลัวพระองค์จะเข้าใจผิดว่านางกล้าท้าทาย ับนชุดท่านอ๋องมีสี่เล็บทำท่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแต่ใบหน้ามองมาตรงๆทำให้รู้สึกเหมือนักำลังจะพุ่งเข้าใส่ลวดลายปักษ์ทั้งทรงพลัง ทั้งสมจริงจนน่าเกรงขาม หนิงหรงมองลายปักษ์ด้วยความตกตลึงเกิดมาเพิ่งเคยพบลายปักษ์ที่รามกับชีวิตเช่นนี้
“เป็อย่างไร ลายปักษ์ัเหมือนจริงใช่หรือไม่”คำถามนั้นทำให้หนิงหรงเงยหน้าสบตากับท่านอ๋องผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา อ๋องผู้นี้อายุห้าสิบกว่าแล้วแต่ใบยังดูเหมือนคนสามสิบกว่า
“ขออภัยเพค่ะ หม่อมชั้นมัวแต่ตกตะลึงจนเสียกิริยา”หนิงหรงกล่าวขออภัย และตำหนิตัวเองในขณะเดียวกันพลางย่อกายขออภัยต่อผู้สูงศักดิ์
“เฮ้อ”เสียงของท่านอ๋องถอนหายใจ “สุดท้ายเ้าก็ไม่ใช่หลานสาวข้า หงหนิงหรง”เสียงท่านอ๋องดังพึมพำเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
“ตุบ”หนิงหรงทิ้งตัวลงพื้นหมอบคารวะ
“ขออภัยเพคะ หม่อมชั้นเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าสิงร่างคุณหนูหม่อมชั้นเองก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น”หนิงหรงรีบกล่าวดูท่าว่าเยี่ยนเฟยคงเล่าให้ท่านอ๋องฟังแล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ลุกขึ้นเถอะ”เสียงท่านอ๋องฟังดูอ่อนล้า
“ขอบพระทัยเพค่ะ”หนิงหรงกล่าวเงยหน้ามองท่านอ๋องที่ดูเหนื่อยล้าด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งดูท่าคนตรงหน้าจะรักหงหนิงหรงมากจริงๆ ถึงได้มีแววตา รวมทั้งสีหน้าเศร้าโศกอ่อนล้าถึงเพียงนี้
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก”ท่านอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงเมตตาขณะมองดวงตาของหลานสาวที่ไม่เหมือนเดิม ดวงตาคู่นั้นฉายแววของคนเด็ดเดี๋ยวเข้มแข็งแบบที่หลานสาวของพระองค์ไม่มี “ข้าพอจะรู้เื่ของเ้ามาจากเยี่ยนเฟยแล้วเ้าชื่ออะไร”
“ทูลท่านอ๋อง หม่อมชั้น มีนามว่า จิวหรง เพค่ะจิวที่แปลว่าโชคชะตาหรงที่แปลว่ารุ่งเรือง”
“ชื่อดี...”อ๋องฮุ่ยชม “โชคชะตารุ่งเรืองเป็ชื่อเหมาะกับเ้ามาก สุดท้ายแล้วเ้าก็คือคนในคำทำนายนั้น”อ๋องฮุ่ยถอนหายใจ
“ขอบังอาจทูลถามท่านอ๋องว่า คำทำนายอะไรหรือเพคะ”
“ในขณะนั้นมีคำทำนายว่าบุตรีคนแรกของหงซือจงจะมีวาสนาสูงส่งกว่าผู้ครองอาณาจักร”อ๋องฮุ่ยถอนหายใจ
“ผู้เฒ่าโหรอายุร่วมร้อยปีผู้มีคำพยากรณ์แม่นราวกับตาเห็นนั้น แนะนำให้เปลี่ยนชะตา หากไม่อยากให้อาณาจักรฮุ่ยผลัดเปลี่ยนสกุลปกครองให้ส่งคนจากสกุลฮุ่ยแต่งงานกับหงซือจง เพื่อบุตรีคนแรกที่เกิดมาจะได้มาจากเชื้อสายสกุลฮุ่ยเพื่อไม่ให้สกุลหงเป็ภัยต่อราชบัลลังก์”ท่านอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงจิงจัง
หนิงหรงฟังแล้วตกตะลึงที่มีผู้กล้าฝันธงคำทำนายของตนอย่างชัดเจนเช่นนี้ ชัดเจนราวกับตาเห็น! หากคนผู้นี้เกิดในโลกของเธอ จะต้องกลายเป็หมอดูตาทิพย์ที่ผู้คนมากมายให้ความเคารพนับถือประหนึ่งเทพเ้าแน่นอน
“แล้วทำไมท่านอ๋องถึงคิดว่าคนในทำนายเป็หม่อมชั้นในเมื่อหม่อมชั้นแค่บังเอิญมาสิงร่างหลานสาวของท่านอ๋อง”หนิงหรงสงสัยเื่นี้
“เพราะสุดท้าย คนที่ครองฐานะธิดาคนแรกของหงซือจงก็คือเ้านอกจากนี้ข้าก็ให้ท่านผู้เฒ่าโหรทำนายแล้ว เขาเองก็ยืนยันว่าคนๆนั้นคือเ้าซ้ำยังพูดอีกว่า เ้ามีชะตาทำลายล้างที่รุนแรงนัก”
หนิงหรงฟังแล้วหนังตากระตุก ชะตาทำลายล้างอีกแล้วเหตุใดใครๆก็กล่าวหาว่านางเกิดมาเพื่อทำลายล้างกัน เฮ้อ...นางเป็คนที่อยู่ในศีลในธรรมนะในโลกก่อนนางเคร่งครัดในศาสนา เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระธรรมเป็อย่างดีทำไมพอข้ามมาอยู่โลกนี้ก็โดนหาว่าเป็มารร้ายแล้ว...นี่โชคชะตานางรุ่งเรืองเหมือนชื่อจิวหรงของตน หรือชะตาอาภัพกันแน่
“ถ้าเช่นนั้นท่านอ๋อง คิดจะให้หม่อมชั้นทำอย่างไรต่อไปเพคะ”หนิงหรงถาม
“ให้เ้าออกจากสกุลหง ใช้สกุลฮุ่ยแทน เป็ราชนิกูลผู้สูงส่งตัดขาดจากสกุลหงที่ชั่วช้านั่น!”อ๋องฮุ่ยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดเมื่อด่าทอสกุลหงคงจะรู้เื่ที่ ฮุ่ยเจิน ซึ่งเป็บุตรีถูกวางยาพิษตอนตั้งครรภ์จนตายแล้ว
“หม่อมชั้นยินดีทำตามรับสั่งทุกประการ”หนิงหรงกล่าวพลางเหยียดยิ้มชั่วร้ายที่อ๋องฮุ่ยเห็นแล้วต้องเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย “เพียงแต่หม่อมชั้นต้องกลับไปเหยียบสกุลฮุ่ยจัดการคนที่บังอาจทำร้าย ฮูหยินฮุ่ยและบุตรีจนเสียชีวิต อย่างสาสมเสียก่อน”หนิงหรงแผ่กลิ่นอายอาฆาตออกมา
ท่านอ๋องฮุ่ยยิ้มอย่างพึงพอใจ “นี่ถึงสมกับเป็ราชนิกูลสกุลฮุ่ย!”เขาถูกใจิญญาดวงนี้ยิ่งนัก “ต่อไปเ้าคือหลานสาวของข้าหงหนิงหรง เ้าอยากทำสิ่งใด ข้าและฮ่องเต้จะหนุนหลังเ้าเต็มที่!”อ๋องฮุ่ยประกาศ
หนิงหรงทิ้งตัวลงกราบคารวะท่านอ๋อง “ขอบพระทัยเพคะ”หนิงหรงลุกขึ้นยืนซาบซึ้งในความเมตตาที่อีกฝ่ายมอบให้นางรับรู้ว่าอ๋องฮุ่ยผู้นี้มีจิตใจเมตตา และจริงใจต่อนางไม่ได้คิดเลี้ยงดูนางไว้ในสกุลฮุ่ยเพื่อให้ราชบัลลังก์ปลอดภัย
“ข้าเสียหลานสาวไปแล้วคนนึงข้าจึงไม่อยากให้เ้าเสี่ยงอยู่ในสกุลหงต่อถึงยังไงข้าก็รู้สึกถูกชะตากับนิสัยของเ้ายิ่งนัก จนเห็นเ้าเป็หลานสาวคนนึงอีกไม่นานเ้าจะพบว่านิสัยของตัวเองเหมือนคนสกุลฮุ่ยไม่มีผิด”อ๋องฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเมตตาเอ็นดู จิวหรง ที่บัดนี้ต้องเป็ฮุ่ยหนิงหรงตลอดไป “ข้าเชื่อว่าแม้แต่ฮ่องเต้เมื่อพบเ้าแล้วก็จะถูกชะตากับเ้าเช่นกัน”พี่ชายเขา เขารู้จักดีที่สุด
ใช่แล้วนิสัยยิ่งผยอง ถือดีในตนเองอย่างไรเล่าที่นางมี! นิสัยที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะได้รับการก้มหัวจากผู้คนหากเป็ผู้อ่อนแอมีนิสัยเช่นนี้ย่อมได้รับการดูถูกเหยียดหยาม
“ต่อไปข้าจะกตัญญูต่อท่านอ๋อง และสกุลฮุ่ยประหนึ่งท่านอ๋องคือญาติผู้ใหญ่ของข้าอย่างแท้จริง”หนิงหรงกล่าววาจาด้วยความหนักแน่นมั่นคง
“ดี ดีมาก”อ๋องฮุ่ยยิ่งคุยก็ยิ่งชอบเด็กสาวคนนี้
“ต่อไปเ้าก็เรียกข้าท่านตาเถอะ ไม่ต้องเรียกท่านอ๋องแล้ว”อ๋องฮุ่ยกล่าวอย่างเมตตา “ไหนเรียกข้าท่านตาสิ”
“เ้าคะท่านตา”หนิงหรงเรียกด้วยความเขินอายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวได้คล่องปากขึ้น “ข้าจะกตัญญูต่อท่านตาไม่ทำให้ท่านตาต้องผิดหวังเ้าคะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะท่านอ๋องดังก้อง จนองค์รักษ์ที่ถอยห่างไปไกลได้ยินเสียงพวกเขามองหน้ากันอย่างยินดี ก่อนหน้านี้หลังจากเยี่ยนเฟยกลับมา ท่านอ๋องอารมณ์ร้ายสีหน้าดำทะมึนตลอดเวลา เอาแต่กล่าวว่าจะฉีกอกแม่ทัพหง หากไม่ได้ ซื่อจื่อ(เป็ชื่อตำแหน่งผู้สืบถอดบรรดาศักดิ์อ๋อง)ห้ามไว้เห็นทีจวนแม่ทัพคงพินาศไปแล้ว
ท่านอ๋องใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวันสนทนากับหนิงหรงจนตะวันบ่ายคล้อยก็จากไปแต่พระองค์ก็ไม่ลืมแจ้งต่อองค์รักษ์ที่คุมครองหนิงหรงและเสี่ยวเมิ่งว่าต่อไปนี้ให้ถือว่าหนิงหรงผู้มาสิงร่างคือคุณหนูของจวนอ๋องอย่างแท้จริงและตรัสว่าจะพระราชทานรางวัลให้ทุกคนตามความดีความชอบ
นอกจากนี้พระองค์ยังเรียกถางอี้เหรินมาเข้าเฝ้าตรัสว่าจะพระราชทานรางวัลพร้อมฮ่องเต้เพื่อเป็รางวัลที่ถางอี้เหรินทุ่มเทฝึกสอนวรยุทธแก่หลาานสาวของพระองค์จนก้าวหน้า
ภายในวันเดียวบุญหล่นทับหนิงหลงมหาศาลจนคิดว่าตนฝันไปมีบุญได้พบท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ แถมท่านอ๋องยังนับเธอเป็หลานสาวอีกด้วย ์คิดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็เื่จริงไหนจะเื่ที่จะมีโอกาสได้พบฮ่องเต้ผู้สูงส่งอีก
ดูท่าว่าบุญหล่นทับครั้งนี้คงมีคนมากมายที่อยากให้บุญเช่นนี้หล่นทับตัวเองบ้าง
ตอนนี้นางรวยแล้ว! ทั้งอำนาจทั้งเงินทองล้วนอยู่ในกำมือนางทั้งสิ้นฮ่า ฮ่า สกุลหงเอ๋ย รีบมาเถิดข้าจะเหยียบเ้าไว้ใต้เท้าอย่างสาสม!