เดิมทีจ้าวตงหานบอกว่าตนเองเป็ลูกสาวของตระกูลจ้าวด้วยเหตุนี้จึงทำให้มู่อี้เฉินเข้าใจผิดว่าคู่หมั้นนั้นคือเธอ
ซึ่งตอนนั้นเขาเองก็ยังคิดว่าเธอกับเขาจะเป็เหมือนกันหรือไม่ที่รังเกียจการจับคู่ดูตัวจากคนที่บ้าน?
ถ้าหากว่าเป็แบบนั้นจริง ก็นับว่าเื่ที่เธอทำลงไปนั้นมีเหตุมีผลอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อมาระหว่างสองคนได้เกิดเื่ราวความสัมพันธ์อันสนิทสนมขึ้นมา
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรครั้งแรกของเธอก็เป็ของเขาแล้วเื่แบบนี้ไม่ใช่เื่เล็กๆ เลยสำหรับผู้หญิงซึ่งเอามาหักลบเื่ที่เธอทำผิดเอาไว้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจปล่อยเธอไป
เธอน่าสนใจมากจริงๆ อีกทั้งรสชาติหอมหวานนั่น จนทำให้เขาที่แต่แรกจะปฏิเสธแผนการของคุณพ่อกลับมาโผล่ที่นี่ได้ก็ไม่ใช่เพราะเธอหรอกหรืออย่างไร?
เขาคิดแม้กระทั่งที่ว่าถ้าหากเื่ราวออกมาเป็เช่นนี้ก็คงดีไม่น้อย
คิดไม่ถึงเลยว่าเป็เขาที่ทำอะไรผิดพลาดไปเสียแล้ว
คนที่หมั้นกับเขากลับกลายเป็อีกคนหนึ่งขนาดจ้าวตงหานเองยังพูดว่าที่เธอทำมาทั้งหมดเป็เพราะว่าอิจฉาพี่สาวของเธอเองโดยเฉพาะยิ่งตอนฟังเธอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฉันไม่เคยชอบคุณ” “ไม่เคยคิดอยากจะแต่งงานกับคุณเลย” “เื่นั้นมันเป็เื่ที่ผิดพลาด” เขารู้สึกเหมือนว่าในใจมันหวิวๆ แตกสลายอย่างไรก็ไม่รู้
ที่แท้เธอก็คิดอย่างนี้นี่เอง
พวกเขาเคยผ่านคืนวันอันเร่าร้อนบ้าคลั่งแต่งดงามมาด้วยกันแต่เธอกลับพูดอย่างคล่องปากว่าให้เขาลืมเื่นั้นไปเสียและต่อไปก็ให้ทำเหมือนคนที่เดินสวนกันผ่านไปมาว่าเราไม่รู้จักกัน!
เธอทำร้ายเขาแต่เขาก็ไม่คิดมากและอีกอย่างก็เป็ครั้งแรกของเธอ
แต่เธอเองก็ไม่รู้เลยว่านี่ก็เป็ครั้งแรกของเขาเองเช่นกัน
แต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใส่ใจใดๆแล้วก็ตามที ผู้ชายอย่างเขากลับคิดถึงอยู่ตลอดเวลานี่มันดูเหมือนในอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ เลยสินะ?
ดวงตาที่ดำขลับอยู่ก่อนหน้านี้กลับมืดมิดยิ่งกว่าเก่ามู่อี้เฉินถอยหลังออกไปสองก้าว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่ำว่า
“ได้ แต่ว่าคุณอย่าลืมตอนจบของนิทานเื่นั้นละ แผนการของนางร้ายก็ไม่สำเร็จและสุดท้ายเ้าชายก็ได้ครองคู่กับนางซินฯเช่นเดิม
ถ้าหากรู้แต่แรกว่าคุณไม่ใช่เธอแล้วละก็ผมก็จะไปหาผู้หญิงคนอื่นมาสักคนและจะไม่แตะต้องคุณแม้แต่ปลายก้อย ในเมื่อมันเป็ ‘ความผิดพลาด’ งั้นคงต้องกลับมาทำให้มันถูกต้องให้ได้ ผมเตือนคุณไว้ก่อนนะอย่าคิดทำอะไรเหลวไหลอีก ถ้าเกิดว่าทำอะไรมากระทบเื่ของผมไม่ราบรื่นแล้วละก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจแล้วกัน จะให้ดีก็อย่ามาสงสัยในคำพูดของผมอีก!
หลังจากที่พี่สาวของคุณแต่งงานกับผมแล้วพวกเราคงเลี่ยงพบกันยาก พอถึงเวลานั้นจริงๆ ก็คงทำอย่างที่คุณ้าพวกเราทางใครทางมัน น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง หวังว่าคุณก็จะรู้ตัวเองดีเช่นกัน”
มู่อี้เฉินเป็คนที่ทั้งเ็าทั้งเอาแต่ใจตนเองแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขานั้นเป็คนโง่
เขาเข้าใจมาโดยตลอดว่า ถ้าหากไม่ได้รักกันด้วยใจจริงอีกฝ่ายหนึ่งก็จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดภาระความรับผิดชอบขึ้นมา
เขาหยิ่งยโส ดังนั้นเขาจึงดูถูกพวกความรักแรกพบอะไรทำนองนี้
หลังจากที่เขาพูดในสิ่งที่อยากพูดจนหมดแล้วเขาก็ผลักประตูเหล็กออก แล้วเดินจากไป เสียงประตูที่ปิดลงพร้อมกับเงาร่างสูงที่หายลับไปจากสายตาของเธอ
จ้าวตงหานยืนนิ่งไม่ขยับ งงงันอยู่ชั่วขณะ
นี่ั้แ่เธอรู้จักมู่อี้เฉินมาเป็ครั้งแรกที่ฟังเขาพูดได้ยาวขนาดนี้
บัญชีแค้นระหว่างพวกเขาได้ชำระลงแล้วมู่อี้เฉินคงไม่มายุ่งอะไรกับเธออีก เธอควรจะถอนหายใจได้อย่างโล่งอกโล่งใจสินะ?
ว่าแต่ว่าคำพูดคำจาของเขาในวันนี้ดูเหมือนเคร่งขรึมไปมากโขทุกคำพูดราวกับตะปูที่ตอกลึกเข้าไปในใจของเธอ อกรู้สึกถึงความโหวงๆ โล่งๆทั้งในใจยังรับรู้ได้ถึงความอ้างว้างขึ้นมา
เป็เพราะห่วงว่าพี่สาวจะแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบและจะไม่มีความสุขแน่ๆดังนั้นเธอจึงมีความรู้สึกเช่นนี้!
อืม มันต้องเป็แบบนี้แน่นอน
เธอสู้มู่อี้เฉินไม่ได้ดังนั้นเื่ของพี่สาวเธอต้องคิดหาวิธีใหม่แล้วละ
ได้ไม่ได้อย่างไร ค่อยกลับไปคุยกับคุณพ่ออีกครั้งแล้วกัน!
เขียนโน้ตทิ้งข้อความไว้ให้จ้าวเซี่ยหน่วนจ้าวตงหานก็ออกจากโรงแรมไป แล้วกลับไปยังบริษัท
เธออยู่ในตระกูลจ้าวกรุ๊ปเพียงรับผิดชอบตรวจสอบบัญชีเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีงานจัดเก็บเอกสารยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การออกไปพบลูกค้าข้างนอกเธอนั้นไม่มีความจำเป็ต้องออกไปเลย ในส่วนการบริหารและการจัดการวางแผนงานต่างๆเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาวุ่นวาย
สิ่งที่เธอได้ทำงานอยู่ในตระกูลจ้าวทั้งหมดก็เพราะว่าจ้าวเซี่ยหน่วนไม่ชอบงานในบริษัทแม้สักนิดเวลาทั้งหมดตกไปอยู่กับการวาดภาพที่เธอชอบ
กิจการของตระกูลจ้าวใหญ่ขนาดนี้จะอาศัยแค่สองสามีภรรยาจ้าวฝานคงไม่ไหว
ดังนั้นจ้าวฝานจึงวางแผนให้จ้าวเซี่ยหน่วนเรียนการจัดการบริษัทขนาดขึ้นมหาวิทยาลัยยังให้เธอสอบสาขาวิชาการบริหารอีกและเพื่อที่จะให้เธอมีกะจิตกะใจเรียนบริหารจึงนำพวกอุปกรณ์วาดภาพของเธอทิ้งไปทั้งหมด
ด้วยที่ไม่อยากเห็นพี่สาวเสียใจจ้าวตงหานจึงอาสาตัวเองเข้าช่วยงานที่บริษัทแทนและรับปากว่าทุกวันหลังจากเลิกงานจะกลับมารายงานสถานการณ์ในบริษัทให้พี่สาวได้รับรู้เสมอวิธีนี้สามารถทำให้จ้าวเซี่ยหน่วนค่อยๆ เรียนรู้ไปได้อีกทั้งยังค่อยๆเพิ่มความรู้สึกสนใจในงานบริษัทให้แก่เธอ
อย่างไรแล้วเื่แบบนี้ก็ไม่สามารถบังคับกันได้จ้าวฝานเองก็ขบคิดอยู่นาน จนสุดท้ายรับปากตกลงจ้าวตงหานอย่างเสียไม่ได้
ถึงแม้ว่าพ่อบุญธรรมของเธอเห็นด้วยว่าให้ไปช่วยงานที่บริษัทแต่ว่าก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับเธอสักเท่าไหร่เพียงแต่ให้ตำแหน่งผู้ช่วยท่านประธานแก่เธอเท่านั้นซึ่งแต่ละแผนกนั้นมีคนรับผิดชอบงานอยู่ก่อนหมดแล้วงานที่เธอทำอาจจะเรียกได้ว่ามีหรือไม่มีก็ได้
แม้จะเป็เช่นนี้ แต่ในใจของเธอก็ยินดีอยู่ไม่น้อยอย่างไรก็ตามทีพี่สาวของเธอก็สามารถวางมือไปทำสิ่งที่ตนเองอยากทำได้แล้ว
น้ำในแก้วนั้นกินหมดแล้วผู้ช่วยท่านประธานเองไม่มีเลขาฯส่วนตัวตัวเธอเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินต่อการไปรบกวนคนอื่นด้วยเื่เล็กน้อยเพียงเท่านี้ดังนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปที่ห้องกดน้ำ
“เอ้ยๆ ผู้ช่วยจ้าวคนนั้นเป็ใครมาจากไหนอะ? ดูคนอื่นๆ วันๆ ยุ่งจะตายมีแต่เธอที่นั่งอยู่ในบริษัทได้อย่างสบายอกสบายใจ มันดูไม่ยุติธรรมเลยนะ!”
“ก็แกเพิ่งมาจะไปรู้อะไร! ฉันจะบอกให้นะ เธอไม่ธรรมดานะจะบอกให้! แกดูรูปร่างหน้าตาเธอสิอย่างกับนางจิ้งจอกแน่ะ! ฉันอยู่บริษัทนี้มาห้าปีแล้วนะบอกได้เลยว่าวุฒิการศึกษากับประสบการณ์งานของฉันดีกว่าเธอเยอะลำบากแทบตายกว่าจะได้ขึ้นมาเป็ผู้จัดการเธอมาถึงที่นี่วันแรกก็ได้นั่งตำแหน่งผู้ช่วยท่านประธานแล้วได้ยินนะว่าคุณจ้าวเป็คนพาเธอเข้ามาเองกับมือ!”
“มิน่าล่ะ ที่แท้ก็มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับคุณจ้าวนี่เอง...”
“แหงละผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเรามีใครไหนบ้างไม่จบมาจากสถาบันดังๆมีแต่เธอนั่นแหละที่ไม่ใช่ เอาจริงนะคนแบบเธอถ้าจะเข้ามาสัมภาษณ์เองเลยละก็กลัวว่าแค่ประตูบริษัทยังเข้าไม่ได้เลยมั้ง ดูเธอสิเข้ามาก็เป็ผู้ช่วยท่านประธานอย่างง่ายดายไม่แน่ว่าอาจจะใช้ร่างกายมาอาศัยทำให้ปีนถึงตำแหน่งนี้ก็ได้นะ!”
ผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างในยังคุยกระซิบกระซาบกันต่อไปและก็ไม่รู้ตัวว่าคำพูดเ่าั้ถูกจ้าวตงหานที่ยืนอยู่ข้างห้องกดน้ำได้ยินแล้วทั้งหมดเต็มสองรูหูอย่างชัดเจน
เธอนี่นะเป็นางจิ้งจอก? เกิดมาหน้าเธอก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว และโทษเธอนี่นะ?
มีวันไหนบ้างที่เธออยู่อย่างสบายๆ? เพื่อให้พี่สาวได้ทำเื่ที่ตัวเองชอบอย่างสบายใจแล้วเธอทำงานอยู่ที่บริษัทอย่างขยันขันแข็งมาโดยตลอด
เธอยอมรับว่าตำแหน่งที่เธอได้อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอาศัยความสัมพันธ์จากครอบครัวแต่จะให้เธอทำไงได้ล่ะ
จ้าวตงหานถอนหายใจอย่างเงียบๆและเดินถือแก้วเปล่าหมุนตัวออกจากห้องกดน้ำไป
เดินจนมาถึงเครื่องขายอัตโนมัติจึงกดซื้อน้ำแร่มาขวดหนึ่ง
เื่วุ่นวายเยอะขึ้นไม่สู้ให้เื่น้อยลงเื่หนึ่งถ้าหากว่าเธอเดินก้าวเข้าไปในห้องตอนนั้น ทุกคนจะไม่พอใจแน่ๆ
หากเธอไปคุยกับฝ่ายบุคคลสักเล็กน้อยหรือแม้จะให้พวกเธอออกจากบริษัทนี้ไปก็ไม่ใช่เื่ยาก
แต่หลังจากนั้นล่ะ? กลัวว่าจะเกิดข่าวลือไม่ดีกับเธออีกมากมาย!
ถ้าเื่ราวได้ยินไปถึงหูของพ่อบุญธรรมแล้วละก็ ไม่ใช่จะเพิ่มเื่วุ่นวายให้เขาหรอกหรือ?
พวกเธออยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ! ยังไงเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้วคิดเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน
จริงๆ แล้ว พวกคำนินทาว่าร้ายพวกนี้เธอไม่ใช่ว่าเคยได้ยินครั้งแรกสักหน่อย
พวกที่ชอบนินทาคนอื่นลับหลังคำพวกนี้ไม่น่าฟังยิ่งกว่าวันนี้ที่ได้ยินเสียอีก
โชคดีที่เธอไม่ชอบวุ่นวายเก็บอะไรมาใส่ใจนอกเสียจากเื่ที่เกี่ยวกับจ้าวเซี่ยหน่วนแล้ว เื่อื่นล้วนไม่เก็บมาใส่ใจเพราะอย่างนี้เธอจึงไม่ได้รู้สึกอะไรมากเท่านั้นเอง
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwriteด้วยน้า