รถม้าเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตของทะเลสาบไซโนโกะใน่แปดโมงเช้าของวัน แสงตะวันยามสายอุ่นขึ้นกว่าตอนเช้าเล็กน้อย เสียงนกร้องดังสลับกับเสียงของใบไม้ที่กำลังลู่ลมโอนเอนกระทบกันเบาๆ ไปตามสายลมที่พัดผ่าน คิโยชิมองภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยดวงตาที่เบิกขึ้นด้วยความตื่นเต้น เส้นขอบฟ้าที่มีปุยเมฆขาวลอยละล่องอยู่บางๆ ตัดกับขอบของทิวไม้สวยที่ขึ้นเป็แนวยาวทำให้ร่างเล็กเริ่มอยากที่จะนำมันมาเป็ฉากหลังในภาพวาดของเขา ผืนน้ำกว้างสะท้อนแสงแดดแพรวพราวระยิบระยับคล้ายกับอัญมณีชั้นดีที่ธรรมชาติสรรค์สร้างเบื้องหน้าทำให้คิโยชิตัดสินใจบอกให้คนขับรถม้าชะลอรถลง รถม้าคันสวยค่อยๆ จอดตัวลงอย่างนิ่มนวลตามคำสั่ง ประตูรถม้าที่ทำจากไม้สลักเป็ลายสวยงามถูกเปิดออก เคนตะก้าวลงมาพร้อมกับคิโยชิที่เดินลงมาตามหลัง รองเท้าเกี๊ยะไม้สีอ่อนเหยียบลงที่พื้นหญ้าต้นสั้นๆ สีเขียวขจีที่กำลังลู่น้อยๆ ไปตามสายลมอ่อนโยน ดวงตากลมโตมองไปรอบกายราวกับพึงพอใจกับสถานที่แห่งนี้เป็อย่างมาก เขาเดินเข้าไปหาคนขับรถม้าก่อนจะยื่นถุงเงินให้แล้วเอ่ยสั่ง
"กลับมารับข้าอีกที่เย็น ระหว่างนี้ก็ไปหาอะไรทำในเมือง ข้า้าสมาธิ" คนขับรถม้ายื่นสองมือออกไปรับเงินแล้วค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม เขารีบกุลีกุจอช่วยเคนตะขนอุปกรณ์วาดภาพและตะกร้าใส่กล่องข้าวขนมนมเนยวางลงบนผืนผ้าสีน้ำเงินสะอาดที่ถูกวางรองไว้บนพื้นหญ้าอีกที เมื่อขนของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คนขับรถม้าก็เอ่ยลาก่อนจะเดินทางออกไปจากบริเวณของทะเลสาบมุ่งหน้าไปยังเมืองที่อยู่ไม่ไกลนักตามที่ผู้เป็นายสั่ง คิโยชิและเคนตะมองรถม้าที่แล่นออกไปจนลับสายตา ทั้งสองหันมามองกัน รอยยิ้มสวยที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหวานทำให้เคนตะโน้มตัวเข้าไปจุมพิตลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มให้หายคิดถึง แขนแข็งแรงโอบอุ้มช้อนเอาคนตัวเล็กขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็วทำเอาร่างบางร้องเสียงหลงก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างมีความสุข
เคนตะอุ้มคิโยชิพร้อมกับเดินไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนตัวเล็กเลือกวิวทิวทัศน์ที่ตนเองอยากจะวาด แขนเล็กโอบรอบคอของร่างสูงเอาไว้ สายตาหวานหยดย้อยที่กำลังมองเขาทำให้เคนตะหัวเราะหึแล้วเอ่ยถามเสียงอ่อนโยนแกมขำขัน
"เลือกวิวได้หรือยังขอรับ" คิโยชิหัวเราะคิก นิ้วเรียวยาวจิ้มเข้าไปที่แก้มของคนตรงหน้าแล้วลากไปยังริมฝีปากได้รูป
"ก็ข้าอยากมองท่านพี่ก่อนแล้วค่อยเลือกยังไงล่ะ" คำพูดนั้นทำให้เคนตะขำพรืด ใบหน้าคมหันมามองคนตัวเล็กที่ทำตัวเป็คุณหนูแสนซนขี้แกล้ง เสียงทุ้มเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
"ยอมให้มองก็ได้ขอรับ เพราะว่าข้าเองก็มองท่านมาตลอดทั้งคืนแล้ว" สายตาคมหรี่ลงแฝงความเ้าเล่ห์ที่ซุกซ่อนทำให้ริ้วแดงแล่นขึ้นมายังแก้มนุ่มแทบจะในทันที คิโยชิหันหน้าไปทางอื่นปิดซ่อนความเขินอายพลันสายตาก็มองไปเห็นต้นไม้ใหญ่ขนาดหลายคนโอบที่ยืนต้นอยู่อย่างเดียวดาย รอบๆ บริเวณมีไม้เลื้อยขนาดสูงเท่าเอวขึ้นอยู่โดยรอบ นิ้วเรียวชี้ไปยังต้นไม้นั้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
"ตรงนั้นไงท่านพี่! ไปตรงนั้นกันเถอะ" เคนตะหัวเราะหึแล้วทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าไม้เลื้อยเ่าั้เกาะอยู่กับต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นอยู่โดยรอบ ระหว่าง่ห่างของแต่ละต้นจะมีช่องว่างขนาดพอเหมาะให้สามารถข้ามเข้าไปนั่งได้ คิโยชิหันไปมองภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เผยให้เห็นเส้นขอบฟ้าพร้อมกับทิวไม้หลากสีบวกกับเกาะกลางเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีพื้นหญ้าและต้นไม้ขึ้นเอนอยู่น้อยๆ ทำให้เขาตัดสินใจได้ในทันที
"เอาตรงนี้แหละ" เคนตะยิ้มบาง
"ขอรับ" ค่อยๆ วางคนตัวเล็กลงให้ยืนบนพื้นก่อนจะรีบจัดแจงสถานที่อย่างรวดเร็ว ผ้าผืนใหญ่สีเข้มถูกปูลงตรงพื้นที่ระหว่าง่ต่อของต้นไม้ขนาดย่อม อุปกรณ์วาดภาพและของว่างถูกจัดเตรียมเสร็จอย่างรวดเร็วราวกับว่าเป็งานง่ายๆ ที่ร่างสูงทำมันบ่อยเสียจนชินมือ คิโยชิถอดรองเท้าแล้วเข้าไปนั่งลงตรงที่ถูกจัดไว้ให้ เขานั่งหลังตรง ดวงตากลมโตมองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งๆ ราวกับกำลังพินิจบางสิ่ง ผ่านไปครู่หนึ่ง มือบอบบางก็เริ่มจับพู่กันแล้วจัดการวาดภาพด้วยความตั้งอกตั้งใจ เคนตะนั่งเงียบๆ พร้อมกับมองดูคนตัวเล็กไปด้วยอย่างเพลินตา คิโยชิที่กำลังมีสมาธิทำสิ่งที่ชอบอย่างมุ่งมั่นตั้งใจทำให้เคนตะรู้สึกว่ายามนี้คนตรงหน้าช่างมีเสน่ห์น่าหลงใหลเหลือเกิน เส้นผมสีน้ำตาลที่พลิ้วเบาๆ ไปตามแรงลมอ่อนโยนบวกกับผิวกายขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ต้องกับแสงอาทิตย์ยามสายนั้นทำให้เขาดูงดงามราวกับนางฟ้านาง์ที่มาจุติยังโลกมนุษย์ ยิ่งอยู่ด้วยก็ยิ่งหวั่นไหว ไม่อาจแบ่งใจไปรักใครคนอื่นได้อีก คิดพลางดวงใจที่พองโตไปด้วยความรักที่มีต่อร่างบางจนล้นในดวงใจ
นิยายอัพเป็ประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ