นึกไม่ถึงว่าแค่ทำเช่นนี้ก็ทำให้หลงอวี่ซีโมโหได้แล้วหลงเหยียนรู้สึกทะนงมาก
“เป็นหญิงที่อกใหญ่แต่ไร้สมองอย่างที่คิดจริงๆ รีบร้อนอยากฆ่าข้าเพียงนั้นดูท่าข้าจะใจอ่อนไม่ได้แล้วเช่นกัน”
หลงเหยียนมองผู้คนที่อยู่รอบตัวนอกจากสายตาอของบิดาที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยแล้วคนอื่นต่างแสดงสีหน้าเหยียดหยาม เห็นตนเป็นเหมือนตัวตลก
ลุงใหญ่หลงห้าวมองหลงอีแล้วเอ่ยเบาๆ“ไม่รู้เพราะเหตุใดเจ้าเหยียนเอ๋อถึงเกลียดแค้นซีเอ๋อเพียงนี้หลังกลับไปข้าต้องพูดกับนางสักครั้ง เป็นถึงพี่ใหญ่ เพราะอะไรต้องถือสาผู้เป็นน้องเช่นนี้”
หลงอีถอนหายใจ“เด็กคนนี้ทะนงตนตั้งแต่เด็ก ไม่มีวิญญาณยุทธ์ อยู่เป็นตัวตลกในตระกูลเสมอมาท่าทางที่ไม่ย่อท้อของเขาทำให้ข้าเป็นห่วงมาก เพิ่งไล่เขาออกไปกลับมีวิญญาณยุทธ์แล้ว ไม่เห็นผู้ใดในสายตาความจริงข้าหวังให้เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไปตลอด แต่เขากลับไม่เข้าใจข้าหวังว่าจะบาดเจ็บเล็กน้อย จากนี้ไปจะได้เจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง...”
“น้องสาม รีบดูเร็ว พวกเขากำลังจะลงมือแล้ว บนตัวของเหยียนเอ๋อมีแสงจางๆหรือเขาฝึกวิชาอะไรมาอย่างงั้นหรือ? ถึงกระนั้นข้าสัมผัสดูแล้ว ตอนนี้เขามีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่สี่ มีวิชาการต่อสู้แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสี่ยวซีอยู่ดี”
หลงอีส่ายหน้าพลางก็นึกในใจ “นั่นคือความแตกต่างสองขั้นเขียวนะเพราะเหตุใดเขาถึงหัวรั้นเพียงนี้”
...
บนสนามประลองหลงอวี่ซีระเบิดพลังระดับชีพมังกรขั้นที่หกออกมาแล้ว พลังที่มหาศาลกดทับตัวของหลงเหยียนหลงเหยียนมีกายสุริยะปกป้อง ทำให้เวลานี้ยังไม่มีอะไรน่าตื่นตระหนก
หลงเหยียนกัดฟันแววตาคมคายคล้ายใบมีด เชือดเฉือนผ่านร่างกายนาง
“หากเป็นไปได้ ข้าจะฉีกเสื้อผ้าเจ้าออกให้หมดดูสิว่าภายใต้ชุดสตรีนี้เป็นร่างของหญิงสาวหรือไม่ เพราะเหตุใดถึงได้โหดร้ายกับข้าถึงเพียงนี้”
มองสีหน้าของหลงเหยียนหลงอวี่ซีก็พูดอย่างเย็นชา “หลงเหยียน เจ้าช่างหน้าไม่อายวันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าจุดจบของคนที่ถูกไล่ออกจากตระกูลมันอนาถเพียงใด”
หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงเขารู้ว่าจะประมาทหญิงตรงหน้าไม่ได้
เขาระเบิดพลังแห่งหยางออกมาวินาทีนี้ แววตาเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงที่เยือกเย็นและคมกริบหลงอวี่ซีถูกแสงนี้กระแทกตัว ร่างกระตุกเล็กน้อย แล้วลำแสงที่คมกริบก็สลายไป
“กลยุทธ์แบบนี้น่ะหรือเหมาะกับการเป็นคู่ต่อสู้ข้าครั้งก่อนตอนเห็นเจ้าใช้หมัดลงทัณฑ์ก็ดี แต่วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าอะไรคือความน่ากลัวของหมัดลงทัณฑ์ที่แท้จริง”
หลงอวี่ซีชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวพลังปราณม้วนรอบตัว พละกำลังระดับชีพมังกรขั้นที่หกระเบิด วินาทีต่อมาคล้ายเป็นคลื่นลมที่รุนแรง ร่างกายพุ่งเข้ามาหาหลงเหยียนด้วยความเร็วหมัดที่หลอมไปด้วยพลังปราณระยิบระยับอย่างหาใดเปรียบ มันก่อตัวกลายเป็นหมัดจางๆแล้วฟาดลงมาที่ตัวหลงเหยียน
“หมัดลงทัณฑ์? เจ้านึกว่ามีเจ้าคนเดียวที่ฝึกวิชานี้บรรลุหรือ?ข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าหรอก” หลงเหยียนยืดตัวตรงจากนั้นก็ออกแรงที่เท้าหลังแรงๆ ร่างพุ่งเข้าไปทางหลงอวี่ซีคล้ายลูกกระสุนพลังที่ระเบิดออกไปนั้นไม่ด้อยกว่าหลงอวี่ซีเลย
“หมัดลงทัณฑ์” พลังทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน
เมื่อการปะทะนี้เกิดขึ้นผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงตกใจอย่างที่สุด
“ดี ไม่เลวเลยจริงๆอาศัยพลังปราณของตนในการใช้หมัดลงทัณฑ์ระดับชีพมังกรขั้นที่สี่ให้แข็งแกร่งเช่นนี้”
คนที่บรรลุหมัดลงทัณฑ์ต่างก็อ้าปากค้างรู้สึกประหลาดใจมาก ยิ่งไปกว่านั้นแม้กระทั่งหลงอีผู้เป็นบิดาของหลงเหยียนยังกล่าวชมอย่างอดไม่ได้
“ที่แท้เจ้าก็ซ่อนพละกำลังมาตลอดพลังปราณไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังปราณของหลงอวี่ซีเลยไม่แปลกใจเลยที่เขากล้าท้าทายนาง” หลงอีตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ภายใต้ความตื่นเต้นหลงอีกลับเป็นกังวล “ถึงแม้พลังปราณของเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่ในด้านระดับพลังอย่างไรเสียเขาก็สู้หลงอวี่ซีไม่ได้ เกรงว่าในระยะยาว อวี่ซีต้องใช้วิชาอื่นถึงตอนนั้นเขาคงสู้ไม่ไหว”
หลงเหยียนในตอนนี้ถูกพลังกระแทกจากหลงอวี่ซีทำให้มือชาเลือดพลุ่งพล่านแทบทะลักออกมา ทว่าเขากลั้นเอาไว้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่ยอมแพ้เวลานี้หลงเหยียนรู้แล้วว่าความแตกต่างของขั้นพลังนั้นมากแค่ไหน หากปล่อยแบบนี้ต่อไปเกรงว่าพลังปราณของเขาคงไม่เพียงพอส่วนพลังในกายของนางนั้นมีมากยิ่งกว่า
เมื่อนึกถึงข้อนี้หลงเหยียนก็เริ่มใช้จิตขับเคลื่อนพลังหยาง ยืมพลังจากแสงอาทิตย์ที่มหาศาลดูดซึมเข้ามาเป็นพลังหยาง พลังปราณส่วนหนึ่งค่อยๆไหลเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปเมื่อครู่
หมัดลงทัณฑ์ถูกเหวี่ยงออกมาติดต่อกันหลายครั้งเพราะมีพลังปราณที่แข็งแกร่งอยู่ภายในกาย หลงเหยียนรู้ดีอยู่แล้วการโจมตีเมื่อครู่ลดพลังปราณของเขาไปมากเท่าไร เพียงระยะเวลาไม่กี่อึดใจการดูดซึมพลังแสงอาทิตย์เปลี่ยนมากลายเป็นพลังปราณไม่อาจเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้
เขาฝืนเดินไปตรงหน้าหลงอวี่ซีแสดงสีหน้าราบเรียบ ไม่ร้อนรน หลงอวี่ซีระเบิดพลังอีกครั้ง พลังปราณในมือมหาศาลนางระเบิดเสียงคำราม
“หลงเหยียน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าครั้งนี้เจ้ายังทนหมัดลงทัณฑ์จากข้าได้อีกครั้งนี้ ข้าต้องล้มเจ้าลงให้ได้ ให้เจ้าลุกขึ้นไม่ได้อีก” นางไม่พูดให้เสียเวลาเพราะอยากจบการประลองในระยะเวลาอันสั้น ทำให้หลงเหยียนขายหน้าจนไม่มีที่ยืน
แต่นางคิดผิดแล้วหลงเหยียนมิได้มีพลังปราณที่มหาศาลเท่านั้น แต่หลังจากปะทะกันแล้ว เขาไม่ล้มลงแค่นั้นก็ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างตกตะลึงแล้ว และครั้งนี้หลงอวี่ซีไม่ปล่อยให้หลงเหยียนมีเวลาพักอีก
หมัดตามมาด้วยความเร็วหลงเหยียนก็โจมตีเช่นเดียวกัน
หมัดลงทัณฑ์ถูกปล่อยออกมาติดต่อกันสามครั้งหลงเหยียนเพียงแค่ถอยหลังหนึ่งก้าว ส่วนหลงอวี่ซีทรงตัวยืนไม่ไหว เซถอยหลังสองก้าว
ครั้งนี้ไม่เพียงแค่คนในตระกูลหลงเท่านั้นที่ประหลาดใจแม้กระทั่งผู้อาวุโสแห่งตระกูลที่อยู่บนแท่นสูงสามเมตรยังตื่นตระหนก“จริงหรือเนี่ย เหยียนเอ๋อมีพลังระดับชีพมังกรขันที่สี่เท่านั้นเพราะเหตุใดเขาถึงรับแรงโจมตีได้ติดต่อกันสามครั้งแถมยังใช้หมัดลงทัณฑ์ได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ไม่ธรรมดาเลย”
บรรพบุรุษนักพรตพยายามนึกย้อนตอนที่หลงเหยียนอยู่ในตำหนักทดลองวิญญาณยุทธ์ เขาไม่มีวิญญาณยุทธ์เลยแม้แต่น้อยไม่รู้เพราะอะไรถึงได้วิญญาณยุทธ์มา อีกทั้งในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนสามารถฝึกจนถึงชีพมังกรขั้นที่สี่แถมยังรับมือหลงอวี่ซีที่มีพลังชีพมังกรขั้นที่หกได้ด้วย
“นี่เป็นพรสวรรค์ระดับไหนกัน ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากระเบิดหมัดลงทัณฑ์ติดต่อกันสามครั้งพลังปราณพุ่งทำลายเส้นพลังในร่างกายอย่างต่อเนื่อง พละกำลังเต็มเปี่ยมท่าทางไม่เหมือนคนอ่อนแรงเลย พระเจ้า นี่สินะผู้อัจฉริยะที่แท้จริง”
แววตาของบรรพบุรุษแห่งตระกูลหลงเต็มไปด้วยความยินดีนั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าการที่ให้ความสำคัญกับหลงเหยียนเป็นเรื่องที่ถูกแล้วหากวันนี้มีคนไม่เห็นด้วย ไม่รับหลงเหยียนกลับเข้ามามันต้องเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของตระกูลเป็นแน่ เพราะชาตินี้ไหนเลยจะรู้ว่าจะมีอัจฉริยะระดับนี้ปรากฏได้อีกหรือไม่
ไม่เพียงแค่ผู้อาวุโสเท่านั้นหลงอีเองก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ถูกแล้ว หลงจ้านที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่างก็ลุกขึ้นยืนสีหน้าพวกเขาดูตกตะลึงมาก มองเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตรงหน้าด้วยความโกรธกริ้ว
เดิมทีนึกว่าหลงอวี่ซีจะสามารถสั่งสอนเจ้าหมอนี่ได้บ้างแต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะรับการโจมตีสามกระบวนได้อีกทั้งเขาในตอนนี้มีพลังชีพมังกรขั้นที่สี่เท่านั้น
“อย่าเพิ่งได้ใจไป!” หลงอวี่ซีแสดงสีหน้าเยือกเย็นดั่งหิมะสายตาเต็มไปด้วยความโมโหที่ต่างจากนิสัยนาง
พลังปราณค่อยๆรวบรวมไว้ที่มือ พลังปราณของนางแข็งแกร่งและมหาศาล
“เจ้าหมอนี่ทำลายสิ่งที่ข้าคิดมาตลอด ดูท่าข้าต้องรีบทำเวลาล้มเขาให้ได้แล้ว จะปล่อยให้เขาแข็งแกร่งมากกว่านี้ไม่ได้ อายุน้อยกว่าข้าแค่สองปีแต่กลับฝึกจนถึงระดับชีพมังกรขั้นที่สี่ภายในเวลาอันสั้นนี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
หลงอวี่ซีสัมผัสได้ถึงพลังที่เป็นอันตรายต่อตนเองทันใดนั้น พลังปราณก่อตัวกลายเป็นพลังหมัดอีกครั้ง
“อะไรนะ? อวี่ซีจะใช้หมัดสายฟ้าแปดทิศกับหลงเหยียนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามงั้นหรือนางถูกบีบจนถึงขั้นนี้แล้วหรือ ดูเหมือนนางก็คงจนหนทางแล้ว ช่างคิดไม่ถึงจริงๆ”หลงจ้านอ้าปากพูด
หลงเหยียนเผยสายตาที่บ้าคลั่งความดุร้ายของเขาทำให้หลงอวี่ซีเห็นแล้วเป็นต้องอกสั่นขวัญผวา
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาดมิเช่นนั้นผู้อาวุโสต้องไม่ปกป้องข้าแน่ ถึงตอนนั้น หลงจ้าน เซียวกงเป้าและคนอื่นๆต้องพุ่งเข้ามา หวังปลิดชีพข้าแน่”
--------------------