ตอนที่ 9 อำนาจและความน่ากลัวของตระกูลหลิน
…วูบ…
เมื่อน้ำเสียงเ็าออกมาจากปากของหลินฟาน ทุกคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ไม่พอใจก็เย็นลงแทบจะในทันที ทุกคนต่างรู้สึกเสียวสันหลังของตัวเองหลังได้ยินคำพูดของหลินฟาน พวกเขาต่างก็ปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
คนที่รู้สึกเสียวสันหลังเพราะคำพูดของหลินฟานไม่ได้มีเพียงแค่พวกคนไม่ได้รับเชิญเท่านั้น แต่พวกสมาชิกของตระกูลข้ารับใช้ทรยศทุกๆ คน ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังเช่นกัน
หลินฟานกวาดตามองพวกไม่ได้รับเชิญที่เงียบไปอยู่สักพัก จากนั้นก็พูดขึ้นอีกว่า
“ อันดับแรกพวกเรามาทำความเข้าใจกันก่อน
“ หนึ่ง! พวกแกจะยกเลิกการร่วมมือธุรกิจก็เชิญเพราะตอนนี้หลินกรุ๊ปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหลินแล้ว ฉันจำไม่ได้เลยสักนิดว่าตระกูลหลินมีธุรกิจอื่นนอกจากหลินกรุ๊ปที่ฉันพึ่งจะเทขายหุ้นไปเมื่อเช้า
“ สอง! ต่อให้เธอเป็ดาราดังขนาดไปมันก็ไร้ประโยชน์ หากเธอไม่สามารถออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลหลินได้ ก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้พวกแกใจกล้าจนมาด่าผู้นำตระกูลหลินในคฤหาสน์ตระกูลหลินแบบนี้ แต่เมื่อเื่มันเป็อย่างนี้ไปแล้วพวกก็แกทุกคนก็ต้องรับผิดชอบกับผลที่จะตามมา แค่คุกเข่าคงไม่พอแล้ว “
เมื่อครู่หลินฟานแค่้าสั่งสอนบทเรียนเล็กน้อยให้กับคนเ่าั้ แต่เมื่อเขารู้ว่าตัวเองกำลังโดนด่าในบ้านของตัวเอง หลินก็เปลี่ยนใจ เขาจะไม่แค่สั่งสอนบทเรียนคนพวกนี้แต่จะให้คนพวกนี้รับรู้ถึงกฎแห่งป่า รับรู้ถึงความจริงอันโหดร้าย
“ ลากตัวพวกมันมาหน้าห้อง “
หลี่ิกดหูฟังที่ข้างหูของตัวเองพร้อมกับออกคำสั่ง
หลังจากคำสั่งของหลี่ิโดนส่งออกไป ชายชุดดำตัวใหญ่ก็เดินเข้ามาในห้องโถงจากนั้นก็ลากตัวพวกคนไม่ได้รับเชิญตรงมาที่หน้าห้องโถง แน่นอนว่ามีคนพยายามต่อต้านอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของหลินฟานเมื่อครู่นี้ พวกที่ต่อต้านก็หยุดลงทันที
คุกเข่า กับ ตาย
ต่อให้โง่ขนาดไหนก็คงเลือกได้ง่ายๆ ยุคนี้ไม่ใช่ยุคกลางที่บอกว่าเกิดเป็คนอย่ายอมคุกเข่าให้ใครง่ายๆ หรือยอมตายดีกว่าคุกเข่า ประโยคแบบนั้นมันเก่าไป ถึงเมื่อครู่จะต่อต้านกันอยู่บ้างเพราะกลัวเสียเกียรติของตัวเอง แต่พอมีความตายเข้ามาเกี่ยวข้องพวกที่ต่อต้านทั้งหมดต่างก็เงียบและคุกเข่าลงแต่โดยดี
“ พอใจแล้วใช่ไหม ฉันจะกลับแล้ว “
ผู้หญิงคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
จากนั้นเธอลุกขึ้นหลังจากคุกเข่าได้ประมาณ 3 วิ เธอเป็ถึงดาราดังระดับประเทศการที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เธอไม่สามารถรับมันได้จริงๆ แค่คุกเข่า 3 วิ เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
หลินฟานมองไปที่ผู้หญิงที่ลุกขึ้น จากนั้นเขาถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยใจ ผู้หญิงคนนี้เป็คนเดียวกันกับคนที่บอกว่าจะประกาศว่าตระกูลหลินป่าเถื่อนเมื่อครู่ หลินฟานมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นและรู้สึกคุ้นๆ หน้ายังไงไม่รู้
เขารู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นเธอในทีวี แต่ในอีกความทรงจำก็เหมือนจะเคยเห็นเธอเดินขายตัวอยู่ข้างถนนเพื่อแลกกับขนมปังเพียงหนึ่งก้อน วันโลกาวินาศเป็่เวลาที่โหดร้ายต่อผู้หญิงมาก มีผู้หญิงหลายคนที่ยอมนอนกับผู้ชายเพราะขนมปังเพียงแค่ก้อนเดียว
หลินฟานมั่นใจว่าความทรงจำหลังชัดเจนกว่า แต่ตอนนี้เขาคงพูดมันออกไปไม่ได้ เพราะงั้นหลินฟานจึงเลือกข้อแรกแล้วถามว่า
“ เธอเป็ดาราดังมากๆ ของประเทศใช่ไหม รู้สึกเหมือนว่าเคยเห็นหน้ามาก่อน “
“ ใช่! ฉันชะ- “
“ ไม่ต้องๆ ฉันแค่ถามให้แน่ใจจะได้จัดการได้ถูกวิธีเท่านั้นเอง “
หลินฟานขัดขึ้นก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะพูดจบ จากนั้นหลินฟานก็หันไปทางหลี่ิที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็ออกคำสั่งว่า
“ สั่งให้คนไปเอาน้ำกรดมา “
“ ครับ!? “
ครั้งนี้แม้แต่หลี่ิก็ใ
ทุกคนในห้องเองก็ใเช่นเดียวกัน ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้ไม่ใช่คนโง่หากมีคำว่า ดารา ทำโทษ และน้ำกรด ผู้คนก็พอเดาได้ว่าหากทำโทษดาราด้วยน้ำกรดมันหมายถึงอะไร
คนที่ใที่สุดคือผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่ เมื่อได้ยินคำว่าน้ำกรดเธอก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่างกาย เธอรีบนั่งคุกเข่าลงต่อทันที จากนั้นก็พูดอ้อนวอนกับหลินฟาน
“ คะ คุณหลิน …ฉันมันโง่เอง ดะ ได้โปรดยก- “
“ อย่าๆ อย่าทำตัวน่าสงสารแบบนี้สิ เธอพูดแบบนั้นมันก็เหมือนกับว่าฉันเป็คนผิดเลยไม่ใช่หรือไง เื่ทั้งหมดมันเป็เพราะเธอที่เริ่มก่อนแท้ๆ ก่อนหน้านี้ก็ขู่ฉันในบ้านของฉัน เมื่อกี้ยังมาพูดจาอวดดีอีก เธอเป็คนทำให้เื่พวกนี้มันเกิดขึ้นเอง “
หลินฟานอธิบายเหตุผล
ใจจริงหลินฟานก็รู้ว่าตัวเองทำเกินไป แต่เมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะแสดงความโหดร้ายให้คนพวกนี้ได้เห็น เขาก็จะทำมันตามความตั้งใจ อีกอย่างยังไงเดี๋ยวก็เกิดวันโลกาวินาศขึ้นอยู่แล้วต่อให้ทำเื่ใหญ่อะไรไปก็ไม่จำเป็ต้องกลัว เมื่อวันโลกาวินาศมาถึงต่อให้คุณข่มขืนคนกลางแจ้งมันก็ไม่นับว่าเป็ความผิด
อีกทั้ง หลินฟานยัง้าเตือนไปยังพวกตระกูลทรยศด้วยว่าตอนนี้ตัวเองไม่เหมือนเดิมแล้ว เขา้าสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกมัน
“ คุณเว่ย! คุณเว่ยช่วยฉันด้วย!! “
เมื่อรู้ว่าพูดกับหลินฟานต่อไปก็ไร้ความหมาย ผู้หญิงคนนั้นจึงหันไปหาคนที่พาเธอเข้ามาในงานนี้ คนที่เธอหันไปหาก็คือผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างดูดี
หลินฟานรู้สึกดีขึ้นมาทันทีที่คนพาดาราหญิงคนนั้นมาเป็หนึ่งในสมาชิกของตระกูลทรยศ ตอนนี้หลินฟานสามารถคัดได้แล้วว่าใครทรยศใครภักดี เพราะั้แ่ที่ผู้นำตระกูลของ 6 ตระกูลข้ารับใช้ไม่ปรากฏตัวในงานประชุม เขาก็ลิสต์ไปแล้วว่าพวกมันเ่าั้เป็พวกตระกูลทรยศต่อตระกูลหลิน
ชายที่โดนเรียกก้าวออกมาจากฝูงชน เขาเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของหลินฟานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเขาก็ผสานมือของตัวเองสองข้างเข้าด้วยกันพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ ผมต้องขอโทษจริงๆ เกี่ยวกับเื่เสียมารยาทเมื่อครู่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยเห็นแก่หน้าของผม เห็นแก่หน้าของตระกูลเว่ยด้วยเถอะครับคุณหลิน เธอยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมรับรองว่าครั้งหน้าจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก “
หลินฟานขมวดคิ้ว
“ ครั้งหน้า? นี่นายยังคิดว่ามันจะมีครั้งหน้าด้วยหรือไง?
“ มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า ความผิดพลาดของทหารเป็ของแม่ทัพครึ่งหนึ่ง ซึ่งฉันก็คิดว่าคำนี้เป็คนพูดที่ดีจริงๆ แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่หน้าของตระกูลเว่ยที่รับใช้ตระกูลหลินมานานฉันจะยอมให้สักหน่อยก็ได้ “
ชายตระกูลเว่ยแสดงใบหน้าดีใจออกมาทันที เมื่อครู่เขาได้ยินประโยค่แรกหัวใจของเขาก็ตกลงไปอยู่ตาตุ่ม แต่เมื่อได้ยิน่ท้ายเขาก็รู้สึกว่าตัวเองรอดแล้ว แต่ในระหว่างที่ชายตระกูลเว่ยคิดว่าตัวเองรอดแล้ว หลินฟานก็ทำลายความหวังโดยพูดขึ้นอีกว่า
“ ฉันว่าจะเทราดหน้าของเธอทั้งหน้า หากครึ่งหนึ่งก็คือครึ่งหน้าแต่ในเมื่อนายเป็คนของตระกูลเว่ยนายก็โดนไป 1 ส่วน 4 ของหน้าก็แล้วกัน “
ชายตระกูลเว่ย “….”
ชายตระกูลเว่ยไม่รู้ว่าตัวเองต้องตอบสนองยังไงในสถานการณ์แบบนี้ เหตุผลที่เขากล้าออกมาก็เป็เพราะคิดว่าตัวเองไม่โดนลงโทษแน่ๆ เขาไม่คิดเลยว่าหลินฟานจะกล้าทำถึงขั้นนี้ นี่มันไม่คิดจะไว้หน้าตระกูลเว่ยเลยหรือไง?
“ ของมาแล้วครับ “
หลี่ิพูดขึ้นขณะที่ถือขวดน้ำกรดอยู่ในมือ
หลินฟานรับขวดมาและส่งไปทางชายตระกูลเว่ย จากนั้นหลินฟานก็ชี้นิ้วไปทางดาราหญิงที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่
“ จัดการซะ เธอเป็คนของนาย “
ชายตระกูลเว่ยแสดงใบหน้าลังเล เขาลับตามองระหว่างหลินฟานและดาราหญิงที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ แต่เขาก็ลังเลไม่ได้นาน เขารับขวดน้ำกรดจากมือหลินฟานแล้วเดินไปทางดาราหญิงคนนั้นด้วยสีหน้าโหดร้าย
“ ไม่!!!
“ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคุณเว่ย!!!
“ ไหนคุณบอกว่าคุณรักฉันไง ไม่!!! “
ดาราหญิงคนนั้นพยายามลุกขึ้นหนี แต่เธอก็โดนชายร่างใหญ่สูทดำกดร่างกายเอาไว้ เมื่อโดนคนร่างใหญ่กดร่างเอาไว้ขนาดนั้นผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอมีหรือที่จะสามารถลุกขึ้นหนีไปได้
หลินฟานมองภาพด้านหน้าด้วยความรู้สึกชินชา สำหรับเขาที่ผ่านวันโลกาวินาศมาก่อนเมื่อได้ยินคำว่า [รัก] เขาก็แทบอยากจะอวกออกมา ในวันโลกาวินาศหลินฟานเคยเห็นแม้กระทั่ง ครอบครัวกินกันเองเพราะทนความหิวไม่ไหว หรือสามีขายเมียและลูกตัวเองเพื่อแลกกับขนมปังเพียงไม่กี่ก้อน
คำว่า รัก มันก็เป็เพียงคำสวยหรูที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาเท่านั้น
ซ่า!!!
“ อากกกกกก!!!! “
เมื่อน้ำกรดโดนเทลงบนหน้าดาราหญิงคนนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน
ขณะเดียวกันทุกคนในห้องโถงต่างก็แสดงท่าทางที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็หันหน้าหนี บ้างก็ปิดตาตัวเอง บ้างก็ยืนมองเฉยๆ แต่ไม่ว่าจะแสดงท่าทางแบบไหนออกมามันก็ไม่มีใครเลยสักคนที่แสดงตัวว่า้าหยุดเื่นี้
แปะ!
แปะ!
แปะ!
หลินฟานปรบมือให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นเขาพูดกับชายตระกูลเว่ยว่า
“ เห็นแกความกล้าของนายฉันจะไม่ให้นายเป็คนเทราดหน้าตัวเองก็แล้วกัน แบบนั้นมันน่าจะโหดร้ายเกินไป …เอาเป็ว่า ให้ผู้หญิงที่โดนนายราดน้ำกรดใส่หน้าเทใส่หน้านายคืนดีกว่า “
ชายตระกูลเว่ยยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับมา ขวดน้ำกรดที่อยู่ในมือของชายตระกูลเว่ยก็โดนแย่งไปแล้ว แล้วก็แน่นอน คนที่แย่งมันไปจากมือของชายตระกูลเว่ยก็คือผู้หญิงที่กำลังเอามือปิดแผลบนหน้าของเธอเอาไว้อยู่ ในใจของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้น ถึงจะเจ็บแต่เธอก็กัดฟันทนเอาไว้
จากนั้นภาพแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
“ อากกกกกก!!!! “
เมื่อเห็นว่าเื่สองคนนั้นเรียบร้อย หลินฟานก็หันมามองกลุ่มคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้า เขามองกลุ่มคนด้านหน้าด้วยแววตาเ็า จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ เมื่อครู่ฉันก็แค่้าให้มาคุกเข่าต่อหน้าแล้วจะปล่อยๆ ให้ออกไป แต่พวกแกดันมาด่าฉันในบ้านของฉัน หากตระกูลหลินปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปง่ายๆ ทุกคนก็คงจะคิดว่าตระกูลหลินง่ายต่อการรังแก เื่แบบนั้นฉันคงยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เพราะตระกูลหลินของเราไม่ใช่ตระกูลที่อ่อนแอ เอาเป็ว่า… หักแขนสองข้างหรือหักขาหนึ่งข้าง ทุกคนเชิญเลือก “