คุณหนูในห้องหอ

    บทที่58: เยี่ยมไข้ 58-1

    58

    เยี่ยมไข้

     

              ตุ๋นอยู่ครึ่งชั่วยาม ทั้งเนื้อและน้ำแกงก็เข้าที่ กลิ่นหอมยั่วยวนจมูกฟุ้งไปทั่วโรงครัว

              จางหลินถงตักน้ำแกงใส่ถ้วย แล้วยกเข้ามาในห้องโจวซินหรู ส่วนชิวยี่เป็นลมไปแล้วจะไม่ให้ตกใจจนเป็นลมได้อย่างไร หลังจากได้สติก็พบว่ากำลังเฉือนเนื้อที่ขาตนเองตุ๋นน้ำแกงกับมือ จิวยี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเป็นลมในที่สุด จางหลินถงจึงต้องยกน้ำแกงมาเอง อู๋ฮวนเดินตามจางหลินถงเข้ามาในห้อง ในขณะที่ลี่เฉิงอุ้มชิวยี่เข้ามาโยนทิ้งไว้แล้วออกไปจัดการกับศพที่อู๋ฮวนสังหารก่อนหน้านั้น และนำส่งหม้อตุ๋นน้ำแกงที่เหลือไปยังโรงครัวใหญ่

              “ท่านแน่ใจหรือว่าจะดู”จางหลินถงหันไปถามอู๋ฮวน นางกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจและรับไม่ได้กับสิ่งที่นางกำลังจะทำ จึงกล่าวเตือนด้วยความปรารถนาดี

              “ทำไมเล่า กลัวว่าข้าจะรับด้านที่มืดที่สุดของเจ้าไม่ได้งั้นหรือ?” ชายหนุ่มกล่าวพลางมองถ้วยน้ำแกงในมือจางหลินถง กลิ่นหอมยั่วยวนดีแท้ ทว่าหากคนกินได้รู้ว่าเนื้อที่นำมาตุ๋นมาจากที่ใด เห็นทีว่าคงจะกลืนไม่ลงแน่ 

              จางหลินถงไม่ตอบทันที นางครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ต่อไปท่านอาจจะเสียใจก็ได้”

    ก่อนหน้านี้นางเป็นคนดีมาก แต่ตอนนี้ในจิตใจนางมีด้านที่มืดที่สุดตื่นขึ้นแล้ว มันหิวกระหายการเข่นฆ่าอย่างมาก กระทั่งตัวนางเองยังไม่อยากจะเชื่อว่านางสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ เมื่อได้เริ่มแล้วนางจะไม่หยุด จนกว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของตระกูลจาง กัวเหวินเซินและคนในหน่วยพยัคฆ์ขาวจะได้รับการลงโทษที่สาสม

    พวกนั้นทำลายครอบครัวของนางอย่างไร นางจะทำด้วยวิธีเดียวกัน เช่นครั้งหนึ่งโจวซินหรูสั่งให้ลงโทษหรงหรงด้วยการแล่เนื้อที่ขาโยนให้สุนัขกิน สาเหตุมาจากหรงหรงหกล้ม ทำน้ำชาหกใส่ขาโจวซินหรู แค่ทายาก็ไม่เกิดแผลพุพองแล้ว แต่ว่าฝ่ายนั้นลงโทษรุนแรง ถึงขั้นแล่เนื้อเถือหนังโยนให้สุนัขกิน ดังนั้นเมื่อนางได้กลับมาแล้ว นางจะทวงแค้นทุกอย่างที่นางและคนที่นางรักได้รับ ชิวยี่ยังถือว่าได้รับความเมตตาจากนางอยู่บ้าง ที่ถูกนางสะกดจิตควบคุมจิตใจให้เฉือนเนื้อตัวเอง แต่หรงหรงถูกคนจับขึงทุบตี และเฉือนเนื้อทั้งเป็น นางทั้งหวาดกลัวและเจ็บปวด เสียงร้องครั้งนั้นยังดังกึกก้อง ไม่ว่านานแค่ไหนจางหลินถงก็ลืมไม่ลง

    “ข้าไม่มีทางเสียใจ”ชายหนุ่มกล่าวหนักแน่น แม้รู้เส้นทางข้างหน้า นางจะเหยียบย่ำไปบนกองโลหิตของผู้คนอีกมาก เขาก็ไม่สน เขาเองก็ไม่ใช่คนดี เหตุใดจะยอมรับด้านที่มืดที่สุดของนางไม่ได้

    การตามนางมาครั้งไม่เสียเที่ยว เรื่องที่เขาไม่เคยได้รู้ก็ได้รู้แล้ว เขาได้รู้ว่านางถูกกระทำอย่างไรตอนที่อยู่ในตระกูลซ่ง เขาได้เห็นจางหลินถงทั้งในยามเป็นคุณหนูที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ ทั้งในยามที่นางดุร้าย อำมหิต วันนี้นางกลับมาแก้แค้น แม้วิธีการจะรุนแรง แต่เขาคิดว่าเหมาะสมแล้ว ดังนั้นเขาไม่มีทางเสียใจ และยังยืนยันจะยืนเคียงข้างนางไปตลอดชีวิต

    จางหลินถงไม่กล่าวอะไรอีก นางถือถาดน้ำแกงเดินเข้าไปหยุดหน้าเตียง แสงจากเทียนที่จุดทั่วห้องส่องสว่าง เผยให้เห็นร่างคนนอนหลับภายใต้ผ้าห่มผืนหนา มองด้วยตาพบว่าสภาพของโจวซินหรูไม่ได้ต่างจากนางในตอนนั้นเท่าใดนัก ได้ยินว่าหลังจากขับหนอนออกจากร่างกายนางได้ อู๋ฮวนก็สั่งให้คนนำมันมาเมืองหลวงทันที โจวซินหรูมีสภาพเช่นนี้หมายความว่า หนอนที่เคยอยู่ในตัวนาง ตอนนี้ได้ถูกส่งเข้าไปในตัวโจวซินหรูแล้ว

     

    จางหลินถงวางถ้วยน้ำแกงที่ข้างหัวเตียง พลางยื่นมือไปปลุกโจวซินหรูที่กำลังสะลึมสะลือใกล้จะหลับ และส่งเสียงเรียก“ฮูหยิน”

    “ใคร?”โจวซินหรูปรือตาขึ้นมองทั้งอาการง่วงงุน

    “ข้าเอง จางหลินถง”หญิงสาวกล่าวพลางยิ้มทักทาย

    “จางหลินถง!”โจวซินหรูเบิกตากว้าง ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง“เจ้า เจ้า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร? เด็กๆ”

    “ไม่มีใครได้ยินหรอกเจ้าค่ะ”จางหลินถงกล่าวปนยิ้ม รอยยิ้มของนางทำให้โจวซินหรูเสียวหลังวาบ

    “หมายความว่าอย่างไร? เจ้าฆ่าคนหรือ? ชิวยี่เล่า ชิวยี่อยู่ที่ใด ชิวยี่!”โจวซินหรูกลัวจนลนลาน

    “ชิวยี่ก็ไม่ได้ยินหรอกเจ้าค่ะ”จางหลินถงตอบน้ำเสียงนุ่มนวลทุกคำ

    “หมายความว่าอย่างไร? เจ้าฆ่านางหรือ?”

    “ฮูหยินโปรดระงับสติอารมณ์ก่อน ท่านกำลังไม่สบายไม่ควรโมโหมากนะเจ้าคะ”

    “เจ้า เจ้า”โจวซินหรูถลึงตาใส่จางหลินถงอย่างไม่พอใจ “เจ้าต้องการอะไร?”

    “ได้ยินว่าฮูหยินไม่สบาย ก็เลยมาเยี่ยมไข้เจ้าค่ะ”นางกล่าวแล้วยื่นมือไปหยิบถ้วยน้ำแกงมาเป่าไล่ความร้อน“ชิวยี่ตุ๋นน้ำแกงไว้ ฮูหยินตื่นมาดื่มเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”

    “ข้าไม่กิน เอาไปให้พ้น เจ้าก็ออกไปให้พ้นหูพ้นตาข้า” โจวซินหรูตวาดใส่อย่างไม่ยำเกรง

    “ฮูหยินเป็นถึงภรรยาเอกของอัครมหาเสนาบดี แต่กลับรับแขกที่มีน้ำใจมาเยี่ยมไข้ได้แค่นี้เองหรือ? ช่างน่าผิดหวังจริงๆ”อู๋ฮวนก้าวไปหยุดหน้าเตียง สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจมากที่อีกฝ่ายออกปากขับไล่จางหลินถง

    “จวิ้นอ๋อง!”โจวซินหรูดวงตาแทบถลน เมื่อเห็นคนอีกคนอยู่ด้วย

    นางเคยเห็นอู๋ฮวนมาไม่กี่ครั้ง นางจำได้ว่าอู๋ฮวนคือหลานคนโปรดของอดีตฮ่องเต้ ครั้งนั้นได้ยินว่าจวิ้นอ๋องช่วยจางหลินถง และวันนี้ยังมาด้วยกันอีก สิ่งที่นางเคยทำย้อนกลับขึ้นมาหลอกหลอนในสมองอีกครั้ง พวกเขามาแก้แค้นนาง นางมองจางหลินถงสลับกับอู๋ฮวนอย่างลนลาน หากนางแข็งแรงเช่นแต่ก่อนก็คงจะดี ทว่าเวลานี้นอกจากนอนนิ่งๆบนเตียงลืมตา หายใจ และอ้าปากกินอาหาร อย่างอื่นนางก็แทบทำอะไรไม่ได้เลย

    “เหตุใดถึงทำหน้าเช่นนั้นเล่า ไม่ดีใจหรือ วันนี้ข้ามาเยี่ยมนับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว อ้อ...ดูจากสภาพฮูหยินตอนนี้คิดว่าน่าจะได้รับของฝากที่ข้าส่งมาให้แล้ว”

    “ของฝาก ของฝากอะไร?”โจวซินหรูขมวดคิ้ว

    จางหลินถงยิ้มยื่นช้อนไปจรดริมฝีปากโจวซินหรู“ฮูหยินดื่มน้ำแกงเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ จะได้มีแรง”

    โจวซินหรูหันหน้าหนีพลางกล่าว“ข้าไม่กิน”

    “ไม่มียาพิษหรอกเจ้าค่ะ ฮูหยินวางใจได้”นางหุบยิ้มแล้ววางถ้วยน้ำแกงลงบนเตียง ยื่นมือไปจับใบหน้าโจวซินหรูให้หันมา“ลองชิมดูสิเจ้าคะ น้ำแกงนี้ชิวยี่ตุ๋นเองกับมือ ถูกปากฮูหยินแน่นอนเจ้าค่ะ”

    “ข้าไม่กิน อื้อ...”โจวซินหรูอ้าปากพูด ทันใดนั้นจางหลินถงก็ยัดช้อนเข้าปากอีกฝ่ายทันที น้ำแกงร้อนที่เป่าแค่ไม่กี่ครั้งลวกผ่านลำคอจนแสบร้อนไปหมด

    “เป็นอย่างไรเจ้าคะ รสชาติดีใช่ไหมเจ้าคะ”จางหลินถงถามน้ำเสียงไม่สะทกสะท้าน นางบีบคางอีกฝ่ายแน่น ตักน้ำแกงช้อนต่อไปกรอกใส่ปากโจวซินหรูทั้งที่ไม่ได้เป่า อีกสามคำติดกัน และกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่งมาก“น้ำแกงจะมีประโยชน์ต้องกินตอนที่ยังร้อนๆเจ้าค่ะ”

    แค่กๆ โจวซินหรูสำลัก อีกทั้งโดนน้ำแกงร้อนลวกคอจนเจ็บจนเจ็บแสบในคอ“เจ้า ข้าจะบอกให้นายท่านจัดการพวกเจ้า!”

    “ได้ยินว่า ว่าที่ฮองเฮาที่กำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นสตรีจากตระกูลซ่ง เช่นนั้นนายท่านใหญ่คงมีงานล้นมือมากแน่ๆ นายท่านคงไม่มีเวลาแวะมาหาฮูหยิน ฮูหยินคงต้องให้ชิวยี่ไปรายงานแทนแล้ว แต่ว่าด้วยสภาพของชิวยี่ในเวลานี้ ข้าคิดว่านางไม่น่าจะเดินไหว”

    “หมายความอย่างไร เจ้าฆ่านางหรือ?”โจวซินหรูถูกยั่วโมโหจนเดือดจัด

     “ข้าไม่ได้ฆ่านาง เพียงแต่ขอความช่วยเหลือจากนางเล็กน้อย เป็นอย่างไรเจ้าคะ น้ำแกงที่ชิวยี่ตุ๋นให้ฮูหยินรสชาติถูกปากหรือไม่เจ้าคะ เวลานี้น้ำแกงที่เหลือคงถูกส่งไปโรงครัวใหญ่แล้ว รอพรุ่งนี้ก็คงถึงปากคุณชายใหญ่และนายท่าน ต้องขอบคุณชิวยี่ที่เสียสละเนื้อส่วนน่องอันมีค่าของนางมาตุ๋นน้ำแกงให้ฮูหยิน และทุกคนได้กินบำรุงร่างกาย บ่าวที่ซื่อสัตย์เช่นนางหาได้น้อยยิ่งนะเจ้าคะ”

    จางหลินถงกล่าวพลางบีบคางโจวซินหรูอีกรอบ หนนี้นางจับทั้งถ้วยเทกรอกปากโจวซินหรูลงไปทั้งหมด

    น้ำแกงเนื้อมนุษย์ เนื้อน่องของชิวยี่!

    โจวซินหรูเหลือบมองสาวใช้ของนาง พบว่าที่กระโปรงเปรอะเปื้อนโลหิตเต็มไปหมด หมายความว่าน้ำแกงที่จางหลินถงนำมาป้อนให้นาง คือน้ำแกงเนื้อน่องของชิวยี่จริงๆงั้นหรือ? ทันใดนั้นท้องโจวซินหรูเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง ทว่าจางหลินถงเอามือปิดปากนางไว้แน่น บังคับให้นางกลืนน้ำแกงลงท้องโดยไม่มีทางเลือก โจวซินหรูอยากอาเจียนออกมาให้หมดไส้หมดพุงแต่ทำไม่ได้ จะกลืนลงไปก็รู้สึกว่าน้ำแกงนั้นบาดคอจนทุกข์ทรมานยิ่งนัก “อื้อ”

    จางหลินถงนึกถึงวันที่นางถูกล่ามโซ่ ถูกบังคับให้กินอาหารเน่าบูด เวลานี้นางเห็นอีกฝ่ายดิ้นรนขลุกขลักอยู่ใต้กำมือของนาง นางเริ่มแสยะยิ้มอย่างพอใจ เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายกลืนลงไปจนหมดแล้ว นางจึงปล่อยมือแล้วถอยห่างมายืนข้างอู๋ฮวน หลังจากนั้นโจวซินหรูก็อาเจียนทุกอย่างในท้องออกมาจนหมด จางหลินถงเห็นอีกฝ่ายอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายก็หัวเราะ

    “ครั้งนั้นฮูหยินมอบรังนกให้ข้า ข้าหลงดีใจ คิดว่าท่านรักและเมตตาข้า ข้าจึงกินมันเข้าไป แต่หลังจากข้ากินรังนกที่ฮูหยินมอบให้ ข้าก็ล้มป่วยร่างกายอ่อนแอและผ่ายผอม ข้าในตอนนั้นก็เป็นเหมือนฮูหยินในตอนนี้ ต่อมาถึงได้รู้ว่าในรังนกถ้วยนั้น ฮูหยินใส่ไข่หนอนโลหิตกินคนลงไป แต่โชคดีที่ข้ามีจวิ้นอ๋อง เขาจึงช่วยขับหนอนออกให้ข้าได้”นางหันไปยิ้มให้คนข้างกายทีหนึ่ง รอยยิ้มนั้นทำให้อู๋ฮวนซาบซ่านไปทั้งหัวใจ

    “ไม่ ไม่จริง หนอนนั่นไม่ว่าใครกินเข้าไปไม่มีทางขับออกมาได้ เจ้าอย่าโกหก ข้าไม่เชื่อ”โจวซินหรูกล่าวพลางส่ายหน้า

    “ขับออกมาได้แน่แค่รู้วิธี ฮูหยินไม่เห็นหรือว่าอาหลินของข้า นางยังแข็งแรงปกติดี นั่นเป็นเพราะข้าขับหนอนให้นางอย่างไรเล่า”อู๋ฮวนกล่าวเสริม ยามนี้ไม่ว่าจางหลินถงพูดอะไรก็ฟังรื่นหูไปเสียหมด เขารอเห็นตระกูลซ่งตกต่ำแทบไม่ไหวแล้ว

    โจวซินหรูเลื่อนสายตาไปมองจางหลินถง จริงด้วย ตอนนั้นก่อนที่จางหลินถงตาย ร่างกายของจางหลินถงผ่ายผอมลงมาก ทว่าตอนนี้ไม่เพียงกลับมามีเนื้อเหมือนคนปกติ แต่กลับกลายเป็นโฉมงามเหมือนเช่นวันวาน ความงามเช่นนั้นนางก็เคยมี แต่ตอนนี้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากไปแล้ว โจวซินหรูส่ายหน้ารับไม่ได้ “ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะข้าฝันไปแน่ๆ”

     “ฮูหยินไม่ได้ฝันหรอกเจ้าค่ะ หนอนที่ฮูหยินกินเข้าไปก็เป็นหนอนที่ข้าอาเจียนออกมาเอง หาไม่แล้วจวิ้นอ๋องจะเอาของที่ไหนส่งมาให้ฮูหยินเล่าเจ้าคะ ฮูหยินลองคิดดูให้ดี ว่าฮูหยินกินมันเข้าไปได้อย่างไร?”

    โจวซินหรูคับแค้นใจจนน้ำตาไหล ที่แท้นางเจ็บป่วยผ่ายผอมเพราะเหตุนี้เอง หนอนโลหิตจะผ่านเข้ามาในเรือนไม่ได้ หากไม่ได้ผ่านการตรวจสอบของชิวยี่ หรือว่าชิวยี่จะรู้เห็นเป็นใจ

    “นังชิวยี่สารเลว!”

    จางหลินถงหัวเราะ นางไม่รู้ว่าคนของอู๋ฮวนส่งหนอนเข้าปากโจวซินหรูอย่างไร นางแค่อาศัยปัจจัยภายนอก ปั่นหัวคนให้เข้าใจผิดแตกคอกันเท่านั้น เมื่อเห็นท่าทีของโจวซินหรู จางหลินถงก็เริ่มมั่นใจว่า ระหว่างชิวยี่และโจวซินหรูเกิดความระหองระแหงขึ้นแล้ว ต่อไปนายและบ่าวจะฟาดฟันกันเองจนความลับแตก แค่คิดนางก็ยิ่งสะใจ

     

    ที่เรือนใหญ่ยังไม่มีใครนอน เนื่องจากเจิ้งจื่ออี้และซ่งซือฉียังคงปรึกษากันเรื่องแต่งตั้งฮองเฮาที่ใกล้จะถึง การแต่งตั้งฮองเฮาหนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่มีเกียรติแก่ตระกูลซ่งมาก ดังนั้นจะให้เกิดความผิดพลาดในงานไม่ได้เด็ดขาด

    พ่อบ้านเห็นว่าดึกแล้วสองพ่อลูกยังไม่ยอมนอน เกรงว่าจะเสียสุขภาพ เขากลับไปที่โรงครัวเตรียมเคี่ยวน้ำแกงให้ทั้งสองได้ดื่มก่อนเข้านอน เมื่อมาถึงพบว่ามีหม้อตุ๋นวางอยู่แล้ว จึงถามสาวใช้ในห้องครัวว่า

    “น้ำแกงนี้ใครเป็นคนทำ มาจากที่ใด”

    สาวใช้เงยหน้าขึ้นมาตอบ“มาจากเรือนฮูหยินเจ้าค่ะ เห็นว่าพี่ชิวยี่เป็นคนทำให้ฮูหยินดื่มบำรุง  ก็เลยทำเผื่อเรือนใหญ่ด้วย และให้คนงานนำมาส่งเมื่อสักครู่นี้เจ้าค่ะ”

    “งั้นหรือ?” พ่อบ้านตักน้ำแกงขึ้นมาดมพบว่าหอมสมุนไพรมาก จึงใช้เข็มทดสอบพิษรอบหนึ่ง เมื่อพบว่าไม่มีพิษจึงสั่งให้สาวใช้อีกครั้ง“จุดเตาตั้งไฟอุ่นให้ร้อน แล้วตักให้คนส่งไปที่เรือนใหญ่ ให้คุณชายใหญ่และนายท่านด้วย อ้อ อย่าลืมหั่นเนื้อให้พอดีคำเล่า ชิ้นใหญ่ไปนายท่านไม่ชอบ”

    “เจ้าค่ะ”สาวรับคำแล้วรีบทำตามที่ได้รับคำสั่ง

    พ่อบ้านจึงเดินกลับไปที่เรือนใหญ่ รอเพียงหนึ่งเค่อก็มีคนยกถาดน้ำแกงมาที่เรือนใหญ่ เจิ้งจื่ออี้หันไปมองทันทีที่มีกลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูก

    “นั่นอะไร?”

    “เป็นน้ำแกงเนื้อตุ๋นสมุนไพรขอรับ ฮูหยินส่งมาจากเรือนเล็ก”พ่อบ้านกล่าวและหยิบถ้วยน้ำแกงไปวางตรงหน้าซ่งซือฉี

    “อืม หอมจริงๆ”ซ่งซือฉีชมด้วยความพอใจ

    พ่อบ้านยิ้มจนแก้มปริ ยกอีกถ้วยไปวางตรงหน้าเจิ้งจื่ออี้ เดิมทีเจิ้งจื่ออี้ไม่ค่อยชอบน้ำแกง แต่เห็นว่ามีกลิ่นหอมมาก และส่งมาจากเรือนโจวซินหรู เขาลองชิมดูพบว่ารสชาติถูกปากมาก สองพ่อลูกจึงกินอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากกินอิ่มก็เอ่ยชมอีกรอบหนึ่งว่าเนื้อที่ใช้ตุ๋นนั้นเหนียวนุ่ม เคี้ยวอร่อย วันหลังให้ทำมาอีก จากนั้นก็แยกย้ายเข้านอน เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการกรำงานมาหลายวัน จึงไม่มีใครนึกถึงเรือนเล็ก หลังจากล้มตัวนอนก็หลับทันที

         ************************************************************************

    คล้ายกับเรื่องคุณหนูในห้องหอ ที่คุณอ่าน