๖
ร่างบอบบางพลิกตัวเมื่อสัมผัสอากาศหนาวรู้สึกปวดร้าวที่ส่วนบอบบางเมื่อลืมตาแพขนตากระพริบให้เข้ากับแสงยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้อง
พราวพริ้มอยากจะกระโดดลุกขึ้นมานั่งให้หายตกใจเมื่อคิดได้ว่าเธอไม่ได้กลับบ้านทั้งคืนแถมยังมานอนกับเพื่อนของพี่ชายเข้าไปอีก
ตาย!
เธอต้องตายแน่ ๆยัยพราว
คนตัวสูงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเมื่อวานของเธอ ชั้นในอยู่ในถุงซิปล็อกอย่างดี
“พี่เอาไปซักมาให้แล้วไม่ต้องห่วง”เขาชี้แจงเมื่อเห็นดวงตากลมโตเอาแต่จับจ้องเสื้อผ้าในมือ
ช่างหัวเสื้อผ้าก่อนไหม
“คือ...เราจะอธิบายเรื่องนี้ให้พี่พีฟังยังไงคะ” พราวพริ้มถอนหายใจเหมือนคนสิ้นหวัง
“พราว...หมายถึงเรื่องที่เราหายไปด้วยกันทั้งคืน”
ศิลาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงยกมือขึ้นปัดปอยผมที่หล่นมาปรกใบหน้าซีดเซียวใบหน้าของเขานิ่งขรึมเหมือนทุกครั้งที่เธอเห็น เขากลับมาอยู่ในโหมดปกติแล้วสินะศิลาคนที่เร่าร้อนถูกมัดเอาไปโยนเก็บไว้ตรงไหนกัน
“ลุกไปอาบน้ำไหวมั้ย”คำถามของเขาดูห่วงใย ไม่ยอมตอบคำถามของเธอ ใบหน้าสวยเริ่มกังวลอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยอมขยับแต่โดยดี
เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งให้เธอต้องเจ็บปวดกับร่างกายบอบบางความเจ็บปวดที่ถูกทิ่มแทงปวดร้าวขึ้นมาจนแทบก้าวขาไม่ออก
ศิลาขมวดคิ้วจำได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้รุนแรงกับเธอสักนิด
“พักที่นี่อีกสักวันค่อยกลับกันดีกว่าเมื่อคืนพี่ไลน์ไปบอกไอ้พีมันไว้แล้วว่าแวะพักที่รีสอร์ทของพี่”
ดวงตากลมโตหันมองเขาทันทีคล้ายไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“พี่พีว่ายังไงบ้างคะพราวไม่กล้าโทรไป”
“ไม่ว่าอะไรหรอกแค่บ่นตามประสาพี่ชายขี้หวง” เขาก็พูดอย่างที่เพื่อนโวยวายมาตามสายนั่นแหละฝ่ายนั้นโทรมาทันทีที่ได้อ่านข้อความ
‘พักกันได้ไงสองต่อสองแล้วนี่ยัยพราวบุบสลายตรงไหน รึเปล่า’เสียงพีระพลเดือดดาลขึ้นมาเมื่อรู้ว่าเขาพาน้องสาวสุดที่รักมาพักห้องเดียวกัน
‘ไม่บุบสลายทนุถนอมอย่างดีแต่...เรื่องเสียหายก็มีบ้าง’
‘ไอ้แมวขโมย...ฝากปลาย่างไว้คืนเดียวคาบไปกินได้ไงวะ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ’ พี่ชายแสนดีอยากจะอาละวาดเต็มที่แต่ก็ต้องพยายามระงับโทสะเอาไว้
‘เตรียมรายการไว้เลย’ ศิลาตัดบท
‘รายการอะไรวะ’ ปลายสายยังไม่หายฉุนเฉียว ปกติพีระพลจะอยู่ในโหมดเงียบขรึมคุมอารมณ์ของตัวเองได้ในระดับดีมาก
‘จะเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็ตามสบายฝากรายงานคุณลุงกับ คุณป้าทราบเรื่องเบื้องต้นด้วยนะครับ’
‘ไอ้...ไอ้....’พีระพลพูดไม่ออก ถ้าเขาอยู่ใกล้ ๆ ต้องมีคนเลือดตกยางออกกันบ้าง
พราวพริ้มหรี่ตามองคนที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
“พี่พีไม่ได้พูดอย่างอื่นเหรอคะ”เธอเซ้าซี้ถามเพราะรู้นิสัยพี่ชายของตัวเองดี พีระพลหวงเธอยิ่งกว่าอะไร
“ไม่นะ” ศิลายักไหล่ “มาพี่ช่วย”เขาเข้าไปประคองร่างบอบบางที่กำลังลุกขึ้นยืน
“อ๊ะ...พี่ศิลา”พราวพริ้มร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มขึ้นจากพื้น
“พี่ว่าแบบนี้สะดวกกว่า”
ใบหน้าคนในอ้อมแขนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเธอยังขัดเขินที่อยู่ใกล้เขา เช้าวันนี้ศิลาดูสบายตาขึ้นใบหน้าไม่ได้เคร่งขรึมเช่นทุกครั้งที่เจอกัน
เขาดูผ่อนคลายในแบบที่เธอไม่เคยเห็น
ถามว่าชอบแบบไหน เธอก็ตอบไม่ได้รู้เพียงว่ามีความสุขที่ได้แอบมองเขา ไม่จำเป็นเลยถ้าศิลาจะไม่หันมองมา
เธอมีความสุขในแบบนี้
เขาและเธอมีความแตกต่างกันหลายเรื่องทั้งเรื่องอายุ หรือการทำงานเขาเป็นเจ้าของบริษัทมากมายจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ผิดกับเด็กที่เพิ่งเรียบจบยังไม่มีงานทำด้วยซ้ำ
เธอจึงมองเขาเป็นของสูงมาตลอด
ไกลเกินกว่าจะกล้าเอื้อมมือไปไขว่คว้า
เมื่อก่อนสายตาของเขาที่มองมานั้นว่างเปล่าเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กไม่มีผิด แต่วันนี้ต่างออกไป
สายตารักใคร่เอ็นดูมีให้เธอพราวพริ้มมองเห็นในแววตา ของเขาความปีติยินดีจึงเอ่อล้นใจ
เพิ่งเข้าใจคำว่าสำลักความสุขก็วันนี้
ศีรษะเล็กพิงซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาเหมือนเวลาได้หยุดหมุนเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ ๆ
“หลับเหรอพราว”
เสียงทุ้มดังแว่วเข้าหูเธอปรือตาเงยหน้ามอง
เขาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำนานแค่ไหนก็ไม่รู้ที่ยืนอุ้มเธอไว้อย่างนี้
“ปะ เปล่าค่ะ พราวแค่รู้สึกเพลีย”
“อาบน้ำแล้วค่อยนอนต่อนะ”
ศิลาวางเธอลงในอ่างอาบน้ำเหมือนพี่ชายดูแลน้องสาวตัวเล็กที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย
“พี่ศิลาออกไปรอด้านนอกก็ได้ค่ะพราวอาบเองได้” เธอไม่อยากรู้สึกอับอายไปมากกว่านี้ ถึงจะเห็นหน้าค่าตากันมาหลายปี แต่เธอเพิ่งสนิทชิดเชื้อกับเขาอย่างจริงจังก็เมื่อวาน
แถมยังมีซัมติงกับเขาอีกต่างหาก
ถ้าไม่ลงทุนยอมหน้าด้านเธอไม่มีทางได้เขามาแน่นอน
คิดแล้วก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาสำนึกผิดถูกเริ่มกลับมาทำงานเป็นปกติ ปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไร อะไร ๆ ก็ผ่านมาแล้วย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดจะดีกว่า
ร่องรอยคิสมาร์กตามร่างกายเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นหลายจุดเป็นหลักฐานยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเธอไม่ได้ฝันไปแก่นกลางกายยังเจ็บแปลบเมื่อสัมผัสกับสายน้ำ
แทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อนิ้วเล็กทำความสะอาดผ่านความเจ็บจี๊ดแล่นสู่หัวใจจนต้องเกร็งนิ้ว ปลายนิ้วเท้าจิกลงบนพื้นขาเรียวหนีบเข้าด้วยกัน
เสียงประตูห้องน้ำถูกเคาะเมื่อเธอเงียบหายไปนานจนคนด้านนอกนึกเป็นห่วง
“พราว...” เขาเรียกแทบจะแนบหน้ากับบานประตูเพื่อฟังเสียง “ค่ะพราวกำลังจะออกไป”
บานประตูถูกเลื่อนออกร่างบอบบางอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เส้นผมเปียกชื้นด้วยละอองน้ำ
สายตาคมมองสำรวจคนตัวเล็กที่เดินออกมาสังเกตเห็นว่าเธอเดินไม่ค่อยถนัด สงสารขึ้นมาจับใจที่เขาเป็นคนทำให้เธอบาดเจ็บความรู้สึกผิดเข้ามาแทนที่จึงอยากดูแลเอาใจใส่ให้มากที่สุด
“พี่ให้คนทำข้าวต้มแล้วทานข้าวทานยาแล้วนอนพัก อย่าเพิ่งลุกเดินมาก” เขากำชับคล้ายเธอเป็นเด็กเล็ก ๆ
พราวพริ้มอมยิ้มเกือบจะกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว รู้ว่าเขาเป็นห่วงแต่เธอไม่ได้เป็นอะไรมากมายขนาดนั้น
“พราวไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะแค่เจ็บ...ตรงนั้นนิดหน่อย”
“พี่ไม่ได้รุนแรงเลยนะ”สายตาเขาดูจริงจัง นี่ขนาดไม่ได้รุนแรง ร่างกายยังบอบช้ำขนาดนี้นี่ถ้าเขาหมั่นเขี้ยวขึ้นมาเธอไม่กลายเป็นผักหรอกเหรอ
สมาร์ทโฟนของเขาดังขึ้นคนตัวสูงจึงเดินไปหยิบมันขึ้นมาดูพราวพริ้มเห็นเขาหมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็นปกติ สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากร้าวขึ้นมา
เกิดอะไรขึ้นนั่นเป็นคำถามที่อยู่ในใจ
เขาเดินตรงมาหาเธอเหมือนไม่มีอะไร
“เดี๋ยวพี่กลับมาพราวแต่งตัวไปก่อนนะครับ”