ปรี๊ดดด!
เสียงนกหวีดหมดเวลาควอเตอร์ที่สามดังขึ้นพร้อมกับตัวเลขบนสกอร์บอร์ดที่ส่องแสงสีแดงวาบ...ทีมเหย้า 45 - ทีมเยือน 62
คะแนนที่ตามหลังถึงสิบเจ็ดแต้มในแมตช์อุ่นเครื่องกับมหาวิทยาลัยคู่แข่งถือเป็ความอัปยศที่ทีมตัวเต็งแชมป์ระดับชาติไม่เคยพบเจอมาก่อน บรรยากาศในอารีน่าที่เคยดังกระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์บัดนี้เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ
อัครินเดินกะเผลกเล็กน้อยกลับมาที่ม้านั่งสำรองข้อเท้าขวาที่เพิ่งถอดเฝือกอ่อนและพันเทปพยุงเอาไว้แ่ากำลังปวดตุบๆแต่ความเ็ปทางกาย... กลับเทียบไม่ได้เลยกับความพังทลายที่อยู่ข้างใน
หนึ่งสัปดาห์แล้วที่ใบพลูหายไปจากชีวิตเขา
เธอหลบหน้าบล็อกไลน์ ไม่ไปห้องสมุด และเปลี่ยนเส้นทางเดินในมหาวิทยาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงเขาทุกวิถีทางอัครินพยายามตามหาแต่ก็ถูกตารางซ้อมและสายตาจับผิดของคนรอบข้างตีกรอบไว้จนขยับตัวไม่ได้สภาพจิตใจที่ดิ่งลงเหวส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเขาอย่างรุนแรง
"นี่มันบ้าอะไรกันวะไอ้คิน!"
ทันทีที่ก้นแตะม้านั่งผ้าขนหนูผืนชื้นก็ถูกโยนใส่หน้าเขาอย่างแรงโดยฝีมือของ 'นาที' รองกัปตันทีมที่กำลังหอบแฮ่กและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
"มึงวิ่งทับไลน์เพื่อนส่งบอลพลาดไปห้าครั้ง ปล่อยให้มันเลี้ยงหลุดไปทำแต้มง่าย ๆ... มึงเป็เหี้ยอะไรวะ! ข้อเท้าเจ็บก็ส่วนข้อเท้าแต่นี่มึงเหมือนคนไม่มีสติอยู่กับตัวเลย!"
อัครินดึงผ้าขนหนูออกจากหน้าแววตาของเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใด ๆ เพราะทุกอย่างที่นาทีพูดคือความจริง...เมื่อครู่ตอนที่เขากำลังจะชู้ตทำคะแนนหางตาของเขาเผลอตวัดไปมองที่อัฒจันทร์ฝั่งซ้าย... มุมที่ใบพลูเคยแอบยืนดูเขาซ้อมแต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ทำให้เขาเสียสมาธิจนชู้ตแอร์บอล (Airball - ลูกบาสไม่โดนแม้กระทั่งห่วง) ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของฝั่งตรงข้าม
"ถ้ามึงยังสลัดเื่ยัยเด็กเนิร์ดนั่นออกจากหัวไม่ได้..."นาทีชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด
"ก็ถอดเสื้อกัปตันทีมออกแล้วไปนั่งพักซะ!"
คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมอัครินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"เปลี่ยนตัวอัครินออก" เสียงประกาศิตจากโค้ชดังขึ้นแทรกความตึงเครียด
"เจมส์...ลงไปเล่นแทนกัปตันของพวกแกซะ"
"แต่โค้ชครับ..." อัครินพยายามจะแย้ง
"นั่งลงไป!!" โค้ชตวาดลั่น
"สมาธิแกไม่อยู่ในสนามแล้วอัครินแกกำลังทำให้ทีมพัง ไปนั่งทบทวนตัวเองซะ!"
อัครินทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างหมดสภาพเขาดึงผ้าขนหนูขึ้นมาคลุมโปงเพื่อซ่อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความสมเพชตัวเองโลกทั้งใบที่เคยมีแต่เสียงชื่นชมและแสงไฟสาดส่อง บัดนี้มืดมิดและหนาวเหน็บเขาคือคนที่ล้มเหลว... ล้มเหลวทั้งในฐานะกัปตันทีมที่ปกป้องทีมไม่ได้และล้มเหลวในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ปกป้องรอยยิ้มของผู้หญิงที่เขารักไว้ไม่ได้เลย
20:00 น. ณ หอพักนักศึกษาหญิง
สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่วเสียงฟ้าร้องดังครืนครันกลบเสียงจอแจของเมืองใหญ่จนหมดสิ้น
ใบพลูเพิ่งกลับมาจากทำรายงานที่หอเพื่อนเธอสวมเสื้อกันฝนตัวใหญ่และกางร่มคันใส พยายามเดินย่ำแอ่งน้ำบนพื้นคอนกรีตด้วยความระมัดระวังขอบตาของเธอยังคงบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดสัปดาห์
่เย็นเธอเห็นรายงานผลการแข่งขันแมตช์อุ่นเครื่องผ่านเพจมหา'ลัย...ทีมของอัครินแพ้ยับเยิน และมีคนตั้งกระทู้โจมตีฟอร์มการเล่นของเขาอย่างหนักหน่วงทุกคอมเมนต์พุ่งเป้าไปที่เื่ข่าวลือของเขากับเธอ
'เพราะยัยเด็กแว่นนั่นแท้ ๆ พี่คินถึงได้เป็แบบนี้'
'ตัวถ่วงของจริง'
คำด่าทอเ่าั้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใบพลูพยายามกลั้นน้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาอีกระลอกเธอเร่งฝีเท้าเพื่อจะรีบขึ้นห้องพักไปซ่อนตัวใต้ผ้าห่มเหมือนที่ทำมาตลอดหลายวัน
แต่แล้ว...ฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงัก
ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดอย่างบ้าคลั่งบริเวณทางเข้าหอพักที่ไร้ซึ่งหลังคาบังฝน มีร่างสูงของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
เขาสวมเสื้อแจ็กเกตทีมบาสเกตบอลที่เปียกชุ่มจนลู่แนบไปกับลำตัวผมที่เคยเซตเป็ทรงอย่างดีบัดนี้ตกลงมาปรกหน้าผากและหยดน้ำตาเป็สายไหล่กว้างที่เคยตั้งตรงดูสง่างามบัดนี้ห่อตกลงราวกับแบกรับความเ็ปไว้จนเกินขีดจำกัด
ใบพลูก้าวไม่ออกร่มในมือสั่นระริก
ชายหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านฝนดวงตาคมที่เคยทอประกายสดใส บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างถึงที่สุดสภาพของเขาดูเปียกปอนและพังทลายไม่ต่างจากลูกหมาที่ถูกทิ้งไว้กลางพายุ
"พี่คิน..." เสียงของใบพลูแ่เบาจนถูกเสียงฝนกลืนหายไป
อัครินก้าวเท้าที่าเ็เข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้าน้ำฝนที่เกาะพราวบนใบหน้าผสมปนเปไปกับหยดน้ำตาที่ไม่มีใครแยกออกเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
"พี่ไม่เหลือใครแล้ว... พลู"
เสียงทุ้มสั่นเครือและแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างคนสิ้นหวัง เขาไม่สนใจสายตาใคร ไม่สนใจข่าวลือไม่สนใจแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของกัปตันทีมอีกต่อไป
"อย่าทิ้งพี่ไป... ได้ไหม"