
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงประตูดังขึ้น "คุณหนูเหม่ยหลิน ข้าเองหลินเซียน"ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ หลินเซียนรีบเปิดประตูเข้าไปพอประตูเปิดออก กลิ่นหอมหวานลอยอบอวล ร่างอรชรในชุดบางเบาเผยผิวขาวนวลจนแทบเรืองแสงในราตรีเหม่ยหลินนั่งอยู่บนเตียง ดวงตาเธอพร่ามัวราวกับคนฝันกลางวัน ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มอ่อนหลินเซียนเข้าไปนั่งใกล้ๆคุณหนูที่เตียง ทั้งห้องมีแค่แสงตะเกียงสลัวๆ พอให้เห็นรุปร่างหน้าตาคุณหนูเหม่ยหลินคุณหนูค่อยๆเข้ามาแนบชิดจนอกอิ่มบดเบียดกับแผ่นอกของเขา“ท่านเซียน” เสียงกระซิบพร่า หยาดลมหายใจร้อนผ่าวพัดรดใบหู “คืนนี้…อยู่กับข้าเถิด”เธอเอื้อมมือคล้องคอเขา แผ่นอกแนบกับอก ความอ่อนนุ่มและอบอุ่นก่อเกิดแรงยั่วยวนชวนให้ใจสั่น หากแต่ สายตาของหลินเซียนกลับไม่พร่าเลือน เขามองลึกเข้าไปในแววตาเธอ เห็นความว่างเปล่า…ปราศจากจิตวิญญาณ“คุณหนูมิได้ยั่วยวนด้วยใจตนเอง แต่มีกระแสพลังบางอย่างควบคุมอยู่”หลินเซียนมิได้ผลักไส หากแต่ยกสองนิ้วแตะที่หว่างคิ้วของนาง กระแสพลังปราณน้ำใสสะอาดไหลบ่าออกมา แผ่วเบาราวสายน้ำแต่แฝงด้วยความเย็นยะเยือก แผ่วราวหยาดฝนทว่ากลับสะกดวิญญาณไว้ร่างเหม่ยหลินชะงักทันที ริมฝีปากที่ใกล้จะประทับลงกับเขาแข็งค้าง ดวงตาไร้โฟกัสหยุดนิ่งหลินเซียนชะโงกดูด้านหลังคุรหนู พลันดวงตาคมกริบฉายแสงวาววับเขาพบแมงมุมปีศาจตัวเล็กดำสนิท กำลังเกาะแน่นที่หลังคอของเหม่ยหลิน ใยบางเบาแผ่คลุมลงสู่เส้นประสาทราวกับหุ่นเชิด“หึ คิดจะใช้ใยแมงมุมควบคุมหัวใจสตรีงั้นรึ?”ฝ่ามือของหลินเซียนกวาดออก สายน้ำแปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่โปร่งใส ปลายกระบี่แทงฉับไปที่ตัวแมงมุมเล็กเพียงพริบตา ฉัวะ! เลือดดำกระเซ็นออกมา กลายเป็นหมอกควันหายไปทันใดนั้น บรรยากาศทั้งห้องเย็นยะเยือกลง แสงตะเกียงพลันสั่นไหว เสียงหัวเราะแหบต่ำก้องออกมาจากความมืด“ฮ่าฮ่า เด็กน้อย เจ้าแย่งเอาปราณน้ำสวรรค์ของข้าไป มือไวจริงนะเจ้าหนู”เงาร่างในชุดคลุมดำปรากฏขึ้นที่มุมห้อง ดวงตาใต้ผ้าคลุมวาวโรจน์ประดุจแสงพิษของแมงมุมสายใยสีดำหลายเส้นออกมาจากแขนเสื้อเขา ราวกับฝูงแมงมุมกำลังชักใยครอบทั้งห้องหลินเซียนใช้ปราณวารีสร้างกระบี่น้ำขึ้นมา แสงใสดุจแสงจันทร์สะท้อนบนคมกระบี่ ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความจริงจังเต็มเปี่ยม“เจ้าเป็นใคร?”เสียงหัวเราะต่ำลึกของชายในชุดคลุมก้องสะท้อนในห้องราวกับมาจากร้อยทิศนับพัน สายใยสีดำบางเบานับร้อยเส้นทะยานออกจากแขนเสื้อ แผ่คลุมทั่วห้องอย่างฉับพลันใยทุกเส้นคล้ายมีชีวิต พุ่งเข้าโอบรัดเก้าอี้ โต๊ะ และผ้าม่าน ก่อนจะม้วนตัวเป็นฝูงแมงมุมรูปร่างพิกลหลายสิบตัวที่กรูกันเข้าใส่ หลินเซียน“หุ่นเชิดมิได้มีเพียงหนึ่งตัว ทุกชีวิตล้วนเป็นหุ่นเชิด และเดี๋ยวเจ้าก็จะเป็นหนึ่งในหุ่นเชิดของข้า"”เสียงของชายสวมผ้าคลุมราวกับคมเข็มทิ่มแทงหัวใจหลินเซียน ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตาเขาเยือกเย็นราวผิวน้ำฤดูหนาว ก่อนคมกระบี่โปร่งใสจะก่อตัวขึ้นในมือ คลื่นน้ำวนรอบกายราวกับเกราะศักดิ์สิทธิ์“น้ำไหลย่อมมิอาจถูกพันธนาการ ใยของเจ้าก็เช่นกัน!”เขาตวัดกระบี่ทำให้น้ำในอากาศแตกกระจายเป็นสายฝนโปรยปราย แต่ทุกหยดกลับแปรเปลี่ยนเป็น เข็มน้ำคมกริบ แทงทะลุใยปีศาจจนขาดสะบั้น เสียงแมงมุมปีศาจกรีดร้องดัง แหลมก้องหู ก่อนสลายเป็นหมอกดำแต่ใยของชายสวมผ้าคลุมกลับไม่หยุด แทนที่จะบางลง กลับแผ่กว้างยิ่งกว่าเดิม ใยทอเป็นร่างมนุษย์สีดำสามร่าง ยืนล้อมรอบหลินเซียนจากทั้งสามทิศ“หึ นี่คือ หุ่นเชิดวิญญาณ แต่ละตัวเคยเป็นมนุษย์จริงที่ข้าชักใยจิตวิญญาณ มันจะต่อสู้โดยไม่รู้จักความตาย เจ้า…สู้ได้กี่ลมหายใจเล่า?”หุ่นเชิดวิญญาณพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน กำปั้นหนึ่งทุบลงราวสายฟ้า อีกฝ่ามือสับลงด้วยแรงอาฆาต อีกหนึ่งฟาดกระบองเหล็กบดบังเส้นทางถอยหลินเซียน ยกกระบี่สายน้ำพุ่งแทรกหินผา ทุกจังหวะกระบี่ดุจสายน้ำปะทะภูผา แตกซ่านแต่กลับไหลย้อน กำปั้นและกระบองถูกกระบี่น้ำสะท้อนออกไปดัง ตึง! ตึง! เสียงสะท้านห้องเขาพลันหมุนกาย กระบี่ชี้ฟ้าคลื่นน้ำมหึมาแตกพุ่งออกจากปลายกระบี่ กลายเป็นสายน้ำวนพัดหุ่นเชิดทั้งสามลอยละลิ่ว ก่อนสายน้ำจะบีบอัดจน แตกกระจาย หายวับไปหมอกดำลอยคลุ้ง เสียงหัวเราะของชายสวมผ้าคลุมยังดังสะท้อน“ฮ่าๆๆๆ กระบี่น้ำเจ้าน่าสนใจมาก แต่ก็เท่านั้น!”เขายกสองมือขึ้น เส้นใยนับหมื่นพุ่งออกมาจากเงามืดครอบคลุมทั่วห้อง จนแม้แสงจันทร์ที่ลอดหน้าต่างยังมอดดับ เหมือนทั้งโลกถูกห่อหุ้มในใยแมงมุมมรณะหลินเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเขาส่องประกายเจิดจ้า ปราณน้ำในกายแผ่ขยายราวสายน้ำทะเลสาบโถมท้น“ผู้ที่รู้จักหยุดนิ่ง จึงสามารถเคลื่อนไหวได้เหนือกว่าฟ้า ผู้ที่รู้จักอ่อนโยน…จึงสามารถทำลายความแข็งกร้าวทั้งปวง”เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเท่านั้นกระบี่ในมือแตกกระจายเป็น หยาดน้ำใสนับพัน ปกคลุมทั่วทั้งห้อง ราวกับฝนฤดูใบไม้ผลิที่ชะล้างทุกร่องรอยใยปีศาจหมื่นเส้นแตกขาดพร้อมกัน ปัง! เสียงดังก้องคล้ายท้องฟ้าแตกชายสวมผ้าคลุมผงะตกใจ เขาพุ่งกายถอยไปหลายก้าว แต่ก็ยังหัวเราะ“ดี ดีมาก เจ้าทำลายใยของข้าได้ เจ้าชื่ออะไร?”"ข้า! หลิวเซี่ยง" หลินเซียนโกหกโดยใช้ชื่อไอ้อ้วนที่เขาเกลียดแทน"หึหึหึ ข้าจะจดจำชื่อเจ้าไว้ เราจะได้พบกันอีกแน่นอน..."แล้วเสียงหัวเราะนั้นกลับเริ่ม แปร่งแปลก คล้ายกลไกหุ่นกระบอกที่ติดขัดหลินเซียนชะงัก สายตาคมกริบจับจ้องร่างชายคลุมดำ พลันเห็นบางอย่างไม่ปกติแขนเสื้อนั้นฉีกขาด เผยให้เห็นผิวไม้ที่สลักเป็นลวดลายคล้ายเส้นเลือด มิใช่เนื้อคน!แกร๊ก! แกร๊ก!ร่างคลุมดำเริ่มสั่นสะท้าน เส้นใยสีดำรอบห้องพลันหดกลับเข้าสู่ร่างนั้น ก่อนจะ แตกกระจาย ออกมา เศษไม้ปลิวว่อนเหมือนหุ่นเชิดไร้สายใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมร่วงหล่นลงมา มิใช่เลือดเนื้อ หากแต่เป็น หน้ากากไม้แกะสลัก ที่มีรอยยิ้มบิดเบี้ยวชวนสยอง“หุ่นกระบอก!”หลินเซียนขมวดคิ้ว ดวงตาเต็มไปด้วยแววเคร่งเครียดทันใดนั้น เสียงหัวเราะที่แท้จริงก้องมาจาก ทั่วทั้งคฤหาสน์“ฮ่าๆๆ…แล้วเราจะได้เจอกันอีก หลิวเซี่ยง!!”เสียงนั้นดังก้อง ราวกับมาจากกำแพง พื้นหิน และแม้แต่เงาของตะเกียง ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยเสียงเดียวกันหลินเซียนกำหมัดแน่น แววตาสาดประกาย ชายผู้นี้ลึกลับมากในขณะเดียวกัน ร่างของเหม่ยหลิน ที่ถูกใยชักอยู่ก็พลันสั่นสะท้าน นัยน์ตาแดงก่ำ เงาใยดำเส้นหนาพุ่งออกมาจากหัวใจของนางเชื่อมต่อกับความว่างเปล่ากลางห้อง ราวกับมีใครบางคนอยู่หลังม่านความมืดคอยชักใยแล้วคุณหนุเหม่ยหลินก็สลบลง หลินเซียนเข้ามาโอบรับตัวคุณหนู ใบหน้าเขาแม้นิ่งสงบ แต่หัวใจกลับหนักอึ้ง ชายผู้เชิดหุ่นคนนี้ไม่ธรรมดา ข้าเพิ่งเคยได้เห็นวิชาหุ่นเชิดชั้นสูงแบบนี้ครั้งแรกในชีวิตมันอยู่ในที่ลับได้โดยข้าไม่รู้ตัวเลย!นี่ถ้าหากมันอยากจะฆ่าข้าๆคงไม่เหลือชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว....หลินเซียนรู้สึกว่าตัวเองพลาดอย่างรุนแรง ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญแก่เขาจริงๆ...