“เขากลับ...ไปถึงขั้นนั้นแล้ว!”
เตาเหวินเทียนพึมพำออกมาในสายตาที่มองไปยิ่งเต็มไปด้วยความเคารพก่อนหน้านี้เข้ารู้ดีว่าองค์ชายโจวหยางนั้นมีพลังยุทธ์ลึกล้ำทว่าเป็เพราะต้องใช้พลังปราณกดพิษเอาไว้จึงแสดงพลังออกมาได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้นทว่าในความคิดของเตาเหวินเทียนนั้นอย่างมากที่สุดแล้วองค์ชายก็ไม่น่าจะมีพลังยุทธ์เกินระดับปรมาจารย์ดินขั้นที่สิบ!
ต้องไม่ลืมว่าในประเทศอวิ้นจูนั้นมีปรมาจารย์ฟ้าเพียงสิบสองคนเท่านั้น!แล้วแต่ละคนที่บรรลุขั้นนี้ก็ล้วนมีอายุมากแล้วอย่างต่ำที่สุดที่เคยบันทึกไว้ก็มีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี! ทว่าในเวลานี้องค์ชายโจวหยางพึ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้น!แล้วก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะบรรลุขั้นนี้มาก่อนแล้วด้วย
โจวหยางสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ แล้งค่อยๆปรับสภาวะทางอารมณ์ให้สงบลง การะเิพลังก่อนนี้บางทีอาจเป็เพราะพลังยุทธ์ส่วนใหญ่ถูกใช้ในการกดพิษมานานจึงทำให้ไม่คุ้นชินอยู่บ้างตอนนี้เมื่อเริ่มควบคุมได้แล้วแรงกดดันที่อยู่รอบตัวเขาจึงค่อยๆลดลงทำให้สีหน้าของคนอื่นๆดีขึ้น
“สมแล้วที่เป็ท่าน!”
เซี่ยหงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกับเตาเหวินเทียนส่วนคนอื่นๆนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะได้แต่ตกตะลึงจนพูดไม่ออก โจวหยางเริ่มลงมือโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวพลังปราณที่กระจายออกมาเริ่มไหลเวียนไปตามธรรมชาตินิ้วมือของโจวหยางร่ายรำอย่างงดงามนำพาวัตถุดิบเคลื่อนไหวลงสู่เตาหลอมอย่างไหลรื่น
กระบวนการทั้งหมดดูงดงามไม่มีติดขัดทำให้หัวใจของผู้ที่มองดูตื่นถี่อย่างน่าประหลาดโดยเฉพาะเหม่ยกวงที่ร่ำเรียนวิชาปรุงยาก่อนหน้านี้เป็ที่รู้กันดีว่าโจวหยางนั้นมีสติปัญญาลึกล้ำรู้แจ้งในศาสตร์ต่างๆมากมายแม้จะไม่มีใครรู้ระดับพลังยุทธ์ที่แท้จริงของเขาเพราะอาการป่วยแต่หลายคนก็เชื่อมั่นว่าพลังยุทธ์ของเขาจะต้องไม่ต่ำต้อยแน่นอนและก็เป็เช่นนั้นจริงๆ
เตาหลอมยาที่ใช้เวลาเตรียมการมาร่วมปีกับค่ายกลที่จารึกลงไปเริ่มแสดงผลออกมาให้เห็นความร้อนที่ยากจะต้านทานกระจายไปทั่วโรงฝึกยิ่งนานไปใบหน้าของโจวหยางก็ยิ่งซีดลงและมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า คนอื่นๆมองดูอย่างเป็ห่วงเห็นได้ชัดว่าความอ่อนล้ากัดกินจนแทบจะไม่ไหวแล้ว!
“สมกับเป็เม็ดยาระดับทอง! ขนาดปรมาจารย์ฟ้าที่เลิศล้ำอย่างองค์ชายเป็ผู้หลอมด้วยตัวเองก็ยังยากลำบากขนาดนี้!?”
“ถึง่เวลาสำคัญแล้ว...”
ดวงตาที่ปิดอยู่ของโจวหยางเบิกโพรงขึ้นผ่ามือที่ร่ายรำประกบเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับจะผนึกรวมโลกทั้งใบไว้ในฝ่ามือ!
“หลอม!”
เสียงคำรามก้องพร้อมกับคลื่นปราณะเิกระจายออกไปเป็วงกว้างจนค่ายกลที่เตรียมเอาไว้รอบโรงฝึกสั่นะเื!ในเวลานั้นทุกอย่างกลายเป็เงียบสงบเหลือเพียงเสียงหอบหายใจอันอ่อนแรงของชายหนุ่มผู้น่าอัศจรรย์เท่านั้น
สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังกลางลานจนแทบจะลืมหายใจพริบตานั้นเตาหลอมค่อยๆเกิดรอยร้าวเล็กๆขึ้นมาก่อนจะขยายใหญ่ปกคลุมไปทั่วทั้งเตาหลอม
เพล้ง!
ใบหน้าของแต่ละคนซีดขาวเมื่อเห็นเตาหลอมที่เตรียมการมาอย่างยากลำบากแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ!
“ล้มเหลว?”
“ไม่ใช่!”
เหม่ยกวงที่ััดีกว่าคนทั่วไปเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นภายใต้เศษเตาหลอมที่ร่วงหล่นนั้นแท้จริงแล้วกลับมียาเม็ดหนึ่งลอยอยู่! เม็ดยาสีขาวบริสุทธิ์ส่องประกายระยิบสีทองจางๆออกมา...โอสถระดับทอง!
“องค์ชาย!”
เตาเหวินเทียนพุ่งไปรับร่างของโจวหยางที่กำลังโซเซทันทีเช่นเดียวกับคนอื่นๆน่าแปลกที่นอกจากสมาชิกใหม่ที่ยังคงตกตะลึงไม่หายทั้งสองคนแล้วความสนใจของคนอื่นๆกลับพุ่งยังโจวหยางทุกคนด้วยความเป็ห่วงโดยไม่สนใจเม็ดยาที่ล้ำค่าเลยแม้แต่น้อย!
“ข้าไม่เป็ไร...ดำเนินการขั้นต่อไปได้”
โจวหยางพยายามพูดออกมาด้วยความอ่อนแรงตอนนี้พลังยุทธ์ถูกนำออกมาใช้ทำให้ปรสิตกลืนใจเติบตัวขึ้นมาอีกสองส่วน! เมื่อไข่สีดำที่ฝังอยู่ในหัวใจเกิดรอยร้าวจนแทบจะแตกออกมาก็ยิ่งทำให้ไอชั่วร้ายแทรกซึมผ่านรอยแตกเริ่มกัดกินหัวใจของเขา!
อย่างไรก็ตามความเ็ปที่ยากจะบรรยายนี้ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย!นับเป็ความอดทนที่ผู้คนไม่อาจจินตนาการถึง!
“ไปเร็ว!”
เตาเหวินเทียนสั่งการทันทีก่อนจะนำร่างไร้เรี่ยวแรงของโจวหยางตรงขึ้นไปยังชั้นที่สองของโรงฝึกคนอื่นๆเองก็มีหน้าที่ที่ถูกสั่งการเอาไว้ก่อนแล้วเหม่ยกวงใช้ขวดหยกเก็บเม็ดยาระดับทองอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบพุ่งตามคนอื่นๆไปที่ชั้นสองของโรงฝึกถูกจัดเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว
ที่ชั้นสองของโรงฝึกถูกเปลี่ยนเป็ห้องโล่งๆตรงใจกลางมีอ่างน้ำที่คล้ายโรงศพ ที่พื้นเองก็เต็มไปด้วยอักขระค่ายกลสลักเอาไว้เตาเหวินเทียนนำร่างของโจวหยางไปวางไว้ในอ่างน้ำก่อนจะถอยออกมานั่งล้อมรอบอ่างน้ำตามจุดที่ถูกเตรียมเอาไว้
เหม่ยกวงมองโจวหยางที่หลับไปด้วยความเคร่งเครียดก่อนจะค่อยๆเปิดฝาขวดหยกเทเม็ดยาลงไปในอ่างน้ำพริบตานั้นแสงสีทองพลันเรืองรองออกมาเม็ดยาละลายไปกับน้ำอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆไหลซึมเข้าสู่รูทวารและรูขุมขนของโวหยาง
“เปิดใช้งานค่ายกล!”
เหม่ยกวงถอยออกมานั่งประจำจุดเช่นเดียวกับคนอื่นๆในห้องนี้มีสองปรมาจารย์ดินและสามผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบ! ทั้งห้าคนนั่งล้อมอ่างน้ำตามจุดค่ายกลในรูปแบบของดาวห้าแฉกพลังปราณในร่างะเิออกมาก่อนจะตบฝ่ามือเข้าหากันถ่ายพลังเข้าสู่ค่ายกล!
วิ้ง วิ้ง
ม่านแสงสีทองปรากฏขึ้นมาในพริบตาเดียวครอบคลุมพื้นที่ภายในค่ายกลจนมิดภายในชั้นที่สองของโรงฝึกเข้าสู่ความเงียบสงบในทันที
ภายในอ่างน้ำร่างของโจวหยางดูดซับเอาเม็ดยาที่ละลายผสานรวมกับน้ำในอ่างเข้าไปอย่างรวดเร็วแม้จะดูเหมือนสลบไปแต่ความจริงแล้วชายหนุ่มยังคงมีสติดีเพียงแต่ว่าร่างกายที่เ็ปนั้นอ่อนล้าจนแม้แต่เปลือกตาก็ไม่อาจขยับไหว!
ละอองแสงสีทองไหลเวียนไปตามเส้นเืก่อนจะมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกันที่หัวอันเป็ที่อยู่ของกลิ่นอายชั่วร้าย!พลังบริสุทธิ์เริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นบีบให้ไอชั่วร้ายที่กระจายออกมาจากไข่สีดำก่อนหน้านี้ถอยกลับเข้าไปอย่างช้าๆการต่อสู้ระหว่างพลังงานทั้งสองที่ต่างกันคนละขั้วสร้างความเ็ปจนเกินบรรยาย!
“อ้าก!”
เสียงร้องของโจวหยางดังออกมาเป็ระยะสร้างความเคร่งเครียดให้กับคนอื่นๆแม้จะมีความอดทนมากแค่ไหนแต่การต่อสู้อันเกรี้ยวกราดนี้ก็เกิดขึ้นภายในหัวใจของเขา!
เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆพร้อมกับเสียงกรีดร้องของโจวหยางที่ดังออกมาเป็ระยะจนกระทั่งสองชั่วยามผ่านไปเสียงนั้นจึงเริ่มสงบลงค่ายกลที่สร้างขึ้นนั้นก็เพื่อถ่ายโอนพลังปราณสร้างพื้นที่บริสุทธิ์ขึ้นมารอบอ่านงน้ำป้องกันไม่ให้เม็ดยาที่โจวหยางดูดซับนั้นปนเปื้อน!
การต่อสู้กับไอชั่วร้ายที่หัวใจนั้นมีเพียงต้องใช้ความบริสุทธิ์ของเม็ดยาขับไล่เท่านั้นจึงจะเป็ผล!อย่างไรก็ตามค่ายกลนี้ก็ไม่ใช่ค่ายกลธรรมดาเดิมทีต้องใช้ปรมาจารย์ดินห้าคนแต่ในที่นี้มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่เป็ปรมาจารย์ดิน!ใบหน้าของเหม่ยกวงและอีกสองคนที่เหลือเริ่มซีดลงกระทั่งมรโลหิตไหลซึมที่มุมปาก!
จะอย่างไรพวกเขาก็เป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบเท่านั้น!
สถานการณ์ของโจวหยางเองก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆตอนนี้พลังบริสุทธิ์ได้ขับไล่กลิ่นอายชั่วร้ายกลับเข้าไปในไข่สีดำได้ทั้งหมดแล้วใบหน้าที่เ็ปของโจวหยางเริ่มสงบลงร่างกายที่ขาวซีดกลับมามีสีชมพูอ่อนเป็สัญญาณที่ดีขึ้น
สติของโจวหยางกลับมาแจ่มชัดขึ้นหลังจากสลบไปเพราะความเ็ปชายหนุ่มสำรวจร่างกายของตัวเองก่อนจะเพ่งสมาธิไปที่ไข่สีดำและมวลพลังงานบริสุทธิ์โจวหยางชักนำเอาพลังบริสุทธิ์ค่อยๆไหลไปครอบคลุมไข่สีดำอย่างช้าๆก่อนจะผสานมันเข้ากับพลังปราณของเขาส่วนหนึ่ง
‘ผนึก!’
ไอปราณที่เป็เหมือนควันก่อนหน้านี้พลันจับตัวกันกลายเป็เปลือกสีขาวขาวชั้นหนึ่งครอบคลุมไข่สีดำเอาไว้!พริบตานั้นพลังปราณที่เหลืออยู่ก็แพร่กระจายไหลเวียนกลับคืนสู่ร่างกายส่วนอื่นๆ
ตอนนี้โจวหยางสูดหายใจเข้าลึกเอากลิ่นอายบริสุทธิ์เข้าเต็มปวดก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งในอ่านน้ำเป้นครั้งแรกในรอบหกปีที่เข้ารู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก! เปลือกตาของชายหนุ่มเปิดขึ้นอย่างช้าๆส่องแววกระจ่างใสต่างกับที่ผ่านมาเขาก้มมองดูร่างกายของตัวเองด้วยรอยยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแ่เบา
“ปรมาจารย์ดินขั้นหนึ่งเช่นนั้นรึ? แม้จะน้อยกว่าที่คาดเอาไว้แต่แค่นี้ก็เกินพอสำหรับประเทศเล็กๆแห่งนี้!”
//เดือนนี้ติดธุระนะครับ พอดีปิดกิจการที่ กทม.เลยตัวจัดการหลายๆอย่าง ทั้งขนของย้ายของก่อนจะเสร็จธุระจะพยายามหาเวลามาลงให้เรื่อยๆนะครับแต่ตามกำหนดเอมที่สองวัน 1 ตอนคงต้องรอเสร็จธุระก่อน