3..........
“ทางเราได้รับคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ให้โอนเฉพาะลูกหนี้ชั้นดีเท่านั้นไปที่แบ็งก์ใหม่…”
สุรพลบอกความจริงให้ทั้งสองรับทราบ
“พี่พลช่วยพวกผมไม่ได้หรือครับพี่…ขอให้บริษัทได้โอนไปแบ็งก์ใหม่..พอจะทำได้ไหมครับ”
ธีรยุทธ ยังมีความหวังคงไม่เฉพาะบริษัทของเขาเท่านั้นที่อยากจะถูกย้ายไปยังสถาบันการเงินอื่น ๆ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่นเท่านั้นทว่ายังมีโอกาสในการขอสินเชื่อเพิ่มได้อีกด้วย
สุรพลถอนหายใจแทนคำตอบเขาส่ายหัวไปมาช้า ๆ แววตาแสดงความเห็นใจลูกค้าคนสนิท
“ผมพูดตรง ๆเลยนะพี่พล…พี่พอจะสร้างหลักฐานให้บริษัทสามารถโอนไปได้หรือเปล่า…”
ศรชัยถามอย่างไม่อ้อมค้อมเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมธุรกิจของเขาทำท่าอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด
“ยากมากครับ…อาทิตย์หน้าก็จะมีเ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่มาตรวจเช็คเอกสารพร้อมกับเ้าหน้าที่ของแบ็งก์ที่รับโอนลูกค้าก็จะมาตรวจอย่างละเอียด อีกอย่างเอกสารทุกอย่างปริ้นออกมาจากคอมพิวเตอร์ที่บันทึกข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้วไม่มีทางเลยครับ..ที่สำคัญผมก็อยากจะออกจากแบ็งก์อย่างสง่างามไม่อยากให้มีมลทินในหน้าที่ …”
ทั้งธีรยุทธและศรชัยต่างมองหน้ากันด้วยความหนักใจ
“ยอมรับความจริงดีที่สุดครับ…เหมือนกับที่ผมยอมรับว่าแบ็งก์ถูกปิดพนักงานถูกปลด สถานะของพวกเรากับพวกคุณก็คงไม่แตกต่างกันหรอกครับ..”
สุรพลพูดปลอบใจสองนักธุรกิจหนุ่ม
“สรุปแล้วบริษัทผมมีสถานะที่ไม่เข้าข่ายถูกย้ายไปอยู่แบ็งก์ใหม่”
ธีรยุทธถามซ้ำทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว สุรพลพยักหน้าแทนคำตอบ
“แล้วนี่ทางบีบีซี. จะทำยังไงกับบริษัทผมต่อล่ะครับ.”
ธีรยุทธถามด้วยความสิ้นหวัง
“ทราบมาว่า ลูกหนี้ที่ไม่ได้โอนไปที่อื่นจะต้องไปอยู่กับบริษัทที่จะเปิดใหม่เป็บริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อตามหนี้อย่างเดียวไม่มีการปล่อยสินเชื่อ” สุรพลตอบ
“ตาย..ตายลูกเดียว…ทำไงดีวะธีม.”
ศรชัยหันมาถามเพื่อนร่วมหุ้นธุรกิจ
“จะทำอะไรได้ดีไปกว่าทำใจล่ะวะ…”
ธีรยุทธตอบอย่างคนเซ็งชีวิต
“เอาน่า..คุณธีม..คุณชัยมันต้องมีทางออกเชื่อพี่..ตัวพี่เองยังไม่อยากจะคิดมากเลย”
สุรพลปลอบใจทั้งสองหนุ่มรวมทั้งตัวเขาเองด้วย
“ออ..ผมก็เกือบลืมถามพี่ไปดูสิมัวแต่จะพูดเื่ของตัวเอง พี่พลก็ต้องถึงคราวลำบากเหมือนกันคิดหรือยังครับว่าจะทำอย่างไงต่อไป..คุณป่าน คุณตา ด้วยครับ”
ธีรยุทธหันไปถามสองสาวด้วยเมื่อเห็นว่าทั้งคู่หยุดร้องเพลงคาราโอเกะชั่วคราว
“พี่ก็คงจะอยู่เกาะสักพักหนึ่งครับ..”สุรพลพูดหน้าเศร้า
“เกาะแถวไหนหรือพี่ ผมไปด้วยคน”
ศรชัยถามด้วยความอยากรู้
“คุณไปไม่ได้หรอกเพราะยังไม่มีเมีย…” สุรพลบอกยิ้ม ๆ
“ไปอยู่เกาะนี่ต้องมีเมียด้วยหรือพี่”
ศรชัยยังไม่เข้าใจ แต่คนอื่น ๆ เริ่มมีรอยยิ้มกันแล้ว
“เกาะเมียกินน่ะสิครับ”
สุรพลเฉลย ศรชัยหัวเราะเสียงดัง
“เออ…ความคิดพี่พลเข้าท่าแฮะ…ธีม..ฉันว่านายรีบขอคุณแมวแต่งงานเถอะว่ะจะได้เกาะเมียกินไง อย่างน้อยว่าที่แม่ยายของนายก็ออกเงินกู้นายก็ยืมมาหมุนที่บริษัทก่อน”
ศรชัยถือโอกาสผสมโรงหันไปเสนอแผนเกาะผู้หญิงให้กับเพื่อน
“พูดเป็นิยายไปได้..บริษัทยิ่งแย่ๆ อยู่ จะเอาเงินที่ไหนไปเป็ค่าสินสอดวะ”
ธีรยุทธพูดล้อเล่น
“อ้าว..คุณธีมกับคุณแมวมีแผนจะแต่งงานกันหรือครับ…”
สุรพลถามขึ้นอย่างสนใจไม่คิดว่านภาพรที่มาติดต่องานกับเปมิกาบ่อย ๆ นั้นเป็คนรักของธีรยุทธ แต่เขาก็เห็นว่าเลขากับนายคู่นี้เหมาะสมกันไม่น้อย ผู้ชายก็หล่อผู้หญิงก็สวยเปรี้ยวดี
“คู่นี้เก่าเก็บแล้วล่ะพี่…จีบกันมาั้แ่เรียนมหาลัยปีหนึ่งโน่น…
ศรชัยเล่าเพียงคร่าว ๆเปมิกาจึงได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของธีรยุทธกับนภาพรซึ่งภาพของนภาพรในความรู้สึกของเปมิกานั้น เป็สาวสวยปราดเปรียวแต่งตัวเก่งแต่งหน้าเข้ม ก็น่าจะเหมาะสมกับผู้ชายที่ดูเก๋ทันสมัยอย่างธีรยุทธอยู่หรอกเปมิกานึกในใจ
“คุณป่าน คุณตาเลือกเพลงสิครับ..ต่อไปนี้ผมจะไม่พูดเื่งานแล้วมันปวดหัวขอร้องเพลงแล้วก็ฟังเพลงจากสาว ๆ ดีกว่า…”
ศรชัยเป็คนพูด ทั้งสองสาวช่วยกันเลือกเพลงอีกครั้งคราวนี้ทั้งศรชัยและธีรยุทธก็หันมาจับไมค์ร้องเพลงบ้าง มีเพียงสุรพลที่ไม่สนใจจะร้องเพลงแต่อาศัยฟังเพลงแกล้มเหล้าที่เขาดื่มมากกว่าสองหนุ่มสุรพลจึงเมาเกินพิกัดตามคาดหมาย ครั้นภัตตาคารแห่งนั้นปิดให้บริการ จึงเป็หน้าที่ของธีรยุทธกับศรชัยช่วยกันหิ้วปีกสุรพลออกมาด้านนอก
ศรชัยรับอาสาขับรถของสุรพลไปส่งที่บ้านพร้อมกับส่งสิตาด้วยส่วนธีรยุทธกลับเส้นทางเดียวกับเปมิกา เขาจึงรับอาสาไปส่งเปมิกาที่คอนโด
“เชิญครับคุณป่าน…”
ธีรยุทธเดินนำเปมิกาไปที่รถบี.เอ็ม.ดับบลิว.สีดำเขาเปิดประตูให้หล่อนด้วยท่าทางสุภาพ
“คิดไว้หรือยังครับว่าต่อจากนี้ไปจะทำงานอะไร..”
ธีรยุทธ ชวนคุยหลังจากออกรถมาได้สักครู่
“ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ..เหมือนมันกำลังช็อคไม่คิดว่าแบ็งก์จะถูกสั่งปิด..”
“ชีวิตคนเรานี่หาความแน่นอนไม่ได้เลยจริงๆนะครับคุณป่าน..เพราะผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าบริษัทจะมาประสบปัญหาแบบนี้..ทั้งที่ผ่านมากำลังจะไปได้สวย”
“นั่นน่ะสิคะ..แบ็งก์ป่านตั้งขึ้นมาั้แ่ก่อนาโลกครั้งที่สองใครจะคิดคะว่าจะมาจบเอาง่ายๆ ในปีนี้.ต้องตกงานกันระนาว..ซวยรับปีใหม่จริง ๆ ค่ะ..”
“แต่คนเราเมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นให้ได้อย่าคิดว่าเป็ความซวยเลยครับ..คิดเสียว่าเป็โอกาสให้เราได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำจะดีกว่า..คุณป่านอย่าเพิ่งท้อเลยครับ..คุณอายุยังน้อยยังมีหนทางให้เริ่มต้นอีกเยอะ บางทีสิ่งดี ๆ อาจจะรอคุณป่านอยู่ก็ได้ขอเพียงอย่าสิ้นหวัง”
คำพูดให้กำลังใจของธีรยุทธทำให้เปมิกานึกถึงบุรินทร์หากบุรินทร์จะเป็คนพูดประโยคเหล่านี้ หล่อนคงจะมีความสุขและมีกำลังใจมากกว่านี้
“นอนหลับฝันดีแล้วก็มีกำลังใจที่เข้มแข็งนะครับ…”
ธีรยุทธกล่าวคำลาเปมิกาเมื่อมาถึงหน้าคอนโดมิเนียม เขามองตามจนเปมิกาเดินหายลับเข้าไปในตัวตึกแล้วจึงออกรถไป
รถบีเอ็มดับบลิวสีดำมาจอดที่หน้าประตูรั้วเหล็ก เ้าของรถเดินลงจากรถไปกดกริ่งเรียกคนในบ้าน เพียงครู่เดียวก็มีแสงไฟสว่างขึ้นจากตัวตึกด้านล่าง จากนั้นร่างท้วมของสตรีวัยเลยกลางคนก็เดินออกมาจากตัวบ้านก่อนจะเดินแกมวิ่งออกมาที่ประตูรั้ว
“ผมเปิดเองป้า…”
ธีรยุทธเป็คนเลื่อนประตูรั้วเหล็กด้วยตัวเอง
“คุณธีมดื่มเหล้ามาแน่เลย กลิ่นมันฟ้อง” สมจิตรทำหน้าย่น
“นิดหน่อยน่ะป้า…”
เขาหันมาบอกสมจิตรก่อนจะเดินไปที่รถและขับไปจอดในบ้าน
“ทานข้าวมาหรือยังคะคุณธีมป้าจะได้อุ่นอาหารให้”
สมจิตร แสดงความห่วงใยหล่อนได้ชื่อว่าเป็คนรับใช้ของบ้านนี้มาั้แ่ยังสาว และอยู่กับครอบครัวนี้มานาน จนนวลพรรณผู้เป็มารดาของธีรยุทธให้ความสำคัญกับสมจิตรเสมือนเป็ญาติมากกว่าที่จะเป็คนรับใช้ และธีรยุทธก็ให้ความเคารพรักสมจิตรเหมือนเป็ญาติผู้ใหญ่คน
หนึ่งเช่นกัน
“ผมเรียบร้อยมาแล้วครับ วันนี้แม่เป็ยังไงบ้างป้า…”
ธีรยุทธ ถามถึงมารดา ที่ป่วยด้วยสารพัดโรคทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวาน ไต และหัวใจ ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกเดือนและล่าสุดนวลพรรณเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมา
“เหมือนเดิมค่ะยังไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงเข้านอนั้แ่เมื่อตอนสามทุ่มแล้วค่ะ..แล้วก็สั่งให้ป้าคอยเปิดประตูให้คุณธีม”
ธีรยุทธพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ห้องโถงของบ้านที่มีรูปถ่ายใบใหญ่ของผู้ชายหน้าเข้มไว้หนวด เขาหยุดยืนมองภาพนั้นเหมือนกับจะขอกำลังใจ
“พ่อครับ…ช่วยให้ผมหาทางออกเื่หนี้สินของบริษัทได้ด้วยเถอะครับ…”
ธีรยุทธ ยกมือไหว้ภาพนั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปข้างบน สมจิตรแอบมองด้วยความรู้สึกะเืใจ นางพอจะทราบอยู่เหมือนกันว่าธีรยุทธกำลังประสบกับปัญหาทางธุรกิจ
บิดาของธีรยุทธคือธีรพลซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ธีรพลเป็ผู้บุกเบิกสร้างบริษัทรับสร้างบ้านไว้ให้ลูกชายสืบทอดกิจการ ซึ่งธีรยุทธก็ไม่ได้ทำให้บิดาผิดหวัง เมื่อเขาเรียนจบปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมก็มาช่วยงานที่บริษัทของบิดาจนกระทั่งบิดาของเขาเสียชีวิต เขาจึงขอให้เพื่อนซี้อย่างศรชัยซึ่งเรียนจบด้านวิศวกรรมจากสถาบันเดียวกันมาเป็หุ้นส่วนคนใหม่ และเริ่มขยายโครงการต่าง ๆ มากขึ้น
บริษัทรับสร้างบ้านและรับตกแต่งภายในของเขาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่นาน มีพนักงานเพิ่มขึ้นเท่าตัวและเขาก็ขอร้องให้นภาพร คนรักของเขาลาออกจากงานเลขาที่บริษัทอื่นมาเป็เลขาส่วนตัวของเขา ซึ่งนภาพรก็ดูเต็มอกเต็มใจที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับคนรักที่คบหากันมาั้แ่ครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน นภาพรเรียนจบคณะศิลปศาสตร์ทั้งคู่มีแผนที่จะแต่งงานกันภายในห้าปี
แต่..ความฝันของเขาก็ไม่เป็จริงได้เมื่อบริษัทมาประสบปัญหากับภาวะขาดทุนอย่างหนักในเวลาต่อมา ที่ราคาวัสดุก่อสร้างแพงขึ้นจนกระทั่งมาถึงยุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเข้าพอดี โครงการรับเหมาก่อสร้างที่รับทำต้องชะงักเพราะขาดเงินทุนหมุนเวียนไม่สามารถที่จะขอกู้เพิ่มได้ ทำให้บริษัทถูกฟ้องร้องจากลูกค้าหลายโครงการ เขาจำต้องปลดพนักงานออกไปหลายคนแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
“พูดไม่ติดคุกไม่ใช่แกนนำแล้วโว้ย..”
เสียงแกนนำขึ้นพูดบนเวทีด้วยน้ำเสียงติดตลกทำให้ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับจากบรรดาพนักงานที่มาร่วมชุมนุมอย่างกึกก้อง
วันนี้เป็การนัดรวมพลชุมนุมครั้งใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารบีบีซี. เปมิกาพร้อมด้วยสิตา และสุรพล เดินทางมาจากสาขาเพื่อมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ด้วย
“นายวสันต์นี่พูดจาใช้ได้น่าจับตามอง..”
สุรพลกล่าวชื่นชมแกนนำบนเวทีให้สองสาวฟัง
“น่าจับไปขังคุกมากกว่าพูดแต่ละอย่างเฉียดคุกเฉียดตะรางทั้งนั้น…โดยเฉพาะข้อหาิ่ประมาทนี่ถ้านับดี ๆหลายกระทงด้วยกันเลยนะ”
สิตาวิจารณ์ด้วยความขบขัน
“แต่เขาเอนเตอร์เทนคนดูดี ทำให้บรรยากาศการชุมนุมคลายเครียดไปได้เยอะ”
เปมิกาพูดเสริมสุรพลรีบพยักหน้าเห็นด้วย และคาดว่าคงจะมีคนเห็นด้วยกับเปมิกาอีกหลายคนโดยดูได้จากเสียงไชโยโห่ร้อง เสียงปรบมือ เมื่อวสันต์ทำหน้าที่ขึ้นพูด โดยเฉพาะลีลาการร้องเพลงที่นำเพลงดัง ๆมาดัดแปลงให้เข้ากับเื่ราวความเดือดร้อนของพนักงาน ทำให้ได้รับเสียงกรี๊ดเป็ระยะๆ
“พี่น้องทั้งหลายวสันต์มีข่าวจะแจ้งให้พี่น้องชาวบีบีซี.ทราบบ่ายนี้เราจะมีการเดินขบวนไปขอคำตอบจากข้อเรียกร้องที่ได้เสนอไปเพราะเราได้ให้โอกาสท่านนายกมาหลายวันแล้ว ท่านก็ยังไม่มีคำตอบออกมาว่าจะช่วยเหลือพนักงานที่ตกงานยังไง สงสัยว่าจะติดภารกิจสำคัญพาลูกชายไปดูงูเหลือมที่สวนสัตว์ เพราะฉะนั้นพวกเรา จึงจำเป็ต้องไปขอคำตอบที่บ้านท่านนายก ดังนั้นพี่น้องท่านใดที่ยังไม่ได้ฉี่ก็รีบไปฉี่ซะให้เรียบร้อย ระหว่างรอพวกท่านฉี่กลับมาก็มาพบกับนักร้องรูปหล่อเสียงดีที่จะมาขับกล่อมให้ท่านมีพลังใจกับการต่อสู้ชีวิตเขาเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...วสันต์คนนี้เองคร้าบ…”
เสียงเป่าปากปรบมือดังสนั่นเมื่อวสันต์พูดจบ และต่อด้วยลีลาการเลียนแบบนักร้องดังกระทั่งได้ฤกษ์บ่ายสามโมง ก็มีการประกาศรวมพลกัน เพื่อจัดขบวนนำทัพประหนึ่งจะออกไปรบทัพจับศึกโดยเริ่มจากด้านหน้าสุดเป็ขบวนรถมอเตอร์ไซด์ มีคนนั่งซ้อนท้ายถือธงชาติโบกสะบัดไปมาตามท้องถนน ตามด้วยรถสิบล้อที่บรรทุกเครื่องขยายเสียงและคนที่อยู่บนรถโบกธงชาติอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนตรงหลังคาด้านหน้าของรถสิบล้อใช้เป็เวทีให้แกนนำยืนพูด ซึ่งคราวนี้น้ำเสียงแกนนำแต่ละคนดูจะเข้มแข็งดุดันขึ้นมาก