ตอนที่สี่ Imperium
ผมอยู่ท่ามกลางลานพิธีที่ยกอยู่สูงจากฝูงชน
ฝูงชนเหล่านี้ไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดากันแม้แต่น้อย
แต่ละคนนั้นคือพวกหัวหน้าตระกูลข้าราชการระดับสูงสุด นายทหาร ทหารรักษาพระองค์ฯลฯ
ถึงจะได้มีสิทธิเจอผมในระยะประชิดของสี่กิโลเมตร
ส่วนประชาชนคนธรรมดาทั่วไปเจอผมได้แต่จากระยะไกลทางจอภาพโฮโลเน็ตHolo-Netเท่านั้น
เป็เทคโนโลยีอกีอย่างที่น่าสนใจของจักรวรรดิของผม
ที่สามารถฉายภาพสามมิติของเหตุการณ์ภาพข่าวต่างๆได้
กิจกรรมของคนในจักรวรรดิคงแตกต่างไปจากยุคของผมมากเลยทีเดียว
น่าสนใจเดี๋ยวผมลองเอางบประมาณมาค้นคว้าเทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยีของยุคนี้ดูดีกว่า
อ๊ะ
ผมพึ่งรู้ตัวอีกทีว่าผมยืนอยู่หน้าจอภาพของการปราศรัยนานเกินไปแต่ไม่ได้กล่าวอะไรจนทำให้แต่ละคนเริ่มตึงเครียดกันที่พวกเขาไม่เห็นจักรพรรดิของพวกเขากล่าวอะไรสักที
ผมพยายามนึกขึ้นได้ว่าทำไมผมต้องมากล่าวคำปราศรัยยอย่างนี้
Give Speech
กล่าวคำปราศรัย
เป็ภารกิจง่ายๆอย่างหนึ่งไม่มีโอกาสล้มเหลว
สามารถเพิ่มค่า Imperium จักรวรรดิ
ของผมได้จากระบบที่ผมมีอยู่
ค่า Imperiumนั้นเกี่ยวพันกับการเมืองของผมหากมีค่าต่ำเกินไปอาจจะเกิดความวุ่นวายในจักรวรรดิได้
เช่นการเกิดาแล้วเราเป็ฝ่ายแพ้
เราจะเสียค่า Imperium จำนวนมาก
เป็ระบบที่เกมส์ต้นฉบับทำเอาไว้เพื่ออธิบายสาเหตุว่าทำไมถึงสู้กันเสียกองยานและทหารกันมากมายขนาดนั้นแต่ดันไม่ยอมแพ้
เพราะผู้นำอาณาจักรต่างๆนั้นจะเสียพลังทางการเมืองของตนเองที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในอาณาจักรของตนเองนั่นเอง
กล่าวได้ว่า Imperium ไม่ใช่ค่าที่เกี่ยวพันกับกองทหารหรือเศรษฐกิจโดยตรงแต่คือตัวแทนของอำนาจของผมที่เป็จักรพรรดิก็ว่าได้
การออกมาทำเควสต์อย่าง
Give Speech การกล่าวคำปราศรัยนั้น
ก็เป็ภารกิจหนึ่งที่เพิ่มค่า Imperium ให้กับจักรวรรดิของเราได้ผมเลยต้องมาทำด้วยตนเอง
เพราะค่า Imperium นั้นสำคัญต่อการผ่านหรือยับยั้งกฎหมายของสภาปกครองจักวรรดิ
รวมไปถึงใช้เพื่อการยึดครองอาณาจักรอื่นมาเป็เมืองขึ้นหรือการสร้างความสงบภายในของจักรวรรดิของตนเองด้วย
อย่างน้อยในฐานะผู้นำผมก็คิดว่าควรจะช่วยจักรวรรดิของตนเองให้มีทรัพยากรออะไรสักอย่างเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย
“อะแฮ่ม สวัสดีทุกทุกคน”
แค่การกล่าวของผมเท่านั้นก็ต้องมีอาลักษณ์ของจักรวรรดิจดคำกล่าวและการกระทำของผมเอาไว้เพื่อบันนทึกไว้ในหอสมุดหลวงและคัมภีร์ทางศาสนาต่อไป