เมื่อได้ยินว่าอาจารย์ระบบจะมอบของขวัญชิ้นแรกให้ ความคาดหวังอันแรงกล้าก็พลันไหลบ่าเข้าสู่หัวใจของหลัวหยางอย่างห้ามไม่อยู่
ในจิตใจของชายหนุ่มอายุสิบห้าปีผู้นี้ พลังแห่งความใฝ่ฝันกำลังพวยพุ่งราวเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำในคืนพายุคลั่ง
หลัวหยางในยามนี้รู้สึกว่าชีวิตของเขากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล คำว่าของขวัญจากอาจารย์ระบบ สำหรับผู้ที่ไร้หนทาง ไร้ครอบครัว ไร้ครู ไร้พลัง และไร้ความเข้าใจในโลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียรนั้น คือสิ่งที่เปรียบได้ดั่งแสงดาวเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางห้วงราตรีที่มืดมิดที่สุด
“ท่านอาจารย์ระบบ สิ่งที่จะให้หลัวหยางมันคืออะไรเหรอ? เป็.. เป็วิชาบ่มเพาะที่ท้าทาย์หรือเปล่า?
“หรือว่าเป็เคล็ดวิธีฝึกฝนอันยิ่งใหญ่? หรือจะเป็วิชาการโจมตีที่สั่นะเืได้กระทั่ง์และโลก?”
น้ำเสียงของหลัวหยางที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยประกายความหวัง ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นในหัวใจของตนได้ ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายอย่างรุนแรง แก้มที่เคยซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งราวกับมีโลหิตหมุนเวียนเต็มเปี่ยม ริมฝีปากสั่นระริกด้วยแรงปรารถนา
ระบบสังหารโชคชะตาะเิเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ความขบขันแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและความภาคภูมิใจที่ไม่อาจบรรยายได้ มันหัวเราะเสียจนเสียงสะท้อนผ่านความว่างเปล่า เป็ระลอกคลื่นพลังิญญาที่ไหลผ่านร่างของหลัวหยางจนขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว
【ไอ้เด็กบ้านี่ เ้าคิดว่าข้าจะให้เพียงขยะที่พวกผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายต่างแย่งชิงกันอย่างต่ำตมงั้นรึ?】
【อย่าเอาสิ่งที่ข้าจะให้เ้าไปเทียบกับอะไรแบบนั้นเด็ดขาด】
【เพราะสิ่งที่ข้าจะมอบให้กับเ้า มันเป็อะไรที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ!】
หลัวหยางถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก ในขณะที่สมองก็เริ่มประมวลผลอย่างบ้าคลั่งว่าของขวัญที่อาจารย์ระบบเอ่ยถึงนั้นคืออะไรกันแน่ ทว่าเสียงของระบบก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
【ก่อนอื่นเ้าต้องรู้ไว้.. ว่าจักรวาลแห่งนี้มิได้มีเพียงแค่ดินแดนที่เ้ารู้จัก โลกที่เ้าก้าวย่างอยู่ก็มิใช่เพียงจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่ง แต่ในห้วงกาลอันไกลโพ้น เมื่อหลายร้อยยุคสมัยก่อน หนึ่งยุคสมัยก็คือสองล้านปี มีเหตุการณ์หนึ่งที่์ก็ต้องจารึกไว้ในดวงดารานับล้านดวง】
【ณ ห้วงจักรดาราที่มหาสมุทรแห่งจักรวาลซึ่งก่อตัวขึ้นจากภพนับไม่ถ้วน】
【จักรวาลทั้งสามพันภพหมุนวน ก่อกำเนิดเป็มหาสมุทรแห่งจักรวาลอันไร้ขอบเขต ทุกขอบเขตของฟ้าดินเชื่อมถึงกัน เสียงแห่งกฎแห่งมรรคดังก้องเป็ระลอก คลื่นพลังชีวิตแห่งการบ่มเพาะสั่นะเืไปทั่วภพทั้งปวง】
【มหาสมุทรแห่งจักรวาลที่รวมทุกมิติอันไร้ขอบเขต ถูกบุกรุกโดยตัวตนลึกลับจากนอกมิติ พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตามกฎแห่งฟ้าดิน พวกมันเป็สิ่งแปลกแยก เป็มลทินของสรรพสิ่ง เป็ปฏิปักษ์ต่อการมีอยู่ของชีวิตในทุกรูปแบบ พวกมันมาจากสิ่งที่เรียกว่าพิภพแห่งความโกลาหล】
คำพูดอันหนักแน่นดังสะท้อนในหัวใจของหลัวหยางดั่งระฆังั์ที่สั่นไหวสะท้านไปทั่วห้วงิญญา
มิอาจหยั่งถึงความลึกซึ้งของความหมายที่ระบบสังหารโชคชะตาเอื้อนเอ่ยออกมาได้เลย
เพราะเพียงแค่คำว่านอกมิติ ก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจินตนาการของผู้ที่ยังมิได้เปิดเส้นลมปราณแรกเสียด้วยซ้ำ ทว่าแม้จะไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ แต่ความสยดสยองที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของระบบนั้น กลับแทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลังและไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขาอย่างชัดเจน
โลกที่เขาอาศัยอยู่ บรรพชนที่เขาเคารพ ์ที่ทุกผู้ภักดี และแม้กระทั่งกฎที่ทุกชีวิตยึดถือ
ทั้งหมดล้วนเป็เพียงจุดเล็กจ้อยที่ถูกระบุว่าเป็ภายในมิติทั้งสิ้น
【จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากได้รวมตัวกันเผชิญหน้ากับหายนะที่ไม่เคยมีผู้ใดเผชิญมาก่อนในประวัติศาสตร์ของทั้งสามพันภพ และหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เ่าั้ คือท่านไท่ซวนเทียนจุน จักรพรรดิผู้เหยียบ์เหนือชั้น ผู้ถือกฎจักรพรรดิแห่งนิพพานบรมธรรม】
【พิภพแห่งความโกลาหล มันเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัว】
【ว่ากันว่าปีศาจแห่งความโกลาหลเ่าั้กลืนกินมหาจักรวาลไปอย่างมากมาย】
【กระทั่งมาถึงยังมหาสมุทรแห่งจักรวาลที่เป็ดั่งศูนย์กลางของห้วงมิติ ได้ถูกรุกรานโดยพวกมัน】
【แน่นอนว่าท่านไท่ซวนเทียนจุนได้บุกเดี่ยวเข้าไปยังมิติแห่งความโกลาหล ถึงขั้นสร้างความเสียหายและความคับแค้นให้กับพวกมันอย่างมหาศาล แล้วท่านผู้นั้น.. ท่านจักรพรรดิมหานิรันดร์ ได้นำบางสิ่งออกมาจากมิติแห่งความโกลาหลด้วย】
【พวกเ้าอาจเรียกมันว่าเส้นทาง กฎเกณฑ์ หรืออะไรก็ตามที่จะสามารถเรียกได้】
【แต่ท่านไท่ซวนเทียนจุน.. ได้เรียกขานมันว่าเจตจำนงกระบี่แห่งความโกลาหล】
เสียงของระบบในวินาทีนั้นเปี่ยมด้วยความเคารพถึงขีดสุด เป็การประกาศถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินความเข้าใจ
ความเงียบในบรรยากาศพลันแน่นขนัด ราวกับจักรวาลทั้งมวลหยุดการหมุนเวียนเพื่อเฝ้ารอฟังความหมายของคำเ่าั้
【มันคือเส้นทางแห่งกระบี่อันยิ่งใหญ่ที่กระทั่งในมิติแห่งความโกลาหลเอง มันก็เป็เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรที่สุดยอดมากที่สุด】
เจตจำนงกระบี่แห่งความโกลาหล เป็เส้นทางแห่งกระบี่ที่แม้แต่ในดินแดนแห่งตัวตนที่ต่อต้านชีวิตและกฎแห่งการมีอยู่ยังต้องยอมรับว่าเป็ความสมบูรณ์แบบอันสูงสุด การบ่มเพาะเส้นทางนั้นเท่ากับการกลืนกินระเบียบแห่งห้วงมิติและปฏิเสธฟ้าดิน
เมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น หัวใจของหลัวหยางก็แทบจะหยุดเต้น เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าสิ่งนี้จะยิ่งใหญ่ไปถึงระดับใด
เพราะเพียงแค่การฝึกฝนกระบี่ของมนุษย์ ยังต้องใช้เวลาหลายสิบปี แต่กระบี่ที่สามารถอยู่เหนือกระทั่งความโกลาหลของจักรวาลนั้น เขาจะมีสิทธิ์แตะต้องมันได้อย่างไร ทว่าเสียงของระบบก็ะเิหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
【แล้วเจตจำนงกระบี่แห่งความโกลาหลนั้น.. ตอนนี้มันก็มาอยู่ที่ข้าระบบสังหารโชคชะตายังไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า】