ตอนที่3
โระกะและมาซาไปที่มหาวิทยาลัยประจำเขต21เพื่อพบกับอาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยาวิชาที่เขาสอนเกี่ยวกับภาวการณ์ตื่นในความฝันและการควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันมาซาเดินไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อถามหาห้องพักของคิม เธอแจ้งกลับมาว่า
“ดอกเตอร์คิมอยู่ที่ ตึกบี ห้อง 4035ค่ะ”
เมื่อทั้งคู่เดินไปถึงห้องนั้นก็มีชายคนหนึ่งใส่แว่นนั่งอ่านหนังสืออยู่ทั้งคู่มองหน้ากัน และไม่แน่ใจว่าเขาใช่ด็อกเตอร์คิมหรือไม่เพราะเขาดูเด็กเกินกว่าจะเป็อาจารย์
“คุณคือด็อกเตอร์คิมรึเปล่าคะ?”
คิมเงยหน้าขึ้นมองทั้งคู่ด้วยท่าทางสงสัยและหันมองไปรอบๆห้อง
“คุณตำรวจมีอะไรกับผมเหรอครับ”
ทั้งสองคนรู้สึกใมากที่คิมรู้ว่าพวกเขาเป็ตำรวจ
“คุณรู้ได้ไงว่าเราเป็ตำรวจ”โระกะถาม
“น้ำเสียงห่วนๆเหมือนตวาดผู้ร้ายจนเป็นิสัยมากันเป็คู่ เหมือนในหนังคู่หูนักสืบ ขากางเกงก็ตุงมากเหมือนเหน็บอะไรไว้ที่ด้านใน”
โระกะรู้สึกประหลาดใจมาก เพียงแค่ไม่กี่ก้าวที่เดินเข้ามาคิมก็รู้แล้วว่าพวกเขาเป็ตำรวจ คิมปิดหนังสือและลุกขึ้นนั่งพิงโต๊ะ
“คุณชื่ออะไร?” คิมหันไปหันไปถามโระกะ
“ฉันชื่อโระกะ และนี้มาซาเราเป็ตำรวจเขต21 กำลังสืบคดีคนฆ่าตัวตายค่ะ”
“โค้ดเนมโระกะงั้นเหรอ?
คิมมองทั้งดูั้แ่หัวจรดเท้าและเริ่มวนไปรอบๆโระกะ
“ดูจากรสนิยมใส่ชุดดำ โค้ดเนมคงมาจากคุโระกะสินะ ส่วนมาซา ก็คงตั้งชื่อตามนักฟุตบอลหรือไม่ก็พวกนักกีฬาดังๆแน่ๆ”
(ทำไมเขาถึงได้พูดออกนอกเื่แบบนี้นะ)โระกะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ที่จริงฉันตั้งโค้ดเนมตัวเองว่าโร้คค่ะ แต่มันออกเสียงยากล่ะมั้ง เพื่อนๆเลยเรียกโระกะ”
“ส่วนผมชื่อเก่าคือเอ็ดเวิดน่ะแต่สมัยเรียนตำรวจมาสายประจำ เพื่อนเลยเรียกไอ้มาสาย คนอื่นได้ยินเป็มาซาก็เลยกลายเป็โค้ดเนมไปเลย”
“อ่าว....อย่างงั้นเหรอ... ????”
คิมหัวเราะเจือนๆก่อนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม
“ขอเข้าเื่นะคะ อยากถามเื่พวก Microzard สักหน่อยอยากทราบขอบเขตความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาค่ะ”
“ตอบได้ยากนะ เพราะการพัฒนาด้านนี้มันถูกปิดตัวลงเมื่อ 15 ปีก่อน ส่วนที่ผมสอนก็เป็แค่ประวัติศาตร์ เื่ราวและวิธีรับมือเท่านั้นเอง”
“ว่าไงนะ! มีวิธีรับมือด้วยงั้นเหรอ?”
โระกะเดินเข้ามาหาคิมที่โต๊ะและก้มหน้าลงใกล้ๆคิมขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ
“มีสิ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้หรอกนะมันมีขั้นตอนและความเสี่ยง”
มาซาที่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องประชาชนควรได้ฝึกฝน การรับมือเมื่อถูกเข้าฝันด้วยเช่นกัน
“เราไม่เคยรู้เื่นี้เลยนะการพัฒนาถูกยกเลิกแต่มีการค้นพบวิธีป้องกัน ถ้ามีก็น่าจะมีการแจ้งให้ประชาชนรู้สิ”
คิมมองหน้ามาซาที่พูดออกมาเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย
“อย่างที่ผมบอกการฝึกฝนนั้นจำเป็ต้องใช้เวลา และใช่ว่าทุกคนที่ฝึกจะสามารถทำได้การฝึกเพื่อรับมือการเข้าฝัน ไม่ต่างจากการพัฒนาการฝัน หาก้าหยุดการพัฒนาก็ต้องหยุดการรับมือด้วยดังนั้นคนที่จะได้รับการฝึกฝนเื่นี้ต้องเป็คนที่ได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลเท่านั้น”
“งั้นแปลว่าคุณทำได้สินะ แล้วต้องทำยังไงถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าฝึกได้”โระกะถามขึ้น
“ลองติดต่อหน่วยงานของพวกคุณดูสิอย่างพวกคุณน่าจะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันการโดนจั้มฝันไว้บ้างนะ”
“ถามอย่างหนึ่งสิ จะหลอกให้คนฆ่าตัวตายได้นั้นต้องอยู่ในระดับไหน ?” โระกะถามอีกครั้ง
“อย่างที่รู้ว่ามันมี 5 ขั้นบอกตามตรงนะว่าระดับที่ผมเคยเห็นก็แค่พวก Hacker สูงกว่านั้นมีจริงรึเปล่า หรือยังมีอยู่ในโลกนี้รึเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจแต่การจะหลอกให้คนฆ่าตัวตายได้นั้น ผมคิดว่าไม่อยู่ที่ระดับแต่อยู่ที่จิตวิทยาหรือแผนการที่ใช้มากกว่า”
“ไม่ใช่ว่าเข้าไปในฝันและทำบางอย่างเช่นสะกดจิตให้พวกเขาฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?”
คิมมองหน้ามาซาและหัวเราะขึ้นมาทันที
“ถ้าคิดว่าคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพวกนี้ก็ศึกษาข้อมูลก่อนจะมาพบผมดีกว่ามั้ย จะให้ผมอธิบายนั่งอธิบายความเป็ไปได้ทั้งหมดให้ฟังมันเสียเวลามากโข่อยู่นะ”
คิมไม่ได้บอกรายละเอียดและความเป็ไปได้ทั้งหมดให้ทั้งคู่ฟังเขายังเก็บข้อมูลสำคัญไว้และปล่อยให้ทั้งสองสงสัยต่อไป
“แล้วคุณจะว่างเมื่อไหร่อยากขอคุยส่วนตัวเกี่ยวกับเื่นี้หน่อย” โระกะถามขึ้น
“ ทิ้ง YC (Your Call) ไว้แล้วกัน ผมว่างแล้วจะโทรไปนัดอีกที”
โระกะหยิบโทรศัพท์ให้คิมสแกนบัญชี YC ของเธอ และก็กลับออกไปพร้อมกับมาซา พอเดินออกมาจากห้องก็เห็นเด็กผู้หญิงสองคนยืนรออยู่ที่หน้าห้องซึ่งน่าจะเป็นักศึกษาที่มารอพบด็อกเตอร์คิมพวกเธอมองมาที่โระกะและมาซาด้วยท่าทางสงสัยว่าพวกเขามาทำอะไรที่ห้องนี้แต่โระกะกับมาซาก็ไม่ได้สนใจ เดินผ่านไป แต่ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเดินผ่านไปแล้วพวกเธอก็ยังคงมองตาม จนโระกะแปลกใจและหันกลับไปมองพวกเธออีกครั้ง
“รู้จักรึเปล่า?”มาซาถามขึ้น
“ไม่นะแค่แปลกใจกับสายตาที่มองมาเท่านั้นเอง”
เด็กผู้หญิงสองคนนั้นเดินเข้าไปในห้องหลังจากที่โระกะและมาซาเดินพ้นสายตาไปแล้วเพื่อตามคิมให้ไปสอนวิชาต่อไป คิมบอกให้พวกเธอไปรอที่ห้อง และก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบัญชีของโระกะที่เธอทิ้งไว้ให้
“ Kuroka C21”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยและเดินไปที่หน้าต่างแอบส่องดูทั้งสองคนที่น่าจะกำลังเดินออกจากตึก
“โร้คงั้นเหรอโกหกเก่งจริงๆนะยัยเด็กนี่”
คืนนั้นคิมได้ส่งข้อความหาโระกะทันที“พบกันพรุ่งนี้ 2 ทุ่ม ที่บ้านฉัน” พร้อมกับส่งตำแหน่งที่อยู่มาด้วย โระกะเปิดอ่านข้อความและรีบส่งต่อให้กับมาซาทันทีและเช้าวันรุ่งขึ้น มาซาก็ขับรถไปกับโระกะตามตำแหน่งที่คิมให้มายิ่งขับไปก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไกลเกือบสุดเขต21 ทั้งคู่เริ่มเกิดความกังวลเพราะระหว่างทางที่ขับไปนั้นแทบไม่มีบ้านคนอยู่เลย
“รถเราออกจากเขต21 ไม่ได้นะใกล้ถึงเส้นกั้นเขตแล้วด้วย จะไปต่อดีมั้ยโร้ค”
· การเดินทางไปไหนมาไหนนอกเขต จำเป็ต้องขออนุญาตเสียก่อนคล้ายกับเดินทางข้ามประเทศ สำหรับรถสาธารณะ หรือรถของราชการไม่สามารถเดินทางข้ามเขตได้ หากออกนอกเขตระบบจ่ายพลังงานจะตัดอัตโนมัติ
ขณะที่ทั้งสองกำลังคิดว่าจะหยุดและเลี้ยวกลับก็เริ่มเห็นบ้านคนอยู่ไกลๆ ทั้งคู่คิดว่าคงเป็บ้านหลังนั้นแน่ จึงตรงไปตามทางและเมื่อไปถึงสิ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาต้องตะลึงมาซาถึงกับอ้าปากค้างกับความใหญ่โตของบ้าน
“หมอนี่เป็อาจารย์จริงงั้นเหรอ?”
บ้านของคิมใหญ่มาก เป็คฤหาสน์แบบโบราณก็ว่าได้ซึ่งในเขต21นี้ มีเพียงแค่ไม่กี่หลัง พอมองไปรอบๆโระกะก็เริ่มคิดว่าที่ไม่มีบ้านใครแถวนี้เลย อาจเป็เพราะที่แถวนี้เป็ของเขาทั้งหมดเขาเป็ใครกันแน่นะ ด็อกเตอร์คิมคนนี้
· ในแต่ละเขตผู้ที่จะถือครองที่ดินจำนวนมากได้ต้องเป็คนที่มีความสำคัญต่อประเทศหรือเป็ผู้ที่ได้รับเกียรติจากการทำาหรือช่วยเหลือประเทศเท่านั้นดังนั้นแม้จะมีความร่ำรวยมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถซื้อที่ดินจำนวนมากได้
สักพักก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูให้“เชิญข้างในครับ” มาซากับโระกะเดินเข้าไปในบ้าน ภายในใหญ่โตโออ่าแต่ทั้งเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งเรียกว่าเป็แนววินเทจมากมีของเก่าๆที่เขาสะสมมากมาย ชายแก่คนนั้นพาไปที่ห้องทำงานของคิมเขานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ พอเปิดประตูเข้าไปเขาก็ลุกขึ้นมาต้อนรับทันที
“มาแล้วเหรอ? นึกว่าจะมาไม่ถึงซะอีกบ้านผมอยู่ริมเขตมาก บางครั้งพวกโดรนส่งพัสดุก็มาไม่ถึงนะ”
“ให้พวกเรามาไกลถึงที่นี้หวังว่าคุณคงจะมีข้อมูลที่เป็ประโยชน์ให้กับเรานะ”
.โระกะพูดเพื่อกดดันคิมเพราะการที่เธอหนีราชการมากับมาซาแบบนี้ หากไม่ได้รับข้อมูลที่เป็ประโยชน์เธอคงจะโดนตำหนิจากหัวหน้าแน่ๆ
คิมพาพวกเขาไปอีกห้องต้องเดินไปอีกประมาณ 4 ห้องระยะทางไกลพอสมควร เพราะห้องแต่ละห้องมีเนื้อที่กว้างมากไม่เหมือนจะเอาไว้หลับนอน ทั้งมาซาและโระกะเดินไปก็คอยสังเกตไปคิมรู้ตัวว่าทั้งคู่พยายามสอดส่องจึงเหลือบไปมองเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปากและเดินต่อไป จนถึงห้องที่้า
ห้องนั้นเป็ห้องโล่งๆมีเตียงนอนวางอยู่กลางห้อง มีโต๊ะวางอยู่ที่ปลายเตียง พร้อมเชิงเทียน 1 อันฝั่งที่หันหน้าออกด้านนอกเป็กระจกทั้งหมด ไม่มีหน้าต่าง ด้านที่เหลือเป็กำแพงที่ผนังนั้นมีภาพวาดทิวทัศน์อยู่เต็มพื้นที่ของกำแพงรวมไปถึงเพดานด้วย ในห้องตกแต่งด้วยดอกไม้และต้นไม้ ดูเป็ธรรมชาติและผ่อนคลายแต่ทั้งมาซาและโระกะต่างก็สงสัยเื่เตียงกับโต๊ะที่วางอยู่กลางห้อง
“โต๊ะกับเตียงนี้มีไว้ทำไม?”
มาซาเดินไปที่เตียงและหันมาถามคิมหัวเราะออกมาและพูดว่า
“ก็เอาไว้นอนสิคุณ ถามแปลกๆ หรือคุณใช้เตียงทำอย่างอื่นมากกว่า?”
มาซาเริ่มฉุนกับคำตอบที่ยียวนกวนประสาทนั่น
“แล้วโต๊ะล่ะมันอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ ทำไมวางไว้ปลายเตียง มันน่าจะวางไว้ข้างเตียงสิแถมเชิงเทียนนั่นอีก มีไว้ทำไม?”
“พวกคุณนิมาพร้อมกับความสงสัยหลายอย่างเลยนะได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับพวก Microzard มารึยัง?”
เหมือนสิ่งของเหล่านี้จะถูกเตรียมไว้เพื่อทำบางอย่างไม่ใช่เพื่อการหลับนอนแบบปกติ ทั้งบรรยากาศ ตำแหน่งวางของสิ่งของที่ผิดปกติจากที่ควรจะเป็ คิมตั้งใจจะให้พวกเขาทำอะไรกันแน่