ภายใน ‘รอยแยกของวินาทีที่ถูกทิ้ง’ บรรยากาศหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยตะกั่วเหลวที่ร้อนระอุ ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีครามแต่เป็ฟันเฟืองมหึมาที่ขบกันจนเกิดเสียงครืดคราดแสบแก้วหู ทุกจังหวะที่เฟืองั์หมุนวน เศษซากของกาลเวลาจะร่วงหล่นลงมาเป็ละอองสีเทาปกคลุมพื้นกระจกสีดำที่ทอดยาวสุดสายตา มันคือสุสานของเวลาที่ไม่มีใคร้า และที่นี่เอง... าชิงิญญากำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด
“อั่ก!” **มีนา** ส่งเสียงครางในลำคอขณะที่ร่างบอบบางของเธอถูกแรงปะทะจากมีดสั้นอาบพลังสีม่วงของ **เอเวอลีน** กระแทกจนถอยกรูด ดาบสีดำสนิทในมือของเธอสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะมิติแห่งนี้กำลังสูบฉีดพลังงานด้านลบเข้าสู่ศาสตราของเธอจนหนักอึ้ง
เอเวอลีนไม่ได้หยุดพัก ร่างปราดเปรียวในชุดรัดรูปสีเข้มเคลื่อนที่พริ้วไหวราวกับภาพติดตา เธอมองดูมีนาด้วยสายตาเหยียดหยาม “สายเกินไปแล้ว... ผู้พิทักษ์ที่ถูกลืมอย่างเธอควรจะสลายไปพร้อมกับเศษเวลาพวกนี้ซะ!”
ทว่าในขณะที่การต่อสู้กำลังตึงเครียด **ผู้บัญชาการเวน** กลับหยุดนิ่ง เขาหลับตาลงััถึงแรงสั่นะเืของนาฬิกาพกโบราณในมือของ **นนทพัทธ์** ที่อยู่ไม่ไกล พลังงานในรอยแยกนี้ปั่นป่วนเกินไป เขาจำเป็ต้อง "ปลุก" รอยสักนาฬิกาทรายที่ข้อมือให้ถึงขีดสุดเพื่อสยบความคลั่งของกาลเวลา
“เอเวอลีน... มานี่” เสียงทุ้มต่ำของเวนทรงอำนาจจนเอเวอลีนชะงัก เธอะโถอยฉากจากมีนาแล้วตรงเข้าไปหาเ้านายทันที
“ท่านเวน... มีอะไรหรือคะ?” เธอถามพลางหอบหายใจกระเส่า แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับกลายเป็ความเทิดทูน
“ข้า้าพลังจากเ้า... เพื่อดึงกุญแจนั้นมา” เวนไม่พูดเปล่า เขากระชากร่างของเอเวอลีนเข้าหาตัว มือหนาบีบหมับเข้าที่พวงแก้มของเธออย่างแรงก่อนจะประกบริมฝีปากจูบอย่างหิวกระหาย ลิ้นหนารุกรานเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างดุดัน บังคับให้เธอตอบสนองด้วยความจำยอมที่แฝงไปด้วยตัณหา
“อื้อออ...” เอเวอลีนครางประท้วงในลำคอ แต่ร่างกายของเธอกลับสั่นสะท้าน มือไม้ที่เคยถืออาวุธบัดนี้กลับลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของเวน
เวนผลักเธอลงกับเฟืองั์ที่หยุดนิ่งอยู่กับพื้นกระจก เขาจัดการฉีกชุดรัดรูปของเธอออกจนเผยให้เห็นปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าทายอากาศธาตุ ผิวขาวเนียนของเธอตัดกับบรรยากาศสีเทาหม่นของมิติ เวนไม่รอช้า เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับร่องอกลึก สูดดมกลิ่นกายสาวที่ปนเปไปด้วยกลิ่นคาวของพลังงานมิติ
“ซี๊ดดด... ท่านเวน... อ๊าาา...” เอเวอลีนจิกเล็บลงบนไหล่ของเขา ร่างกายของเธอเริ่มบิดเร่าด้วยความกระสัน เมื่อเวนใช้ฝ่ามือหนาเค้นคลึงยอดอกของเธออย่างหนักสลับกับการใช้ปลายลิ้นตวัดหยอกล้อจนมันแข็งเป็ไต
เวนปลดอาภรณ์ของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแก่นกายขนาดั์ที่พองขยายจนเต็มพิกัด รอยสักนาฬิกาทรายที่ข้อมือของเขาเรืองแสงสีส้มสว่างจ้าตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เขาจับขาของเอเวอลีนแยกออกกว้าง เผยให้เห็นกุหลาบงามที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งกามารมณ์
“รับพลังของข้าไป... แล้วถวายิญญาของเ้าให้ข้า!”
เวนกระแทกแก่นกายเข้าสู่ร่องลึกของเอเวอลีนในคราวเดียวจนสุดโคน!
“กรี๊ดดดดด! อ๊าาาาาา!” เอเวอลีนแหงนหน้าขึ้นฟ้า ดวงตาเหลือกพองด้วยความจุกผสมปนเปไปกับความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์
*พั่บ! พั่บ! พั่บ!*
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องกังวานไปทั่วรอยแยกที่เงียบงัน เวนขยับโยกกายอย่างบ้าคลั่ง ทุกลมหายใจของเขาคือคำสั่ง ทุกลีลาคือการสูบฉีดพลังงาน เอเวอลีนโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ สะโพกมนรับแรงกระแทกจากชายหนุ่มอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
*ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!*
“ซี๊ดดด... แน่นเหลือเกิน... เอเวอลีน... อื้มมม” เวนสบถพร่า มือทั้งสองข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่น ก่อนจะเริ่มซอยถี่กระชั้นจนร่างของทั้งคู่สั่นระริก
“อ๊าาา... ท่านเวน... แรงอีก... เอาอีกกก! พั่บ พั่บ พั่บ!” เอเวอลีนร้องเรียกชื่อเขาอย่างเสียสติ ร่างกายของเธอเริ่มกระตุกเกร็ง น้ำรักสีใสไหลชโลมขาเรียวสวย ท่ามกลางความมืดมิดของมิติ แสงจากรอยสักของเวนกลับสว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะรักที่ทวีความรุนแรง
ในขณะที่เวนกำลังดูดดื่มกับกามรสเพื่อเสริมอำนาจ **นนทพัทธ์** กลับติดอยู่ในนรกส่วนตัว เขาทรุดเข่าลงบนพื้นกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าของเขา... ใบหน้าที่ตอนนี้ซีกหนึ่งกลายเป็กะโหลกขาวโพลน ดวงตาข้างซ้ายเหลือเพียงลูกไฟสีดำที่ริบหรี่ ความเ็ปจากการที่เส้นเืสีดำลามผ่านหน้าอกขึ้นมาถึงลำคอทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก
เงาสีดำสนิท—Wraiths of the Debt—ผู้เก็บเกี่ยวที่เกิดจากหนี้แค้นของเขาเอง ยื่นมือที่เป็กรงเล็บแหลมคมออกมา หมายจะคว้าเอา ‘นาฬิกาพกโบราณ’ ที่สั่นขิกๆ อยู่ในมือนนท์
“อย่า... เข้ามา...” นนท์พยายามเค้นเสียง แต่ภาพของอู่ซ่อมรถ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และรอยยิ้มซื่อๆ ของ **เก่ง**... ทุกอย่างกำลังถูกเปลวไฟสีดำเผาไหม้ไปต่อหน้าต่อตา
“ดูสิ... แม้แต่ความตายของเ้า ก็ยังเป็เพียงเครื่องเสวยให้ข้า!” เสียงของเวนดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงครางกระเส่าของเอเวอลีน
เวนเร่งจังหวะสุดท้าย เขากระแทกย้ำๆ ลงไปในกายของลูกน้องสาวอย่างรุนแรงจนเธอสั่นคลอนไปทั้งร่าง ก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำรักอุ่นร้อนสีส้มเรืองแสงฉีดพ่นเข้าไปในมดลูกของเธอจนล้นทะลักออกตามง่ามขา
“อ๊าาาาาาาาาาา!” ทั้งสองคำรามออกมาพร้อมกัน พลังงานมหาศาละเิออกจากร่างของเวน มันสว่างจ้าจนกดข่มพลังของนาฬิกาพก
เวนผละออกจากร่างที่อ่อนระทวยของเอเวอลีน เขายืนขึ้นด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ได้รับการเติมเต็ม “เวลาที่เ้าขโมยมา... มันไม่เคยเป็ของเ้า นนทพัทธ์!”
“แก... แก้าอะไรกันแน่!” นนท์กัดฟัน เืสีดำไหลซึมจากมุมปาก
“ข้า้า ‘กุญแจ’ เพื่อเปิดประตูสู่โลกที่ไม่มีความตาย!” เวนยิ้มเหี้ยมเกรียม “ส่งนาฬิกามาเสียดีๆ!”
“ไม่!” เสียงะโของมีนาดังก้องขึ้น เธอพยายามพุ่งเข้ามาปกป้องนนท์ แต่เวนเพียงแค่ขยับนิ้ว พลังที่เพิ่งได้รับจากการสังวาสก็บิดเบือนเวลาจนร่างของมีนาชะงักค้างกลางอากาศเหมือนแมลงที่ติดอยู่ในอำพัน
นนท์รู้สึกได้ถึงความทรงจำสุดท้ายที่กำลังจะหลุดลอยไป... ภาพที่เขาและเก่งนั่งดื่มเบียร์ด้วยกันบนดาดฟ้าตึกเก่าๆ ในวันที่พวกเขาฝันอยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้
‘นนท์... มึงห้ามลืมกูนะเว้ย’
หัวใจของนนท์กระตุกวูบ พลังงานสีดำข้นคลั่กพุ่งออกมาจากร่างกายซีกที่เป็กระดูกของเขา เข้าปะทะกับพลังของเวนจนมิติกระจกสั่นะเื
“ฉัน... จะไม่ยอม... ให้ใคร... พรากความจำของฉันไปทั้งนั้น!”
นาฬิกาในมือของเขาเริ่มมีรอยร้าวเพิ่มขึ้น และปล่อยแสงสีเทาหม่นที่ดูดกลืนทุกสีสันรอบข้างไปจนสิ้น นนท์ตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เขากดปุ่มบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยแรงเฮือกสุดท้ายพร้อมกับถ่มเืสีดำลงไปบนกระจกหน้าปัด
“ถ้าฉันต้องไป... พวกแกก็ต้องไปกับฉันด้วย!”
แรงะเิของกาลเวลาที่รุนแรงที่สุดฉีกกระชากความจริงรอบตัวออกเป็ชิ้นๆ ร่างของเวน เอเวอลีน มีนา และนนท์ ถูกกระแสแห่งเศษวินาทีที่บิดเบี้ยวดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าที่มืดมิด ทิ้งไว้เพียงเสียงฟันเฟืองั์ที่หมุนวนช้าลง... และช้าลง...
แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น มีเสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้น... "มันยังไม่จบ... นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของจุดจบเท่านั้น"