ผมชื่อ “นนท์” … และนี่คือเื่ราวที่ผมไม่แน่ใจว่าควรเล่าหรือเก็บเงียบไปตลอดชีวิต
เราเก้าคนเป็เพื่อนสนิทวัยทำงาน รู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนมหา’ลัย หลังจากทำงานกันจนเหนื่อยล้า จึงตกลงกันว่าจะไปเที่ยวป่าที่จังหวัดเหนือสุด บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เราขับรถขึ้นเขาเปิดเพลงดัง ถ่ายรูปแซวกันตลอดทาง ทุกคนพูดเหมือนกันว่า
“นี่แหละวันพักผ่อนที่ตามหามานาน”
ตอนถึงหมู่บ้านทางขึ้นป่า มีชายแก่คนหนึ่งเดินมาหา เขามองพวกเราด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
“ในป่านั้น…อย่าหันกลับถ้ามีเสียงเรียกชื่อ และอย่าออกนอกเส้นทาง ไม่อย่างนั้น…จะไม่ได้กลับมา”
เราหัวเราะกลบเกลื่อน คิดว่าเป็เื่เล่าให้กลัวเล่นๆ แต่ผมสังเกตว่าตาคนนั้นจริงจังอย่างประหลาด
เราเดินลึกเข้าไปในป่า อากาศเย็นชื้น แสงแดดลอดใบไม้ลงมาเป็เส้นสวยงาม ทุกคนถ่ายรูปเล่นกัน สนุกสนาน แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ผมเริ่มรู้สึกว่าทางมันแปลกๆ เราผ่านต้นไม้ใหญ่ที่มีรอยฟ้าผ่าซ้ำถึงสองครั้ง ทั้งที่เราเดินตรงมาตลอด มันเป็ไปได้ยังไง?
กลางคืนแรก เรากางเต็นท์ จุดไฟกลางแคมป์ เพื่อนๆ ผลัดกันเล่าเื่ผี มีคนหยิบตำนานห้องเรียน 6/3 ที่เคยฟังสมัยเรียนมาแซว บางคนพูดเล่นว่า
“คืนนี้ถ้าได้ยินเสียงใครเรียกชื่ออย่าหันนะ” แล้วก็หัวเราะ แต่หัวใจผมกลับสั่นวูบอย่างไม่มีเหตุผล
เช้าวันต่อมา เราออกเดินต่อ ไม่นานก็เริ่มมีเหตุการณ์ประหลาด เสียงเพื่อนที่เดินข้างๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งที่เ้าตัวอยู่ตรงหน้า เราหยุดรอกัน แต่พอหันไปก็ไม่มีใคร ทุกคนพยายามทำเหมือนไม่มีอะไร ทั้งที่สีหน้าเริ่มซีดเผือด
บ่ายวันนั้น เพื่อนคนแรกหายไป ตั้ม เขาบอกว่าจะไปเข้าป่าเล็กน้อยแล้วก็ไม่กลับมา เราตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ เหลือแค่กระเป๋าเปล่าทิ้งไว้ ทุกคนเริ่มพูดกันเสียงเบาๆ ว่าคำเตือนของชายแก่คนนั้นอาจไม่ใช่เื่ล้อเล่น
คืนนั้นเสียงเรียกชื่อดังขึ้นชัดเจน มันเหมือนเสียงของเพื่อนอีกคนในกลุ่มเรียกผมจากในความมืด
“นนท์…ทางนี้” ผมกัดฟันไม่หัน แต่เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเผลอหันกลับทันที เธอกรีดร้องเสียงหลงแล้ววิ่งหายเข้าไปในความมืด ทิ้งเรายืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น
จากเก้าคน เหลือเจ็ด…หก…ห้า
แต่ละวันมีคนหายไปทีละคน บางครั้งแค่กะพริบตา เขาก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เหมือนไม่เคยมีตัวตนในกลุ่มมาก่อน
เราเริ่มเดินวนซ้ำเส้นทางเดิมทั้งที่เดินไปข้างหน้า เห็นซากแคมป์ไฟเก่าที่มีขวดน้ำ เสื้อกันฝน และรองเท้าเหมือนของเราเป๊ะๆ มันเป็ไปได้ยังไง หรือว่ามีใครมาก่อนเรา…หรือจริงๆ แล้วนั่นคือของของเราเอง?
เสียงเพลงแ่ๆ คล้ายแคนลอยมาตามลมทุกค่ำคืน มันไม่ใช่เพลงที่เคยได้ยินมาก่อน แต่แฝงด้วยความเศร้าโศกและกดดัน ทุกคนตัวสั่นเหมือนถูกบีบคอโดยที่ไม่มีใครกล้าพูด
คืนสุดท้าย เหลือเพียงผมกับเพื่อนอีกสองคน เราวิ่งสุดแรงเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าไล่ตามมาตลอด แต่ทันใดนั้น เพื่อนทั้งสองก็ล้มลงต่อหน้าผมและหายไปในเงามืดเหมือนถูกกลืนกิน
ผมจำได้แค่การวิ่งไม่คิดชีวิต ร่างกายแทบแตกเป็เสี่ยงๆ ก่อนภาพจะดับวูบไป
เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองยืนอยู่ริมถนนใหญ่ หมู่บ้านอยู่ไม่ไกล พระอาทิตย์กำลังขึ้น ชาวบ้านเดินผ่านไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมพยายามถามหาคนอื่นๆ แต่ทุกคนทำหน้างง บอกว่า
“คุณมาคนเดียวั้แ่แรกนี่”
ตอนนี้…ผมคือคนเดียวที่รอดออกมาจากป่า
หรือจริงๆ แล้ว…ผมไม่เคยรอดออกมาเลยกันแน่?
