“หรือแท้จริงแล้ว…ฉันไม่ใช่ลูกของแม่กัน
หยางเสี่ยวชิงพึมพำแ่เบา เสียงนั้นเบาหวิวราวกับลมหายใจที่หลุดลอยดวงตาเธอทอดมองลานบ้านซึ่งอาบด้วยแสงแดดเมื่อครู่หากความอบอุ่นภายนอกกลับมิอาจละลายความเ็าที่เกาะกินในใจ
“แม้แต่ความรักที่แม่มีให้…ยังแตกต่างจากพี่ใหญ่ราวฟ้ากับเหว”คำพูดขมขื่นนั่นหล่นหายไปในอากาศ
ทันใดนั้น ฟ้าซึ่งเคยสดใสกลับมืดครึ้มเมฆดำเคลื่อนคล้อยปกคลุมราวม่านหมอกหนา สายลมเย็นวูบพัดผ่าน ก่อนสายฝนจะเทกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยราวกับท้องฟ้าถล่ม
หยางเสี่ยวชิงมองภาพตรงหน้าก่อนจะแค่นยิ้มบาง
เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ฝนต้องตกหนัก หากแต่เธอไม่ได้คิดใส่ใจเพราะฝ้ายขาวนุ่มที่เรียงรายอยู่เต็มลาน ไม่ได้มีไว้เพื่อเธอหากเพื่อผ้านวมผืนใหม่ของพี่สาว ของหมั้นที่จะติดตัวเข้าสู่บ้านสามี
ส่วนตัวเธอ…ก็ได้เพียงผ้าห่มเก่าๆ เนื้อหยาบสีซีดจางที่ถูกเก็บเอาไว้จนฝุ่นเกาะหนาเหมือนกับชะตาชีวิตที่ไม่อาจเรียกร้องอะไรได้
ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อน ความลำเอียงนั้นก็ไม่เคยแปรเปลี่ยน เธอพึมพำขึ้นเบาๆราวกับรู้สึกจุกแน่นในอกก่อนจะหมุนตัวกลับ เดินทอดน่องไปยังเตียงนอนเก่าๆพร้อมกับทิ้งตัวลงเสียงลมหายใจหนักอึ้งสะท้อนความน้อยเนื้อต่ำใจที่อัดแน่น
ด้านนอกลานบ้านเสียงเอะอะยังคงดังขึ้นแข่งกับสายฝน
“ตายแล้ว! ฝ้ายของฉัน!”
เสียงแม่หยางดังลั่นท่ามกลางสายฝน เธอรีบวิ่งเก็บฝ้ายเปียกน้ำกลางลานด้วยมือไม้ที่สั่นเทาอย่างเร่งรีบใบหน้าเต็มไปด้วยความตระหนก
“เมื่อครู่ยังแดดจ้าอยู่แท้ๆเหตุใดฝนจึงตกกะทันหันอย่างนี้”
เธออุ้มฝ้ายชุ่มน้ำขึ้นแนบอกดวงตาฉายแววสิ้นหวัง
“ฝ้ายที่อุตส่าห์ตากจนแห้ง…ตอนนี้คงเน่าเสียหมดแล้วฉันจะทำผ้านวมให้เสี่ยวชุ่ยได้ยังไงร”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
หยางเสี่ยวชุ่ยซึ่งเดินผ่านมาพอดีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า กลับเบ้ปากอย่างรำคาญ
“ก็แค่ฝ้ายเปียกน้ำแม่จะทำหน้าเศร้าประหนึ่งฟ้าถล่มไปไย”
แม่หยางเงยหน้ามองบุตรสาวคนโตดวงตายังคงเต็มไปด้วยความเสียดาย
“เสี่ยวชุ่ย…ฝ้ายนี่แม่ตั้งใจจะทำเป็ผ้านวมให้ลูกไว้ใช้หลังแต่งงาน”คำพูดแฝงความห่วงใยสุดหัวใจ
ทว่าหยางเสี่ยวชุ่ยกลับหัวเราะหยัน
“เหอะ เปียกก็เปียกสิแม่จะไปใส่ใจทำไมใครเขาจะอยากได้ผ้านวมราคาถูกๆอย่างนั้นกัน”
น้ำเสียงเ็า หากแฝงความทะนง
“หากแม่จะให้ของหมั้น ฉันว่าทองคำหรือเครื่องประดับมีค่าจะเหมาะสมกว่า”
คำพูดนั้นทำให้แม่หยางชะงักก่อนดวงตาจะค่อยๆเบิกกว้าง
“จริงด้วย…ทำไมแม่จึงคิดไม่ถึงกัน”เสียงของเธอแปรเปลี่ยนเป็ตื่นเต้น
“เสี่ยวชุ่ย หากแม่ซื้อกำไลทองให้ลูกล่ะวันแต่งงานลูกสวมใส่ย่อมดูมีสง่าราศรี”เธอพูดพลางยิ้มกว้าง
“ดีล่ะ แม่ยังพอมีสินสอดของเสี่ยวชิงเหลืออยู่เอาไปซื้อกำไลทองให้ลูกคงพอได้”กล่าวจบ เธอก็รีบสาวเท้าเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้นราวฝ้ายเปียกน้ำเมื่อครู่ไม่เคยมีอยู่
หยางเสี่ยวชุ่ยเผยยิ้มพึงพอใจดวงตาเปล่งประกายแห่งชัยชนะ ก่อนเหลือบมองไปยังประตูห้องของน้องสาว
ผล๊ะ....ประตูไม้ถูกผลักเปิดอย่างแ่เบา
ภายในห้อง หยางเสี่ยวชิงนอนนิ่งอยู่บนเตียงดวงตาปิดสนิท ราวกำลังหลับลึก
“ไงนี่แกจะนอนอืดเป็หมูอยู่อย่างนี้หรือ”เสียงเยาะเย้ยดังขึ้น
หยางเสี่ยวชิงค่อยๆลืมตาขึ้น แววตานิ่งสงบผิดคาด
“ฉันรู้นะว่าแกเองก็ย้อนเวลากลับมาเหมือนนกัน”คำพูดของหยางเสี่ยวชุ่ยทำให้อากาศในห้องแข็งค้าง
“ตอนแรกฉันยังคิดว่าตัวเองฝันไปแต่เมื่อหยิกตัวแล้วรู้สึกเจ็บ จึงมั่นใจว่าไม่ได้ฝัน”เธอยิ้มบางก่อนจะเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ๆเตียง
หยางเสี่ยวชิงสบตาพี่สาวโดยไม่หลบเลี่ยง
“ฉันเองก็รู้ั้แ่แรกแล้วว่าพี่เองก็ย้อนเวลากลับมา”เสียงเธอราบเรียบหากแต่หนักแน่น
“ไม่อย่างนั้น พี่คงไม่เลือกแต่งกับคนอย่างลั่วเยี่ยกั่วหรอก”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของหยางเสี่ยวชุ่ยเย็นเฉียบ
“ครั้งนี้…ฉันเลือกคนไม่ผิดแน่”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ต่อไปนี้ ฉันจะมีชีวิตสุขสบายชีวิตที่เคยเป็ของแก”เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยดวงตาฉายแววเยาะเย้ย
“ส่วนแก…ก็ไปเป็สะใภ้ร้านขายเนื้ออยู่กับกลิ่นคาวเืจนตัวเหม็นสาปไปเถอะ”เสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นก่อนร่างบางจะหมุนตัวเดินออกไป
ประตูไม้ปิดลงช้าๆความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้…ริมฝีปากของหยางเสี่ยวชิงกลับค่อยๆยกขึ้นเป็รอยยิ้ม รอยยิ้มเย็นเยียบยิ่งกว่า
“พี่ใหญ่…”เสียงพึมพำแ่เบา
“พี่ก็เช่นกัน”ดวงตาเธอฉายประกายวาบไหว
“ต่อไปนี้…ก็ใช้ชีวิตอยู่กับคนไม่เอาไหนอย่างลั่วเยี่ยกั่วให้สมใจไปเถอะ”ลมหายใจแ่เบาหลุดออกจากริมฝีปากหากแต่แฝงไปด้วยความมั่นคงแน่วแน่