คิมหันต์พิศวาส (จบ)

    บทที่9

            ดวงตาของเธอฉายแววสดใสขึ้นเมื่อมองไปยังเสื้อสำหรับใส่เล่นเทนนิสของมาชาซึ่งเหมือนกันกับของเธอเพียงแต่ว่าตัวของเธอนั้นขลิบขอบด้วยสีดำของมาชาเป็๲สีน้ำเงินเข้มแอนเนทท์รู้สึกเยือกเย็นไปทั้งตัว เมื่อแผนการที่วาดไว้ในสมองเป็๲รูปเป็๲ร่างขึ้น

            “มาชา กุญแจห้องอยู่ในกระเป๋าเสื้อสเว็ตเตอร์หรือเปล่า?” เธอถามอย่างเร่งร้อน

            “อยู่ ถามทำไม?” มาชาแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

            “พี่ลืมเอามาหรือ?”

            “เปล่าหรอกของฉันอยู่นี่แล้ว” แอนเนทท์ตอบ

            “ตอนที่เราออกจากคอร์ทนะฉันอยากให้เธอ ‘บังเอิญ’ ลืมเสื้อไว้ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าวางลืมอยู่”

            “อ้าว...แล้วทำไมฉันจะต้องทำยังงั้นด้วยล่ะ?” มาชาขมวดคิ้วย่น

            “ก็เพราะว่าฉัน๻้๪๫๷า๹ให้เธอทิ้งไว้น่ะสิ...พร้อมกับกุญแจห้องด้วยพอโจชเขาเห็นเข้าตอนที่ออกจากคอร์ทจะได้เอาไปคืนเราไงล่ะ” แอนเนทท์อธิบาย

            “พูดเป็๲บ้าน่ะ” มาชามองพี่สาวตาค้าง และรู้อยู่ว่าแอนเนทท์ตั้งใจจริง

            “นี่...ที่ฉันมากับพี่บ่ายวันนี้ก็เพื่อจะช่วยเล่นเทนนิสเป็๞เพื่อนเท่านั้นนี่ไม่เห็นพี่บอกเลยว่าฉันต้องทำเสื้อหายด้วย”

            “มาชา...เธอไม่ได้ทำมันหายนะเธอเพียงแต่บังเอิญลืมมันทิ้งไว้เท่านั้นแล้วก็ถ้าอยากจะเถียงต่อละก็โปรดยิ้มไปพูดไปได้ไหม?”แอนเนทท์ว่า

            “ฉันไม่อยากให้โจชเขามีความคิดว่าเรากำลังทะเลาะกันอยู่”

            “นั่นสินะ” มาชาคล้อยตามอย่างว่าง่าย รอยยิ้มแกมหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า

            “เราจะต้องไม่ให้โจชรู้ด้วยว่าเรากำลังวางแผนจัดการกับเขาเพราะฉะนั้นถ้าพี่๻้๪๫๷า๹จะทิ้งเสื้อไว้ให้เขาก็ทิ้งของพี่เองสิอย่ามาเอาฉันเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย”

            “มาชา ฉันทำยังงั้นไม่ได้นี่ถ้าฉันขืนทิ้งเสื้อของตัวเองไว้มันจะดูเป็๲เจตนาเกินไป”

            แอนเนทท์พยายามให้เหตุผลด้วยอารมณ์ที่ระงับไว้อย่างสุดความสามารถ

            “มันต้องเป็๲เสื้อตัวของเธอ เขาจะได้ไม่สงสัย”

            “แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาเกิดมองไม่เห็นล่ะ? หรือว่าเกิดมีคนอื่นมาพบเข้าก่อนและก็ขโมยเอาไป?”มาชาเถียง

            “ฉันก็แย่กันละสิ”

            “เอาเถอะน่า ถ้ามันเป็๞ยังงั้นจริงๆ จะซื้อใช้ให้”แอนเนทท์พูดอย่างเอื้อเฟื้อ

            “ช่วยหน่อยได้ไหมเล่า?”

            “ลองให้เหตุผลที่ดีมาสักข้อสิว่าทำไมฉันถึงต้องช่วยด้วย?” น้องสาวของเธอพูดอย่างท้าทาย

            “ก็เพราะว่าเธอเป็๲น้องสาวของฉันน่ะสิ” แอนเนทท์ตอบ

            “แล้วฉันก็เคยช่วยให้เธอผ่านพ้นปัญหายุ่งยากมาตั้งหลายครั้งหลายหนแล้วด้วย”

            “แต่พี่ก็สร้างปัญหามาให้ไม่น้อยนะ”

            มาชาพูดราวจะเตือแต่แล้วก็ถอนใจออกมาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองจึงตั้งหน้าตั้งตาค้านอยู่ เพราะมันเป็๞ธรรมดาอยู่แล้วที่เธอยอมเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนบ้าๆบอๆ ของแอนเนทท์ แม้จะไม่เต็มใจสักแค่ไหนก็ตาม

            “ก็ได้...ฉันจะช่วย” เธอยอมตกลงแต่ก็ไม่วายเสริมต่อว่า

            “แต่ถ้าฉันไม่ได้เสื้อกลับคืนมาละก็พี่ต้องซื้อให้ใหม่ทั้งชุดเลยนะแค่เสื้อตัวเดียวไม่เอาหรอก”

            “ตกลงเลย”

            ใบหน้าของแอนเนทท์แจ่มใสขึ้นทันทีเมื่อตกลงทำสัญญากันได้ดวงตาคู่สีเทาเป็๞ประกายราวแสงเงิน

            “ไปกันเถอะ”

            ขณะที่เดินตรงไปยังประตูรั้วนั้นเมื่อหันไปมองโจชอีกครั้งความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วตัวเมื่อได้พบว่าเขากำลังมองตามเธอมาแอนเนทท์ยับยั้งใจไว้ที่จะไม่ยิ้มให้เขาเลือกที่จะชูมือขึ้นโบกอำลาแทนและโจชก็ตอบรับกิริยาเช่นนั้นด้วยการพยักหน้ารับขณะที่เดินไปตามทางเดินเล็กๆ แอนเนทท์ก็ออกคำสั่งกับน้องสาวขึ้นว่า

            “ปล่อยเสื้อให้ตกจากมือสิแกล้งทำเป็๲ว่าเธอกำลังพูดกับฉัน”

            “แล้วพี่จะให้ฉันคุยเ๹ื่๪๫อะไรล่ะ?”

            มาชาถามอย่างกระวนกระวายเพราะไม่ได้มีความสามารถในการรู้หลบเป็๲ปีกรู้หลีกเป็๲หางเช่นพี่สาว

            “ไม่สำคัญหรอกน่า” แอนเนท์พยายามสะกดกลั้นความเดือดดาลในใจไว้

            “พูดอะไรกับฉันก็ได้ พูดว่าคิดไม่ออกจะพูดอะไรก็ยังดี”

            “ฉันชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วนะที่ทำยังงี้” มาชาถอนหายใจขณะที่ปล่อยมือจากเสื้อสเว็ตเตอร์ให้ร่วงลงบนดินราวไม่เจตนาอย่างใจคอไม่ดีนัก

            “ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วฉันก็รู้อยู่หรอกว่าตัวเองมันเป็๲ยังไงไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพี่ถึงสามารถพูดให้ฉันร่วมมือกับพี่ได้ตอนนี้พี่คงคิดว่า ฉันค่อยเข้าท่าขึ้นหน่อยแล้วใช่ไหมล่ะ?”

            เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวนั้นกองอยู่กลางทางเดินไม่มีใครเรียกบอกให้เธอทั้งสองรู้ว่าทำมันตกแอนเนทท์ถอนหายใจคล่องขึ้นเมื่อเห็นว่าแผนการดำเนินไปด้วยดี

            “ไม่มีอะไรน่าเป็๲ห่วงหรอกน่า” เธอปลอบน้องสาวทั้งๆ ที่ตัวเองก็ใจคอไม่ดีอยู่

            “แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อล่ะ ถ้าเขาเอามันมาคืนให้แล้ว?” มาชาถามต่อ

            “เอาเถอะต่อจากนั้นฉันจัดการได้” แอนเนทท์ให้คำมั่น

            “เธอจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องน้ำจะอาบน้ำหรือทำอะไรก็ตามใจส่วนฉันก็จะขอบคุณเขาแทนเธอเอง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องพูดกับเขา”

            เธอรู้ว่าถ้าโจชมองหน้ามาชาแวบเดียวความลับทั้งหลายจะต้องแตกออกเขาจะต้องเดาได้ทันทีว่ามันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ถูกสร้างขึ้นแต่สำหรับเธอแล้วเ๱ื่๵๹นี้ง่ายมากเธอสามารถจะทำให้เขาสงสัยในความเชื่อของตัวเองได้เมื่อเอี้ยวตัวกลับไปมองอีกครั้งนั้นแอนเนทท์มองไม่เห็นคอร์ทเทนนิสแล้ว

            “เร็วเถอะ” เธอเร่งน้องสาวเร่งฝีเท้าของตัวเองขึ้นเป็๞เดินแกมวิ่ง

            “ทำไมอีกเล่า?”

            “ก็เพราะว่าฉันอยากออกจากห้องน้ำก่อนที่โจชจะมาถึงน่ะสิ”

            แอนเนทท์ตอบก่อนที่จะกระโจนออกวิ่งมือไม้ของแอนเนทท์สั่นเทาขณะที่ตลบผมขึ้นมุ่นเกล้าเป็๲มวยแบบเรียบร้อยอยู่เหนือศีรษะแน่ใจอย่างที่สุดว่าเมื่อตอนที่ออกเทดครั้งแรกยังไม่ใจสั่นขนาดนี้เลยด้วยซ้ำผีเสื้อนับล้านบินวนกันอยู่ในช่องท้อง แข้งขาสั่นเทาเมื่อใช้เข็มเสียบกลัดให้ผมทรงรูปแล้วจึงได้ถอยออกห่างพิศโฉมของตัวเงอที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานยาว

            “ดูสิท่าทางฉันเป็๞ยังไงบ้าง?” เธอหันไปถามมาชาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งกรัง

            เสื้อสวมสบายทรงคิวลิทท์ที่เธอสวมอยู่นั้นตัดเย็บด้วยผ้าสวิสเป็๲ลายจุดสีเขียวมะนาวเย็นตาคอเป็๲รูปตัววียกปกด้านหลังแนบลำคอ ช่วยเน้นให้เห็นความระหงของเรือนกายส่วนนั้นมีเข็มขัดสีขาวคาดอยู่รอบเอวบางด้วยเรือนผมที่รวบขึ้นเหนือศีรษะดวงตาสีเทาสดใสปราศจากเครื่องสำอางทำให้เธอคือภาพของความบริสุทธิ์ผุดผ่องโดยแท้

            “เหมือนนางฟ้าเลย” มาชายอมรับตามความจริง

            แอนเนทท์สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะตรงหน้าประตูสูดลมหายใจลึกหันไปมองหน้าน้องสาวราวจะขอกำลังใจ

            “เข้าห้องน้ำได้แล้ว” เธอรีบออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรน

            “แล้วก็อย่าออกมานะจนกว่าฉันจะเรียก”

            “ไม่ต้องห่วงหรอกรับรองว่าไม่ออกแน่”มาชาสัญญาก่อนที่จะหลบเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำ

            ขาของแอนเนทท์อ่อนยวบขณะที่เดินตรงไปยังประตูปล่อยสายโซ่ที่คล้องไว้ให้คงอยู่ในที่ของมันขณะที่แง้มประตูออกไปมองโจชยันแขนข้างหนึ่งอยู่กับกรอบประตู ยังคงอยู่ในชุดเทนนิสแววเยาะหยันแฝงอยู่ในรอยยิ้ม ริมฝีปากเป็๲แนวตรง

            “ เฮลโล”

            แอนเนทท์พยายามทำน้ำเสียงให้ดูแปลกใจเป็๲ที่สุดเมื่อเห็นเขาเข้าแต่รู้สึกว่าน้ำเสียงยังไม่สมจริงสมจังเท่าใดนัก

            “เฮลโล” เขาตอบรับคำทักทายด้วยน้ำเสียงที่ปรับแล้วมิได้เปลี่ยนแปลงท่าที่ยืนอยู่รอให้เธอเปิดประตูเงียบๆ

            “รอเดี๋ยวนะคะ” เธอปิดประตูกลับลงปลดสายโซ่ออก แล้วจึงได้เปิดประตูออกอีกครั้ง

            หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอยู่ในทรวงขณะที่เปิดประตูบางนั้นให้กว้างออกเรือนร่างล่ำสันสมชายของเขาผงาดอยู่เบื้องหน้าเรือนผมสีน้ำตาลเข้มราวสีไม้มะฮอกกานีออกจะยุ่งเหยิงความดกดำของมันชวนให้ลูบมือลงนัก เขากำลังกวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของเธออยู่เหมือนจะจดจำในรายละเอียดทั้งมวลบนใบหน้าและเรือนกายของเธอไว้เป็๞แววตาที่ทำให้แอนเนทท์ถอนหายใจไม่สะดวกนัก

            “ควรจะมีลิลลี่แซมไว้ด้วยสักช่อ” โจชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง

            “หรือคะ?” แอนเนทท์ให้สงสัยว่าน้ำเสียงของตัวเองจะสั่นพร่าเหมือนความรู้สึกที่กำลังเป็๞อยู่หรือไม่

            “ใช่น่ะสิครับจะได้เข้ากับดวงตาโตๆ สีเทาแล้วก็จมูกรั้นๆ นั่น” เขาอธิบาย

            “เวลาเกล้าผมอย่างนี้ท่าทางของคุณเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังจะไปโรงเรียนวันอาทิตย์อย่างนั้นแหละ”น้ำเสียงของเขาเหมือนจะเยาะความเยาว์วัยของเธออยู่

            “ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จน่ะค่ะ”

            แอนเนทท์ยกมือขึ้นแตะเรือนผมอยากจะให้ตัวเองดูสูงวัยกว่าที่เป็๞อยู่ แต่แล้วความคิดนั้นก็ชะงักไปเมื่อมองเห็นแววบางอย่างในดวงตาของเขาโดยเฉพาะยามที่มันกวาดไปทั่วร่างเหมือนจะหยั่งให้รู้ชัดว่าใต้เสื้อตัวสวยที่เธอสวมไว้นั้นมีอะไรซ่อนเร้นอยู่

            “นั่นสิ ผมได้กลิ่นสดสะอาดจากเนื้อตัวคุณอยู่เหมือนกัน”

            แต่แอนเนทท์สังเกตเห็นว่าสีหน้าของโจชมิได้บอกแววกระหยิ่มยิ้มย่องกับการยอมรับในคำพูดประโยคนั้น