ดวงตาของเธอฉายแววสดใสขึ้นเมื่อมองไปยังเสื้อสำหรับใส่เล่นเทนนิสของมาชาซึ่งเหมือนกันกับของเธอเพียงแต่ว่าตัวของเธอนั้นขลิบขอบด้วยสีดำของมาชาเป็สีน้ำเงินเข้มแอนเนทท์รู้สึกเยือกเย็นไปทั้งตัว เมื่อแผนการที่วาดไว้ในสมองเป็รูปเป็ร่างขึ้น
“มาชา กุญแจห้องอยู่ในกระเป๋าเสื้อสเว็ตเตอร์หรือเปล่า?” เธอถามอย่างเร่งร้อน
“อยู่ ถามทำไม?” มาชาแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ลืมเอามาหรือ?”
“เปล่าหรอกของฉันอยู่นี่แล้ว” แอนเนทท์ตอบ
“ตอนที่เราออกจากคอร์ทนะฉันอยากให้เธอ ‘บังเอิญ’ ลืมเสื้อไว้ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าวางลืมอยู่”
“อ้าว...แล้วทำไมฉันจะต้องทำยังงั้นด้วยล่ะ?” มาชาขมวดคิ้วย่น
“ก็เพราะว่าฉัน้าให้เธอทิ้งไว้น่ะสิ...พร้อมกับกุญแจห้องด้วยพอโจชเขาเห็นเข้าตอนที่ออกจากคอร์ทจะได้เอาไปคืนเราไงล่ะ” แอนเนทท์อธิบาย
“พูดเป็บ้าน่ะ” มาชามองพี่สาวตาค้าง และรู้อยู่ว่าแอนเนทท์ตั้งใจจริง
“นี่...ที่ฉันมากับพี่บ่ายวันนี้ก็เพื่อจะช่วยเล่นเทนนิสเป็เพื่อนเท่านั้นนี่ไม่เห็นพี่บอกเลยว่าฉันต้องทำเสื้อหายด้วย”
“มาชา...เธอไม่ได้ทำมันหายนะเธอเพียงแต่บังเอิญลืมมันทิ้งไว้เท่านั้นแล้วก็ถ้าอยากจะเถียงต่อละก็โปรดยิ้มไปพูดไปได้ไหม?”แอนเนทท์ว่า
“ฉันไม่อยากให้โจชเขามีความคิดว่าเรากำลังทะเลาะกันอยู่”
“นั่นสินะ” มาชาคล้อยตามอย่างว่าง่าย รอยยิ้มแกมหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เราจะต้องไม่ให้โจชรู้ด้วยว่าเรากำลังวางแผนจัดการกับเขาเพราะฉะนั้นถ้าพี่้าจะทิ้งเสื้อไว้ให้เขาก็ทิ้งของพี่เองสิอย่ามาเอาฉันเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย”
“มาชา ฉันทำยังงั้นไม่ได้นี่ถ้าฉันขืนทิ้งเสื้อของตัวเองไว้มันจะดูเป็เจตนาเกินไป”
แอนเนทท์พยายามให้เหตุผลด้วยอารมณ์ที่ระงับไว้อย่างสุดความสามารถ
“มันต้องเป็เสื้อตัวของเธอ เขาจะได้ไม่สงสัย”
“แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาเกิดมองไม่เห็นล่ะ? หรือว่าเกิดมีคนอื่นมาพบเข้าก่อนและก็ขโมยเอาไป?”มาชาเถียง
“ฉันก็แย่กันละสิ”
“เอาเถอะน่า ถ้ามันเป็ยังงั้นจริงๆ จะซื้อใช้ให้”แอนเนทท์พูดอย่างเอื้อเฟื้อ
“ช่วยหน่อยได้ไหมเล่า?”
“ลองให้เหตุผลที่ดีมาสักข้อสิว่าทำไมฉันถึงต้องช่วยด้วย?” น้องสาวของเธอพูดอย่างท้าทาย
“ก็เพราะว่าเธอเป็น้องสาวของฉันน่ะสิ” แอนเนทท์ตอบ
“แล้วฉันก็เคยช่วยให้เธอผ่านพ้นปัญหายุ่งยากมาตั้งหลายครั้งหลายหนแล้วด้วย”
“แต่พี่ก็สร้างปัญหามาให้ไม่น้อยนะ”
มาชาพูดราวจะเตือแต่แล้วก็ถอนใจออกมาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองจึงตั้งหน้าตั้งตาค้านอยู่ เพราะมันเป็ธรรมดาอยู่แล้วที่เธอยอมเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนบ้าๆบอๆ ของแอนเนทท์ แม้จะไม่เต็มใจสักแค่ไหนก็ตาม
“ก็ได้...ฉันจะช่วย” เธอยอมตกลงแต่ก็ไม่วายเสริมต่อว่า
“แต่ถ้าฉันไม่ได้เสื้อกลับคืนมาละก็พี่ต้องซื้อให้ใหม่ทั้งชุดเลยนะแค่เสื้อตัวเดียวไม่เอาหรอก”
“ตกลงเลย”
ใบหน้าของแอนเนทท์แจ่มใสขึ้นทันทีเมื่อตกลงทำสัญญากันได้ดวงตาคู่สีเทาเป็ประกายราวแสงเงิน
“ไปกันเถอะ”
ขณะที่เดินตรงไปยังประตูรั้วนั้นเมื่อหันไปมองโจชอีกครั้งความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วตัวเมื่อได้พบว่าเขากำลังมองตามเธอมาแอนเนทท์ยับยั้งใจไว้ที่จะไม่ยิ้มให้เขาเลือกที่จะชูมือขึ้นโบกอำลาแทนและโจชก็ตอบรับกิริยาเช่นนั้นด้วยการพยักหน้ารับขณะที่เดินไปตามทางเดินเล็กๆ แอนเนทท์ก็ออกคำสั่งกับน้องสาวขึ้นว่า
“ปล่อยเสื้อให้ตกจากมือสิแกล้งทำเป็ว่าเธอกำลังพูดกับฉัน”
“แล้วพี่จะให้ฉันคุยเื่อะไรล่ะ?”
มาชาถามอย่างกระวนกระวายเพราะไม่ได้มีความสามารถในการรู้หลบเป็ปีกรู้หลีกเป็หางเช่นพี่สาว
“ไม่สำคัญหรอกน่า” แอนเนท์พยายามสะกดกลั้นความเดือดดาลในใจไว้
“พูดอะไรกับฉันก็ได้ พูดว่าคิดไม่ออกจะพูดอะไรก็ยังดี”
“ฉันชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วนะที่ทำยังงี้” มาชาถอนหายใจขณะที่ปล่อยมือจากเสื้อสเว็ตเตอร์ให้ร่วงลงบนดินราวไม่เจตนาอย่างใจคอไม่ดีนัก
“ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วฉันก็รู้อยู่หรอกว่าตัวเองมันเป็ยังไงไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพี่ถึงสามารถพูดให้ฉันร่วมมือกับพี่ได้ตอนนี้พี่คงคิดว่า ฉันค่อยเข้าท่าขึ้นหน่อยแล้วใช่ไหมล่ะ?”
เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวนั้นกองอยู่กลางทางเดินไม่มีใครเรียกบอกให้เธอทั้งสองรู้ว่าทำมันตกแอนเนทท์ถอนหายใจคล่องขึ้นเมื่อเห็นว่าแผนการดำเนินไปด้วยดี
“ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอกน่า” เธอปลอบน้องสาวทั้งๆ ที่ตัวเองก็ใจคอไม่ดีอยู่
“แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อล่ะ ถ้าเขาเอามันมาคืนให้แล้ว?” มาชาถามต่อ
“เอาเถอะต่อจากนั้นฉันจัดการได้” แอนเนทท์ให้คำมั่น
“เธอจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องน้ำจะอาบน้ำหรือทำอะไรก็ตามใจส่วนฉันก็จะขอบคุณเขาแทนเธอเอง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องพูดกับเขา”
เธอรู้ว่าถ้าโจชมองหน้ามาชาแวบเดียวความลับทั้งหลายจะต้องแตกออกเขาจะต้องเดาได้ทันทีว่ามันเป็เื่ที่ถูกสร้างขึ้นแต่สำหรับเธอแล้วเื่นี้ง่ายมากเธอสามารถจะทำให้เขาสงสัยในความเชื่อของตัวเองได้เมื่อเอี้ยวตัวกลับไปมองอีกครั้งนั้นแอนเนทท์มองไม่เห็นคอร์ทเทนนิสแล้ว
“เร็วเถอะ” เธอเร่งน้องสาวเร่งฝีเท้าของตัวเองขึ้นเป็เดินแกมวิ่ง
“ทำไมอีกเล่า?”
“ก็เพราะว่าฉันอยากออกจากห้องน้ำก่อนที่โจชจะมาถึงน่ะสิ”
แอนเนทท์ตอบก่อนที่จะกระโจนออกวิ่งมือไม้ของแอนเนทท์สั่นเทาขณะที่ตลบผมขึ้นมุ่นเกล้าเป็มวยแบบเรียบร้อยอยู่เหนือศีรษะแน่ใจอย่างที่สุดว่าเมื่อตอนที่ออกเทดครั้งแรกยังไม่ใจสั่นขนาดนี้เลยด้วยซ้ำผีเสื้อนับล้านบินวนกันอยู่ในช่องท้อง แข้งขาสั่นเทาเมื่อใช้เข็มเสียบกลัดให้ผมทรงรูปแล้วจึงได้ถอยออกห่างพิศโฉมของตัวเงอที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานยาว
“ดูสิท่าทางฉันเป็ยังไงบ้าง?” เธอหันไปถามมาชาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งกรัง
เสื้อสวมสบายทรงคิวลิทท์ที่เธอสวมอยู่นั้นตัดเย็บด้วยผ้าสวิสเป็ลายจุดสีเขียวมะนาวเย็นตาคอเป็รูปตัววียกปกด้านหลังแนบลำคอ ช่วยเน้นให้เห็นความระหงของเรือนกายส่วนนั้นมีเข็มขัดสีขาวคาดอยู่รอบเอวบางด้วยเรือนผมที่รวบขึ้นเหนือศีรษะดวงตาสีเทาสดใสปราศจากเครื่องสำอางทำให้เธอคือภาพของความบริสุทธิ์ผุดผ่องโดยแท้
“เหมือนนางฟ้าเลย” มาชายอมรับตามความจริง
แอนเนทท์สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะตรงหน้าประตูสูดลมหายใจลึกหันไปมองหน้าน้องสาวราวจะขอกำลังใจ
“เข้าห้องน้ำได้แล้ว” เธอรีบออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“แล้วก็อย่าออกมานะจนกว่าฉันจะเรียก”
“ไม่ต้องห่วงหรอกรับรองว่าไม่ออกแน่”มาชาสัญญาก่อนที่จะหลบเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำ
ขาของแอนเนทท์อ่อนยวบขณะที่เดินตรงไปยังประตูปล่อยสายโซ่ที่คล้องไว้ให้คงอยู่ในที่ของมันขณะที่แง้มประตูออกไปมองโจชยันแขนข้างหนึ่งอยู่กับกรอบประตู ยังคงอยู่ในชุดเทนนิสแววเยาะหยันแฝงอยู่ในรอยยิ้ม ริมฝีปากเป็แนวตรง
“ เฮลโล”
แอนเนทท์พยายามทำน้ำเสียงให้ดูแปลกใจเป็ที่สุดเมื่อเห็นเขาเข้าแต่รู้สึกว่าน้ำเสียงยังไม่สมจริงสมจังเท่าใดนัก
“เฮลโล” เขาตอบรับคำทักทายด้วยน้ำเสียงที่ปรับแล้วมิได้เปลี่ยนแปลงท่าที่ยืนอยู่รอให้เธอเปิดประตูเงียบๆ
“รอเดี๋ยวนะคะ” เธอปิดประตูกลับลงปลดสายโซ่ออก แล้วจึงได้เปิดประตูออกอีกครั้ง
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอยู่ในทรวงขณะที่เปิดประตูบางนั้นให้กว้างออกเรือนร่างล่ำสันสมชายของเขาผงาดอยู่เบื้องหน้าเรือนผมสีน้ำตาลเข้มราวสีไม้มะฮอกกานีออกจะยุ่งเหยิงความดกดำของมันชวนให้ลูบมือลงนัก เขากำลังกวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของเธออยู่เหมือนจะจดจำในรายละเอียดทั้งมวลบนใบหน้าและเรือนกายของเธอไว้เป็แววตาที่ทำให้แอนเนทท์ถอนหายใจไม่สะดวกนัก
“ควรจะมีลิลลี่แซมไว้ด้วยสักช่อ” โจชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง
“หรือคะ?” แอนเนทท์ให้สงสัยว่าน้ำเสียงของตัวเองจะสั่นพร่าเหมือนความรู้สึกที่กำลังเป็อยู่หรือไม่
“ใช่น่ะสิครับจะได้เข้ากับดวงตาโตๆ สีเทาแล้วก็จมูกรั้นๆ นั่น” เขาอธิบาย
“เวลาเกล้าผมอย่างนี้ท่าทางของคุณเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังจะไปโรงเรียนวันอาทิตย์อย่างนั้นแหละ”น้ำเสียงของเขาเหมือนจะเยาะความเยาว์วัยของเธออยู่
“ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จน่ะค่ะ”
แอนเนทท์ยกมือขึ้นแตะเรือนผมอยากจะให้ตัวเองดูสูงวัยกว่าที่เป็อยู่ แต่แล้วความคิดนั้นก็ชะงักไปเมื่อมองเห็นแววบางอย่างในดวงตาของเขาโดยเฉพาะยามที่มันกวาดไปทั่วร่างเหมือนจะหยั่งให้รู้ชัดว่าใต้เสื้อตัวสวยที่เธอสวมไว้นั้นมีอะไรซ่อนเร้นอยู่
“นั่นสิ ผมได้กลิ่นสดสะอาดจากเนื้อตัวคุณอยู่เหมือนกัน”
แต่แอนเนทท์สังเกตเห็นว่าสีหน้าของโจชมิได้บอกแววกระหยิ่มยิ้มย่องกับการยอมรับในคำพูดประโยคนั้น