ตอนที่26เจิ้งฟู่ VS เทียนฉี 1
ั้แ่ที่เขาหลอมรวมความทรงจำของโลกนี้และโลกก่อนหน้าเข้าด้วยกันก็ทำให้ตัวเขาพบเจอกับเื่ประหลาดมากมายั้แ่เสียงปริศนามาจนความฝันร่างแสงและก็การฟื้นฟูพลังที่รวดเร็วจนน่าใของเขาแม้เขาจะไม่นอนเป็เวลาสามวันติดกันก็ยังได้.......
ดวงตะวันขึ้นรุ่นเช้าก็มาเยือน.......
วันนี้เป็วันตัดสิ้นการประลองของการทดสอบรุ่นเยาว์ของตระกูลเทียนถ่างผู้ที่ชนะจะได้รับหินพลังซีเพิ่มอีกห้าก้อนต่อเดือนและยังได้รับโสมพลังกายที่เล่าชู่ได้เพิ่มเข้าไปอีกด้วย.......
ณ จวนผู้นำตระกูล.....
“ฉีเอ๋อถ้าเ้าไม่ไหวให้รีบยอมแพ้ทันเลยนะ!!”หม้อจือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพร้อมกับทำหน้าจริงจังมองมาที่เทียนฉี......
“ท่านพ่อท่านไม่มั่นใจในตัวข้าอย่างนั้นเรอะ?”เทียนฉีตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจกับคำพูดเมื่อครู่นี้ของเขาของนาง.....
“พ่อเชื่อในตัวเ้าอยู่แล้วแต่ว่า......เด็กที่ชื่อเจิ้งฟู่นั้นแตกต่างออกไปพ่อคิดว่าเขา.....”
“ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแหละยังไงข้าก็จะไม่มีทางยอมแพ้เ้าหมอนั้นแน่อีกอย่างข้ากับเขาได้.....”
ตุบ!!
เทียนฉีกกระทืบเท้าลงพื้นด้วยความโมโหเมื่อนางนึกถึงเจิ้งฟู่เพราะว่านางเคยเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ใครๆต่างก็ชื่นชมแต่จู่ๆเจิ้งฟู่ก็มาแย่งมันไปจากนางและกลายเป็ที่ชื่นชอบของทุกคนแทนนางซ้ำเจิ้งฟู่ยังมาทำให้นายอับอายต่อหน้าผู้คืนอีก..........
“เฮ้อ!! เด็กหนอเด็ก เอาเถอะยังไงข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขายังมีอะไรเก็บซ่อนไว้อีก”
หลังจากที่คงซือมาพูดเื่การมอบทักษะต่อสู้ของเขาให้กับสำนักนั้นเจิ้งฟู่ก็ได้เขียนมันลงตำราเล่มใหม่ถึงเขาจะอายุแปดขวบแต่เขาก็ได้เรียนการเขียนหนังสือและศาสตร์ต่างๆจากอาจารย์หวงั้แ่เด็กแล้วมันจึงไม่ใช่เื่ยากอะไรสำหรับเขาที่จะเขียนข้อความและภาพวาดของท่วงท่าออกมาได้สวยงาม......
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวอักษรและภาพพวกนี้จะเป็ฝีมือของเจิ้งฟู่ที่เป็คนเขียนทั้งลายเส้นและน้ำหนักในการลงพู่กันล้วนสม่ำเสมอและบรรจงสวยงามทีเดียวมันเป็เขาจริงๆหรือเนี่ย!!”เทียนถ่างกุ๋ยฉ่าย(ผู้าุโหอตำรา) กล่าวชมขึ้นเมื่อมันได้เปิดดูตำราที่เจิ้งฟู่เขียนและส่งมอบให้กับตระกูลทั้งเนื้อหาและภาพประกอบล้วนแล้วแต่ถูกเขียนให้อ่านและเข้าใจได้ง่ายซึ่งแตกต่างจากคำราทักษะเก่าๆที่เคยมีมาเลย.......
“ใช่แล้วเขาเป็คนเขียนเองเขาเอาให้ข้าหลังจากที่ข้าได้คุยกับเขาไปเมื่อคืนพอถึงเช้าข้าก็นำมันมาให้ท่านทันที” คงซือรีบตอบกลับไปอย่างภาคภูมิทันที.....
“ลูกท่านนี้มันสุดยอดจริงๆข้าว่าแล้วเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอนท่านดูลายอักษรพวกนี้สิราวกับว่ามันมีชิวีตอย่างนั้นแหละเพียงแค่เปิดอ่านแค่หน้าแรกก็ััได้ถึงพลังของมันที่เอ่อล้นออกมาแล้ว”
“นั้นสิเขาทำได้ยังไงกันทักษะนี้ข้าจำได้ว่ามันเป็เพียงทักษะระดับต่ำชั้นสูงแต่พลังและอนุภาพของมันกลับไม่เป็ดั่งระดับของมันเลยแต่ตำราฉบับใหม่นี้สิมันต่างออกไปอย่างมากทั้งออร่าที่แผ่ออกมาทั้งท่วงท่าของมันอีกเพียงแค่เปิดดูภาพก็ราวกับว่าได้ดูคนมาร่ายรำให้ดูอยู่ตรงหน้าจริงๆอย่างนั้นแหละ”หลานเฟยลองผู้าุโหอตำรากล่าวขึ้นอย่างชื่นชมและอดอิจฉาในความสามารถอันน่าทึ่งนี้ไม่ได้.....
“เท่านี้ตระกูลเราก็มีทักษะระดับกลางถึงสี่ทักษะแล้วเอ่อ!!แต่ที่เขาเลือกไปยังเหลืออีกหนึ่งทักษะไม่ใช่หรอ?”(นี่พวกมึงจะเอาหมดเลยหรือไงวะ)
“อีกทักษะหนึ่งนั้นลูกชายข้าบอกว่ามันยากเกินไปเขาเองก็ยังฝึกมันไม่สำเร็จดังนั้นเขาเลยยังไม่ได้บันทึกมันใหม่นะ”
“มันก็จริงของเขาละนะเพราะเขาพึ่งจะเอาตำราทักษะไปศึกษาได้เพียงแค่เดือนกว่าเองพวกข้าต้องขอโทษด้วยเพียงแค่สองทักษะนี้ก็ดีเกินพอแล้ว”กุ๋ยฉ่ายที่ถามออกไปอย่างลืมตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเจิ้งฟู่นั้นพึ่งจะเริ่มฝึกทักษะเองและต่อให้มีความสามารถแค่ไหนก็คงจะเป็ไปได้ยากที่จะฝึกมันได้สำเร็จทั้งหมดในเวลาแค่นั้น....
กลับมาที่สนามประลองเจิ้งฟู่นั้นได้มาถึงที่สนามประลองเรียบร้อยแล้วรวมถึงตัวประกอบอื่นๆด้วยในวันนี้ผู้ชมหนาแน่นกว่าเมื่อวานมากเพราะมันเป็ศึกตัดสินแล้วจึงทำให้ทุกคนหยุดงานของตัวเองเพื่อมาดูการประลองในวันนี้เลย......
“เ้าคิดว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะ?”
“แน่นอนมันก็ต้องแม่นางน้อยเทียนฉีอยู่แล้ว!!”
“แต่ข้าว่าต้องเป็เ้าหนูเจิ้งฟู่นั้นแน่นอนเพราะเขามีทักษะระดับกลางต้องสองทักษะแหนะแถมพลังของเขายังสะ......”
พลังสูงกว่าแล้วยังไง!!?
แม่นางน้อยเทียนฉี!!
กลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกันถึงกับเงียบและก้มหน้าของพวกมันทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเทียนฉีดังขึ้นจากด้านหลังของพวกมัน....
ชิ!!
“หงุดหงิดเป็บ้าเลยโว้ย......!!! คอยดูเถอะไอ้เ้าเจิ้งฟู่ข้าจะทำให้เ้าได้อับอายที่กล้ามาทำกับข้าแบบนี้”
ตุบ!!
นางทำได้เพียงแค่กระทืบเท่านั้นตอนนี้หลังจากเมื่อวานนางได้รีบเร่งพัฒนาระดับของนางอย่างหนักจนนางสามารถเข้าสู่ระดับพื้นฐานขั้นหกชั้นสูงได้สำเร็จ.......
ยิ่งนานคนยิ่งเยอะขึ้นเพราะว่าทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าใครจะชนะการประลองในวันนี้ถ้าเกิดว่าไม่มีเจิ้งฟู่ที่เป็ม้ามืดทุกคนก็คงพอเดาออกว่าใครจะเป็ผู้ชนะแต่เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นผลของมันก็เปลี่ยนไป......
คนส่วนใหญ่เริ่มที่จะโอนเอียงไปทางเจิ้งฟู่สะมากกว่าที่เป็อย่างนั้นก็เพราะว่าเขามีพลังสูงที่สุดในกลุ่มรุ่นเยาว์แถมเขายังมีทักษะระดับกลางถึงสองทักษะ(ที่จริงมีสี่แล้ว)และจากที่เขาได้ต่อสู้กับตงชู่เมื่อวานก็ทำให้ผู้คนในตระกูลต่างก็คาดหวังในตัวเขา.....
“เมื่อไหร่จะเริ่มสักทีนิ รอนานแล้วนะโว้ยยยย!!”
“นั่นดิ รีบๆๆเริ่มสักทีเหอะ แดดร้อนส่องหัวกระบานไปหมดแล้ววววว!!”
“อะแฮ่มๆๆ ใจเย็นๆก่อนทุกคนของดีก็ต้องรอหน่อยสิการประลองกำลังจะเริ่มในไม่ช้านี้แล้ว”
ตอนนี้ทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้วผู้าุโทุกคนต่างก็มากันทั้งหมดเพื่อเป็สักขีพยานในการประลองครั้งนี้......
จงหรี่ผู้าุโห้ากล่าวขึ้น“การประลองในรับนี้พวกท่านว่าใครจะชนะ?”
เหล่ยลู่ผู้าุโหกกล่าวขึ้น“ข้าว่าต้องเป็แม่นางน้อยเทียนฉีแน่นอน!!”
กงถู่ผู้าุโเจ็ดกล่าวขึ้น“แต่ข้าว่าเ้าหนูเจิ้งฟู่นั้นมากกว่าเพราะเขามีทักษะระดับกลางอยู่”
หึ!!
“ถึงจะมีทักษะระดับกลางอยู่ก็จริงแต่มันจะไปสู่เทียนฉีได้ยังไงกันเด็กที่เอาแต่เรียนหนังสือจะไปสู้คนที่ฝึกยุทธมาั้แ่เด็กได้อย่างไร”เล่าชู่อดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนมขึ้นด้วยความไม่พอใจพร้อมกับทำหน้าดูถูกเมื่อมันพูดตอนนี้ลูกชายของมันพ่ายแพ้ให้กับเจิ้งฟู่ไปมันก็ได้แต่สาปแช่งและภาวะนาให้เขาแพ้เทียนฉี......
“เอาเรียนแต่หนังสือแล้วยังไงละขนาดเขาเรียนหนังสือไปด้วยเขายังเก่งได้ขนาดนี้ถ้าเขามุ่งแต่ฝึกยุทธั้แ่แรกโอ้ยยยยยไม่ย๊ากจาคิดดดด!!”
ทันทีที่เล่าชู่พูดจบไหกู่ก็พูดขึ้นบ้างมันทนไม่ได้ที่ได้ยินคำพูดดูถูกเหน็บแนมของเล่าชู่และตัวมันเองก็ไม่ชอบอยู่แล้วด้วยคำพูดที่มันพูดไปนั้นเหมือนกันยอกย้อนกลับไปบอกให้มันรู้ว่าเขาเป็อัจฉริยะแค่ไหนขนาดพึ่งจะเริ่มฝึกยังได้ขนาดนี้เมื่อเทียบกับลูกของมันแล้ว.......
ใบหน้าของเล่าชู่ทั้งน่าเกลียดและน่ากลัวอย่างมากมันโกรธจนแทบคลั่งตัวมันเองเป็ถึงผู้าุโใหญ่แต่กลับต้องมาโดนหยามหน้าแบบนี้......
“พอเถอะน้องไหกู่เรายังตัดสินอะไรไม่ได้ตอนนี้หรอกในการประลองนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีคอนเน่(ขออีกสักมุขนะอิอิ)”
“ใช่!! อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าคนเราประมาทต่อให้เก่งแค่ไหนมีพลังสูงมากแค่ไหนถ้าไม่รู้จักใช้และพลิกแพลงมันให้เกิดผลมันก็ไม่ต่างอะไรจากพวกอวดดีและเย้อหยิ่งเท่านั้นแหละ” ถงเทียนกล่าวเสริมในทันที....
“แต่ข้าว่าไอ้หนูเจิ้งฟู่มันคงรู้จักพลิกแพลงแน่นอนเพราะดูจากคำพูดของมันวันนั้นแล้ว......”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
เมื่อนึกถึงการพูดคุยของเจิ้งฟู่ในวันนั้นกลุ่มของคงซือก็อดขำไม่ได้ทั้งคำพูดคำจาไหนจะท่าทางทะเล้นของเขาอีกยังไงข้อนี้ก็คงผ่าน......
เป้งงง!!!
เสียงสัญญาณดังขึ้นไปทั่วลานประลองทำเอาเสียงพูดที่ดังซุบซิบทั่วลานถึงกับเงียบกริบและเสียงนี้คือสัญญาณเริ่มการประลองนั้นเอง....
“เอาหละตอนนี้ก็ได้เวลาที่ทุกคนรอคอยแล้วขอให้ทั้งสองฝ่ายขึ้นมาบนเวทีด้วย”เสียงของกรรมการประกาศดังขึ้น....
เห้!!!
เอาเลย เอาเลย!!!
เสียงเชียร์ดังสะนั่นไปทั่วลานทั้งะโชื่อเจิ้งฟู่และเทียนฉีฝ่ายของผู้หญิงจะะโเรียกชื่อของเจิ้งฟู่ส่วนพวกผู้ชายจะะโเรียกชื่อของเทียนฉี......
เอาเร็ว เอาเร็ว!!
ครึ่งควบลูกจ้า!! แทงกันได้เลยจ้า!!
ไม่เพียงแต่เสียงเชียร์เท่านั้นยังมีเสียงคนรับเดิมพันการประลองอีกด้วยและทางตระกูลก็ไม่ได้ห้ามพวกเขาเพราะพวกผู้าุโเองก็มักจะเล่นเดิมกันด้วยของส่วนตัวหรือของมีค่ากันอยู่ประจำอยู่แล้วด้วยและตอนนี้ทั้งเจิ้งฟู่และเทียนฉีก็ขึ้นมาอยู่บนเวทีเรียบร้อยแล้วนางจ้องตาเขม็งใส่เจิ้งฟู่อย่างดุเดือดราวกับจะฉีกร่างเขาให้เป็ชิ้นๆ......
“เ้าควรจะรีบยอมแพ้ในตอนที่ยังมีโอกาสนะ แล้วข้าจะถือสะว่าการเดิมพันของเราไม่เคยเกิดขึ้น”
"ยอมแพ้อย่างนั้นเรอะ ข้าว่าเป็เ้านั้นหละที่ควรจะยอมแพ้แล้วข้าจะลืมเริ่มเดิมไปนั้นไป"
เชอะ!!
“อวดดีนักได้!! ในเมื่อเ้า้าแบบนั้นข้าจะจัดให้เ้าอย่างงามเลย”
"จัดมาเลยแม่สาวอกไข่ดาว ข้าได้หมดถ้าสดชื่นนนนนนน"
เ้า!!
นางกระทืบเท้าด้วยความโกรธเพราะทำอะไรเจิ้งฟู่ไม่ได้นางทำได้เพียงแค่ใช้สายตาของนางจ้องเขาเท่านั้นถ้านางสามารถทำให้เจิ้งฟู่าเ็ได้ด้วยเพียงแค่สายตานางคงทำไปแล้ว......
“พวกเ้าสองคนพร้อมแล้วนะ?” กรรมการถามขึ้น.....
ขอรับ/เ้าค่ะ!!
“ดี!! พวกเ้าคงรู้กฎแล้วห้ามรุนแรงจนเกินไปสู้เพียงแค่รู้แพ้ชนะเท่านั้นไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎแล้วปรับแพ้ไป”
ทั้งคู่พยักหน้าตอบรับเบาๆเทียนฉีนางชักกระบี่ของนางออกมาเตรียมไว้ทันทีและเมื่อกระบี่ออกจากฟักมันทั้งเนียนและดูคมพร้อมทั้งยังปล่อยออร่าพลังงานที่น่ากลัวออกมาอีกด้วย.....
นั้นมัน!!!
ผู้าุโหลายคนถึงกับคิ้วกระตุกทันทีเมื่อเห็นกระบี่ของนาง......
“นั่นมันกระบี่กิ้งก่าเพลิงนิ!?”
กระบี่กิ้งก่าเพลิง!!?
เสียงฮือฮาดังไปทั่วทั้งสนามเมื่อรู้ว่ามันคือกระบี่กิ้งก่าเพลิงเพราะมันเป็กระบี่ระดับสูงชั้นต่ำที่มีเพียงสามเล่มในตระกูลเท่านั้น.......
“อย่าบอกนะว่าท่านเ้าตระกูลมอบมันให้นางเพื่อใช้ประกับเ้าหนู...?”
“แล้วแบบนั้นน้องเจิ้งฟู่จะสู้นางได้ยังไงกัน?แบบนี้มันไม่ยุติธรรมแล้ว!!”
คนอื่นว่าตกอยู่ในอาการวิตกแล้วแต่คงซือกลับมีมากกว่าเขาไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะมอบดาบมีค่าแบบนั้นให้ดับนางเพื่อใช้ประลองกับลูกชายเขาตัวเขาเองไม่ได้ให้อาวุธใดกับลูกชายเลย.......
“ทำยังไงดีท่านพี่คงซือหลานเจิ้งฟู่จะสู้กับนางได้อย่างนั้นรึ?”
แต่ทันใดนั้นเจิ้งฟู่ก็ยกมือโบกไปมาหันมาทางคงซือว่าเขาไม่เป็ไรอย่าได้คิดมาก.....
“นั่นเขาทำอะไร? หรือว่าเขา้าจะบอกว่าไม่เป็อะไรเช่นั้นรึ?”
หึ!!
“ชั่งอวดดีนักก็ดีแล้วจะได้รู้สึกที่ดูถูกกระบี่เล่มนั้น!!” เล่าชู่ที่เห็นท่าทางของเจิ้งฟู่มันก็พ้นลมออกมาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูก.....
เมื่อเห็นเทียนฉีชักกระบี่ออกมาเจิ้งฟู่ก็รู้แล้วว่ากระบี่นั้นไม่ธรรมดาแต่เขาเองก็มั่นใจในตัวเขาอยู่เขาจึงโบกมือบอกกับคงซือว่าเขาไม่เป็ไร....
ตัวเขาเองมีเพียงกระบี่ธรรมดาเท่านั้นที่ใช้รับมือนางเขารู้ว่ามันไม่อาจจะต่อกรกับกระบี่กิ้งก่าเพลิงได้แต่เขาก็ยังมีวิธีรับมืออยู่เพราะเขายังมีทักษะกระบี่อ่อนที่เป็ทักษะในการตั้งรับและลดแรงโจมตีของอีกฝ่ายได้แต่ถ้ากระบี่เขารับไม่ได้เขาก็ยังมีท่ากระบี่ใบหลิวบวกกับวิชาตัวเบาใบหลิวอยู่เพื่อใช้หลบหนีและที่สำคัญเขายังได้ฝึกทักษะลับของครอบครัวไปด้วยเจิ้งฟู่จึงไม่กลัว.......